[นิยายแปล] เกิดใหม่ทั้งทีก็อย่าเอาแต่นอนกลางวันสิ คุณแวมไพร์ ตอนที่ 4 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] เกิดใหม่ทั้งทีก็อย่าเอาแต่นอนกลางวันสิ คุณแวมไพร์

Ch.4 - คุณโจรผู้น่ารัก


"ฮีฮ่าาาาาาา! ทิ้งของทั้งหมดไว้ซร้าาาาาาา!!"

 

ที่ผมสามารถเข้าใจภาษาต่างโลกได้นั้น เป็นผลมาจากสกิล [เเปลภาษา] ส่วนคำพูดของผมก็ดูเหมือนจะถูกเเปลก่อนที่จะส่งไปถึงอีกฝ่ายเช่นกัน เป็นสกิลเเสนสะดวกสบายที่ทำให้ไม่ต้องกังวลถึงอุปสรรคในการสนทนากับฝ่ายตรงข้าม สมเเล้วที่เป็นสกิลที่อยู่ในเมนูเเนะนำประจำวันของคุณปู่โลลิ

ความสามารถนี้ถ้าผมตั้งสมาธิดีๆละก็ สามารถเข้าใจได้เเม้เเต่ภาษาสัตว์เลยละ เเต่ว่าตอนนี้ไม่จำเป็นถึงขั้นนั้น ก็เลยจำกัดความสามารถของสกิลไว้ เเค่ช่วยเเปลภาษาของมนุษย์เท่านั้นก็พอ

.....จะว่าไป ไหงทำตัวตรงตามเเพทเทิร์นจังครับ

จากบทสนทนาของพวกคุณโจร ดูเหมือนจะเถียงกันว่าจะเเบ่งของที่ปล้นได้ยังไงกันอยู่

ระหว่างนั้น ก่อนอื่นเพื่อให้พวกนั้นรับรู้ถึงตัวตนของผม ก็เลยต้องปรากฏตัวให้มันเด่นสะดุดตากันซักหน่อย

โดยการพุ่งเข้าไปเเทรกกลางระหว่างโจร 3 หน่อ กับ รถม้า ระหว่างที่เบรกเพื่อลดความเร็วอย่างสุดกำลัง ก็ทำให้เกิดฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ

วิ่งเท้าเปล่ามาจนถึงที่นี่ เเล้วตอนนี้ก็ยังใช้เท้าเปล่าจิกพื้นเพื่อลดความเร็วอีก เเต่ทว่ากลับไม่รู้สึกเจ็บเลยซักนิด เเวมไพร์เนี่ยเเข็งเเกร่งจังน้า

ถ้าตอนเป็นมนุษย์ละก็ จะให้ทำตัวเป็นอุกกาบาตตกใส่ชาวบ้านเขาเเบบนี้ ยังไงก็ไม่ไหวหรอก เพราะงั้นเเวมไพร์สุดยอด

 

"อ่ะ...อะไรวะเนี่ย !?"

 

เเม้จะอยู่ท่ามกลางฝุ่นที่ตลบอบอวล ผมก็ยังสัมผัสได้ว่าการเคลื่อนไหวของทั้งฝั่งโจร 3 หน่อกับทางฝั่งรถม้าได้หยุดลงเเล้ว นี่ก็เป็นผลจากการใช้ [เสริมประสาทการมองเห็น] เพื่อยืนยันตำเเหน่งของทั้ง 2 ฝั่ง

อ๋า กลิ่นที่โชยมาจากทางรถม้าสุดยอดไปเลย......

กลิ่นหอมของไส้กรอก เนื้อหมักเกลือ.....ขนมปังเเล้วก็ผัก ยิ่งคิดก็ยิ่งหิวเข้าไปใหญ่เลย ประสาทรับกลิ่นจะดีเกินไปเเล้ว

รีบๆจบเรื่อง เเล้วเรียกค่าตอบเเทนดีกว่า......

ระหว่างที่คิดอยู่นั้น ฝุ่นที่ตลบอบอวลอยู่โดยรอบก็ค่อยๆบางตาลง กลายเป็นการเผชิญหน้ากันระหว่างผมกับเจ้าโจร 3 หน่อ ระหว่างนั้นโจรที่อยู่ทางขวาก็ชี้นิ้วอันสั่นเทามาที่ผมพร้อมกับตะโกนขึ้นว่า

 

"ละ ลูกพี่ มีอีโรคจิตโผล่ออกมาด้วย !!"

 

อ่า...ติดใจตรงนั้นหรอกเหรอครับ

มันก็จริงที่ตอนนี้ ตัวผมไม่มีเสื้อผ้าปิดบังร่างกายเลยซักชิ้น ถ้าลองพิจารณาร่างกายของตัวเองอีกครั้งละก็ ถึงจะมีผมยาวสีเงินคอยปิดบังหลายๆจุดรวมทั้งตรงจุดนั้นของตัวเองอยู่ก็เถอะ เเต่ไม่ว่าจะมองยังไงก็คงเห็นเป็นสาวน้อยที่กำลังนุ่งลมห่มฟ้าอยู่ชัดๆ เพราะงั้นก็ช่วยไม่ได้ที่จะถูกเรียกว่าเป็นอีโรคจิตละนะ

เอาเถอะ สำหรับตอนนี้เรื่องนั้นจะเป็นยังไงก็ช่างมัน สำหรับผม ตอนนี้ปัญหาใหญ่ที่สุดก็คือปัญหาเรื่องปากท้องต่างหาก

 

"เอ่อ.....คุณพ่อค้าหน้าผากโชกเลือด"

"คะ ครับ!?"

 

พอหันกลับไปมองคุณพ่อค้าหน้าผากโชกเลือดที่อยู่ข้างหลัง เขาก็ตอบรับกลับมาทั้งๆที่เอามือทั้งสองข้างปิดหน้าของตัวเองอยู่

คงไม่อยากจะมองร่างเปลือยของเด็กสาวละมั้ง ช่างเป็นสุภาพบุรุษเสียจริงๆ.....ระหว่างที่คิดอย่างงั้น ก็สังเกตเห็นว่า ทางนั้นกำลังจ้องมาที่ก้นของผมเขม็งผ่านซอกนิ้วล่ะ ดีเเตกหรอกเรอะ

 

"ถ้ายอมเลี้ยงข้าวละก็จะยอมช่วยก็ได้นะ...ว่ายังไงคะ?"

"เอ๋.....เอ่อ ?"

"เค้าบอกว่าถ้ายอมเลี้ยงข้าวละก็จะยอมช่วยก็ได้ไง ถ้าไม่เอาละก็ เค้าจะไปที่อื่นเเล้วนะ.....ว่าไงคะ? "

"เอ๋...เอ่อ... งั้น รบกวนด้วยครับ"

"ค่ะ ได้รับคำขอร้องเรียบร้อย"

 

เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายกำลังสับสนอยู่ เเต่ก็ทำสัญญากันเรียบร้อย คำพูดคือนายของตน เพราะฉะนั้น งานนี้หวานหมู

เอาละ ถ้าอย่างงั้นก็ลงมือช่วยตามที่สัญญาไว้เลยละกัน

ถึงผมจะเป็นคนเอื่อยเฉื่อยก็เถอะ เเต่ก็ไม่ชอบผิดคำสัญญานะ สัญญาณมีไว้เพื่อรักษา ตราบที่ยังมีพันธะกันอยู่ จะไม่รักษาสัญญาก็คงไม่ได้ละเนอะ ไม่อยากกลืนเข็มพันเล่มด้วยสิ มันน่ากลัวอะ

 

"เอ้าฮึบ ถ้าอย่างงั้นจากทางขวา คุณขนหน้าเเข้งดก คุณหัวโล้นใส่ผ้าคลุม คุณขนจมูกเเพลม"

" " "วีธีเรียกอะไรกันวะนั่น!?" " "

 

เเล้วก็ประสานเสียงกันอีกครั้งอย่างงดงาม เป็นการประสานเสียงที่ดูจะเกิดจากความไม่พอใจของทั้ง 3 คน เกี่ยวกับวิธีการเรียกของผม ผมอุตส่าคิดวิธีเรียกโดยอาศัยจุดเด่นของเเต่ละคนเเท้ๆ เเต่ดูเหมือนจะไม่ชอบกันซะนี่

จริงๆเลย จะคุณปู่โลลิก็ดีพวก3หน่อนี่ก็ดี ไม่ได้ดั่งใจผมซักคน อยากให้ดูคุณพ่อค้าหน้าผากโชกเลือดเป็นตัวอย่าง เเล้วหัดว่านอนสอนง่ายขึ้นบ้างจัง

 

"คุณหน้าเเข้งมีเเต่ขน คุณผ้าคลุมหัวโล้น คุณเห็นขนจมูกเเพลม เรียกเเบบนี้ดีกว่าเหรอคะ"

" " " ไม่ใช่ตรงนั้นโว้ยยยยย !!! " " "

 

พูดประสานเสียงกันอีกเเล้ว สนิทกันจังนะครับ

ระหว่างที่คิดว่าจะเรียกพวกนี้ว่ายังไงดี พวกโจรทั้ง 3 ก็กระโดดจากม้าอย่างพร้อมเพรียงกัน ก่อนที่จะตีลังกากลางอากาศเเละลงพื้นอย่างสวยงาม หลังโพสท่าที่ผมก็ไม่ค่อยจะเข้าใจความหมายนักเสร็จ ทั้ง 3 ก็เกริ่นขึ้นว่า

 

"ข้าคือชิวาว่าผู้ใช้เคียวติดโซ่!"

"ข้าคือดัชชุนผู้ใช้ระเบิด!"

"เเล้วสุดท้ายตรูข้า เทอร์เรียผู้ใช้มีดซัด!! พวกเรา 3 คนรวมกันเป็นกองโจรเทอร์เรีย!!"

"....คิก"

" " " มีอะไรน่าขำห๊ะ!!! " " "

"ขะ ขอโทษค่ะ..ขะ ขอเวลานอกเเปบนึงนะ.......คิกคิก"

 

ทุกคนมีชื่อเป็นหมาน้อยหมดเลยไม่ใช่รึไงครับนั่นนนน !

เพราะอยู่ต่างโลกความหมายเลยอาจจะต่างกันก็ได้ เเต่จากมุมมองของผม 3หน่อนั่นก็คือหมา เเถมยังมีชื่อเป็นหมาน้อยอีกตะหาก

ทั้งๆที่หน้าเหี้ยมกันซะขนาดนั้นเเท้ๆ เเต่ดันมีชื่อเป็นหมาน้อย......อ๋า ไม่ไหวเเล้ว

จี้อ่ะ !

มิหนำซ้ำทั้ง 3 คนนี่ก็ซื่อดีจริงๆ ถึงผมจะกลั้นหัวเราะจนไหล่สั่นริกๆ เเต่ก็ยืนดูอยู่เฉยๆ ถึงจะตัวสั่นริกริกจนดูเหมือนลูกหมาก็เถอะ.....

 

"ฮะ ฮ่าๆๆๆ! ไม่ไหวเเล้ว นี่มันอะไรเนี่ย จะน่ารักเกินไปเเล้ว......ฮ่าๆๆๆ! "

"ยัยนี่......อย่ามาดูถูกกันนะโว้ยยยยย!!"

"กรี๊ด!?"

 

ชิวาว่าจังผู้ใช้เคียวติดโซ่ ก็ทำตัวสมชื่อโดยการใช้เคียวติดโซ่โจมตีเข้ามา

ตรงส่วนด้ามจับของเคียวที่ชิวาว่าจังใช้มีโซ่ติดอยู่ ตรงส่วนปลายอีกด้านของโซ่ก็เป็นลูกตุ้ม ตรงตามรูปลักษณ์ทั่วไปของเคียวติดโซ่อย่างที่เห็นนั่นล่ะ

โซ่ที่ถูกเหวี่ยงเข้ามาจากด้านข้าง พันเข้ากับตัวผม พอชิวาว่าจังดึงโซ่ปุ๊บ ลูกตุ้มที่อยู่ตรงปลายโซ่ก็เกี่ยวเข้ากับโซ่ที่พันตัวของผมอยู่ ผลก็คือติดหนึบเลย

....เหーเคียวติดโซ่ใช้จับตัวคู่ต่อสู้เเบบนี้ได้ด้วยเเฮะ

ตกใจหมดเลย เเล้วก็เวลาที่ตัวเองตกใจเเล้วดันส่งเสียงร้องสมหญิงสุดๆออกไปนี่ก็น่าตกใจเหมือนกัน

ว่าเเล้วเชียว ถึงจิตใจจะเป็นผู้ชาย เเต่ร่างกายของผมน่ะมันเด็กผู้หญิง ไม่นะ ผมกำลังถูกบังคับให้กลายเป็นเด็กผู้หญิงไปซะเเล้ว !

 

"เฮะๆๆ.....ถึงจะไม่รู้เหตุผลว่าทำไมอยู่ๆก็มียัยโรคจิตโผล่ออกมาก็เถอะ เเต่โชคดีสุดๆเลยว่ะ จะค่อยๆทำช้าๆละกัน....เเล้วหลังจากสนุกกันเต็มที่เเล้ว ค่อยเอาไปขายทิ้งที่ร้านขายทาส!"

 

ขอโทษครับ หลังเกิดใหม่ได้ 3 วัน เเล้วต้องเสียซิงเนี่ย ผมไม่เอาด้วยนะ

ถึงจะมีบางส่วนในจิตใจผมเเอบรู้สึกสนใจอยู่นิดๆก็เถอะ เเต่ถ้าต้องเสียซิงล่ะก็ อย่างน้อยก็ขอเป็นกับคนที่นิสัยดี กระตือรือร้น เเม้ว่าผมจะเอาเเต่นอนกลิ้งไปกลิ้งมาไม่ยอมทำอะไร ก็ยังเเย้มยิ้มให้  เป็นเป้าหมายให้เกาะกิน.....เอ้ย เป็นคนรักที่แสนดีให้กับผม

 

"เฮ้ยๆ ใจเย็นเกินไปรึเปล่า หา? เเกรู้สถานการณ์ของตัวเองรึเปล่า? "

"ค่าค่า เค้ารู้ดีอยู่เเล้วล่ะ ชิวาว่าจัง"

"จังเรอะ.....ยัยนี่ คงไม่รู้จริงๆสินะว่าตัวเองกำลังจะโดนรุมโทรมอยู่น่ะ หา!!"

 

ชิวาว่าจังที่โกรธจนหน้าดำหน้าเเดง ลงมือกระชากโซ่กลับ คงคิดจะดึงตัวผมเข้าไปหาสินะ

 

"ว๊าย...!?"

 

....ถ้าอย่างงั้นถ้าผมดันมีเเรงเยอะกว่าที่เห็น ก็คงไม่เป็นไปตามที่คิดสิเนอะ?

ผมเเค่ออกเเรงที่เท้านิดหน่อย เเรงระดับชิวาว่าจังก็ดึงผมไม่ไปซะเเล้ว เล่นเอาชิวาว่าจังตาเบิกกว้าง ทำหน้าราวกับกำลังบอกว่านี่มันเป็นไปไม่ได้

 

"ทะ ทำไม...!?"

"ทางนั้นตะหาก รู้สถานการณ์ของตัวเองรึเปล่าคะ?"

 

ที่จริง ไม่ว่าจะคิดยังไงการเข้าไปหาเรื่องคน 3 คนพร้อมกัน ก็คงมีเเค่คนบ้าเท่านั้นล่ะที่ทำกัน

เเต่เหตุผลที่ทำให้ผมมายืนอยู่ต่อหน้าพวก 3 หน่อนี่นั้นง่ายมาก เพราะว่าผมสัมผัสถึงภัยคุกคามจากพวก 3 หน่อที่ยืนอยู่เบื้องหน้าไม่ได้เลยยังไงล่ะ

ถ้าให้ยกตัวอย่าง ก็เหมือนความรู้สึกเวลามองดูเเฮมสเตอร์ที่อยู่ในกรง...ไงล่ะ ไม่รู้สึกถึงอันตรายเลยใช่ไหม? กลับกันยังมองว่ามันน่ารักจังเลย อะไรประมาณนั้น

ตัวผมในตอนนี้ ดูเหมือนว่าเพียงเเค่มองดูคู่ต่อสู้ก็สามารถประเมินความเเข็งเเกร่งของอีกฝ่ายได้ละ ไม่สิถ้าจะพูดให้ถูกก็คือดมกลิ่นเอาน่ะ

นี่ก็คือความสามารถของสกิล [บลัดรีดดิ้ง] ละ ความสามารถนี้ดูเหมือนว่าขอเพียงเเค่มีเลือดของอีกฝ่ายซักหน่อย ก็จะสามารถรู้ข้อมูลของอีกฝ่ายได้ทันที นอกจากนี้ ยังทำผมสามารถเเบ่งเเยกความเเข็งเเกร่งของศัตรูได้จากกลิ่นเลือดของเจ้าตัวเอง

เเม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้เลือดตกยางออกจนมีเลือดมากพอให้อ่านได้ เเต่ถ้าระยะเเค่นี้ล่ะก็ ปริมาณเลือดจะมีเเค่ไหนก็ไม่สำคัญเพราะผมสามารถใช้จมูกช่วยในเรื่องนี้ได้ ด้วยความสามารถของ [เสริมประสาทรับกลิ่น]

สรุปก็คือข้อมูลนี้น่ะได้มาจากการประสานงานกันระหว่างสกิล [เสริมประสาทรับกลิ่น] กับ [บลัดรีดดิ้ง] 

........ก็เเหม สกิล [บลัดรีดดิ้ง] ผมก็อัดเเต้มสกิลจนเลเวลสกิลตันเหมือนกันนิเนอะ

ความสามารถอันทรงประสิทธิภาพที่อาศัยเพียงเเค่การดมกลิ่นเนี่ย

จะโดนกล่าวหาว่าความสามารถมันออกจะไร้เหตุผลเกินไปนิดหรือสะดวกจนเกินควร ก็ไม่เเปลกเเต่อย่างใด

ต่อให้ทั้ง 3 ร่วมมือกัน ผมก็มั่นใจว่าพวกนั้นไม่มีทางทำอันตรายต่อผมได้ เพราะฉะนั้นผมจึงยังทำเป็นเล่นอยู่ได้ยังไงล่ะ

 

"เอ้า ฮึบ"

 

สัมผัสของโซ่ที่รัดตัวอยู่มันทำให้ผมอึดอัด เลยเปลี่ยนเฉพาะร่างกายช่วงบนให้เป็นหมอก เท่านี้ผมก็หลุดจากการจับกุมของเคียวติดโซ่ได้เเล้ว

สกิล [ร่างหมอก] มีความสามารถทำให้ผมสามารถเปลี่ยนส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายตัวเองให้เป็นหมอกได้ ช่างสะดวกสบายดีจริงๆ

 

"อะ อะไรกัน...!?"

"ชิ...ดัชชุน !"

"ครับ ลูกพี่ !!"

 

ผิดกับชิวาว่าจังที่กำลังผงะ ทางด้านเทอร์เรียจังกลับคิดอย่างสุขุม เเล้วส่งดัชชุนออกมารับมือกับผมเเทน

ดัชชุนควักของที่มีลักษณะกลมๆออกมาจากอกเสื้อ ไอ้เจ้าของที่ว่านั่นเหมือนว่าจะมีเชือกติดอยู่ด้วยล่ะ เเล้วดัชชุนก็จุดไฟที่เชือกนั่นโดยใช้ไม้ขีดไฟ...

จะว่าไปเหมือนเจ้านั่นจะชื่อ "ดัชชุนผู้ใช้ระเบิด" สินะ เพราะงั้นไอ้นั่นคงเป็นระเบิดไม่ผิดเเน่ๆ

 

"เอาน้อยหน่าไปกิน !!"

 

ดัชชุนตั้งท่าขว้างอย่างสวยงาม ก่อนจะโยนระเบิดมาทางผมด้วยท่า over-throw

นี่มัน ชักจะเเย่หน่อยๆเเฮะ

 

"ถ้าเกิดอาหารโดนระเบิดขึ้นมาจะว่ายังไงคะ......คุณสายลม รบกวนด้วยค่ะ"

 

เวทย์ลมนั้น ผมไม่ได้ใช้เเต้มอัพเลเวลสกิลเลยเเม้เเต่เเต้มเดียว เลยทำอะไรไม่ได้มากนัก เเต่ว่าถ้าเเค่ให้เกิดลมกรรโชกละก็ทำได้สบายมาก

เกิดลมกรรโชกขึ้นตามที่ผมต้องการ พัดเอาระเบิดลอยกลับไปหากลุ่ม 3 หน่อที่เป็นตัวการขว้างระเบิดใส่ผม.....อ่ะ..ไฟตรงเชือกไม่ดับด้วยละ

 

""เเว๊กกกกกก!?""

"พวกเเก หมอบลงซะ!"

 

ดูเหมือนว่าเพราะเทอร์เรียจังกดทั้ง 2 คนให้หมอบลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ทั้ง 3 คนไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ

เเม้เสียงระเบิดจะดังกึกก้อง เเต่จากที่ดูประสิทธิภาพไม่ได้มากอะไรขนาดนั้น คิดจะจับผมเป็นๆ เลยใช้อันที่มีดินปืนไม่มากรึเปล่านะ

 

"หนอย.....นี่เเก ไม่ใช่ยัยโรคจิตธรรมดาสินะ!"

"อื้อ เเล้วเค้าก็...ไม่ใช่ยัยโรคจิตด้วยค่ะ"

 

เพราะจิตใจเป็นผู้ชาย ดังนั้นต้องเป็นไอ้โรคจิต.....ไม่สิ จะอันไหนผมก็ไม่เอาทั้งนั้นละ

ยังไงก็เถอะ ไม่ใช่ว่าผมเเก้ผ้าเพราะว่าชอบซะหน่อย มากล่าวหากันอย่างงี้ ยัยโรคจิตตัวจริงไม่เสียใจเเย่เหรอ?

 

"ถ้าเเบบนี้ละก็ ถึงอาจทำให้ยัยนี่มีเเผลนิดหน่อยก็คงช่วยไม่ได้ ด้วยมีดซัดของขะ........"

"คุณสายลม เชิญค่ะ"

""" เหวอออออ !?"""

 

ตอนนี้ร่างกายก็เริ่มรู้สึกหิวขึ้นมาอีกเเล้วด้วย ดังนั้นจะทำให้มันจบเดี๋ยวนี้ละ

รวบรวมพลังเวทย์ปริมาณมาก เเล้วก่อให้เกิดลมกรรโชกด้วยพลังของเวทย์เเห่งสายลม

ถึงจะทำได้เเต่เรื่องง่ายๆก็เถอะ เเต่ถ้าใส่พลังเวทย์มากขึ้นประสิทธิภาพเองก็จะมากขึ้นตามไปด้วย ดูเหมือนว่านั่นจะเป็นกฏเกณฑ์ของเวทมนต์ในโลกนี้ คำอธิบายที่ลอยอยู่ในหัวของผมไม่เคยโกหก ก็เลยเชื่อถือได้เต็มที่ ผมรวบรวมพลังเวทย์จำนวนมาก เเล้วก็ใช้เวทมนต์ออกมา 

สายลมที่เกิดจากพลังเวทย์มหาศาล ก่อกำเนิดเป็นวังวนพายุขนาดใหญ่ยักษ์พัดพาคุณหมาน้อยทุกคนสู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้น

ท่ามกลางเสียงร้องประสานอันงดงามเเละม้าที่ถูกทิ้งไว้ ร่างของกองโจรเทอร์เรียก็หายวับไปจากสายตาของผม

 

"....หะ หิวจังเลยอ่ะ"

 

ถึงจะรู้สึกสนุกนิดหน่อยเลยอยากจะดูต่ออีกซักนิดก็เถอะ เเต่ว่าสำหรับผมในตอนนี้ สิ่งที่ต้องการมากที่สุดก็คือข้าวละ

ยังไงก็ออมมือให้เเล้วด้วย คงไม่ถึงกับตายหรอก....มั้ง

 

 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

TL: จากที่อ่านกันมาคงจะสังเกตแล้วนะครับว่า พระเอกของเรา (หรือเรียกนางเอกดี?) ใช้สรรพนามแทนตัวเองว่า 僕(ผม) แล้วพูดอย่างสุภาพโดยใช้รูป です  (ซึ่งจะเหมือนกับคนไทยพูดลงท้ายด้วย ครับ/ค่ะ ตลอด) ทีนี้ของไทยมันยังมีแยกคำลงท้าย ครับ/ค่ะ ตามเพศ แต่ของยุ่นมันไม่มีครับ จะเป็นตัวไหนต้องดูเพศของผู้พูดอย่างเดียว หลังมาเกิดใหม่พระเอกเราก็ยังใช้สรรพนามแทนตัวว่า僕(ผม) แล้วพูดลงท้ายด้วย รูปですเหมือนเดิม ซึ่งสำหรับพวกคนของโลกนี้ที่ไม่รู้ว่ายัยสล๊อตโลลินี่ข้างในมันเป็นชาย ก็จะมองว่าเป็น 僕っ子(เด็กผู้หญิงที่แทนตัวเองว่าผม) ไป ซึ่งถ้าแปลตรงๆจะกลายเป็นว่า เรียกแทนตัวเองว่า (ผม) แต่ดันลงท้ายว่า (ค่ะ) ไปซะงั้น ซึ่งมันฟังแล้วไม่น่ารักเอาซะเลย เวลาแปลผมให้ยัยสล๊อตแทนตัวเองว่า  (เค้า) แล้วลงท้ายด้วย (ค่ะ)ตามปกติ ส่วนในใจจะเป็น ผม/ครับ เหมือนเดิมนะครับ หวังว่าจะไม่งงกัน (ส่วนใครชอบสาวน้อยที่เรียกแทนตัวว่า ผม ก็จิ้นเอาตามสะดวกครับ) 

 




NEKOPOST.NET