[นิยายแปล] Sairin Yuusha no Fukushuu Hanashi - สิ้นหวังชะมัด เลิกเป็นผู้กล้าแล้วไปอยู่ฝั่งจอมมารดีกว่า~ ตอนที่ 8 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Sairin Yuusha no Fukushuu Hanashi - สิ้นหวังชะมัด เลิกเป็นผู้กล้าแล้วไปอยู่ฝั่งจอมมารดีกว่า~

Ch.8 - 『เว้นแต่จะพลิกสถานการณ์ได้』


มังกรถ้ำ

 

นั่นคือเผ่าของแม่ทัพปีศาจปฐพี

มันเป็นหนึ่งในสายพันธุ์มังกรซึ่งอยู่ใต้บังคับบัญชาของจอมมาร พวกมันมักจะอาศัยอยู่ในเหมืองที่มีแร่จำนวนมาก

 

ผิวของมันถูกหินแข็งปกคลุมไว้ เวทมนตร์ทั่วไปไม่สามารถสร้างแม้กระทั่งรอยขีดข่วนแก่มันได้

ชั้นสร้างกระสุนหินด้วยเวทย์ดิน และยิงใส่ปากมัน

เพียงขยับตัวก็สร้างความเสียหายอันใหญ่หลวงแก่บริเวณโดยรอบ เป็นปีศาจที่รับมือยากจริง ๆ

 

『คอยก่อนเถอะ ข้าจะขยี้เจ้าทั้งสองเดี๋ยวนี้แหละ!』

 

มันทุบพื้นด้วยแขนอันใหญ่โต

พลังเวทย์ไหลลงสู่พื้นดิน ในจังหวะเดียวกับที่ห้องสั่นสะเทือนจากแรงกระแทก

หลังจากนั้นทางซึ่งนำไปสู่ห้องอื่น ๆ ก็ถูกปิด

 

『ตอนนี้แมลงอย่างพวกเจ้าก็หนีไปไหนไม่ได้อีกแล้ว』

 

เอลฟิสซาคถอยไปอยู่ท้ายห้องแล้ว

ชั้นจึงต้องสู้กับมันเพียงลำพังสักระยะเวลาหนึ่ง

 

「――ชิ」

 

ตอนที่มันกำลังจะขยับตัว ชั้นก็วิ่งหนี

ชั้นเพิ่มความสามารถทางกายภาพและอัดพลังเวทย์ใส่หินเวทย์จนถึงขีดสุด

โชคดีที่ห้องนี้กว้าง และพอมีที่ให้หลบอยู่บ้าง

 

「【Magic Break】」

 

ชั้นสร้างระยะห่าง และโยนหินเวทย์ใส่มัน

ในทันทีที่หินเวทย์ลอยไปโดนมัน แรงระเบิดอันรุนแรงก็ปะทุขึ้นมา

 

『เจ้าเล่ห์เสียจริง』

 

「ไม่สะเทือนเลยงั้นเหรอ!?」

 

แม้จะใช้พลังโจมตีสูงสุด ก็ยังไม่สามารถทะลุผ่านเกราะของมันได้

มันเป็นความพยายามอันสูญเปล่า แม้จะใช้เวทมนตร์ทุกประเภทใส่ มันจะได้รับความเสียหายไหมนะ?

 

『ตกใจสินะเจ้ามนุษย์?』

 

มันหัวเราะออกมา ดูเหมือนมันจะพยายามยั่วยุชั้น

 

ดูเหมือนทางหนีของชั้นจะถูกตัดขาดแล้ว

นอกจากนี้ตามสมมติฐานแล้ว การโจมตีของมันไม่อาจถึงตรงนี้ได้

 

แม้มังกรถ้ำจะเป็นปีศาจที่มีพลังมหาศาล แต่มันต้องมีจุดอ่อนอยู่แน่ ๆ

ภายในร่างกายมันไม่ได้ถูกหินปกคลุม และหางซึ่งเป็นเพียงส่วนเดียวที่มีเกราะบางที่สุด แม้แต่การโจมตีของตัวชั้นในตอนนี้ก็สร้างความเสียหายแก่มันได้

จะกระโดดเข้าปากมันก็ใช่เรื่อง ชั้นจึงเล็งไปที่หางแทน

 

มังกรถ้ำจะใช้ขาทั้งสองเคลื่อนไหวไปตามพื้นดิน และใช่หางรักษาสมดุล

หากตัดหางทิ้ง มันจะเสียสมดุลและเปิดช่องว่างขนาดใหญ่

หากใช้ดาบล้ำค่าตัดโคนหางซึ่งมีเกราะหินบางกว่าส่วนอื่น ชั้นก็น่าจะตัดมันได้

 

「อย่าบอกนะว่าแกมีดีแค่นี้น่ะ เจ้าแม่ทัพปีศาจปฐพี」

 

『หา?』

 

เผ่าปีศาจเผ่าอื่นส่วนมากจะดูถูกพวกที่มีพลังน้อยกว่าตน

เจ้าแม่ทัพปีศาจปฐพีก็เป็นเช่นนั้น

ชั้นจะสร้างช่องว่างโดยใช้ประโยชน์จากเรื่องนั้น

 

「――ชิ!」

 

ชั้นหันไปทางมันแล้ววิ่งด้วยพลังทั้งหมดที่มี

หากอยากจะตัดหาง ก็ต้องไปถึงตัวมันเสียก่อน

 

『เจ้าแมลงนี่ช่างรกหูรกตาเสียจริง』

 

เมื่อมันเปิดปาก กระสุนหินจำนวนมากก็ถูกปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง

กระสุนหินตกลงมาจากท้องฟ้าราวกับห่าฝน

 

「――ชิ!」

 

ชั้นวิ่งหนีจากห่าฝนกระสุนหินด้วยการวิ่งซิกแซก ในตอนที่มันกำลังจะหล่นลงมากระแทกพื้น

แม้หลังชั้นจะโดนสะเก็ดหิน แต่ก็ยังกัดฟันวิ่งต่อไป

 

เมื่อยืนยันแล้วว่ามันกำลังจะยกแขน ชั้นก็ใช้เวทมนตร์โดยยืมพลังจากหินเวทย์เพื่อสวนกลับ

ชั้นเล็งตามันแล้วใช้เวทย์สายฟ้า

แม้จะพลังทำลายจะไม่มาก แต่มีรัศมีกว้าง

 

『อึก... สองคราแล้วนะเจ้ามนุษย์!』

 

แม้สายฟ้าจะหายไปเพราะการเหวี่ยงแขนเพียงครั้งเดียว แต่มันเปิดช่องว่างแล้ว

ชั้นกระโดดและกลิ้งตัวผ่านเท้ามันไป

ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่นจนมาถึงจุดนี้

ต่อไปก็แค่ตัดหางมั――

 

『――โง่เขลาเสียจริง!』

 

「ชิ!」

 

หางมันกำลังจะฟาดใส่หัวชั้น ชั้นจึงหลบ

แม้จะกระโดดหลบพ้น แต่หินที่มีขนาดใหญ่กว่าร่างกายมนุษย์ถึงสองเท่า ซึ่งแตกกระจายจากการโจมตีเมื่อครู่ก็ลอยมาทางชั้น

 

「อึก…!」

 

ชั้นปัดมันด้วยดาบ แต่ก็เสียสมดุลและตกลงพื้น

มันฟาดหางใส่ชั้นอีกครั้ง

 

『เล็งหางข้าไว้สินะ? เช่นนั้นแกควรเล็งมันไว้แต่แรก!!』

 

มันเยาะเย้ยขณะชั้นกระโดดหลบ

ชั้นใช้พลังทั้งหมดเพื่อหลบ หางมันเฉียดเส้นผมของชั้นไป

หลังจากนั้นชั้นเคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อโจมตีมัน

 

『ช้าเกินไปแล้ว!』

 

มันเหวี่ยงหางมาทางชั้น เพื่อโจมตีต่อ

ชั้นโดนฟาดกระเด็น และเริ่มหอบ

นอกจากนี้ชั้นยังได้รับความเสียหายจากแรงกระแทกตอนลงพื้นด้วย

 

『มนุษย์อย่างเจ้าเป็นได้เพียงพวกไร้ค่าเท่านั้น ดีแต่พูด แต่เอาเถอะ มนุษย์ก็ทำได้เพียงเท่านี้ละนะ』

 

จากนั้นเสียงหัวเราะก็ดังก้องไปทั่วห้อง

มันคิดว่าตนชนะแล้ว

 

ใช่ แน่นอนว่าเรื่องนี้ก็เป็นไปตามแผนเช่นกัน

 

มันพยายามยกหางด้วยพลังทั้งหมดที่มี พลางหัวเราะเยาะ

และในที่สุดมันก็สังเกตเห็นถึงสิ่งผิดปกติ

 

『อะไรกัน นี่มัน!?』

 

หางมันถูกยึดติดไว้กับพื้นอย่างแน่นหนา

ของเหลวสีขาวได้ห่อหุ้มหางมันเอาไว้

 

『อึก… ใยของแมงมุมปฐพี……!』

 

สิ่งที่ยึดหางของมันกับพื้นคือวัตถุสีขาวซึ่งก็คือใยของแมงมุมปฐพี

ชั้นทิ้งใยทั้งหมดที่เก็บไว้ตรงที่หางมันกำลังจะฟาดมา ในจังหวะที่หลบมัน

 

เมื่อกล่าวถึงความทนทาน มันคงหยุดเจ้ามังกรนี่ได้ไม่กี่วินาที

แต่เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว

 

「ไม่ใช่ว่าแกบอกไว้เองว่า “ควรเล็งมันไว้แต่แรก” หรอกเหรอ ดูเหมือนแกต้องกลืนคำพูดตัวเองแล้วละนะ」

 

『ไอสารเลวเอ๊ย…!』

 

มันพยายามดึงหางตัวเองออกจากพื้น แต่มันสายไปแล้ว

รุกฆาตแล้ว ชั้นใช้เวทย์เพิ่มความสามารถทางกายภาพ และพุ่งเป้าไปที่หางมัน

 

ดาบล้ำค่าเล่มนี้มีพลังเวทย์ซึ่งสามารถเพิ่มความคมของตัวดาบได้

แม้แต่หางของมังกรก็จะถูกตัดราวกับตัดผ่านชุดเกราะบาง ๆ

 

「ฮ่าาาาา!」

 

ชั้นฟันหางซึ่งเป็นส่วนที่มีเกราะบางที่สุดของมัน

หางของมันถูกตัดออกด้วยการฟันเพียงครั้งเดียว

 

『อ๊ากกกกกกกก!!』

 

เสียงร้องของแม่ทัพปีศาจปฐพีดังกึกก้องไปทั่วห้อง ต่อมามันซึ่งเสียสมดุลก็ล้มลงอย่างรุนแรง

ชั้นสร้างระยะห่างกับเพื่อไม่ให้โดนล้มทับ

หลังจากนั้นมันก็คำรามออกมา

 

『กล้าดียังไง!!』

 

「……!」

 

มันที่เสียสมดุลพยายามลุกขึ้นมา พร้อมเสียงคำรามด้วยความโกรธ

 

มังกรถ้ำที่ชั้นเคยสู้ด้วยจะขยับตัวไม่ได้หากเสียสมดุลเพราะหางถูกตัด

 

แม้จะกล่าวเช่นนั้น มันก็สามารถเคลื่อนไหวในสภาพเช่นนั้นได้ ก็สมกับเป็นแม่ทัพปีศาจละนะ

 

ก่อนมันจะขยี้ชั้นด้วยร่างอันใหญ่โต และทันใดนั้นเอง――

 

「――ทำได้ดีมากอิโอริ」

 

เสียงของเอลฟิสซาคก็ดังก้องไปทั่วห้อง

 

 

ผลการต่อสู้ได้ถูกตัดสินมาตั้งแต่แรกแล้ว

หน้าที่ชั้นคือการถ่วงเวลา

และให้เอลฟิสซาคร่ายเวทมนตร์ นั่นคือจุดประสงค์ที่แท้จริงของเรา

 

「ที่เหลือให้ฉันจัดการเอง!」

 

แล้วชั้นก็สังเกตเห็นเอลฟิสซาคที่รออยู่ด้านหลัง กำลังยืนอยู่ข้าง ๆ ชั้น

 

『เอลฟิสซาค!!』

 

เจ้าแม่ทัพปีศาจปฐพีลุกขึ้นมายืนด้วยขาทั้งสี่ ด้วยความพยายามของมัน

หากมันใช้ร่างกายอันใหญ่โตกระแทกเรา เพียงแค่ครั้งเดียวเราคงกลายเป็นก้อนเนื้อแน่ ๆ

 

「――ลองเอาเจ้านี่ไปกินหน่อยเป็นไงเจ้าแม่ทัพปีศาจปฐพี」

 

เธอไม่ได้หวาดกลัวรูปร่างอันใหญ่โตของมันที่กำลังเข้าใกล้เราเลยแม้แต่น้อย

เธอค่อย ๆ หันไปมองมัน พร้อมหุ้มพลังเวทย์อันมหาศาลจนทำให้ทั่วทั้งห้องสั่นไหว

 

แล้วชั้นก็ได้เห็นมัน

ม่านตาสีทองของเธอแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงเลือด ราวกับเพลิงสีชาด

 

「ー【เนตรมาร・ธุลีกัมปนาท】」

(Hang-san : Explosion!! อ่าวผิดเรื่อง)

 

หลังจากนั้น

 

โลกได้ถูกย้อมด้วยสีแดงชาดของเพลิงนรก และร่างกายของแม่ทัพปีศาจปฐพีก็ระเบิดออก

ลมร้อนโหมกระหน่ำไปทั่วห้องที่กำลังสั่นไหว พร้อมเสียงระเบิด

ส่วนระดับพลังนั้น【สลายเวทย์】ของชั้นเทียบไม่ติดฝุ่น ร่างกายอันใหญ่โตของแม่ทัพปีศาจปฐพีได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย

 

เวทมนตร์ที่เธอใช้คือ “เนตรมาร”

ดวงซึ่งมีพลังปีศาจ และสามารถใช้เวทมนตร์เฉพาะได้ด้วยการมองเพียงครั้งเดียว

 

「ถึงจะเสียพลังไปแล้ว แต่ก็ยังปล่อยเวทย์ระดับนี้ได้……」

 

หากแรงกว่านี้ตัวชั้นในปัจจุบันคงตกเป็นเหยื่อของมันแน่ ๆ

ไม่เพียงแต่แม่ทัพปีศาจปฐพีเท่านั้น แต่ทั่วทั้งห้องคงเละด้วยระเบิดเพียงครั้งเดียวจากดวงตาสีทองของเธอแน่นอน

 

สีหน้าเธอแสดงความโอ้อวดออกมา ขณะมองมายังชั้นที่กำลังตกตะลึง

 

「ฟู่ ตกใจใช่ม้า? เพราะอย่างนั้นแหละฉันถึงได้ใช้มัน ชั้นคิดว่านายจะโดนเป่าไปแล้วซะอีก แล้วที่ปรับพลังพลาดก็เป็นเพราะเนตรมารไม่ใช่ความผิดฉัน เข้าใจไหม!?」

 

ถ้าเป็นอย่างนั้นคงแย่แน่ ๆ แต่ช่วยยอมรับความผิดพลาดของตัวเองหน่อยจะได้ไหม

 

ดวงตาเธอเปลี่ยนจากสีแดงชาดกลับมาเป็นสีทองดังเดิม

ดูเหมือนพลังเวทย์อันน่ากลัวก่อนหน้านี้จะหายไปแล้ว

 

หากเกราะแข็งอันแข็งแกร่งของเจ้ามังกรถ้ำโดนเวทมนตน์ระดับนี้โจมตีใส่ ก็คงทนไม่ไหวแน่ ๆ

แต่ร่างกายรวมถึงเกราะของมันได้หายไป จากการที่เธอใช้เวทมนตร์เพียงครั้งเดียว

แม้แต่มังกรถ้ำก็ถูกสังหารทันที

 

――แน่ว่าหากมันเป็นเพียงมังกรถ้ำธรรมดาละก็

 

『――โฮก!!』

 

「――ชิ」

 

「หะ...?」

 

เจ้าแม่ทัพปีศาจปฐพียังคงมีชีวิตอยู่ แม้จะโดนระเบิดจากเนตรมารไป

ดวงตาทั้งสองของมันเต็มไปด้วยความโกรธ ซึ่งอาจแผดเผาทุกสิ่งได้

 

ร่างกายส่วนที่หายไปเริ่มงอกขึ้นใหม่

เนื้อ ผิวหนัง แม้กระทั่งหางที่ถูกตัดไปก็กลับสู่สภาพเดิม

 

「ปีศาจอย่างมังกรถ้ำใช้เวทย์ฟื้นฟูได้นี่มันออกจะ――」

 

แม้มังกรจะมีพลังมาก แต่มันก็ไม่ควรจะแข็งแกร่งได้ถึงขนาดนี้

แต่ละเผ่าควรมีขีดจำกัดในการใช้เวทมนตร์ประเภทต่าง ๆ สิ

แต่มังกรถ้ำที่ใช้เวทย์ฟื้นฟูได้ ชั้นไม่เคยได้ยินเรื่องอย่างนี้มาก่อนเลย

 

แม้พวกมันจะใช้เวทย์ฟื้นฟูใด ๆ ไม่ได้เลย แต่กลับกันมันก็มีผิวหนังอันแข็งแกร่ง และความสามารถในการโจมตีสูง

 

『หึ “เราจะจัดการแกเอง” งั้นรึ อย่าดูถูกข้าเกินไปสิ เจ้าพวกหนอนแมลง』

 

「ไอปีศาจจากเขาวงกตเพิ่มพลังให้มันอย่างนั้นเรอะ……!」

 

มันที่งอกหางเสร็จแล้วลุกขึ้นมา

 

『ร่วมมือกับมนุษย์ตัวกระจ้อย และยังทำให้ข้าผู้นี้มีบาลแผลอีก...! ข้าไม่มีวันให้อภัยเจ้าแน่! ข้าจะขยี้เจ้าเป็นชิ้น ๆ!!』

 

บาดแผลทั้งหมดบนร่างกายของหายไปอย่างไร้ร่องรอย ภายในสิบวินาทีเท่านั้น

สิ่งที่เหลืออยู่มีเพียงร่างกายอันใหญ่ที่ไม่ต่างไปจากในตอนแรก และความโกรธเพราะความอัปยศ

 

「…เกิดความคาดหมายจริง ๆ มังกรที่ใช้เวทย์ฟื้นฟูได้ที่ฉันรู้จักมีแค่สัตว์เลี้ยงของเบลเดียจังเท่านั้น」

 

แม้แต่เอลฟิคซาคก็ต้องขมวดคิ้ว เมื่อเห็นมันใช้เวทมนตร์ฟื้นฟู

 

「เธอคิดว่ามันจะใช้เวทย์ฟื้นฟูได้อีกครั้งไหม?」

 

「ดูเหมือนมันจะใช้พลังเวทย์ส่วนมากไปเกือบหมดแล้ว มันคงใช้เวทย์ฟื้นฟูอย่างเต็มที่ไม่ได้อีกแล้วล่ะ」

 

เฮ้ เธอมีเนตรมารที่ทำให้มองเห็นปริมาณพลังเวทย์ไม่ใช้รึไง?

เธอสรุปโดยมองมันด้วยดวงตาสีแดงเพียงครั้งเดียว

ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่าเราสามารถจัดการมันได้ หากเธอใช้เนตรมารสร้างความเสียหายให้มันอีกครั้ง

 

「เธอใช้เนตรมารได้อีกไหม?」

 

「ได้สิ แต่ฉันต้องการเวลาเหมือนก่อนหน้านี้」

 

เจ้าแม่ทัพปีศาจปฐพีฟาดแขนมาทางเรา

เราจึงหยุดคุยและหลบพร้อมกัน

 

『ข้าจะขยี้พวกแกซะ เริ่มจากแกก่อนเลยเอลฟิสซาค!!』

 

เราจำเป็นต้องให้เธอชาร์จพลังเนตรมาร เพื่อใช้มันกำจัดแม่ทัพปีศาจปฐพี

แต่ในทางกลับกันเธอก็ไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้ อาจกล่าวได้ว่าชั้นไร้ที่พึ่ง

 

「…เข้าใจแล้ว ชั้นจะถ่วงเวลาให้」

 

หินเวทย์ในกระเป๋ายังเหลืออยู่พอสมควร

แม้จะสร้างความเสียหายให้มันไม่ได้ แต่ชั้นก็จะยังสู้ต่อไป

 

「เข้าใจแล้ว ถ้าอย่างนั้นฝากด้วยนะอิโอริ!」

 

เธอเริ่มชาร์จพลังเนตรมาร ด้วยความเชื่อมั่นในคำพูดชั้น

แม่ทัพปีศาจปฐพีเริ่มเคลื่อนไหว เพื่อพยายามจะขัดขวาง

ด้วยความโกรธของมัน ชั้นคงโดนขยี้จนเละแน่นอน แม้จะใช้พลังทั้งหมดในการหยุดยั้งมันก็ตาม

ราวกับเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่

 

เพราะยังมีบางสิ่งที่ต้องทำ

ชั้นต้องออกไปจากที่นี่ให้ไม่ ไม่ว่าจะต้องทำอะไรก็ตาม

 

ชั้นล้วงไปในถุงและหยิบหินเวทย์ออกมา

ชั้นชักดาบล้ำค่าด้วยมืออีกข้าง ขณะพุ่งไปข้างหน้าเพื่อปกป้องเอลฟิสซาค

 

「――――」

 

ชั้นสังเกตเห็นบางสิ่ง

 

ชั้นผู้ไร้ที่พึ่งพิงซึ่งอยู่ตรงหน้าเอลฟิสซาคที่กำลังรวบรวมพลังเวทย์

และแม่ทัพปีศาจปฐพีพุ่งตรงมายังเธอ พลางระวังเนตรมาร

ชั้นได้เห็นสิ่งที่อยู่ด้านหลังมันที่ขวางทางอยู่ สิ่งนั้นคือวงเวทย์เคลื่อนย้าย

 

ตอนนี้มันพุ่งเป้าไปที่เธอเพียงคนเดียว

เพียงใช้หินเวทย์ไม่กี่ก้อนกับ “สลายเวทย์” ก็อาจฝ่าเส้นทางที่ถูกขวางไว้ได้

หากทิ้งเธอโดยวิ่งผ่านมันและตรงไปยังทางออก――

 

เพียงทิ้งเธอชั้นก็จะรอดไปจากที่นี่

 

――ชั้นชักมือข้างที่หยิบหินเวทย์ออกมา พร้อมตัวเลือกที่เลือกไว้ในหัว




NEKOPOST.NET