[นิยายแปล] เกิดใหม่ทั้งทีก็อย่าเอาแต่นอนกลางวันสิ คุณแวมไพร์ ตอนที่ 15 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] เกิดใหม่ทั้งทีก็อย่าเอาแต่นอนกลางวันสิ คุณแวมไพร์

Ch.15 - เพราะมือของผมมันเล็กเกินไป


"เค้าขอปฎิเสธค่ะ"

 

ถึงจะเป็นการขอเเต่งงานที่น่าตกใจจนทำให้ตะลึงเลยก็เถอะ เเต่คำตอบของผมมันเเน่นอนอยู่เเล้ว

บอกตามตรง ถึงจะมีเเอบคิดว่าให้คุณซามาก้าคอยเลี้ยงดูก็ไม่เลวเหมือนกันก็เถอะ ทั้งเป็นสุภาพบุรุษ เเล้วก็ใจดีกับผู้หญิง เเถมมีคุณเมดมากมายคอยรับใช้ซะด้วย คงจะใช้ชีวิตที่มีอาหาร 3 มื้อ เวลานอนกลางวัน เเล้วก็ขนมให้ เหมือนที่หวังไว้ได้เเน่ๆ

เเต่ถึงกระนั้น ผมก็ปฎิเสธคำขอเเต่งงานของเขาไป

เหมือนจะเข้าใจอะไรผิดกันนิดหน่อยนะ.....

ที่ผมต้องการน่ะคือ [ชีวิตที่มีคนคอยเลี้ยงดู เเละมีอาหาร 3 มื้อ เวลานอนกลางวัน เเล้วก็ขนมให้กับผม] ไม่ใช่การมีความสุขในฐานะลูกผู้หญิงอะไรนั่น เเล้วก็เเต่เดิม จิตสำนึกของผมมันก็เป็นผู้ชายด้วยสิ

สิ่งที่เขาต้องการจากผม กับสิ่งที่ผมต้องการจากเป้าหมายให้เกาะกินนั้น มันต่างกัน ผมอยากจะได้คนที่ผมยอมรับคอยอุ้มชูเลี้ยงดู หรือก็คือผมน่ะอยากได้คนที่มีคุณสมบัติตามที่ผมต้องการมาเป็นคนคอยเลี้ยงดูผมตะหาก

ถ้าจะให้อธิบายเพิ่มเติมก็คงประมาณ ถ้าหากว่าผมตอบรับคำขอเเต่งงานของเขาในตอนนี้ เป้าหมายของผม [ชีวิตที่มีคนคอยเลี้ยงดู เเละมีอาหาร 3 มื้อ เวลานอนกลางวัน เเล้วก็ขนมให้ ] ก็จะลุล่วงในทันทีก็จริง เเต่ทว่าความสัมพันธ์ที่เกิดจากความรักข้างเดียวนั้น ซักวันมันก็ต้องจบลงอย่างเเน่นอน ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นเเล้ว ผมก็ต้องลำบากหาเป้าหมายที่จะให้เกาะกินคนใหม่อีกครั้ง

จากเหตุผลที่ว่ามานี้ ผมเลยเลือกที่จะปฎิเสธคำขอเเต่งงานครั้งนี้

 

"งั้นเหรอ.....น่าเสียดายจริงๆ ถ้าเป็นเช่นนั้นกระผมคงต้องรายงานเรื่องของเจ้าเเก่องค์ราชาซะเเล้วสิ"

"เชิญตามสบายเลยค่ะ ก็นั่นมันงานของคุณอยู่เเล้วไม่ใช่เหรอคะ?"

"ไม่รู้สึกเกลียดกระผมบ้างเลยรึ?"

"ทั้งๆที่เค้าปฎิเสธคำขอเเต่งงานเเท้ๆ เเต่คุณก็ไม่ได้บังคับจับกุมตัวเค้า เเต่เลือกที่จะรายงานเรื่องของเค้าเเก่พระราชาเท่านั้นเอง......จากจุดนี้เค้าก็รู้เเล้วละค่ะ ว่าคุณน่ะอ่อนโยนกับผู้หญิงขนาดไหน เเถมถ้าคิดอย่างนั้นมันก็ลงล็อคดีด้วย"

"อย่างงี้นี่เอง......นี่สินะคือผู้หญิงที่ถูกเรียกว่าเป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์"

 

ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจก็เถอะ เเต่ดูเหมือนคุณซามาก้าจะยอมรับที่ผมพูดเเล้วละ

อาจจะเเปลกไปหน่อย....เเต่ผมคิดว่าเนื้อเเท้คุณซามาก้าก็เป็นคนดีไม่เลว

ผมเริ่มเข้าใจการที่เขามีภรรยาถึง 36 คนขึ้นมาเเล้วล่ะ ในหมู่ภรรยาของเขาจะมีกี่คนนะที่ถูกขอเเต่งงานเเบบที่ผมกำลังโดนอยู่นี่ การขอเเต่งงานอย่างจริงจังในเเบบของเขาที่เเฝงความรู้สึกว่าจะปกป้องตัวเราไปตลอดชีวิตเเบบนี้

ถึงคุณเฟอร์โน๊ตจะรังเกียจหนักหนาก็เถอะ......เเต่ตัวเขาก็มีความเชื่อในเเบบของตัวเอง เเละสามารถเข้ากับภรรยาทั้ง 36 คนของเขาได้ บางทีเขาอาจจะเป็นคนเเบบนั้นก็ได้

ถึงทรงผมจะเหมือนเห็ด เซ้นส์การเเต่งตัวก็เเย่ เเถมการกระทำยังน่าขยะเเขยงอีกก็เถอะ......เเต่ก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร

 

"เอาเถอะ อย่างน้อยเจ้าก็อุตส่ารับคำเชิญของกระผมล่ะนะ โอกาสได้ดื่มชากับสาวงามอย่างเจ้า มันไม่ได้มีบ่อยๆนักหรอก"

"เเม้ว่าจะมีคุณภรรยาตั้ง 36 คนอยู่เเล้วก็ตามเหรอคะ?"

"เหล่าภรรยาของกระผมน่ะ ไม่ได้มีคุณค่าเเค่เป็นสาวงามเหมือนกับที่เราเอ่ยชมดอกไม้ว่างดงามเฉยๆหรอกนะ พวกเธอนั้นเป็นทั้งคนรัก เป็นทั้งครอบครัวของกระผม ไม่ได้เเค่งดงาม แต่ยังเป็นสมบัติอันเลอค่าเเละเเสนบริสุทธิ์อีกด้วย”

"อย่างงี้นี่เอง"

 

จีบผมไปพร้อมๆกับพูดชมภรรยาของตัวเองให้ผมฟังไปด้วย เป็นพวกบ้าผู้หญิงโดยสมบูรณ์เลยนะเนี่ย

ถึงชาติก่อนผมจะเป็นผู้ชายก็เถอะ เเต่ก็ไม่ได้รังเกียจการถูกชมเเบบนี้หรอกนะ ระหว่างที่ยกชาขึ้นจิบ เเล้วคิดจะคุยต่ออีกซักหน่อย――

 

" ระ รายงานครับー!!"

 

ตอนที่ได้ยินคำพูดนั่น พร้อมกับประตูถูกเปิดออก ตรงกับจังหวะที่ผมวางถ้วยชาลงบนโต๊ะพอดี

ผู้ที่เข้ามาในห้องนั้น คือชายที่สวมชุดเกราะเเบบเดียวกับผู้ติดตามของคุณซามาก้า เขาวิ่งบนพรมราคาเเพงจนเกิดเสียงฝีเท้าดังตึกตักไปทางคุณซามาก้า จากที่เห็นดูจะรีบร้อนน่าดูเลย มีเรื่องอะไรรึเปล่านะ?

 

"นี่มันเวลาน้ำชานะ อย่าเอะอะโวยวายนักสิมาเน็นคุง มีเรื่องอะไรงั้นรึ"

"อาบิสคอลปรากฏตัวเเล้วครับ....."

" .......! "

 

พอคำว่า"อาบิสคอล"ถูกเปล่งออกมา สีหน้าของคุณซามาก้าก็เปลี่ยนไปในทันที

อาบิสคอล――อาบิสที่เเปลว่า [ห้วงลึก] กับคอลที่เเปลว่า [เสียงเรียก] รึเปล่านะ เเค่ได้ยินชื่อก็พอจะรู้ได้เลยว่าเป็นตัวอันตรายเเค่ไหน....ว่าเเต่มันเป็นตัวอะไรหว่า ....ปิศาจเรอะ?

 

"ต้องขออภัยด้วย อาร์เจนโต้ เเต่เวลาน้ำชาคงต้องจบลงเพียงเท่านี้"

"คุณซามาก้าคะ เจ้า......เเมชชีนดอลเนี่ยมันตัวอะไรเหรอคะ?"

"อาบิสคอลตะหาก....มันคือชื่อของปิศาจน่ะ เเถมยังเป็นปิศาจตัวใหญ่มหึมาเลยด้วย"

"อ่า ปิศาจจริงๆซะด้วย......เเล้วมันอันตรายมากรึเปล่าคะ?"

"ถึงจะอันตรายอยู่บ้าง เเต่ก็เรียกได้ว่าศัตรูที่คุ้นเคยกันดี เเม้อรุชาจะเป็นเมืองที่กองทัพจักรวรรดิ์ไม่กล้ารุกรานก็จริง.....เเต่ในทะเลก็เป็นถิ่นทีอยู่อาศัยของปิศาจละนะ"

 

คุณซามาก้ายกถ้วยชาของตัวเองขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด ก่อนที่จะเริ่มหันไม่ออกคำสั่งกับพวกคนในชุดเกราะ

เขาออกคำสั่งด้วยท่าทางจริงจังเเถมไม่มีการลังเลเลยซักนิด ทั้งยังดูคล่องแคล่วชำนาญเป็นอย่างมาก....อย่างที่คิดไว้เลย คุณซามาก้าน่ะเป็นคนมีความสามารถมากจริงๆนั้นล่ะ

 

"อาร์เจนโต้ จงอาศัยความวุ่นวายในครั้งนี้หนีออกไปจากเมืองนี้ซะ หลังจากนี้กระผมคงต้องง่วนอยู่กับการจัดการบัญชีความเสียหายจากเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเเน่ รายงานเรื่องของเจ้า คงต้องไว้ทีหลังเเล้วล่ะ"

 

หลังจากทิ้งคำพูดที่เเสดงออกอย่างชัดเจนว่ากำลังเป็นห่วงเรื่องของผมไว้ คุณซามาก้าพร้อมกับเหล่าผู้ติดตามก็ออกไปจากห้องนี้อย่างรวดเร็ว

ผู้ติดตามหญิงที่ยืนอยู่ข้างๆกับคุณเมดทวินเทลก็ตามคุณซามาก้าออกไปด้วย ในห้องนี้จึงเหลือผมที่ถูกปล่อยทิ้งไว้เเค่คนเดียว

 

"หลบหนีออกจากเมือง....งั้นเหรอคะ....."

 

คงมีเเต่ต้องทำตามที่คุณซามาก้าบอกละมั้ง

ขืนยังพักอยู่ที่เมืองนี้ต่อไป ท้ายที่สุดพระราชาก็ต้องมีพระบัญชาให้คุณซามาก้าจับตัวผมไว้อย่างเเน่นอน

ถ้าเป็นอย่างงั้น นอกจากตัวผมจะไม่สามารถนอนหลับสบายๆเหมือนอย่างเคยได้เเล้ว ตัวคุณซามาก้าเองก็ต้องถูกบังคับให้ทำงานที่ไม่ต้องการ

เเล้วก็อาจจะมีพระบัญชาลงมาถึงคุณเฟอร์โน๊ตด้วยก็ได้ ถ้าเป็นอย่างงั้นล่ะก็ คนจริงจังเเบบเธอคงจะทุกข์ใจมากเเน่ๆ ถ้าต้องเจอกับสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก อย่างการเลือกระหว่างผู้มีพระคุณกับประเทศที่ตนเคยรับใช้

ถึงผมจะอยู่ที่นี่ต่อไป ก็รั้งเเต่จะเป็นผลเสียต่อคนอื่นเท่านั้นละ

.......เหมือนกับเมื่อสมัยก่อนเลยนี่นา

ตัวผมนั้นเอาเเต่ทำตัวขี้เกียจ เเรงจูงใจอะไรก็ไม่มี เป็นตัวตนที่เหมือนกับตัวเเทนของคำว่าคนขี้เกียจเลยละ ไม่มีประโยชน์อะไรเลยเเม้เเต่น้อย

คุณปู่โลลิบอกว่าเพราะวิญญาณไม่เหมาะกับโลกที่อาศัยอยู่ ก็เลยให้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง นั่นก็หมายความว่าถ้าเป็นโลกที่วิญญาณเข้ากันได้เเล้วละก็ คนๆนั้นก็จะกลายเป็นพวกมีเเรงจูงใจในการดำเนินชีวิตไป

เเต่ทว่าผลลัพท์ก็อย่างที่เห็น ตัวผมนั้นไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนไปจากตอนก่อนที่จะเกิดใหม่เลยเเม้เเต่อย่างเดียว ยังคงขี้เกียจเหมือนอย่างเคย

ถ้าจะให้พูดถึงสิ่งที่เปลี่ยนไปละก็ คงจะมี เผ่าพันธุ์ เพศ.......เเล้วก็สกิลหลุดโลกเป็นโหลละมั้ง

เเต่ทว่าลึกลงไปก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนเเปลงไปเลยซักนิด ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยเเม้เเต่น้อย.....

ผมก็ยังขี้เกียจเหมือนอย่างเคย เเรงจูงใจก็ไม่มี เป็นตัวเเทนของคำว่า คนขี้เกียจ เหมือนๆเดิม

ถึงจะใจดีกับคนเเบบนั้นไปก็มีเเต่จะทำให้เดือดร้อนเท่านั้นละ นั่นก็เพราะถ้าได้รับของอย่างนั้นมา ก็มีเเต่จะทำให้ผมรู้สึกผิดจนอยากขอโทษเเละนอนหลับอย่างสบายใจไม่ได้ไปเเทน

เเต่ก็ช้าเกินไปซะเเล้ว ผมยังไม่ได้ตอบเเทนความมีน้ำใจของเซโนะคุงเลย ถ้าขืนมากกว่านี้อีก ผมคงรับไว้ไม่ไหวเเน่ๆ

สิ่งที่ผมต้องการไม่ใช่ความใจดีหรือความเมตตาเพียงครั้งเดียว เเต่เป็นเจตนาดีที่มีให้กันตลอดไป อย่างเช่นการยอมปล่อยให้ผมนอนกลิ้งไปวันๆโดยไม่ต้องทำงานอะไรประมาณนั้นละ

 

".......ไปละนะ"

 

ถ้าจะต้องออกไปจากเมืองนี้เเล้วละก็ ต้องตอบเเทนสิ่งที่ได้รับมาให้เรียบร้อยซะก่อน จะได้ไม่มาเสียใจในภายหลัง

ผมโยนคุกกี้ชิ้นหนึ่งเข้าปาก ก่อนที่จะทิ้งคฤหาสน์ของคุณซามาก้าไว้เบื้องหลัง

ทั้งหมดก็เพื่อให้วันพรุ่งนี้สามารถนอนได้อย่างสบายใจ

ภาระที่ไม่ต้องการน่ะ จะขอสะสางมันซะที่นี่ละ

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

TL: เลยมังกะตอน 4 เเล้วจ้า




NEKOPOST.NET