NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] เกิดใหม่ทั้งทีก็อย่าเอาแต่นอนกลางวันสิ คุณแวมไพร์

Ch.13 - เห็ดเจ้าเสน่ห์ (ในหลายๆความหมาย)


จู่ๆ เจ้านั่นก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

 

"สตรีศักดิสิทธิ์ผู้มีพลังเเห่งปาฎิหาริย์น่ะ หมายถึงเจ้ารึ?"

 

ตอนที่กำลังรักษาผู้คนเหมือนอย่างทุกที จู่ๆก็มีคนเเปลกๆปรากฏตัวขึ้นมา เขาผลักเหล่าลูกค้าที่รออยู่ออกไป พร้อมกับพูดขึ้นมาเช่นนั้น

 

"เค้าไม่ได้เป็นอะไรเเบบนั้นหรอกค่ะ.....เเต่ดูเหมือนว่าจะมีคนเรียกเเบบนั้นอยู่ด้วยสินะคะ"

 

ถ้าตามปกติละก็ คนๆนี้คงโดนรุมประชาทัณฑ์ไปเเล้วเเท้ๆ เเต่วันนี้กลับไม่เป็นอย่างงั้นเเฮะ กลับกัน เหล่าชาวเมืองทุกคนกลับรีบเว้นทางเดินให้คนเเปลกๆนั่นเเทน

คนเเปลกๆนั่นพาผู้ติดตามตัวบึ้กในชุดเกราะเต็มยศมาด้วย 3 คน มีกระทั่งผู้ติดตามหญิงผมดำที่พกคาตานะไว้ข้างเอวยืนอยู่ข้างๆด้วย

ตอนเเรกก็นึกว่าจะพาผู้ติดตามมาไล่เหล่าลูกค้าของผมออกไปซะอีก เเต่ดูเหมือนจะไม่ใช่เเฮะ

 

"เจ้าเมืองละ....."

"เห้ย เจ้าเมืองมาว่ะ"

"ใครเป็นคนปล่อยไอ้ม้าหื่นนี่ออกมาจากคอกฟระ"

"เเม่จ๋าーท่านเจ้าเมืองละー"

"ชี่...อย่าไปมองนะลูก! เดี๋ยวก็ท้องหรอก!!"

 

อ่า....เหมือนจะรู้เลยเเฮะ ว่าเป็นคนเเบบไหน

ถ้าจำไม่ผิดเซโนะคุงก็เคยบอกว่าเจ้าเมืองของที่นี่บ้าผู้หญิงนินะ ดูจากปฎิกิริยาของชาวเมือง ดูท่าจะจริงไม่น้อยเลยทีเดียว

คนเเปลกๆที่ตอนนี้เลื่อนขั้นกลายเป็นเจ้าเมืองไปเเล้ว กำลังจ้องมองมาที่ผมตั้งเเต่หัวจรดเท้าอยู่ครู่หนึ่ง ราวกับกำลังพิจารณาอะไรบางอย่าง เพราะอากาศวันนี้ค่อนข้างร้อนผมก็เลยไม่ได้สวมฮู้ดปิดบังใบหน้าไว้ ก็เลยโดนจ้องหนักเข้าไปใหญ่

สงสัยจะพิจารณาตัวผมเสร็จเเล้วละมั้ง คุณเจ้าเมืองถึงได้ถอนหายใจออกมา

 

"ช่างงดงามจริงๆ......"

"อ่า ขอบคุณค่ะ เอ่อคือ.....คุณเห็ดลามก"

"เห็ดลามกนั่นหมายถึงใครกัน!?"

 

ก็ทรงผมเหมือนกับเห็ด เเถมสายตาที่มองมาที่ผมเมื่อกี้ก็ชวนรู้สึกขยะเเขยงสุดๆ เพราะงั้นก็เลยเรียกว่าเห็ดลามกเพราะเป็นวิธีเรียกที่เข้าใจได้ง่ายดี เเต่กลับโดนอีกฝ่ายจ้องเขม็งกลับมาจนชวนรู้สึกขนลุกเลยเเฮะ

 

".....ให้เรียกว่าเห็ดหื่นดีกว่าเหรอคะ?"

"ก็เเค่เปลี่ยนคำเองไม่ใช่รึไงกัน!?"

""" อุ๊บ.. """

"พวกเเก มีอะไรน่าขำกัน!!"

""" ฮ่าๆๆๆๆ """

"ตรงนั้นน่ะ อย่ามาหัวเราะนะว้อย!!"

 

อ่า อืม เป็นเเพทเทิร์นที่เเปลกใหม่ดีจัง เพราะงั้นตั้งเเต่นี้ไปก็ลองคิดวิธีเรียกคล้ายๆเเบบนี้อีกดีกว่า

เเต่ไม่ว่าจะมองยังไงอีกฝ่ายก็กำลังโกรธสุดๆเลยเเฮะ เจ้าตัวถึงกับตะโกนข่มขู่เหล่าชาวเมืองที่กำลังฮาครืน พร้อมกับเตะไปที่เกราะของเหล่าผู้ติดตามดังเปรี้ยงๆ คนที่ไม่ได้หัวเราะก็มีเเค่เจ้าตัวที่กำลังโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงกับตัวผมเอง เเล้วก็ผู้ติดตามหญิงที่อยู่ข้างๆเท่านั้น

 

"ไม่ต้องโกรธขนาดนั้นก็ได้ค่ะ.....ที่จริงถ้าคุณเเนะนำตัวมาเเต่เเรก เค้าก็จะเรียกคุณตามนั้นเเท้ๆ ทำไมไม่รีบเเนะนำตัวตั้งเเต่เนิ่นๆละคะ?"

"ตกลงนี่ความผิดของกระผมหรอกเรอะ!? กระผมมีนามว่า ซามาก้า สวาโร! ผู้ได้รับพระบัญชาจากองค์ราชาให้ดูเเลเเผ่นดินอรุชาเเห่งนี้ หรือก็คือเป็นเจ้าเมืองของเมืองนี้ยังไงละ!"

"งั้นเหรอคะ เค้าชื่อว่าอาร์เจนโต้ เเวมพีร์ค่ะ....เเล้วเจ้าเมืองอย่างคุณซามาก้า มีธุระอะไรกับเค้าเหรอคะ?"

"อาร์เจนโต้งั้นเหรอ......เจ้าน่ะ สนใจจะมาเป็นภรรยาของกระผมรึเปล่า?"

 

.....จู่ๆก็เข้าประเด็นเเบบไม่มีอ้อมค้อมเลยเรอะ

ถึงคำพูดของอีกฝ่ายจะเป็นประโยคคำถามก็เถอะ เเต่จากพฤติกรรมที่เเสดงออกมามันเเฝงความหมายว่า [ไม่ปล่อยให้ปฎิเสธหรอกนะ] ออกมาอย่างชัดเจนเลยอ่ะ พวกผู้ติดตามในชุดเกราะนั่นก็ค่อยๆเปลี่ยนตำเเหน่งเพื่อล้อมกรอบผมอย่างเป็นธรรมชาติ ผู้ติดตามหญิงนั่นก็ราวกับจะบอกว่า [ไม่ปล่อยให้หนีไปหรอก] โดยการปลดคาตานะที่อยู่ข้างเอวมาไว้ในมือเเล้วด้วย

ตาเห็ดหื่น ไม่สิ คุณซามาก้านั้น ตอนนี้กำลังเก๊กหล่อราวกับเจ้าตัวนั้นช่างหล่อเหลาเสียเหลือเกิน พร้อมกับเข้ามาใกล้จนถึงระยะที่ลมหายใจของเจ้าตัวสัมผัสกับจมูกของผม

คุณซามาก้าคงจะระมัดระวังเรื่องกลิ่นปากพอสมควรเลยมั้ง กลิ่นที่ได้จึงเป็นกลิ่นหอมสดชื่นเหมือนกลิ่นของสมุนไพร เเต่ว่าลมหายใจอุ่นๆที่สัมผัสกับผิวมันทำให้ผมรู้สึกไม่สบายเอาซะเลย ก็เลยเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่ง พอเห็นเช่นนั้นคุณซามาก้าก็เลยย่นระยะเข้ามาอีก เเล้วก็――ปั้ง!

".....ไม่ทำอะไรรุนแรงหรอกน่า นะ?"

 

หลังจากเจอกดเข้าใส่กำเเพงก็ถูกเชยคางต่อ อีกฝ่ายใช้คอมโบพิฆาตเหมือนกับที่เห็นได้บ่อยๆในการ์ตูนเด็กผู้หญิง เพื่อเร่งรัดคำตอบจากผม

เอาไงดีเนี่ย ผมไม่ได้รู้สึกใจเต้นอะไรซักนิดเลยนะ.......

ถ้าบอกว่าอาการใจเต้นเหมือนในการ์ตูนเด็กผู้หญิงนั้น เกิดขึ้นเฉพาะกับหนุ่มหล่อหรือเฉพาะกับคนที่ชอบก็พอจะเข้าใจสาเหตุได้อยู่ เรื่องเเบบนี้น่ะถ้าไม่ใช่กับคนที่คิดว่าใช่เเล้วละก็ คงจะไม่ไหวจริงๆนั่นละ

ถ้าให้พูดตรงๆนะ หน้าตาของคุณซามาก้าก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรหรอก ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไรด้วย ไอ้ที่เเย่จริงๆน่ะคือ [เซ้นส์] ตะหาก

ผมสีดำถูกเซ็ทซะแข็งปั้ก จนไม่ว่าจะมองยังไงก็เหมือนกับเห็ด มิหนำซ้ำเพราะสวมหมวกประดับขนนกที่ดูหรูหราครอบศีรษะไว้อีกทีนึง เลยทำให้พื้นที่ใบหน้าดูน้อยจนน่าประหลาดไปซะงั้น เเถมผมทรงเห็ดของเจ้าตัวก็ดูเหมือนหมวกเลยด้วย

ส่วนตัวเสื้อผ้าเองก็ให้ความรู้สึกเหมือนกับเป็นเกราะเบาอยู่หรอก เเต่ไม่ว่าตรงไหนก็มีเเต่ของตกเเต่งติดเต็มไปหมดซะจนไม่บาลานซ์เอาซะเลย เเถมไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องเปิดโชว์บริเวณหน้าอกไว้ด้วย ไม่คิดป้องกันตรงนั้นซักหน่อยเหรอครับ

เป็นคนประเภท [เจ้าตัวคิดว่ามันเท่สุดๆ ทั้งๆที่คนรอบข้างกลับคิดว่าเชยสะบัด] ตามเเบบมาตรฐานเลยนะเนี่ย

 

"คือว่า――"

"อาร์เจ――มีเรื่องอะไรงั้นเหรอ!?"

 

คุณเฟอร์โน๊ตที่อยู่ในบ้านเหมือนจะได้ยินเสียงเอะอะโวยวายที่เกิดขึ้น เลยพุ่งออกมาจากบ้านอย่างรวดเร็ว จนหน่มน๊มเด้งดึ๋งๆเลย

คุณเฟอร์โน๊ตมองมาที่ผมที่กำลังถูกจับกดเข้าหากำเเพงบ้านตัวเอง เเล้วก็หันไปมองคุณซามาก้าที่กำลังจับกดผมอยู่ ก็ดูเหมือนจะเข้าใจสถานการณ์ส่วนใหญ่ได้ทันที เเววตาที่เเฝงความเดือดดาลอย่างเห็นได้ชัดเลยมุ่งตรงไปที่คุณซามาก้า

 

"ซามาก้า.....นี่เเก ทำอะไรเด็กคนนั้นน่ะ"

"ท่านเฟอร์โน๊ตนี่เอง กระผมไม่ได้ทำอะไรเลยนะครับ ก็เเค่ขอเเต่งงานธรรมดาๆเท่านั้นเอง"

"เมียตั้ง 34 คน ยังไม่พออีกรึไง?"

"ตอนนี้ 36 คนเเล้วครับ"

"ยิ่งเเย่เข้าไปใหญ่เลยย่ะ!!"

 

ยังไงก็เถอะ ดูเหมือนว่าสองคนนี้จะเป็นคนรู้จักกันละ เเต่ทว่าจากน้ำเสียงของคุณเฟอร์โน๊ตกลับไม่ให้ความรู้สึกว่าเป็นเเบบนั้นเลยซักนิด เพราะเเฝงไปด้วยความเป็นปรปักษ์อย่างชัดเจน

ภรรยาตั้ง 36 คนเลยเหรอ....เป็นฮาเร็มที่ใหญ่เหลือเชื่อเลยนะเนี่ย

ถึงผมจะไม่รู้สึกใจเต้นอะไรสักนิดก็เถอะ แต่ก็คงมีคนที่คิดว่าไอ้แบบเมื่อกี้ก็ไม่เลวอยู่เหมือนกันละมั้ง หรือไม่ก็อาจเป็นไปได้ว่าถูกใช้กำลังบังคับเอา เเต่เรื่องนั้น ถ้าไม่ได้ฟังจากเจ้าตัวตรงๆแล้วตัดสินไปเองคนเดียว มันก็ออกจะเสียมารยาทต่ออีกฝ่ายเเย่

คุณซามาก้าไม่ว่าจะถูกคุณเฟอร์โน๊ตจ้องกดดันเท่าไหร่ก็ไม่แสดงอาการหวั่นไหวออกมาให้เห็นเลยซักนิด เเต่กลับยักไหล่ราวกับกำลังรู้สึกเเปลกใจ

 

"ฟู่~.....ท่านเฟอร์โน๊ต ท่านมาทำอะไรที่นี่อย่างงั้นเหรอครับ?"

"ก็รู้อยู่เเล้วไม่ใช่รึไง? ว่าหลังจากที่ตาบอดชั้นก็เลยปลดเกษียณตัวเองน่ะ......"

"ได้ยินมาว่าท่านได้รับการรักษาจนกลับมามองเห็นได้อีกครั้งนึงเเล้วนิครับ เเละพอได้รับรายงานนั่น ได้ยินมาว่าองค์เหนือหัวถึงกับมีพระบัญชาลงมาให้ท่านกลับไปรับตำเเหน่งเเล้วนี่นา......กระผมเข้าใจผิดอะไรรึไม่ครับ อดีตกองอัศวินเเห่งราชอาณาจักร ท่านรองผู้บัญชาการหน่วยที่ 3 ? "

"อุ๊...."

 

คุณเฟอร์โน๊ตเคยทำงานในวัง นอกจากนี้งานที่ทำก็เรียกได้ว่าเป็นคนใหญ่คนโตซะจนน่าตกใจเลย

ถ้าเป็นคนใหญ่คนโตซะขนาดนั้นละก็ ก็พอรับได้อยู่ที่ก่อนหน้านี้เธอดูยุ่งซะขนาดนั้น บางทีเธอคงจะไปก้มหัวขอร้องคนนู้นทีคนนี้ที เพื่อปฏิเสธคำสั่งของพระราชาละมั้ง

ดูจากท่าทางในตอนนี้ ดูก็รู้ว่าเธอไม่อยากกลับไปรับตำเเหน่งอีกครั้ง มิหนำซ้ำ ยังดูรู้สึกผิดที่ปฎิเสธพระบัญชาด้วย

สถานการณ์ในตอนนี้ค่อนข้างเเย่เลยเเฮะ ตอนนี้คุณเฟอร์โน๊ตก็โดนเล่นซะอยู่หมัดเลยด้วย

ก็เป็นคนเอาจริงเอาจังนินะ เเม้เเต่คำโต้เเย้งของอีกฝ่ายก็เก็บมาคิดมากซะงั้น คนเเบบนี้น่ะ โต้เถียงกับชาวบ้านเขาไม่ไหวหรอก

เเต่ทางด้านคุณซามาก้านั้น เห็นได้ชัดว่าค่อนข้างเจนศึกในเรื่องเเบบนี้ เลยสามารถสนทนาได้อย่างสุขุม เวลาพูดตอบโต้คุณเฟอร์โน๊ตเองก็เหมือนกัน เเทนที่จะเรียกว่าพูดตอบโต้ น่าจะเรียกว่าเป็นการพูดชักจูงอย่างละมุนละม่อมซะมากกว่า

จากคำพูดของเซโนะคุง เมืองท่าอรุชานั้นเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางการค้าที่สำคัญมากของประเทศนี้ คุณซามาก้าที่ได้รับความไว้วางใจให้ดูเเลเเผ่นดินที่สำคัญถึงขนาดนั้น คงต้องมีความสามารถมากพอตัวทีเดียว

ถึงเเม้ว่าเจ้าตัวจะบ้าผู้หญิงเเล้วก็เซ้นส์ห่วยสุดๆเลยก็เถอะ แต่ถ้าไม่ใช่คนที่มีความสามารถทางการเมืองเเละเศรษฐศาสตร์เเล้วละก็ ไม่มีทางได้รับความไว้วางใจให้ดูเเลเเผ่นดินผืนสำคัญขนาดนี้เป็นแน่ 

คนที่ทำงานเกี่ยวกับการต่อสู้ กับคนที่ทำงานเกี่ยวกับการเมือง สังเวียนของทั้ง 2 นั้นเเตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เเละที่กำลังสู้กันอยู่ตอนนี้ มันเป็นสังเวียนของคุณซามาก้าชัดๆ ไม่เห็นโอกาสที่คุณเฟอร์โน๊ตจะชนะได้เลยซักนิด

คิดยังไงถึงท้าตีกับจุดเเข็งของอีกฝ่ายเเบบนี้กันนะ จะจริงจังเกินไปเเล้วนะครับคุณเฟอร์โน๊ต

......เอาไงดีละเนี่ย

พอทุ่มสมาธิไปที่การใช้ประสาทรับกลิ่น ในหมู่ผู้คนที่อยู่ในบริเวณนี้ คนที่ผมสัมผัสได้ว่า [เเข็งเเกร่ง] จากการอาศัยสกิลบลัดรีดดิ้งในการอ่านข้อมูลจากกลิ่นเลือดก็มีคุณเฟอร์โน๊ตกับผู้ติดตามหญิงที่อยู่ข้างๆคุณซามาก้า

คุณเฟอร์โน๊ตเหมือนจะอยู่ฝั่งเดียวกับผมด้วยสิ ถ้าคิดเผื่อกรณีที่อาจได้รับบาดเจ็บในกรณีที่สู้กันเข้าไปด้วย ก็ใช่ว่าจะหนีไม่ได้ซะทีเดียว

เเต่ทว่า ถ้าขืนทำเเบบนั้นได้กลายเป็นปัญหาใหญ่เเน่ อีกฝ่ายคือเจ้าเมืองของเมืองๆนี้ ถ้าขืนทำอะไรลงไปมีโอกาสที่คุณเฟอร์โน๊ตจะต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบอยู่ด้วย

เเล้วก็มีเเค่คุณซามาก้าเท่านั้นที่ผมไม่สามารถวิเคราะห์ความสามารถที่เเท้จริงของเจ้าตัวจากกลิ่นเลือดได้

ร่างกายของเขามีกลิ่นหอมฉุนกึกเลยทีเดียว บางทีอาจจะเป็นกลิ่นน้ำหอมละมั้ง เจ้ากลิ่นนั่นมันฉุนเกินไปซะจนผมไม่ได้กลิ่นเลือดของอีกฝ่ายเลย ฉีดน้ำหอมมากเกินไปเเล้ววว

บางทีถ้าเลเวลของสกิลสูงขึ้นผมอาจจะสามารถเเยกเเยะกลิ่นเลือดได้ก็ได้ เเต่น่าเสียดายที่เลเวลของสกิลเสริมประสาทรับกลิ่นของผมนั้นเเค่เลเวล 1 เพราะไม่ได้ใช้เเต้มสกิลอัพเลเวลเลยเเม้เเต่น้อย

ไม่รู้ความสามารถที่เเท้จริงของอีกฝ่าย ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่รู้ระดับภัยคุกคามของอีกฝ่ายด้วย การเคลื่อนไหวโดยไม่วางเเผนไว้ก่อนมันอันตรายเกินไป

 

"ก่อนอื่นก็ลองพูดคุยกันก่อนไหมคะ? อย่างเช่น พูดคุยกันระหว่างที่จิบชาไปด้วย......"

"โฮ ความคิดไม่เลวเลยนี่นา ถ้าเช่นนั้นอาร์เจนโต้เอ๋ย กระผมขอเชิญเจ้าไปที่คฤหาสน์ของกระผม เเล้วเราก็ค่อยๆพูดคุยทำความรู้จักซึ่งกันเเละกันดีไหม"

"อ่ะ อาร์เจ!?"

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คุณเฟอร์โน๊ต ก็เเค่ไปดื่มชานิดหน่อยเท่านั้นเองค่ะ"

 

ถึงจะปล่อยให้เป็นเเบบนี้ต่อไป ก็คงไม่เกิดประโยชน์อะไรเเน่ๆ เพราะงั้นตอนนี้ก็ตามน้ำรับคำเชิญของอีกฝ่ายไปก่อนละกัน

ทำเเบบนั้นซะ ยังดีกว่าถูกชวนคุยยาวๆเเบบนี้ละนะ น่ารำคาญด้วยสิ ถ้ามีธุระอะไรก็รีบๆเคลียให้มันจบๆไปดีกว่า เพราะผมอยากจะนอนกลางวันเต็มเเก่เเล้ว

 

"......หวังว่าคงจะไม่ตกหลุมพราง อาหาร3มื้อ เวลานอนกลางวัน เเล้วก็ขนม...หรอกนะใช่มั้ย?"

".............."

"ปกติมันต้องตอบปฎิเสธทันทีไม่ใช่เหรอ!?"

 

ไม่หรอกครับ ถ้าโดนเอาเรื่องนั้นมาล่อจริงๆละก็ ผมคงคิดหนักเลยละ....




NEKOPOST.NET