[นิยายแปล] Sairin Yuusha no Fukushuu Hanashi - สิ้นหวังชะมัด เลิกเป็นผู้กล้าแล้วไปอยู่ฝั่งจอมมารดีกว่า~ ตอนที่ 7 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Sairin Yuusha no Fukushuu Hanashi - สิ้นหวังชะมัด เลิกเป็นผู้กล้าแล้วไปอยู่ฝั่งจอมมารดีกว่า~

Ch.7 - 『แนวร่วม สายสัมพันธ์ที่ก่อตัว』


เอลฟิสซาค กิลเดกัลด์

 

ชั้นไม่รู้จุดยืนของเธอในกองทัพจอมมาร แต่พลังของเธอนั้นเหนือกว่าแม่ทัพปีศาจทั้งสี่เสียอีก

เธอเป็นคู่ต่อสู้ที่ชั้นสู้ด้วยก่อนจะถูกเหล่าสหายหักหลัง ชั้นยังคงจำเรื่องนั้นได้ดี

รูปร่างเธอไม่ได้เปลี่ยนไปเลย อาจเป็นเพราะเธอเป็นเผ่าปีศาจ

 

ชั้นไม่คิดเลยว่าเธอจะรอดจากเหตุการณ์เหล่านั้น

 

「ーฟุมุ」

 

เธอมองชั้นด้วยใบหน้าจริงจัง

เธอมีแรงกดดันมหาศาลซึ่งทำให้คู่ต่อสู้กลัวจนตัวสั่นได้ เหมือนครั้งก่อนที่สู้กับเธอ

ชั้นเพิ่มระดับการป้องกันจากดวงตาสีทอง ที่ราวกับมองชั้นได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

 

「ยังไงก็เถอะ นายน่ะ――」

 

「――――」

 

เมื่อที่เธอเปิดปากพูด ชั้นก็ตั้งท่าโดยไม่ตั้งใจ

เป็นไปไม่ได้ เธอรู้อย่างนั้นเหรอว่าชั้นเป็นใคร?

 

และจากนั้นเธอก็กล่าวด้วยท่าทางจริงจังว่า

 

「จ้องฉันมากเกินไปแล้วนะ อย่าบอกนะว่านายตกหลุมรักฉันตั้งแต่แรกเห็นน่ะ?」

 

「...หาาาา?」

 

ชั้นตอบกลับไปโดยไม่ตั้งใจ

เมื่อกี้เธอพูดว่าอะไรนะ?

 

「เป็นเพราะเมื่อก่อนมีผู้คนจำนวนมากหลงใหลในรูปลักษณ์ของฉัน นายก็คงหลงฉันเหมือนกันใช่ไหมล่ะ?」

 

「ไม่มีทาง」

 

ชั้นตอบกลับไปทันทีโดยไม่ตั้งใจ

 

นี่เธอพูดบ้าอะไรกัน

ชั้นหมดคำพูดในทันที

หากนี่เป็นวิธีทำลายบรรยากาศละก็ เธอคงเป็นผู้หญิงที่น่ากลัวคนหนึ่งเลยล่ะ

 

「......มุ งั้นเหรอ」

 

ใบหน้าที่บอกว่า “หมอนี่มันน่าเบื่อจริง ๆ” นั่นมันอะไรกันน่ะ

 

ชั้นเริ่มหงุดหงิด ไม่คิดเลยว่าจะเป็นปีศาจตนเดียวกับที่เคยสู้ด้วยเมื่อสามสิบปีก่อน

 

「.......เธอน่ะ เป็นใครกันแน่?」

 

ชั้นจบบรรยากาศแปลก ๆ และยกประเด็นขึ้นมา

ชั้นรู้อยู่แล้วว่าเธอเป็นใคร

แต่ชั้นไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงได้สู้กับแม่ทัพปีศาจปฐพี

 

เธอเป็นเผ่าปีศาจที่อยู่ในกองทัพจอมมาร

แปลกมากที่เธอสู้กับแม่ทัพปีศาจปฐพี ผู้อยู่ในกองทัพจอมมารเช่นเดียวกับเธอ

 

「บางทีฉันคิดว่านายคงสังเกตเห็นแล้วว่าฉันเป็นเผ่าปีศาจ ฉันชื่อเอลฟิสซาค กิลเดกัลด์」

 

ชื่อที่ชั้นได้ยินนั้นไม่ต่างจากที่เคยได้ยินมา

แต่นิสัยเธอต่างจากที่จินตนาการไว้ บางทีนี่อาจเป็นนิสัยที่แท้จริงของเธอ

 

「......ถ้าเธอเป็นเผ่าปีศาจละก็ ทำไมถึงถูกแม่ทัพปีศาจปฐพีไล่ล่าล่ะ?」

 

「ฉันเป็นคนที่ถูกขับไล่จากกองทัพจอมมารน่ะ และอาจพูดได้ว่าตอนนี้พวกนั้นเป็นศัตรูกับฉัน เจ้ามังกรหยาบคายนั่นโจมตีฉันทันทีที่เห็นเลย」

 

ถูกขับไล่และเป็นศัตรูกับกองทัพจอมมารงั้นเหรอ

ถูกแม่ทัพปีศาจปฐพีไล่ล่า เธอคงไม่ได้โกหกสินะ?

นอกจากนี้ตอนวิ่งหนีเหมือนจะได้ยินคำว่า『กบฏ』ด้วย

 

แต่ชั้นยังไม่ยอมเชื่อหรอก

 

「ผลลัพธ์คือฉันถูกไล่จนไปเจอทางตัน ต้องขอบคุณที่นายอยู่ตรงนั้นพอดี เลยทำให้ฉันหนีมาได้」

 

หากเป็นเธอในอดีตละก็ ต่อให้คู่ต่อสู้เป็นมังกรก็ชนะได้อย่างง่ายดาย เห็นได้ชัดว่าเธออ่อนแอลง

 

ที่พื้นถล่มนี่เป็นผลพวงจากการต่อสู้ของพวกเธองั้นเหรอ?

ไม่รู้หรอกนะว่าเกิดอะไรขึ้น แต่มันกลายเป็นปัญหามากเลยล่ะ

 

「แล้ว...... นายละเป็นใคร?」

 

เธอถามชั้นโดยไม่แสดงความเป็นศัตรูออกมาเลยแม้แต่น้อย

สำหรับตอนนี้ชั้นไม่มีความคิดจะสู้กับเธอ

ชั้นตัดตินใจตอบคำถามของเธอ และเตรียมพร้อมสู้ตลอดเวลา

 

「......ชั้นชื่ออิโอริ ชั้นมาที่นี่เพราะมีธุระนิดหน่อย」

 

「หืม นายดูไม่เหมือนคนที่มาจากอาณาจักรเลยนะ นายเป็นนักผจญภัยใช่ไหม?」

 

「ใช่ ประมาณนั้นแหละ」

 

เธอแสดงว่าเข้าใจโดยการพยักหน้าพร้อมกล่าวว่า “อืม ๆ”

 

「เขากวงกตหยุดสั่นแล้ว เป็นฝีมือของเธอหรือเปล่า?」

 

「อ่อ ฉันหนีเจ้ามังกรนั่นหลังหยิบเจ้านี่มาน่ะ」

 

เธอหยิบลูกบอลกลม ๆ ที่มีขนาดเท่าฝ่ามือออกมาจากหน้าอก

มันเปล่งแสงสีรุ้งแปลก ๆ ออกมา

ไม่ผิดแน่ มันคือแกนกลางเขาวงกต

 

「อะไรน่ะ? นายอยากได้แกนกลางเขาวงกตงั้นเหรอ?」

 

เธอถามขณะแสดงแกนกลางให้ชั้นดู นี่เธอสังเกตเห็นว่าชั้นจ้องมันงั้นเหรอ

ชั้นต้องหาวิธีชิงมันมาจากเผ่าปีศาจตนนี้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

 

นี่ชั้นต้องตอบไปตามตรงหรือเปล่า?

 

「ถ้าอย่างนั้น ฉันให้นายละกัน」

 

เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ กับชั้นที่กำลังกังวล

 

「......จะดีเหรอ?」

 

「อืม ไม่เป็นไรหรอก เพราะมันไม่จำเป็นสำหรับฉัน ถ้านายรับไปฉันจะดีใจมาก ๆ เลยล่ะ」

 

เรื่องจริงงั้นเหรอ?

ชั้นโล่งอกเมื่อเธอยื่นมันมาให้ชั้น

เมื่อรับมันมา ชั้นก็รู้สึกถึงคลื่นพลังเวทย์อันมหาศาลที่ส่งมาจากมัน

 

「......เข้าใจแล้ว ขอบคุณ」

 

「ฟุฟุ~」

 

ตอนนี้ชั้นเก็บมันใส่ถุงไว้

ชั้นรู้สึกแปลกใจที่บรรลุเป้าหมายเรียบร้อยแล้ว

 

「ว่าแต่อิโอริ นายอยากได้อะไรในเขาวงกตนี้อีกหรือเปล่า?」

 

「ไม่ล่ะ เป้าหมายของชั้นมีเพียงแกนกลางเท่านั้น ตอนนี้ชั้นต้องการหนีออกไปจากที่นี่」

 

จริง ๆ แล้วยังมีอีกอย่างหนึ่ง แต่ช่างมันแล้วกัน

หากชั้นฟื้นพลังโดยการใช้แกนกลาง โดยทั่วไปแล้วก็ถือว่าสำเร็จแล้วละนะ

หากทำได้ละก็ การแก้แค้นก็จะสำเร็จได้อย่างง่ายดาย

 

「เยี่ยมไปเลย ถ้าอย่างนั้นมาร่วมมือกับฉันเถอะอิโอริ」

 

「......ร่วมมือ?」

 

ชั้นถามออกไปโดยไม่ได้ตั้งใจ

 

「นายจะเรียกว่าร่วมกันสู้ก็ได้นะ」

 

ตามที่เธอเล่ามา ดูเหมือนว่าวงเวทย์เคลื่อนย้ายที่พาออกไปจากที่นี่จะอยู่ชั้นที่ 14

ตอนนี้พวกเราอยู่ชั้นที่ 15 ซึ่งเป็นชั้นต่ำสุด

 

หลังจากที่เธอเอาแกนกลางเขาวงกตให้ชั้น เราก็ตรงไปยังวงเวทย์เคลื่อนย้ายที่ชั้น 14

ดูเหมือนเราจำเป็นต้องสู้กับเจ้ามังกรนั่น เพื่อหนีออกจากที่นี่

 

「บางทีเจ้ามังกรนั่นอาจรอฉันอยู่ที่หน้าวงเวทย์เคลื่อนย้ายก็ได้นะ」

 

「......ที่มันไม่ไล่มาถึงที่นี่ อาจเป็นเพราะมันรู้ว่าเธอจะไปที่วงเวทย์เคลื่อนย้ายละมั้ง?」

 

ตัดสินจากการที่มันพูดได้ สติปัญญาของเจ้ามังกรนั่นจะต้องสูงมากแน่ ๆ

แม้มันจะรอซุ่มโจมตีก็คงไม่แปลกอะไร

 

ชั้นคิดเรื่องหลังจากนี้ พลางตรวจสอบคำพูดของเธออย่างระมัดระวัง

ดูเหมือนเจ้ามังกรนั่นจะเล็งเป้าไปที่เธอ

ชั้นแค่ติดร่างแหมาเฉย ๆ

ถ้าอย่างนั้นชั้นน่าจะหนีมันพ้น ไม่เหมือนกับเธอ

 

「ถ้าต้องการจะหนี เราสามารถปีนขึ้นไปขั้นบน แล้วออกตรงทางเข้าเขาวงกตได้」

 

「เป็นไปไม่ได้หรอก เจ้ามังกรนั่นใช้เวทมนตร์เคลื่อนที่ไปบนพื้นดินได้อย่างอิสระ มันจะไล่ตามแม้ว่าเราจะหนีไปชั้นบนก็ตาม」

 

แล้วเธอก็พูดต่อ

 

「ตัดสินจากพฤติกรรมของมัน เจ้าสหายผู้หยาบคายนั่นต้องมีนิสัยเจ้าคิดเจ้าแค้นแน่ ๆ ไม่ต้องพูดถึงฉันเลย นายที่อยู่ที่นี่ก็หนีไม่พ้นเหมือนกัน แม้จะแยกทางกันแต่หลังจากฆ่าหนึ่งในพวกเราแล้ว มันจะไล่ล่าคนที่เหลือด้วย」

 

จากคำพูด ดูเหมือนเธอจะรู้เจตนาชั้น

แต่ชั้นไม่ได้โกหกเธอสักหน่อย

หากหนีจากมังกรถ้ำที่มีขนาดมหึมาด้วยเท้าเพียงอย่างเดียวละก็ มันคงจะไล่ตามและขยี้ชั้นตอนหมดแรงแน่ ๆ

 

「เพราะนายลุยมาถึงชั้นล่างได้ด้วยตัวคนเดียว นายคงจะสู้กับมันไหวใช่ไหม? ถ้าเราร่วมมือกัน ความเป็นไปได้ที่นายจะหลบหนีสำเร็จก็จะสูงขึ้นนะ」

 

พูดเสร็จเธอก็ยื่นมือออกมา

แววตาเธอบ่งบอกว่าอยากเป็นพันธมิตรกับชั้น

 

「......ชั้นใช้การโจมตีอันทรงพลังนั่นไม่ได้แล้ว คงสร้างความเสียหายให้เจ้านั่นไม่ได้แล้วล่ะ」

 

ชั้นรู้ขีดจำกัดของตัวเองตั้งแต่ก่อนมาที่นี่แล้ว

ตัวชั้นในปัจจุบันเทียบไม่ได้กับยุคทอง

ชั้นใช้เวทมนตร์แปลก ๆ ที่ใช้ก่อนหน้านี้ได้เพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์จากเมื่อก่อน แม้จะใช้หินเวทย์กับไอเทมเวทมนตร์ช่วยแล้วก็ตาม

 

「ไม่มีปัญหา เวทมนตร์ของชั้นสร้างความเสียหายให้เจ้ามังกรนั่นได้ อิโอริแค่ต้องซื้อเวลาให้ฉันหน่อยเท่านั้นเอง」

 

เธอพูดว่าทุกอย่างจะไม่เป็นอะไรพลางส่ายมือ

จริง ๆ แล้วมันก็ไม่ใช่ความคิดที่เลวร้ายอะไรแถมยังสะดวกดีด้วย

 

「......เธอเพิ่งจะเจอกับชั้นเองนะ แล้วยังจะร่วมมือกับชั้นที่เป็นมนุษย์อีก หืม」

 

สำหรับเธอแล้ว ชั้นเป็นคนแปลกหน้าที่เพิ่งจะพบกัน

นอกจากนี้เผ่าปีศาจและมนุษย์ยังเป็นศัตรูกันอีกด้วย

แต่เธอไม่แสดงถึงการระวังตัวเลยแม้แต่น้อย

ไม่ว่าจะมองยังไงก็น่าสงสัย

 

เธอวางแผนอะไรไว้กันแน่?

หากเธอเป็นตัวถ่วง ชั้นควรทิ้งเธอไว้ที่นี่ไหม?

 

ชั้นที่อยู่ในห้วงความคิดจ้องเธออย่างดุดัน แล้วเธอก็พูดขึ้นมาว่า

 

「นายก็ช่วยชั้นไว้ โดยไม่สนว่าจะเป็นมนุษย์หรือเผ่าปีศาจใช่ไหมล่ะ?」

 

「――――」

 

ด้วยการแสดงออกราวกับอยากจะกล่าวเช่นนั้น มันเป็นธรรมชาติมาก ๆ

 

「ถูกไหม?」

 

ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือเผ่าปีศาจงั้นเหรอ?

เธอพูดอะไรอยู่ละนั่น?

ไม่เข้าใจเลยจริง ๆ

 

「นอกจากนี้ฉันมั่นใจในสายตาตัวเอง นายน่ะเป็นมนุษย์ที่มีค่าพอให้ฉันร่วมมือด้วย」

 

เธอผู้มั่นใจในตัวเองกล่าวเช่นนั้นเหมือนเคย

ถึงจะประจบชั้นไปก็ไม่ได้อะไรหรอกนะ

เธอกล่าวพร้อมแสดงออกอย่างจริงใจ

 

อย่างน้อยชั้นก็เห็นมัน

 

「――――」

 

ชั้นควรจะยอมรับหรือปฏิเสธข้อเสนอของเธอดี?

หลังคิดอยู่ครู่หนึ่งชั้นก็ได้ข้อสรุป

 

「……เข้าใจแล้ว มาร่วมมือกันจนกว่าเราจะออกจากที่กันเถอะ」

 

「อื้ม เป็นการตัดสินใจฉลาดมาก」

 

เธอยิ้มอย่างเป็นสุขและพยักหน้าอย่างอวดดี

 

「…………」

 

ราวกับสามารถไว้ใจเธอได้

ในทางตรงกันข้าม คำพูดเธอทำให้ชั้นไว้ใจเธอไม่ได้มากนัก

 

สหายเก่าชั้นーลูซิฟีน่าก็เคยกล่าวเช่นนั้นกับชั้น

มนุษย์และปีศาจนั้นไม่ต่างกัน

เธอพูดว่า「นี่นายกำลังคิดแบบนั้นอยู่จริงดิ」พลางหัวเราะใส่ชั้น

 

วางแผนสำรองไว้คงจะดีกว่า

มีความเป็นไปได้สูงที่เธอจะทรยศ

ถ้าอย่างนั้นชั้นควรทรยศเธอก่อน

 

ชั้นจะไม่ถูกหลอกอีกต่อไป

ชั้นจะไม่พลาดอีกเป็นครั้งที่สอง

ชั้นจะใช้ทุกสิ่ง เพื่อมีชีวิตรอดออกไปจากที่นี่

 

 

「เธอใช้เวทย์ที่มีพลังแรงพอจะจัดการกับมังกรได้จริงเหรอเอลฟิสซาค」

 

เราตรงไปยังวงเวทย์เคลื่อนย้ายที่ชั้นบน หลังจากวางแผนหลบหนีเสร็จ

 

「ฟุฟุ คิดว่าฉันเป็นใครกัน?」

 

「ก็เพราะไม่รู้นะสิ ไม่อย่างนั้นชั้นจะถามไปทำไม」

 

「มุ……」

 

เอาเถอะ ชั้นรู้ความสามารถของเธอดี

แม้ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้เป็นหนึ่งในสี่แม่ทัพปีศาจ แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งของกองทัพจอมมาร

 

「สบายใจได้ แม้ตอนนี้ฉันจะใช้พลังได้ไม่เต็มที่ แต่ก็มีพลังเวทย์พอจะสังหารเจ้ามังกรตัวนั้นได้」

 

ใช้พลังได้ไม่เต็มที่เหรอ หืม

หากเธอมีพลังเต็มเปี่ยมอย่างเมื่อก่อน คงจัดการเจ้ามังกรนั่นได้ง่าย ๆ เลย

 

「ดังนั้นด้วยการร่วมมือกับฉัน นายจะหนีจากที่นี่ได้อย่างง่ายดาย」

 

「……นั่นสินะ ชั้นจะคาดหวังก็แล้วกัน」

 

มันเป็นเพียงการโกหก เธอคิดว่าชั้นจะเชื่ออย่างหน้ามืดตามัวงั้นเหรอ

แน่นอนว่าชั้นจะคิดว่าเธอจะทรยศตลอดเวลา

ดูเหมือนเจ้ามังกรนั่นจะเล็งเป้าไปที่เธอ ชั้นจะใช้เรื่องนั้นให้เป็นประโยชน์

 

แม้จะร่วมมือกัน แต่ก็ไม่มีเหตุผลที่จะเป็นพวกพ้องกัน

มันเป็นเพียงผลประโยชน์ร่วมกันเท่านั้น

สำหรับเผ่าปีศาจผู้เป็นศัตรูกับมนุษย์ ไม่ว่าเธอจะแสดงท่าทางเป็นมิตรแค่ไหน ชั้นก็ไม่มีวันเชื่อ

 

……แม้แต่พวกพ้องที่ร่วมเดินทางด้วยกันมาหลายปี ก็ยังทรยศชั้นได้ง่าย ๆ

 

ชั้นจะเตรียมรับมือเผื่อเธอเปลี่ยนใจตลอดเวลา

เพื่อจะไม่โดนลอบโจมตี

ในทางตรงกันข้าม หากเธอทำตัวน่าสงสัย ชั้นก็จะตัดหัวเธอด้วยการฟันเพียงครั้งเดียว

 

「เป็นอะไรรึ? ฉันรู้สึกเหมือนว่านายคอยจับตาดูทุกการกระทำของฉันเลย」

 

「เปล่า…… ไม่มีอะไรหรอก」

 

ชั้นพยายามแกล้งโง่ แต่ดูเหมือนว่าสัญชาตญาณของเธอจะเฉียบคมมาก

แม้เธอจะอ่อนแอลง แต่ชั้นก็ประมาทเธอไม่ได้

 

「ฟุมุ…… อย่างที่คิด นายตกหลุมรักฉันตั้งแต่แรกเห็นจริง ๆ สินะ」

 

「ก็บอกว่าเปล่าไง」

 

「มุ…… งั้นเหรอ」

 

ชั้นจะไม่ประมาทอีก

 

เราเดินขึ้นบันได ขณะแลกเปลี่ยนบทสนทนา

เมื่อมาถึงชั้นที่ 14 เราก็เดินตรงไปยังวงเวทย์เคลื่อนย้าย

 

「ใกล้ถึงแล้ว ตื่นตัวไว้」

 

「……อืม」

 

รอบ ๆ นี้ไม่มีวี่แววปีศาจเลยสักตัว เป็นเพราะไอปีศาจบริเวณนี้เบาบางมาก

ปีศาจที่อ่อนแอจะตาย ตัวที่แข็งแกร่งจะมองหาไอปีศาจ และพุ่งเป้าไปยังนอกเขาวงกต

ชั้นรู้สึกขอบคุณ เพราะมีศัตรูเหลืออยู่เพียงตัวเดียวเท่านั้นคือแม่ทัพปีศาจปฐพี

 

เธอแนะนำชั้น เราเดินมาจนถึงห้องวงกลมขนาดใหญ่

กำแพงถูกสร้างขึ้นเพื่อให้สามารถขยับได้ เหมือนกับห้องเล็ก ๆ ก่อนหน้านี้

ในส่วนลึกของห้อง ทางเดินนั้นต่างจากตรงอื่น และสร้างจากวัสดุที่ทนทาน

บางทีวงเวทย์เคลื่อนย้ายอาจตั้งอยู่ตรงสุดทางเดิน

 

เราเดินเข้าไปในห้องนั้น

ไม่มีสัญญาณว่ามีอะไรอยู่ในนี้

แต่ชั้นรู้ดี

 

「แกอยู่ที่นี่ใช่ไหม? เลิกซ่อนตัวแล้วออกมาได้แล้ว」

 

『ーโฮก』

 

เสียงดังก้องไปทั่วห้อง แขนขนาดยักษ์โผล่ขึ้นมาจากรอยแยกที่ถูกเปิดออกบนพื้นหินกลางห้อง

ผิวดินถูกแยกออกพร้อมเสียง “บุ๋ง บุ๋ง” ราวกับถูกสร้างจากน้ำ แม่ทัพปีศาจปฐพีปรากฏตัวขึ้นมาจากรอยแยกนั้น

มังกรยักษ์คำรามและพุ่งตรงมาหาชั้น

 

『ดูเหมือนพวกแกจะคิดว่าสามารถปราบข้าได้สินะ』

 

ชั้นหยิบหินเวทย์และชักดาบล้ำค่า

ทั่วทั้งร่างของมันถูกปกคลุมไปด้วยหินแข็ง แม้จะใช้ “สังหารปีศาจ(壊魔)” มันก็อาจไม่ได้รับความเสียหาย

 

「เจ้าโง่ โง่ ๆ อย่างแกน่ะต้องถูกพวกเราจัดการแน่นอน」

 

เธอกระตุ้นมันด้วยรอยยิ้มอันไร้ซึ่งความเกรงกลัว

ดูเหมือนว่ามันจะโมโหและส่งเสียงคำรามในลำคอ

แล้วมันก็หันมามองชั้น

 

『แก เจ้ามนุษย์ตัวกระจ้อย แกต้องชดใช้ที่ริอาจมาขวางข้าก่อนหน้านี้』

 

ดูเหมือนว่ามันจะเล็งเป้ามาที่ชั้นตามที่เอลฟิสซาคบอก

เรื่องนี้ก็อยู่ในการคาดการณ์เช่นกัน

 

「มาเริ่มกันเลยเจ้าแม่ทัพปีศาจปฐพี! เอลฟิสซาคถอยไป แค่ชั้นคนเดียวกันจัดการมันได้แล้ว」

 

『……แกว่าอะไรนะ!?』

 

ชั้นเคยได้ยินนิสัยของมันมาจากเอลฟิสซาค

ชั้นพบว่ามันมั่นใจในพลังของมัน จากพฤติกรรมก่อนหน้านี้

จากการถูกยั่วยุ

 

「นี่แกยังไม่เข้าใจอีกเรอะ? สำหรับเจ้าโง่ที่ยอมให้แกนกลางเขาวงกตถูกขโมยไป ชั้นจะบอกแกว่าแค่ชั้นคนเดียวก็จัดการแกได้แล้วยังไงล่ะ」

 

『ーชิ!!』

 

ดูเหมือนจะยั่วยุสำเร็จนะ

ร่างกายอันใหญ่โตของมันสั่งด้วยความโกรธ

 

「เฮ้ อิโอริ ทุกอย่างเป็นไปตามแผนเลยเนอะ」

 

「……อืม」

 

เธอถอยไปด้านหลังตามคำขอ

ชั้นไม่รู้ว่าจะได้ผลตามแผนหรือเปล่า แต่ทำตามแผนไปก่อนก็แล้วกัน

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือชั้นต้องสู้กับมันเพียงลำพังI

 

『ได้……』

 

มันถลึงตาและจ้องชั้น

 

『ข้ามีนามว่าบากิลโด้ ไม่ใช่ “แม่ทัพปีศาจปฐพี”! เจ้ามนุษย์ ข้าจะขยี้เจ้าเดี๋ยวนี้!!』

 

เสียงคำรามของมันก้องไปทั่ว

 

อ่า ใช่แล้ว

ตอนนี้ชั้นได้แกนกลางเขาวงกตมาแล้ว ดังนั้นชั้นไม่มีธุระอะไรกับที่นี่อีกต่อไป

เพราะอย่างนั้นช่วยรีบ ๆ หายไปสักทีได้ไหม เจ้าแม่ทัพปีศาจปฐพี

 

ด้วยเหตุนี้การต่อสู้กับแม่ทัพปีศาจปฐพีจึงได้เริ่มขึ้น




NEKOPOST.NET