[นิยายแปล] Sairin Yuusha no Fukushuu Hanashi - สิ้นหวังชะมัด เลิกเป็นผู้กล้าแล้วไปอยู่ฝั่งจอมมารดีกว่า~ ตอนที่ 9 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Sairin Yuusha no Fukushuu Hanashi - สิ้นหวังชะมัด เลิกเป็นผู้กล้าแล้วไปอยู่ฝั่งจอมมารดีกว่า~

Ch.9 - 『จุดเปลี่ยน』


ーหากทิ้งเอลฟิสซาค ชั้นอาจหนีไปจากที่นี่ได้

 

ความคิดเหล่านั้นวนไปวนมาในหัวชั้น

 

ตัวชั้นในตอนนี้คงโจมตีผ่านเกราะหนา ๆ ของเจ้าแม่ทัพปีศาจปฐพีไม่ได้แน่
นั่นหมายความว่าตอนนี้ชั้นกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่อันตรายมาก
ชั้นคงตายแน่หากโดนโจมตีเพียงครั้งเดียว

 

มันปล่อยกลิ่นอายอันทรงพลัง และพุ่งมาหาเรา
เหลือเวลาให้คิดอย่างรอบคอบเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น

 

ในตอนแรกเอลฟิสซาคเป็นคนเสนอให้เราร่วมมือกัน
เหมือนลูเซอร์กับพวกพ้องคนอื่น ๆ ของชั้น ชั้นแค่ลูกลากไปตามกระแส และร่วมมืออย่างไม่เต็มใจ
เมื่อคำนึงว่าคู่หูของชั้นเป็นพวกเผ่าปีศาจ บางทีเธออาจมีแรงจูงใจซ่อนเร้นอยู่ก็เป็นได้

 

「ใช่แล้ว」

 

เอลฟิสซาคเป็นเผ่าปีศาจ
ศัตรูที่ชั้นเคยสู้ด้วยมาตลอด
การทรยศศัตรูไม่ใช่ความผิดอะไร
การให้ความช่วยเหลือก็ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นต้องทำเช่นกัน

 

นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่จะหนีไปจากที่นี่ได้
เพียงหักหลังเธอเท่านั้น ชั้นก็จะหนีไปได้

 

เพราะยังมีบางสิ่งที่ต้องทำอยู่
เธอที่อยู่ด้านหน้ายังคงไม่รู้สึกถึงความเคลื่อนไหวของชั้น

 

「ーชิ」

 

ชั้นเริ่มขยับขาด้วยความตั้งใจที่จะทิ้งเธอ
ตอนเริ่มวิ่งเสียง “ตุบ” ก็ดังมาจากพื้นทราย
บางทีเธอคงได้ยินเสียงนั้นแล้ว
เธอคงรู้แล้วว่าชั้นกำลังจะหนี

 

แต่ทว่า

 

「――――」

 

เธอยังคงไม่พูดอะไร
เธอยังเชื่อในตัวชั้นและรวบรวมพลังเวทย์ต่อ โดยไม่เตรียมป้องกันตัวแม้แต่น้อย

 

ーนายก็ช่วยชั้นไว้ โดยไม่สนว่าจะเป็นมนุษย์หรือเผ่าปีศาจใช่ไหมล่ะ?

 

จากนั้นชั้นก็จดจำถ้อยคำเหล่านั้นได้
นี่เธอคิดอย่างนั้นจริง ๆ เหรอ?
“ไม่สนว่าจะเป็นมนุษย์หรือเผ่าปีศาจ”
แม้ทั้งสองเผ่าจะเป็นศัตรูกัน แต่เธอก็ยังเชื่อในตัวชั้น

 

เธอยังคงไม่หนี
หากเป็นคนอื่นที่มีความสามารถเทียบเท่าเธอ คงรู้ว่าชั้นกำลังจะหนี

 

แต่เธอยังยืนอยู่ข้างหน้าーด้วยความเชื่อมั่นในตัวชั้น

 

『โฮกกกกกกก!!』

 

ทันใดนั้นแม่ทัพปีศาจปฐพีก็ยกขาขึ้น
เพียงเหวี่ยงขาลงมาก็สามารถขยี้คนได้อย่างง่ายดาย และมันกำลังเล็งไปที่เอลฟิสซาคที่ไร้การป้องกัน

 

「――――」

 

ชั้นกระโดดไปอุ้มเธอ
ด้วยสัญชาตญาณ และไม่สนว่าตัวเองจะเป็นเช่นไร

 

「อิโอริ นี่นาย……」

 

เธอที่อยู่ในอ้อมแขนชั้นพูดออกมาด้วยความแปลกใจ

 

เมื่อมันเหวี่ยงขาลงมาถึงพื้น พื้นดินก็แตกกระจาย
ชั้นหลบเศษหินและสร้างระยะห่าง

 

『หายไปซะ!!』

 

มันคำรามออกมาด้วยความโกรธ

 

มันอ้าปากกว้าง
และรวมพลังเวทย์ไว้ในปาก
พลังเวทย์ที่มันรวมไว้นั้นฆ่าเราทั้งสองได้แน่นอน

 

ยังหรอก ยังมีโอกาสหนีอยู่
ตอนที่มันยังรวบรวมพลังเวทย์อยู่ จังหวะนั้นแหละชั้นจะー

 

「ーชั้นจะหาทางหลบการโจมตีของมันเอง เธอเองก็รีบ ๆ หน่อย」

 

นี่ชั้นพูดอะไรแบบนั้นออกไปเรอะ

 

อ่า ใช่แล้ว

 

หากเลือกจะหนี ผลลัพธ์คงจะต่างออกไป
คงจะดีกว่าหากเลือกหนี
แต่การหลอกลวงก็ไม่ต่างจากการทรยศ

 

มันจะทำให้ชั้นไม่ต่างจากไอพวกเวรนั่น

 

「ーย๊ากกกกกกก!」

 

เมื่อเห็นเอลฟิสซาคที่พยักหน้าแรง ๆ ชั้นก็ได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่

 

 

『พยายามทำตัวฉลาดโดยการเลียนแบบข้างั้นรึ ไม่ได้ผลหรอก เพราะมันจะจบแล้ว จงสวดภาวนาเป็นครั้งสุดท้ายซะ!』

 

แม่ทัพปีศาจปฐพีคำรามออกมา
ตัดสินจากปริมาณพลังเวทย์ที่มันรวมไว้ที่ปาก หากโดนโจมตีใส่ทุกอย่างคงจบสิ้น
เพราะตัวชั้นในตอนนี้ไม่มีทางป้องกันมันได้เลย

 

ーใช่แล้ว ตัวชั้นในตอนนี้

 

ชั้นหยิบแกนกลางเขาวงกตที่เปร่งแสงสีรุ้งออกมาจากกระเป๋า
มันมีพลังเวทย์มากพอจะทำให้เขาวงกตทำงานได้

 

แกนกลางเขาวงกตーชั้นใช้มือขยี้มัน

 

「อึกー……!!」

 

กระแสพลังเวทย์จากมันไหลเข้าสู่สัญลักษณ์ผู้กล้าบนแขนขวาชั้น
ชั้นรู้สึกราวกับได้ยินเสียง “กรอบ” ซึ่งเกิดจากพลังเวทย์อันโกรธเกรี้ยวราวกับพายุ ดังมาจากภายในร่างกายหลายต่อหลายครั้งจนทำให้ー
ทัศนวิสัยตรงหน้าชั้นพร่าเบลอ

 

「ーฟู่」

 

หลังจากนั้นชั้นก็เข้าใจบางสิ่งได้ในทันที
・・・・
มันーยังไม่พอ
พลังเวทย์ที่อยู่ในแกนกลางเขาวงกตไม่เพียงพอจะกระตุ้นสัญลักษณ์ผู้กล้าให้สมบูรณ์ได้

 

『ข้าจะแจ้งเรื่องคนไร้ค่าอย่างแกกับเจ้าคนแคระนั่นให้ท่านจอมมารทราบ!!』

 

มันหัวเราะหลังรวบรวมพลังเวทย์เสร็จ
ทุกอย่างไร้ความหมายแล้ว

 

「……อย่ายอมแพ้」

 

เอลฟิสซาตที่ยืนอยู่ตรงหน้าชั้นไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย
เธอเพียงแต่เชื่อในตัวชั้น และรวบรวมพลังเวทย์โดยไม่กังวลหรือสงสัยชั้นเลย

 

『ー【Death Stake (崩 杭 / コラプス・ステイク)】』

 

ทันใดนั้นเสายักษ์ก็ปรากฏขึ้นมา
เสายักษ์ซึ่งมีขนาดครึ่งลำตัวแม่ทัพปีศาจปฐพียิงมาหาเราราวกับกระสุน
ถ้าโดนของอย่างนั้นโจมตีใส่เราคงจบเห่แน่นอน

 

「เวรเอ๊ย.……!」

 

สัญลักษณ์ผู้กล้าไม่ยอมทำงานแม้แต่ในวินาทีสุดท้าย
ชั้นหงุดหงิดกับพลังที่ไม่ยอมปลดปล่อยออกมา และเหนือสิ่งอื่นใดคือการที่ทำอะไรไม่ได้เลย

 

ชั้นหยิบผลึกเวทย์ที่เต็มไปด้วยพลังเวทย์ออกมาจากถุง
ชั้นกำมันแน่นจนราวกับเลือดจะไหลออกมา และปลดปล่อยพลังเวทย์ภายในผลึก
เวทมนตร์ที่ชั้นจะใช้นั้นทำได้เพียงป้องกันการโจมตีนี้เท่านั้น

 

「……อึก」

 

พลังเวทย์ในตัวชั้นหายไปจนเกือบหมด เพียงเพราะใช้เวทมนตร์ที่ตัวชั้นในตอนนี้ไม่มีทางใช้ได้

 

「ยังมีบางสิ่งที่ชั้นต้องจัดการด้วยตัวเอง เพราะงั้น...」

 

ราวกับจะปล่อยให้ตัวเองตายในที่แห่งนี้

 

สิ่งที่ผนึก “สัญลักษณ์ผู้กล้า” เอาไว้ーชั้นพยายามทำลายมัน เพื่อยืมพลังเวทย์จากสัญลักษณ์
หากแม้ว่าไม่พอ ชั้นก็จำเป็นต้องฝืนเอามันออกมาอีก

 

「อย่ามาขวางนะโว้ย……!」

 

ชั้นตะโกนออกมาในตอนที่เจ้าเสายักษ์นั่นพุ่งมา

 

มือข้างที่กำผลึกเวทย์ไว้เริ่มมีเลือดไหลออกมา
แขนขวาชั้นกำลังร้อนระอุ

 

「ย๊ากกกกกกกก!!」

 

พลังเวทย์เท่านี้คงพอแล้ว
พลังเวทย์อันร้อนระอุไหลมาจากส่วนลึกของร่ายกายชั้น และเริ่มไหลไปรวมที่แขนขวา
ชั้นเหยียดแขนขวาที่รู้สึกราวกับโดนเผาพร้อมคำรามออกไป

 

มันเป็นเวทมนตร์ป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่ตัวชั้นในอดีตจะใช้ได้

 

「【Magic Break Suppression (魔 毀 封 殺 / イル・アタラクシア)】――――!」

 

มันเป็นโล่ที่มีขนาดครึ่งหนึ่งของเสายักษ์ที่พุ่งมา
เสายักษ์ชนเข้ากับมันและหยุดการเคลื่อนไหว พร้อมสร้างคลื่นกระแทกออกมา

 

『อะไรกัน……!?』

 

สลายเวทย์・ยับยั้ง
(Hang-san : ผมไม่รู้ว่าจะแปลยังไงดี ใครมีชื่อที่ดีกว่านี้ก็เสนอมาได้นะครับ)
โล่ที่ไม่มีวันแตกーคือสิ่งที่เกิดขึ้นตอนชั้นสร้างเวทย์ป้องกัน
ไม่เพียงแต่การโจมตีทางกายภาพเท่านั้น แม้แต่เวทมนตร์ก็ไร้ผล จริง ๆ แล้วมันคือโล่แสง

 

โล่ที่ไม่มีวันแตกนั้นแข็งแกร่งพอ ๆ กับเสายักษ์
มันสั่นและเริ่มร้าวเพราะชั้นใช้มันในรูปแบบที่ไม่สมบูรณ์

 

เวรเอ๊ย ชั้นกำลังจะแพ้

 

「ย๊ากกกกกก……!!」

 

ชั้นตะโกนออกมาขณะยืนบนพื้นอย่างมั่นคง
ผลึกเวทย์ในมือชั้นก็เริ่มแตกร้าวพร้อมกับมันー

 

『……โง่เขลาสิ้นดี』

 

เสายักษ์และโล่แตกพร้อม ๆ กัน
เสียงอันกระสับกระส่ายของแม่ทัพปีศาจปฐพีดังก้องไปทั่วห้อง

 

……ชั้นต้องหาทางป้องกันให้ได้

 

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะต่างออกไป หากชั้นเหลือพลังเวทย์ไว้คงรูปมันเพียงเล็กน้อย
ร่างกายชั้นเหนื่อยล้าเนื่องจากการใช้พลังเวทย์มากเกินไป
ชั้นรู้สึกราวกับว่าสัญลักษณ์บนแขนขวากำลังลุกไหม้

 

『เอาละนะ……!』

 

「อึก」

 

มันอ้าปากเตรียมยิงกระสุนหินมา
เวรเอ๊ย ชั้นใช้โล่นั่นอีกไม่ได้แล้ว
โดนหรือพลาด หรือว่าจะใช้ดาบล้ำค่าปัดและสะท้อนกลับไปดี

 

「ーทำได้ดีมาก อิโอริ」

 

มันตัวแข็งเมื่อได้ยินเสียงอันไพเราะที่ดังก้องไปทั่วห้อง
ตาของเจ้าของเสียงนั้นถูกย้อมได้ด้วยสีแดงชาดราวกับเปลวเพลิง และพลังเวทย์ที่แผ่ออกมาจากตัวเธอนั้นเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างรุนแรง

 

『อะ…… เอลฟิสซาค!』

 

มันเลิกใช้ปืนใหญ่ศิลาทันทีที่ตระหนักได้ว่าเสียเปรียบ
ร่างกายอันใหญ่โตของมันเริ่มจมลงไปในพื้นดิน เหมือนกับตอนปรากฏตัว

 

「ーคิดว่าฉันจะปล่อยแกไปอย่างนั้นรึ!」

 

เอลฟิสซาคเคลื่อนไหวก่อนที่มันจะหนีไปได้
เธอลืมตาสีแดงเพลิงกว้าง

 

『เจ้าโง่…… คิดว่าข้าจะยอมตายที่นี่รึ』

 

「ー【Demon Eyes・Complete Destruction Explosion (เนตรมาร・ธุลีกัมปนาทฉบับดั้งเดิม)】ー!!」

เปลวเพลิงสีแดงชาดพุ่งตรงไปหาแม่ทัพปีศาจปฐพี
มันโดนโจมตีตอนกำลังดำดิ่งลงสู่พื้นดิน ชั้นมองอะไรไม่เห็นไปชั่วขณะเมื่อมันระเบิดออก
เหมือนกับก่อนหน้านี้แรงระเบิดนั้นราวกับพายุ ซึ่งสามารถทำลายหินและเกราะทุกชนิดได้ในทันที

 

『อึก……』

 

หลังควันจากการระเบิดหายไป เราก็ได้เห็นร่างของแม่ทัพปีศาจปฐพีที่ถูกโจมตีด้วยเนตรมาร
ทั่วทั้งร่างของมันถูกเผา ขาขาด และเต็มไปด้วยบาดแผลสาหัส

 

แต่ทว่า

 

『ข้า…… ยังไม่...... แพ้หรอก!』

 

「……แกน่ะแพ้แล้ว!」

 

มันที่ถูกโจมตีด้วยพลังขนาดนั้นยังมีชีวิตอยู่
มันพยายามรักษาบาดแผล แม้พลังเวทย์จะใกล้หมด แต่มันก็ยังฝืนร่ายเวทย์ฟื้นฟู
บาดแผลของมันฟื้นตัวอย่างเชื่องช้าไม่เหมือนกับก่อนหน้านี้

 

「อึก…… พลังเวทย์ของฉันใกล้หมดแล้ว อีกแค่นี้เดียว……!」

 

เธอต้องพยายามควบคุมใบหน้าอันอ่อนล้า ซึ่งเกิดจากการใช้เนตรมารถึงสองครั้ง
หากมันโจมตีมาอีกเราคงไม่มีทางหยุดมันได้แล้ว

 

แต่ชั้นจะมาแพ้ที่นี่หลังจากผ่านเรื่องต่าง ๆ มาไม่ได้

 

「เอลฟิสซาค! เธอถ่ายพลังเวทย์ที่เหลืออยู่ทั้งหมดลงดาบเล่มนี้ได้ไหม?」

 

「นายตั้งใจจะทำอะไรน่ะ?」

 

「ชั้นจะใช้เจ้านี่ระเบิดมันน่ะสิ」

 

ชั้นส่งดาบล้ำค่าให้เธอ และเธอก็เริ่มถ่ายพลังเวทย์ใส่มัน

 

「ขอโทษนะ…… ฉันถึงขีดจำกัดแล้ว」

 

ดาบล้ำค่าที่เธอถ่ายพลังเวทย์ลงไปเริ่มถูกย้อมไปด้วยสีดำ ที่ทำให้รู้สึกถึงลางร้าย
มันเป็นพลังเวทย์ที่ชวนขนลุก

 

「……ไม่เป็นไร แค่นี้ก็พอแล้ว!」

 

ชั้นพุ่งไปหามัน
มันฟาดขาใส่ชั้นที่กำลังพุ่งเข้าหา พร้อมร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
ชั้นกระโดดหลบไปด้านข้าง มันฟาดมาแบบมั่วซั่วจึงหลบได้ง่าย

 

「ย๊ากกกกก!!」

 

จากนั้นชั้นก็กระโดดไปบนขาข้างหนึ่งของมัน
ชั้นวิ่งไปบนขาซึ่งถูกหินปกคลุมของมันด้วยความเร็วเต็มที่

 

「มาจบเรื่องนี้กันดีกว่า」

 

『ฮึ่ย!!』

 

ชั้นแทงดาบที่ถูกย้อมไปด้วยสีดำใส่หัวอันเปลือยเปล่าของมัน
คมดาบแทงผ่านเนื้อลงไป

 

『มะ... ไม่ได้ผลหรอก!!』

 

「ชิ!」

 

ถึงอย่างนั้นการแทงก็ยังไม่เพียงพอจะจัดการมันได้
เมื่อมันส่ายหัวชั้นก็ถูกเหวี่ยงขึ้นไปบนอากาศ
แต่ดาบล้ำค่ายังคงถูกปักอยู่บนหัวมัน


 
『ตายซะเถอะเจ้ามนุษย์!!』

 

มันยกขาขึ้นมาเตรียมจะฟาดชั้นที่ยังลอยอยู่บนอากาศ
เป็นไปไม่ได้เลยที่ตัวชั้นในตอนนี้จะหลบได้

 

แต่ทว่า

 

ทันใดนั้นดาบล้ำค่าที่ปักอยู่บนหัวมันก็เริ่มเปร่งแสง

 

『นี่มันอะไร……!?』

 

ก่อนสู้กับมันชั้นได้คิดแผนสวนกลับไว้ก่อนแล้ว
หนึ่งในจุดอ่อนของมังกรถ้ำーคือร่างกายส่วนที่ไม่ได้ถูกหินปกคลุม
และหนึ่งในการใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้ คือใช้การโจมตีพิเศษโจมตีภายในร่างกายมัน

 

『เป็นไปไม่ได้ แก…… ไอสารเลว ไอสารเลวเอ๊ย!!』

 

「ーถึงเวลาตายของแกแล้วเจ้ากิ้งก่า!!」

 

ดาบล้ำค่าเล่มนั้นเป็นไอเทมเวทย์ที่บรรจุพลังเวทย์ไว้
มันก็เหมือนกับผลึกเวทย์ หากพลังเวทย์ภายในหลุดจากการควบคุม มันก็จะระเบิด
แม้พลังเวทย์ของมันจะเพียงพอแล้ว แต่หากเพิ่มพลังเวทย์ของเอลฟิสซาคลงไปด้วยละก็ การระเบิดก็จะแรงขึ้น――

 

「【Magic Break】ー!!」

 

ระเบิดนั้นมีแสงสีดำทมิฬ
เพลิงโลกันต์จากพลังเวทย์ซึ่งหลุดจากการควบคุมไหลเข้าสู่ร่างกายมัน

 

『ーอ๊ากกกกกก!!』

 

เมื่อหัวมันระเบิดกระแสพลังเวทย์ก็กระจายไปทั่ว
ควันจากการระเบิดลอยไปถึงเพดาน

 

『――――』

 

ร่างอันใหญ่โตที่ไร้หัวเริ่มล้มลง
จากนั้นเขาวงกตก็สั่นไหว เพราะร่างกายที่ใหญ่โตราวกับภูเขาล้มลง
และหยุดเคลื่อนไหว

 

ในที่สุดผู้ปกครองเขาวงกตแห่งนี้ก็ตายลง

 

「……อิโอริ!」

 

ก่อนชั้นจะล้มลงไปนอนบนพื้น เอลฟิสซาคก็มารับชั้นไว้อีกครั้ง
จุดยืนของเราสลับกันอีกแล้วนะ

 

ชั้นหมดแรงราวกับแบตเตอรี่หมด
มันเป็นผลจากการฝืนใช้เวทมนตร์
สติชั้นเริ่มเลือนลาง ขณะอยู่ภายในอ้อมแขนเธอ

 

「ーอย่างที่คิด นายคือ…」

 

ชั้นรู้สึกราวกับได้ยินเธอพึมพำอะไรบางอย่าง…




NEKOPOST.NET