[นิยายแปล] Isekai Yururi Kikou ตอนที่ 103 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Isekai Yururi Kikou

Ch.103 - ถึงเมืองหลวง


““เยอะแยะเลย~””

“นั่นสิ มีทั้งคนทั้งรถม้าเต็มไปหมดเลย”

 

เมื่อเรามาถึงยังเมืองหลวง เราก็ได้ลงจากม้ามายังแถวสำหรับเข้าเมือง

แถวสำหรับเข้าเมืองนั้นยาวมาก แต่สำหรับพวกเราและอัศวินที่มาด้วยกันนั้นสามารถลัดไปด้านหน้าได้ในทันที

พอมาถึงประตูเราก็สามารถเข้ามาในเมืองได้โดยไม่ต้องตรวจสอบเอกสารอะไรอีกด้วย

ผมให้อสูรรับใช้ทั้งสีตัวของผมเข้าไปอยู่ในเงาของผมไว้ก่อนแล้วตอนที่คนเริ่มเยอะขึ้น

ผมอยากให้พวกเขาเดินทางไปด้วยกัน แต่มันอาจจะเกิดปัญหาได้เมื่อเจอผู้คนจำนวนมาก

 

““โอ้~””

 

เมื่อเราเข้ามาในเมือง อเลนกับเอเลน่าก็ส่งเสียงตื่นเต้นออกมา

ผมคิดว่าเมืองชิรินกับเมืองไบเล่ก็มีคนเยอะแล้ว แต่ก็เป็นไปตามคาดมันไม่สามารถเทียบกับคนที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงได้เลย

 

“อเลน เอเลน่า อย่าอยู่ห่างจากพี่นะ เราอาจจะหากันไม่เจอถ้าพวกเธอหลวงทางไป”

““!!””

 

ผมพูดด้วยเสียงจริงจังพอสมควร ทำให้อเลนกับเอเลน่าที่กำลังตื่นตาตื่นใจกับจำนวนคนมาเกาะที่ขาของผมแทน

ผมขยับไม่ได้หรอกนะถ้ามากอดแน่นขนาดนี้ แล้วยังขวางทางคนที่สัญจรไปมาด้วย ผมจึงอุ้มทั้งสองคนขึ้นมาเพื่อไม่ให้คลาดสายตา

 

“ขอโทษนะ พี่โกหกน่ะ พี่สามารถหาทั้งสองคนเจอได้ในทันทีเลยล่ะถ้าทั้งสองคนหลงทาง”

““อู้~””

 

หวา~ ร้องไห้กันแล้วแฮะ....

ผมรู้แล้วล่ะว่าอย่าไปล้อเล่นเรื่องแบบนี้กับอเลนและเอเลน่าเลยจะดีกว่า

 

“โอ่ย ทาคุมิ เราควรจะ... โอ้? ทำไมเจ้าตัวเล็กถึงทำท่าจะร้องไห้กันล่ะ?”

 

ตอนนั้นเอง ท่านวาร์ทก็เสร็จจากการทำเรื่องที่ประตูแล้วเดินเข้ามาหาพวกเราแล้วเห็นสภาพของเด็กๆ

 

“เปล่านะครับ... ผมแค่พูดเล่นอะไรไปนิดเดียวเอง....”

“หืม? นั่นทำให้ทั้งสองคนร้องไห้งั้นเหรอ? แปลกจริงๆนะเนี่ย นายพูดอะไรไปล่ะ?”

“ผมแค่บอกว่าเราอาจจะหากันไม่เจอถ้าพวกเขาหลงทางน่ะครับ....”

“อ๊ะ เข้าใจล่ะ นั่นทำให้เจ้าหนูทั้งสองคนร้องไห้สินะ”

“....ครับ”

 

ท่านวาร์ทมองทั้งสองคนที่กำลังเกาะผมแน่น ถ้าพูดได้คงบอกว่า “ไม่มีทางปล่อย” แน่ๆเลยล่ะโดยทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

 

“ก็นะ ยังไงเมืองหลวงก็มีผู้คนเป็นจำนวนมากกว่าที่ไหนๆในประเทศแล้ว และยังทำเรื่องเข้าออกยากพอสมควรเลยด้วย แต่ไม่มีปัญหา! มีหลายครั้งแล้วที่เด็กๆที่ไม่คุ้นเคยกับสถานที่หลงทางทำใหเต้องค้นหาขึ้นมา รับมือได้แน่นอน”

 

ท่านวาร์ทพูดขึ้นมาด้วยความมั่นใจ แต่.... มันช่วยตรงไหนล่ะเนี่ย?

แล้วมันยังจะ...

 

“ท่านวาร์ทครับ ที่พูดมันไม่ช่วยเรื่องหลงทางและความปลอดภัยของเด็กเลยนะครับ”

 

ตามที่คุณไอแซคพูดเลย ตอนนี้เด็กๆทำท่าเหมือนจะร้องโหออกมาได้ทุกเมื่อแล้ว

แล้วคุณไอแซคยังต่อว่าท่านวาร์ทต่ออีก ผมจึงตัดสินใจที่จะปลอบเด็กๆด้วยตัวเอง

 

“อเลน เอเลน่า ไม่เป็นไรหรอกนะ นั่นสิ เอ้เป็นว่าวันนี้เราเดินทางไปทั้งแบบนี้เลยละกันดีมั้ย? เราจะได้ไม่ต้องห่วงเรื่องหลงทางกันเลย”

““......อืม””
 

ถึงจะไม่ได้หายเลย แต่ทั้งสองคนก็พยักหน้าให้ผม ผมจึงรู้สึกโล่งอกพอควร

เอาจริงๆ....คลาดสายตา หลงทาง แยกจากกัน ผมจะไม่ล้อเล่นเรื่องแบบนี้อีกแล้วล่ะ

 

“ขอโทษด้วยนะครับคุณทาคุมิ หลังจากนี้จะมีท่านวาร์ทคนเดียวที่จะเดินทางไปพร้อมกับคุณจนถึงปราสาท...”

 

เมื่อผมปลอบอเลนกับเอเลน่าที่ผมอุ้มอยู่เสร็จแล้ว คุณไอแซคที่ต่อว่าท่านวาร์ทเสร็จแล้วก็เดินเข้ามาแจ้งผมว่าไม่ต้องกังวลเรื่องท่านวาร์ทอีก

ฮะๆๆ ดูเหมือนว่าการที่จะต้องแยกจากพวกเขาตรงนี้มันจะทำให้คุณไอแซคเป็นห่วงพวกเราที่จะต้องเดินทางกับท่านวาร์ทคนเดียวซะงั้น

 

“ไม่มีปัญหาครับ ถ้าถึงเวลาที่ผมต้องแยก(กับท่านวาร์ท) ผมจะลองหาโรงแรมที่เหมาะๆเข้าพักเองได้แน่นอน”

“หา? พูดอะไรกันน่ะพวกนาย?”

“อ้าว? คุณทาคุมิยังไม่รู้งั้นเหรอครับ?”

“หืม?”

 

ต่อให้เป็นเมืองหลวงก็เถอ มันคงไม่ยากเกินไปที่จะหาโรงแรมเข้าพักหรอกน่า

เมื่อผมมองไปยังท่านวาร์ทกับคุณไอแซค เข้าก็จ้องผมมาด้วยสีหน้าประหลาดใจ

 

“ที่พักของนายน่ะคือบ้านข้าต่างหาก”

“.....เอ๋?”

 

บ้านของข้า? อย่าบอกนะว่าบ้านของตระกูลรูเวน เอ๋!?

 

“เดี๋ยวสิครับ ผมไม่ได้ยินเรื่องนั้นมาก่อนเลยนะครับ!”

“อ้าว ข้าไม่ได้บอกงั้นเหรอเนี่ย?”

 

ที่พักของผมนั้นถูกกำหนดแล้วงั้นเหรอ...ตัดสินกันตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย?

 

“ผมไม่เคยได้ยินเรื่องนั้นมาก่อนเลยครับ สำหรับพวกผมพักที่โรงแรมก็พอแล้วครับ”

“ไม่มีทางที่ข้าจะปล่อยให้นายไปพักที่อื่นหรอกน่า”

“.....มีอะไรไม่ดีงั้นเหรอครับ?”

 

ก็จริงอยู่ว่าเราอยู่ในการดูแลของตระกูลริสเนอร์มาก่อน แต่ไม่จำเป็นต้องทำเหมือนกันเมื่ออยู่ในเมืองหลวงนี่นา

แต่ต่อให้ผมคิดอย่างนั้น ตอนที่เราอาศัยอยู่ที่คฤหาสน์ริสเนอร์เราก็ไม่ได้โดนห้ามอะไร แถมยังทำตามใจได้อีก

แต่ก็น้า ผมจะโล่งใจกว่าถ้าพักที่โรงแรมแบบธรรมดาก็พอ

 

“หรือคุณอยากจะอยู่ที่ห้องรับแขกในปราสาทกันล่ะครับคุณทาคุมิ? ผมเชื่อว่าคุณสามารถอาศัยได้ในห้องของอัศวินกิติมาศักดิ์เลยล่ะครับ อยากให้ผมทำเรื่องขอไปมั้ยครับ?”

“ไม่ล่ะครับ ถแป็นอย่างนั้นขอไปอาศัยอยู่บเนของท่านวาร์ทจะดีกว่า ไม่จำเป็นต้องทำเรื่องขอไปทางปราสาทหรอกนะครับ!”

“โอ้ อย่างนั้นก็ดีแล้วล่ะครับ”

 

เมื่อผมทำท่าจะปฏิเสธที่จะไปพักที่บ้านของตระกูลรูเวน คุณไอแซคก็บอกว่าจำทำเรื่องให้พักที่ปราสาทแทนด้วยรอยยิ้ม

ผมจึงขอปฏิเสธเท่าที่จะทำได้ ผมจึงบอกปฏิเสธไปทันที

อาศัยในปราสาทงั้นเหรอ....ผมไม่คิดว่าจะอยู่ในที่แบบนั้นได้อยากสบายใจเลยซักนิดเดียว

เมื่อผมปฏิเสธไป คุณไอแซคก็ตอบรับกลับมาด้วยรอยยิ่มอยู่ดี คู้~~~

นั่นสิ คุณไอแซคต้องรู้อยู่แล้วว่าผมเลือกบ้านรูเวนมากกว่านอนที่ปราสาทเขาถึงบอกผมอย่างนั้น เฮ่อ....

แต่ต่อให้ผมบอกไปว่า “งั้นก็พักที่ปราสาทก็ได้ครับ” คุณไอแซคก็สามารถทำเรื่องให้ผมพักที่ปราสาทได้แน่ๆเลย

แต่ว่า ผมก็คงเลือกไม่ผิดหรอกน่า

 

“คุณไอแซค คุณออสวาร์ท มาร์สคุง ขอบคุณที่ช่วยดูแลมานะครับ”

“ไม่หรอกครับ เป็นพวกเรามากกว่าที่ได้รับการช่วยเหลือ”

“ใช่แล้ว ทั้งได้กินอาหารอร่อยๆ ได้ทั้งสมุนไพรสำคัญ...”

“หวา! ไม่เป็นไรหรอกครับ มอนสเตอร์ระหว่างทางก็ได้อสูรรับใช้ของคุณทาคุมิจัดการให้ด้วย... เมื่อลองมาคิดดู พวกผมไม่ได้ทำอะไรเลยนี่นา!!”

 

ผมได้ล่ำลากับคนที่เดินทางมาด้วยกันก่อนที่จะต้องแยกกันไป ทั้งสามคนก็นึกย้อนถึงช่วงเวลาที่เราเดินทางมาด้วยกัน

แต่ก็ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่ได้ทำอะไรเลยซักหน่อย พวกเขาช่วยผมไว้ในหลายๆอย่างเลยล่ะ

 

“ฮะๆๆ ผมแค่ทำอาหารตามปกติของผมน่ะครับ แล้วสมุนไพรที่ได้มาก็บังเอิญด้วย ดังนั้นไม่ต้องเป็นห่วงอะไรหรอกนะครับ”

“ถึงจะบอกอย่างนั้นก็เถอะ ถ้ามีปัญหาอะไรล่ะก็บอกข้าได้ทุกเมื่อเลยนะ ข้าจะช่วยเท่าที่จะทำได้เลย ไม่ว่าเวลาไหนก็ตาม”

“ข้าก็จะช่วยในส่วนที่ข้าทำได้เหมือนกัน ดังนั้นเรีกข้าได้ทุกเมื่อ”

“ผมด้วยๆ”

“ขอบคุณทุกคนมากนะครับ”

 

จากการรับปากช่วยเหลือเมื่อเกิดปัญหาจากคุณไอแซค คุณออสวาร์ทกับมาร์สคุงก็บอกจะช่วยเหมือกัน

.....แต่ผมไม่อยากเจอสถานการณ์ที่ต้องวิ่งไปขอความช่วยเหลือหรอกนะครับ

 

“ดังนั้น อเลนคุง เอเลน่าซัง ไว้เจอกันใหม่เมื่อถึงเวลาเข้าเฝ้านะครับ ตอนนี้ขอลาไปก่อนล่ะ”

““อื้ม บ้ายบาย~””

 

เมื่อลาอเลนกับเอเลน่าแล้ว คุณไอแซค คุณออสวาร์ท และมาร์สคุงก็ได้ขี่ม้าออกเดินทางไป

 

“เอ้า ทางเราก็ไปกันได้แล้ว ยังไงนี่ก็ยังหัววันอยู่ อยากเยี่ยมชมเมืองระหว่างเดินทางไปบ้านข้ากันก่อนมั้ย?”

 

ถูกตัดสินใจเรียบร้อยแล้วว่าเราต้องไปพักที่บ้านของตระกูลรูเวน ท่านวาร์ทจึงจะนำเที่ยวเมืองระหว่างที่เราเดินทางไป

นั่นเป็นสิ่งที่เยี่ยมมาก เมืองหลวงนั้นใหญ่มากแล้วผมยังไม่รู้ทางอะไรเลยด้วย

โชคไม่ดีเลยที่ระบบแผนที่นั้นขึ้นว่างเปล่าเหมือนตอนที่เราอยู่ในดันเจี้ยน เราต้องสำรวจก่อนถึงจะแสดงออกมา

 

“เอ้า งั้นไปกันได้เลย~”

“ขอบคุณมากครับ”

 

ผมอุ้มอเลนกับเอเลน่าแล้วเดินตามท่านวาร์ทที่จูงม้าสองตัวไวอยู่จนเข้ามาในส่วนเมือง

---ตอนนั้นเอง ผมคิดว่าจะได้เรียนรู้ชื่อของถนนที่อยู่ในเมืองนี้

แต่ท่านวาร์ทนำทางเราไปยังศูนย์การค้าที่มีถนนใหญ่พอที่จะให้รถม้าสามารถกลับรถได้เลย

เขาคงพาเราไปยังสถานที่สำคัญอะไรซักอย่างแน่ๆเลย




NEKOPOST.NET