NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] เกิดใหม่ทั้งทีก็อย่าเอาแต่นอนกลางวันสิ คุณแวมไพร์

Ch.8 - ลาก่อนนรก สวัสดีหน่มน๊ม


"งือ.....เนี๊ยว?"

 

เพราะรู้สึกเเปลกใจ ก็เลยลืมตาตื่นขึ้นมา

ถึงจะคิดว่าตัวเองตายเพราะความกระหายเลือดไปทั้งๆอย่างนั้นเเล้วเหรอก็เถอะ เเต่การที่สติค่อยๆฟื้นกลับมาเเบบนี้ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เเต่เหมือนผมจะยังมีชีวิตอยู่ละ

ถึงคอจะยังเเห้งผาก เเต่ก็เทียบไม่ได้เลยกับตอนก่อนที่ผมจะสลบไป ทางด้านจิตใจเองก็สงบขึ้นเยอะ

หรือว่าพอได้หลับซักหน่อย ความกระหายก็เลยบรรเทาลงกันนะ?

 

"อ่ะ เตียงอุ่นจังเลย......"

 

มิหนำซ้ำไม่รู้เพราะอะไร เเต่ตอนนี้ผมกำลังนอนอยู่บนเตียงไม่ใช่รึไงกันครับ?

เเถมยังไม่ใช่เตียงซอมซ่อเเบบที่เจอที่ซากปรักหักพังเหมือนก่อนหน้านี้ เเต่กลับเป็นเตียงที่ทั้งสะอาดเเล้วก็นุ่มนิ่ม โอ้! ช่างอบอุ่นเเล้วก็นุ่มอะไรเช่นนี้......ผมรักเธอเตียงนอนจัง ผมคิดถึงเธอมากเลยนะ รักที่สุดเลย

 

"อ๋าー.......ในอนาคตเค้าอยากเเต่งงานกับคนที่เเสนอ่อนโยนเหมือนกับเตียงนอนจัง จังเลย เเน่นอนว่าต้องมีอาหาร3มื้อ เวลานอนกลางวัน เเล้วก็ขนมให้เค้าด้วยนะ"

"ปะ..เป็นการวางเเผนอนาคตที่ไม่เหมือนใครดีนะจ๊ะ......?"

 

เสียงที่ได้ยินเป็นเสียงของผู้หญิง เพราะไม่สามารถทำเมินเฉยต่อคำทักทายนั้นได้ ผมเลยฝืนงัดร่างกายที่กำลังจมไปกับความนุ่มนิ่มของเตียงให้ลุกขึ้นนั่ง

ห้องที่ผมอยู่เป็นห้องเรียบๆ ที่ไม่ค่อยจะมีข้าวของเครื่องใช้เท่าไหร่นัก เจ้าของเสียงนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ที่อยู่ห่างจากเตียงที่ผมนอนอยู่นิดหน่อย เธอเป็นผู้หญิงผู้มีผมสีน้ำตาลเเละดูเป็นคนอบอุ่นล่ะ

 

"รู้สึกตัวเเล้วเหรอจ๊ะ?"

"ค่ะ......เอ่อคือ....คุณเป็นคนช่วยเค้าไว้เหรอคะ คุณออดอายนมตู้ม"

"ออดอายนมตู้ม !?"

"อ่ะ ขอโทษค่ะ หรือว่า ให้เรียกว่านมตู้มออดอายจะดีกว่าเหรอคะ?"

"ไม่ใช่เเบบนั้น!? ชั้นไม่ได้อยากให้สลับตำเเหน่งเเบบนั้นเลยนะ !?"

 

ทำไมทุกคนดูเหมือนจะไม่ค่อยชอบวิธีเรียกของผมกันเลยนะ ทั้งๆที่ผมเรียกโดยอาศัยจุดเด่นของเเต่ละคนเเท้ๆ

ตาสองสีเเล้วก็หน้าอกใหญ่บึ้ม เเบบนี้จะเรียกว่าออดอายนมตู้มก็ไม่ผิดใช่ไหมละ? เเล้วก็เพราะยังไม่ได้เเนะนำตัวเลยด้วย ถ้าไม่มีวิธีเรียกที่ทำให้คู่สนทนารู้ว่า [ตัวเองกำลังถูกเรียกอยู่นะ] ละก็ มันก็สนทนากันไม่สะดวกไม่ใช่รึไงครับ

 

"จะ จริงอยู่ที่คนที่พาเธอที่กำลังสลบมาที่นี่ก็คือชั้นเอง เเล้วก็ ชั้นชื่อว่า เฟอร์โน๊ต ไรเรีย เพราะฉะนั้น ถ้าเป็นไปได้ช่วยเรียกชั้นเเบบนั้นทีเถอะนะ......? "

"เข้าใจเเล้วค่ะ เค้าชื่อว่าอาร์เจนโต้ เเวมพีร์ จะเรียกว่าอาร์เจก็ได้นะคะ คุณเฟอร์โน๊ต"

 

คุณเฟอร์โน๊ตถอนหายใจเฮือกใหญ่ราวกับกำลังรู้สึกโล่งใจ เเล้วก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้

พอมองตามการเคลื่อนไหวของหน้าอกอันเเสนโดดเด่นนั่น ก็ราวกับมันกำลังเด้งดึ๋งอยู่เลยล่ะ

ดูเหมือนว่ากำลังจะชงชาให้ผมอยู่นะ เเต่ว่า......

 

".....?"

 

มีอะไรเเปลกๆ

การเคลื่อนไหวของคุณเฟอร์โน๊ตนั้นไม่ได้เงอะงะอะไร เป็นการเคลื่อนไหวที่เเม่นยำมากเสียด้วยซ้ำ จากการใช้อุปกรณ์ชงชาที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะข้างๆเก้าอี้นั่น เเค่มองก็รู้ว่าเธอชำนาญมากเเค่ไหน

ทั้งที่เป็นเเบบนั้นเเท้ๆ เเต่กลับรู้สึกว่ามีบางอย่างที่เเปลกๆ การเคลื่อนไหวของเธอมีจุดที่ให้ความรู้สึกว่าไม่เป็นธรรมชาติ

หลังจากสังเกตต่อไปอีกพักหนึ่ง ในจังหวะที่คุณเฟอร์โน๊ตกำลังรินชา ในที่สุดผมก็พบตัวจริงของความรู้สึกผิดเเปลกนั่นจนได้

คนคนนี้ ระหว่างที่กำลังชงชาไม่ได้มองมือของตัวเองเลยเเม้เเต่ครั้งเดียว.....

ปกติ เวลาทำอะไรซักอย่างเราจะต้องมองมือของตัวเองเสมอๆ เวลาที่คนเราใช้มือน่ะ เเม้ว่านั่นจะเป็นสิ่งที่ทำจนเคยชินเเล้วก็ตาม สายตาของเราก็จะเผลอโฟกัสไปที่ปลายนิ้วโดยธรรมชาติ

อย่างเช่นเวลาที่กำลังชงชาหรือว่าเวลาทำอาหาร ถ้าเกิดพลาดขึ้นมาก็อาจทำให้บาดเจ็บได้ คนเราจึงคอยระวังเรื่องนั้นด้วยการมองไปที่นิ้วของตัวเองเสมอ

เเต่สำหรับกรณีของคุณเฟอร์โน๊ต มันไม่ได้เป็นเช่นนั้น หน้าของเธอตั้งตรงเเละสายตาก็มองไปข้างหน้าไม่มีการวอกเเวกเลยเเม้เเต่น้อย ไม่มีการมองลงไปยังอุปกรณ์บนโต๊ะเลยซักครั้งขณะที่กำลังชงชา

 

"ดื่มสิจ๊ะ ชานี่น่ะใส่สมุนไพรลงไปด้วย มันช่วยฟื้นฟูร่างกายได้ดีนะ"

 

ผมเเอบมองไปที่หน้าของเธอที่กำลังพูดเช่นนั้นพร้อมกับส่งถ้วยชามาให้ พลางนึกหาเหตุผลของการที่ตำเเหน่งสายตาของเธอไม่มีการเปลี่ยนเเปลง

ตาสองสีของคุณเฟอร์โน๊ต จากที่ผมมองดู ข้างขวาสีม่วง ข้างซ้ายสีทอง สรุปก็คือตาข้างซ้ายของเธอเป็นสีม่วง ส่วนข้างขวาเป็นสีทองล่ะ

ตาทั้งสองข้างนั้น ไม่ว่าข้างไหนก็ไม่มีเเสงสะท้อนออกมาเลย

หากเป็นในการ์ตูน ก็เหมือนกับตัวละครที่ดวงตาไม่มีการลงไฮไลท์...ไม่ว่าข้างไหนก็ไม่มีจุดโฟกัสที่ชัดเจนอยู่เลย

 

"ตานั่น.....หรือว่าจะมองไม่เห็นงั้นเหรอคะ?"

"จ้ะ หลายปีก่อน ระหว่างที่กำลังต่อสู้กับปิศาจ......ตอนนั้นล่ะจ้ะ "

 

เข้าใจล่ะ ก่อนหน้านี้ที่ไม่มองมือของตัวเองเลย ก็เพราะถึงมองไปก็ไม่เห็นอะไรอยู่ดีนี่เอง

หลังจากจิบชาที่ได้รับมาไปอึกหนึ่ง ผมก็เริ่มถามสิ่งที่สงสัยอยู่อีกครั้ง

 

"เเล้วไม่ลองรักษาดูเหรอคะ? อย่างเช่นใช้เวทมนต์หรือไม่ก็ยาลองรักษาดู"

"ชั้นเคยลองรักษาด้วยตัวเองดูเเล้วละจ้ะ เคยลองไหว้วานให้หมอกับผู้ใช้เวทมนต์ชื่อดังช่วยรักษาดูเเล้วด้วย เเต่ก็.......ไม่ได้ผลเลยซักนิด"

"ยะ...อย่างงั้นเหรอคะ"

 

ถ้าเวทมนต์ยังรักษาไม่ได้ ก็หมดหนทางเเล้วละ

นั่นน่ะหมายความว่า เเม้จะเป็นเวทมนต์ฟื้นฟูของผมก็ไม่สามารถรักษาได้งั้นเหรอ?

เวทมนต์ฟื้นฟูของผม ผมใช้สกิลพอยน์อัพจนเลเวลสกิลอยู่ในระดับสูงสุดไปเเล้ว ถึงจะไม่รู้ว่าเวทมนต์ฟื้นฟูของเธอกับผู้ใช้เวทมนต์ชื่อดังนั่นอยู่ในระดับไหนก็เถอะ เเต่เวทมนต์ของผมนั้นเเข็งเเกร่งกว่า เเละไม่มีทางเเพ้ของพวกเธออย่างเเน่นอน

 

"ขอโทษนะคะ เเต่ช่วยเข้ามาใกล้เค้าซักนิดได้ไหมคะ? "

"ดะ ได้จ้ะ......?"

"ขอเสียมารยาทหน่อยนะคะ"

 

คุณเฟอร์โน๊ตยื่นหน้าเข้ามาใกล้ผม เนื่องจากตาของอีกฝ่ายมองไม่เห็น เพื่อไม่ให้เธอตกใจ ผมจึงทักออกไป ก่อนที่จะสัมผัสใบหน้าของเธอ

ผิวเนียนนุ่มดีจัง......

นี่คือผิวของผู้หญิง ถึงตอนนี้ผมจะเป็นผู้หญิงเหมือนกันก็เถอะ เเต่เผลอเสียมารยาทไปซะเเล้วสิ ต้องเบามือลงหน่อยเเล้ว

 

"เอ่อーคือ.....ช่วยหลับตาซักเเปบนึงได้ไหมคะ?"

"......? บะ เเบบนี้เหรอจ๊ะ?"

 

ถ้าหากว่าการรักษาสำเร็จลงด้วยดี เเล้วจู่ๆก็มีเเสงเข้าตาเลย คงจะทำให้เธอตกใจเป็นเเน่ ผมจึงขอให้เธอหลับตาลง

เป็นคนดีจังนะครับ......

เเม้ว่าตัวเองจะตาบอดเเต่ก็ยังช่วยคนที่ไม่เคยเห็นหน้าหรือรู้จักกันมาก่อนที่กำลังสลบอยู่ข้างถนน เเล้วตอนนี้ก็ยังฟังคำพูดของผมที่พึ่งรู้จักกันอย่างว่าง่ายอีก

ถูกคนดีอย่างเธอช่วยเหลือไว้ เเล้วก็ผมน่ะ เกลียดการทำเป็นเมินบุญคุณของคนอื่นเป็นที่สุด เพราะฉะนั้นอยากจะช่วยรักษาตาของเธอให้เป็นการตอบเเทน

ถ้าการรักษาเป็นไปได้ด้วยดี ก็ดีสิน้า.........

ถ้าให้พูดถึงเวทมนต์ฟื้นฟูสั้นๆละก็ มันสามารถเเบ่งเเยกย่อยออกไปได้หลายประเภท ทั้งใช้สำหรับสมานเเผล ลบล้างคำสาปหรือไม่ก็เเก้พิษ กำจัดคราบสกปรกของร่างกาย

ถ้าเป็นเเค่บาดเเผลพื้นๆละก็ ก็ใช้เวทมนต์สมานเเผลในการรักษาได้ เเต่ในกรณีตาของเธอนั้น เธอสูญเสียการมองเห็นจากสาเหตุอื่นไม่ใช่จากบาดเเผล

 

”จงกลับมามองเห็นー......”

 

ถึงจะหยาบไปหน่อยเเต่ก็ใช้ได้ล่ะ หลังจากนั้นก็ใส่พลังเวทย์จำนวนหนึ่ง เเล้วก็เลือกประเภทเวทมนต์ฟื้นฟูที่จะใช้

เวทมนต์ฟื้นฟูสำหรับปัดเป่าคำสาป......เรียกว่าเวทย์ลบล้างคำสาปดีกว่าเนอะ เวทนั่นค่อยๆซึมซับเข้าไปในดวงตาของคุณเฟอร์โน๊ตอย่างช้าๆ

 

"เอ๋......."

"เป็นยังไงบ้างคะ?"

"เอ๋ อ่ะ.....สะ เเสงมัน......"

 

ดูเหมือนจะสำเร็จสินะ......

ถึงเเม้จะหลับตาอยู่ เเต่ก็ต้องมีเเสงเล็ดลอดเข้าไปได้อยู่เเล้วละ การที่เธอรับรู้ถึงมันได้ ก็หมายความว่า เธอกลับมามองเห็นได้อีกครั้งนึงเเล้ว

 

"ใจเย็นๆ เเล้วก็ค่อยๆลืมตาช้าๆนะคะ"

"จะ จ้ะ........."

 

คุณเฟอร์โน๊ตค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ อย่างระมัดระวัง

ออดอายที่ปรากฎให้ผมเห็นอีกครั้งนั้น ไม่ได้ไร้ประกายเหมือนที่ผมเห็นก่อนหน้านี้อีกต่อไปเเล้ว

เธอกรอกนัยน์ตาของตัวเองเพื่อมองดูโดยรอบ ในที่สุดรับรู้ได้ถึงเเสงไฟ เเละตัวตนของผม ดีจังเลย เหมือนผมจะรักษาได้สำเร็จด้วยดีละ คำสาปเป็นสาเหตที่ทำให้เธอตาบอดอย่างที่คิดไว้จริงๆด้วย

 

"มะ..มอง...เห็น ชั้นกลับมามองเห็นเเล้ว.....!"

"เหมือนจะเป็นอย่างงั้นนะคะ"

"มองไม่เห็นอะไรมาหลายปี จนยอมถอดใจไปเเล้วเเท้ๆ.......ขอบคุณนะ.....ขอบคุณนะ อาร์เจ!"

"ไม่เป็นไรค่ะ เเค่ตอบเเทนที่คุณช่วยเค้าไว้เท่านั้นเอง"

 

ก็เเค่ถ้าผมเป็นฝ่ายรับอยู่ฝ่ายเดียวโดยไม่ตอบเเทนกลับไปบ้าง ผมจะนอนหลับอย่างสบายใจไม่ได้ก็เท่านั้นเอง ถึงผมจะขี้เกียจ เเต่ก็เป็นประเภทที่ชอบทำอะไรให้มันเรียบร้อยไม่ปล่อยให้คาราคาซังล่ะนะ

คุณเฟอร์โน๊ตกุมมือของผมด้วยความซาบซึ้ง ชักจะเจ็บหน่อยๆเเฮะ ดูเหมือนจะดีใจมากสินะครับ

ถึงจะไม่รู้ว่าเธอสูญเสียการมองเห็นมากี่ปีเเล้วก็เถอะ เเต่ถ้าดูจากการชงชาอันไร้ที่ตินั่น เธอคงจะสูญเสียการมองเห็นมานานพอสมควรเลยทีเดียว คงจะลำบากมามากในระดับที่ผมเองก็จินตนาการไม่ออก

 

”ตอบเเทนอะไรกัน.....ถ้าอย่างงั้นละก็ ชั้นตะหากที่ต้องเป็นฝ่ายตอบเเทน มีอะไร...มีอะไรที่อยากได้รึเปล่า!? ไม่ว่าอะไรชั้นก็จะทำให้ทุกอย่างเลยจ้ะ”

"ว๊ายย !?"

 

เพราะถูกกดดันด้วยใบหน้าที่ดูจริงจังเสียจนน่ากลัว ก็เลยตกใจนิดหน่อย เเล้วก็ถูกกดให้ล้มลงไปทั้งๆอย่างงั้น

ถึงจะมีเตียงเเสนรักคอยรองรับผมอย่างอ่อนโยนก็เถอะ เเต่สถานการณ์เเบบนี้มันอาจจะเเย่เเล้วก็ได้เเฮะ นัยน์ตาคนละสีของอีกฝ่าย กำลังจ้องมองลงมาที่ผมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความจริงจัง

ถ้ามองจากมุมมองของบุคคลที่ 3 ละก็ คงเกิดการเข้าใจผิดเเหงๆ บางทีอาจจะมองสถานการณ์ในตอนนี้เเล้วเข้าใจว่า ผมกำลัง [ถูกกดดัน] ในอีกความหมายนึงเป็นแน่

เเล้วที่สำคัญกว่านั้น ความกระหายเลือดของผมนั้น ตอนนี้ก็ยังไม่ได้สงบลงเเต่อย่างใด เเม้จะได้ดื่มชาเข้าไป เเต่ไม่ว่ายังไงคอก็ยังคงเเห้งผากอยู่ดี ถ้าขืนเข้ามาใกล้ละก็ อาจจะเผลอกัดเอาก็ได้

การที่พอมองไปที่คอเรียวสวยของเธอเเล้วรู้สึกว่า [น่าอร่อยจังเลย] นี่มัน ตอนนี้ผมกลายเป็นตัวอันตรายไปซะเเล้ว

 

"คือว่า ช่วยใจเย็นลงหน่อยได้ไหมคะ?"

"อ่ะ.....ขอ ขอโทษจ้ะ!"

 

พอเเตะไปที่ไหล่ของคุณเฟอร์โน๊ตเบาๆ เธอก็ยอมผละออกไปเเต่โดยดี

จะว่าไป ตอนที่ตกใจก็เผลอส่งเสียงร้องสมหญิงออกไปอีกเเล้วสินะ.......

เผลอร้อง [ว๊ายย] ออกไปอีกเเล้ว เพราะร่างกายเป็นเด็กผู้หญิง ก็เลยเป็นปฎิกิริยาที่ไม่เเปลกอะไรก็เถอะ เเต่ทางด้านจิตใจ ผมรู้สึกเเปลกๆ

ไม่เชิงว่ารู้สึกขยะเเขยง.....จะว่าไงดีล่ะ จะว่ารู้สึกอาย หรือว่ารู้สึกจี๊ดๆในใจเเปลกๆดีล่ะ มันรู้สึกประมาณนั้นละ

 

"ขอโทษนะจ้ะ เเต่ว่า ถึงเธอจะบอกว่าทำเพื่อตอบเเทนก็เถอะ เเต่มันก็มากเกินไปนะ ถ้าไม่ได้ทำอะไรตอบเเทนเเล้วมันรู้สึกไม่สบายใจน่ะจ้ะ"

 

สำหรับผม ผมมองว่ามันเป็นการตอบเเทนที่สมน้ำสมเนื้อกันดีเเล้วนะ 

เพราะถ้าขืนนอนสลบอยู่ในตรอกนั่นต่อไปละก็ บางทีผมอาจจะตายเลยก็ได้ เเถมเธอยังยอมยกเตียงเเสนอบอุ่นให้ผมนอนอีกตะหาก

เพราะว่าเธอช่วยชีวิตผมไว้ ผมก็เลยช่วยรักษาตาของเธอเป็นการตอบเเทน

เเต่ปรากฏว่า ไม่ว่ายังไงก็ดูเหมือนคุณเฟอร์โน๊ตจะยอมรับเรื่องนั้นไม่ได้ เธอมองมาด้วยสายตาที่จริงจังเเละบอกว่าจะทำตามสิ่งที่ผมต้องการหนึ่งอย่างเป็นการตอบเเทน

ขืนเป็นอย่างงี้ก็ไม่มีอะไรคืบหน้ากันพอดี ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งๆที่ผมอยากจะล้มตัวลงนอนกลางวันไวๆเเท้ๆ เเต่ถ้าขืนโดนจ้องหน้าอย่างจริงจังซะขนาดนี้ ผมก็นอนไม่หลับกันพอดี

เอาเถอะ ถ้าพูดถึงขนาดนั้นละก็ ลองขอร้องเธอดูละกัน.......

เรื่องที่จะขอก็เเน่อยู่เเล้ว ถ้าไม่รีบเเก้ไขเรื่องนั้นโดยเร็วละก็ เวลาที่ความกระหายเลือดรุนเเรงปรากฏออกมา ครั้งหน้าผมอาจจะตายจริงๆเลยก็ได้

จริงๆเลย เรื่องที่เเวมไพร์เป็นเผ่าที่มีข้อเสียร้ายเเรงขนาดนี้ ไม่เห็นยอมบอกผมเลยนะคุณปู่โลลิ เจอกันครั้งหน้าก็ยอมรับผิดชอบมาซะดีๆละกัน

 

".....ถึงจะเป็นคำขอเเปลกๆก็ได้เหรอคะ"

"จ้ะ อะไรก็ได้จ้ะ"

"ถ้าอย่างนั้นขอเค้าดื่มเลือดของคุณหน่อยได้รึเปล่าคะ?เอาเเค่ประมาณเต็มจานเล็กๆใบเดียวก็พอค่ะ "




NEKOPOST.NET