[นิยายแปล] Sairin Yuusha no Fukushuu Hanashi - สิ้นหวังชะมัด เลิกเป็นผู้กล้าแล้วไปอยู่ฝั่งจอมมารดีกว่า~ ตอนที่ 6 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Sairin Yuusha no Fukushuu Hanashi - สิ้นหวังชะมัด เลิกเป็นผู้กล้าแล้วไปอยู่ฝั่งจอมมารดีกว่า~

Ch.6 - 『ร่วงหล่นและพบพาน』


มีเขาวงกตอยู่ห้าแห่งที่ถูกเรียกขานว่า「เบญจวงกตแห่งผู้ลงประกาศิต」

ฐานทัพซึ่งจอมมารสร้างสิ่งนั้นเพื่อกองกำลังของตน

และได้รับการปกป้องโดยปีศาจที่มีพลังกล้าแกร่ง ซึ่งถูกรู้จักในนาม「แม่ทัพปีศาจ」แม้จะยกทหารมาทั้งอาณาจักรก็ยากที่จะเอาชนะได้

 

「วงกตนรก」แห่งนี้เป็นหนึ่งในเขาวงกตสำคัญ

มีหนึ่งในแม่ทัพปีศาจซึ่งได้รับพลังจากผืนปฐพีอาศัยอยู่

ปีศาจหรือแม่ทัพปีศาจตนนั้น ที่ปกป้องแกนกลางเขาวงกตแห่งนี้ ถูกเรียกขานว่า「แม่ทัพปีศาจปฐพี」

 

ในอดีตที่แห่งนี้มีชั้นทั้งหมด 15 ชั้น พื้นนั้นเปราะบางและเต็มไปด้วยเหวลึก

ในตอนนี้ไม่รู้ว่าจะยังมี 15 ชั้นเหมือนเดินหรือเปล่า ถึงอย่างนั้นชั้นก็จะยังลงไปยังชั้นล่างสุด

ชั้นใช้เวทย์เสริมพลังกายและลบตัวตนพร้อมกัน โดยใช้พลังเวทย์จากหินเวทย์

 

「โฮกกกกกก!!」

 

ทว่ากลับมีปีศาจรู้สึกถึงตัวตนของชั้น เพราะหนึ่งในพวกมันมีสัญชาตญาณอันแหลมคม

พวกมันคือ「โอเกอร์โคลน」โอเกอร์ที่ถูกสร้างขึ้นมาจากโคลน “ตึงตึง” มันวิ่งตรงมาทางชั้น

 

「ฟู่」

 

『โฮกกกกกก!?』

 

ชั้นหลบแขนที่ดูราวกับท่อนซุง แล้วตัดหัวมันด้วยดาบล้ำค่า

เป็นไปตามคาด มันคมจนตัดหัวโอเกอร์โคลนได้ในฉับเดียว

 

「ด้วยเจ้านี่ อาศัยแค่เสริมพลังกายกับวิชาดาบก็ชนะมันได้แล้วสินะ」

 

โดยทั่วไปแล้วชั้นสามารถเข้าใจรูปแบบการเคลื่อนไหวของปีศาจที่เคยสู้มาแล้วครั้งหนึ่งได้

ชั้นรุดหน้าได้รวดเร็วมาก ต้องขอบคุณ『แหวนแห่งพลัง』ที่ทำให้สู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ชั้นเดินไปพลางเช็คความสามารถในปัจจุบันไป

 

ชั้นใช้เวทมนตร์แรง ๆ ได้ไม่มากนัก แม้จะได้รับการช่วยเหลือจากหินเวทย์ก็ตาม

สำหรับพวกปีศาจระดับต่ำเพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว

แต่สำหรับปีศาจระดับสูงทั่ว ๆ ไป ชั้นก็ใช้เวทมนตร์ทำให้พวกมันไขว้เขวได้

 

สำหรับตอนนี้ชั้นตั้งใจจะสู้โดยใช้ดาบเป็นหลัก และใช้เวทมนตร์คอยสนับสนุน

สำหรับปีศาจที่ไม่รับรู้ถึงตัวตนของชั้น ชั้นก็แค่เมินมันก็พอ ส่วนพวกปีศาจที่รับรู้ถึงตัวตนของชั้น ชั้นจะกำจัดพวกมันในทันที

 

การหาบันไดสู่ชั้นล่างเป็นเรื่องยาก เพราะโครงสร้างที่เปลี่ยนไป

ชั้นรุดหน้าได้เร็วมาก เพราะไม่มีการต่อสู้ใหญ่ ๆ เกิดขึ้น

 

「――――」

 

『ซ่าาาาา!!』

 

『โฮกกกกกก!!』

 

เมื่อลงมาถึงชั้น 8 ในขณะที่คิดอย่างนั้น ชั้นก็ได้พบกับปีศาจจำนวนมาก มากซะจนไม่อยากยุ่งด้วย

มันเป็นบ้านมอนฯ พื้นบริเวณรอบ ๆ บันไดนั้นแข็งแรง

โอเกอร์โคลน โครงกระดูก และแม้กระทั่งกิ้งก่าปฐพีจำนวนนับไม่ถ้วน กำลังจะโจมตีมาที่ชั้นพร้อมกัน

 

「ชิ」

 

ชั้นหลบพลางปัดการโจมตี ไม่มีพวกมันตัวไหนแข็งแกร่งพอเลย

แม้แต่ตัวชั้นในปัจจุบันก็สามารถรับมือกับได้

แต่จำนวนของพวกมันนั้นทำให้รับมือได้ลำบากมาก

 

「…….น่ารำคาญจริง ๆ」

 

ชั้นสู้กับพวกมันด้วยมือเดียว ขณะอีกมีกำลังล้วงไปในถุง

ทันใดนั้นปีศาจที่อยู่ตรงหน้าชั้นก็กระเด็นไปฝังในกำแพง

 

『อ่า... ไม่ได้เจอมนุษย์มาพักนึงแล้วสินะ』

 

โอเกอร์โคลนซึ่งมีขนาดลำตัวที่ใหญ่มากปรากฏตัวออกมา

ขณะบิดร่างอันอวบอ้วน และยิ้มให้ชั้นอย่างสดใส

 

『ฮิ ๆ ๆ ถึงแม้ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ จะดีกว่า แต่ผู้ชายก็ดีเหมือนกัน ข้าจะจัดการแกซะ』

 

「สายพันธุ์หายากงั้นเหรอ?」

 

โดยส่วนใหญ่แล้วปีศาจจะไม่สามารถพูดได้ เนื่องจากสติปัญญาอันต่ำต้อยของพวกมัน

แต่สายพันธุ์หายากจะมีสติปัญญาสูงจนทำให้พูดได้

และยังแข็งแกร่งกว่าปีศาจทั่วไปอีกด้วย

 

『เจ้าพวกแมลงวัน แกกำลังขวางทางข้า!』

 

โอเกอร์โคลนยักษ์เหวี่ยงกำปั้นใส่ปีศาจรอบ ๆ พลางหัวเราะ

แม้จะเป็นโอเกอร์โคลนเหมือนกันก็ถูกฆ่าราวกับก้อนเนื้อ

 

「เฮ้ พวกมันเป็นพวกเดียวกับแกไม่ใช่เหรอ?」

 

『หือ? กับพวกขยะไร้ค่า ข้าจะทำอะไรกับพวกมันก็ได้』

 

「งั้นเหรอ」

 

ปีศาจก็เหมือนกับสิ่งมีชีวิตทั่วไป ยกเว้นส่วนที่ฆ่าพี่น้องของตัวเอง

เพียงเพื่อตอบสนองความต้องการที่ไม่เปลี่ยนไป

แม้ว่าจะมีสติปัญญาก็ตาม

 

โอ๊ะ ใช่แล้ว

พวกมันก็ไม่ได้ต่างจากพวกมนุษย์สักเท่าไหร่

 

ตอนนี้ชั้นเข้าใจแล้ว

 

「――ไม่ค่อยสบอารมณ์เลยแฮะ」

 

โอเกอร์โคลนยักษ์เริ่มโจมตีชั้น

ถ้าเป็นมนุษย์ธรรมดาละก็ โดนทีเดียวคงจะเละเป็นก้อนเนื้อในทันที

ชั้นใช้ดาบล้ำค่ารับการโจมตีของมัน

 

ชั้นใช้เทคนิค “กระบี่เบา(柔剣)” ซึ่งได้มาจากตอนเป็นผู้กล้า ระหว่างการต่อสู้

มันเป็นเทคนิคที่ต้องอาศัยการควบคุมอันอ่อนไหว เพื่อปราบศัตรูอย่างช้า ๆ

 

『หะ!?』

 

โอเกอร์โคลนยักษ์ที่เชื่อมั่นในพละกำลังของตนตกใจ

ในจังหวะที่ตัวแข็งทื่อด้วยความตกใจ ลำตัวของมันก็โดนผ่าเป็นสองท่อน

 

『ฮิ๊ อ๊ากกกกกกก!』

 

จากนั้นมันก็ล้มลงกับพื้น พร้อมกรีดร้องเป็นครั้งสุดท้าย

มันตายโดยที่ร่างท่อนบนและล่างถูกผ่าออกจากกัน

 

『โฮกกกกกก!?』

 

ปีศาจรอบ ๆ ต่างพากันวิ่งหนีด้วยความหวาดกลัว เพราะสายพันธุ์หายากถูกฆ่าไปแล้ว

ชั้นใช้โอกาสนี้หนีออกมาจากตรงนั้น

 

 

 

 

หลายชั่วโมงถัดมา

ชั้นลงบันไดมาเรื่อย ๆ จนถึงชั้นที่ 11

 

ถึงอย่างนั้นจำนวนปีศาจที่ไล่ตามชั้นค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ พวกมันไล่ตามมาอย่างไม่ลดละ

เมื่อคำนึงถึงความคล่องตัวเป็นสิ่งแรก ชั้นแต่งตัวไม่แน่นหนานักทว่ามันทำมาจากวัสดุชั้นยอด

แต่เพราะยังคำนึงถึงพลังป้องกันอยู่ ชั้นก็เลยใส่เกราะเบามาด้วย

 

『ーช่าาาาา』

 

ปีศาจตัวใหญ่โผล่มาขวางทางชั้นไว้

มันคือปีศาจแมงมุมหรือแมงมุมปฐพี ซึ่งมีร่างกายท่อนล่างเป็นแมงมุม แต่ท่อนบนเป็นโกเล็ม

มันเป็นปีศาจที่มีระดับภัยคุกคามสูงสุดใน「วงกตนรก」แห่งนี้

 

『ชู่วววววว!!』

 

ลูกบอลสีขาวถูกพ่นออกมาจากปากของมัน

เพื่อสร้างสิ่งกีดขวางมาขวางทางไว้

มันสามารถสร้างใยที่มีความหนืดมากได้

 

「……ดูเหมือนจะไม่มีทางเลือกแล้วสินะ」

 

ชั้นหยิบหินเวทย์ออกมาจากถุงหลายก้อน ในขณะที่หลบการโจมตีของมัน

และกระตุ้นพลังเวทย์ภายในจนควบคุมไม่อยู่

 

「ー【Magic Break】(壊 魔 /ブレイク・マジック)」

 

ชั้นโยนมันใส่ปีศาจที่ตามมาด้านหลัง

มันเปร่งแสงและส่งเสียงดัง แล้วจากนั้นก็ระเบิดออก

 

พวกมันถูกแรงระเบิดทำให้กระเด็นกลับไป

แต่ชั้นเอาชนะปีศาจทั้งหมดด้วยเจ้านี่อย่างเดียวไม่ได้หรอกนะ

ปีศาจตัวอื่น ๆ ยังคงวิ่งตรงมาทางชั้น

 

『กุโระ!?』

 

เมื่อเสียง “ตูม” ดังก้อง พื้นดินรอบ ๆ ก็ถล่ม

เหล่าปีศาจที่อยู่บริเวณนั้นต่างพากันตกลงไปข้างล่างทีละตัวทีละตัว

 

「ฮึบ!!」

 

ชั้นกระโดดลงไปในหลุมเพื่อหนีแมงมุมปฐพี

 

「【Cyclone】( 旋風 )」

 

ขณะกำลังจะถึงพื้นของชั้นต่อไป ชั้นก็ใช้เวทย์【ไซโคลน】โดยยืมพลังเวทย์จากหินเวทย์

และลงพื้นโดยได้รับแรงกระแทกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

 

「ดูเหมือนจะทำตัวบ้าบิ่นเกินไปหน่อยแฮะ……」

 

ซากปรักหักพังจากชั้นบนร่วงลงมาทับเหล่าปีศาจที่ร่วงลงมา แมงมุมปฐพีก็เช่นกัน

ด้วยเหตุนี้ชั้นจึงพ้นจากการโดนไล่ แม้จะเสี่ยงไปสักหน่อย แต่ก็ทำสำเร็จ

 

「ถ้าไม่อยู่คนเดียวละก็ ชั้นจะไม่ใช้วิธีนี้แน่ ๆ」

 

ที่นี่คือชั้นที่ 12 จำนวนชั้นอาจเปลี่ยนไป แต่ถ้าเหมือนดังเช่นอดีต ก็น่าจะเหลืออีกแค่ 3 ชั้นเท่านั้น

แม่ทัพปีศาจปฐพีน่าจะอยู่ใกล้ ๆ กับแกนกลางเขาวงกตแน่ ๆ

 

ถ้าเป็นปีศาจในเขาวงกตแห่งนี้ละก็ ถ้าไม่ถูกล้อมไว้ก็พอจะจัดการได้อยู่

ถ้าใช้หินเวทย์จำนวนมากกับพลังเวทย์จากไอเท็มละก็ บางทีอาจทำให้แม่ทัพปีศาจปฐพีไขว้เขว แล้วขโมยแกนกลางเขาวงกตได้

 

「หืม…… นั่นมัน」

 

ใกล้ ๆ กับซากของแมงมุมปฐพี มีลูกกลม ๆ สีขาวขนาดเท่าลูกซอฟท์บอล

มันทำให้นึกขึ้นมาได้ว่า『ก้อนใย』ของแมงมุมปฐพีนั้นมีความหนืดสูง ชั้นควรเก็บมันไปด้วย

การจัดการกับมันนั้นค่อนข้างยาก แต่บางทีมันอาจมีประโยชน์ก็ได้ ชั้นเลยเก็บมันใส่ถุง

 

「เอาล่ะ……」

 

ชั้นเริ่มเดินไปชั้นถัดไป หลังจากตรวจสอบพลังเวทย์ที่เหลือในหินเวทย์เสร็จ

 

ในขณะที่เดินหน้าไปเรื่อย ๆ

ไอปีศาจที่ลอยอยู่ในอากาศก็เริ่มหนาแน่นขึ้นเรื่อย ๆ และส่องแสงออกมา

มันสร้างฉากที่ดูแฟนตาซีมาก แต่ชั้นไม่มีเวลาชื่นชมมันหรอกนะ

 

「――……」

 

ไอปีศาจเป็นแก๊สที่ช่วยให้กำเนิดปีศาจ มันเป็นสิ่งที่คล้ายกับออกซิเจน

ในชั้นที่ต่ำกว่าซึ่งมีไอปีศาจหนาแน่น  จะให้กำเนิดปีศาจที่แข็งแกร่งได้มากกว่า

ชั้นพบปีศาจจำนวนมาก ที่ด้านล่างของบันไดーอย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ ชั้นตื่นตัวมากขึ้นและเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง

 

ชั้นคิดว่าการเรียนสกิลอื่นนอกเหนือจากของผู้กล้าโดยทำให้ไม่พึ่งพาแต่พลังของผู้กล้าเป็นเรื่องที่ดีจริง ๆ

วิชาดาบกับวิธีการเดินในเขากวงกตนั้นมีประโยชน์มาก

……ชั้นรู้สึกหดหู่เมื่อนึกถึงคนที่สอนเรื่องนี้ให้ชั้น

 

ชั้นปล่อยให้แมงมุมปฐพีผ่านไป ขณะที่พวกมันทำให้พื้นสั่นสะเทือนเบา ๆ จากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังพื้นที่ที่มีไอปีศาจหนาแน่น

ผ่านไปสักพัก ในที่สุดชั้นก็มาถึงชั้นที่ 13

 

「ต่อไปก็ อืม...」

 

ในชั้นที่ต่ำกว่า นอกจากแกนกลางแล้วยังมีจุดวาร์ปออกไปสู่ข้างนอกอีกด้วย

มันเป็นทางออกแบบวันเวย์

 

อย่างแรกชั้นต้องยืนยันตำแหน่งแกนกลางกับจุดวาร์ป หลังจากนั้นในตอนที่ดึงดูดความสนใจแม่ทัพปีศาจปฐพี ก็เข้าไปชิงแกนกลาง แล้ววาร์ปออกจากที่นี่ในทันที

มันน่าจะเป็นกลยุทธ์ที่ดีที่สุด

 

ครั้งก่อนที่มาที่นี่ โกเล็มขนาดยักษ์ที่เรียกตัวเองว่าแม่ทัพปีศาจปฐพี เป็นปีศาจตนเดียวที่คอยปกป้องแกนกลาง

มันแข็งแกร่งมาก แต่การเคลื่อนไหวกลับเชื่องช้า และมีสติปัญญาเพียงน้อยนิด

 

ครั้งที่แล้วชั้นเผชิญหน้ากับมันตรง ๆ แต่ครั้งนี้เมื่อได้แกนกลางมา ชั้นจะหนีทันที

เพราะมีองค์ประกอบที่ไม่แน่นอนมากมาย ถ้าเป็นไปได้ก็อยากใช้มันตอนหนีไปได้แล้ว

แต่ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด ก็อาจจะต้องใช้มันฟื้นพลังเร็วกว่าที่คิดไว้

 

ชั้นจำลองสถานการณ์ และคิดกลยุทธ์ไว้หลายรูปแบบ

 

ชั้นต้องคิดล่วงหน้าสักหน่อย

 

「――――」

 

*คลืน* จู่ ๆ พื้นก็สั่น

แต่ไม่ใช่เพียงแค่นั้น

ทั่วทั้งเขาวงกตกำลังสั่นไหว

 

「นี่มันー」

 

*ฟู่ว* อากาศที่ไหลอยู่ในเขาวงกตนี้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

เสียงร้องอันเปี่ยมไปด้วยความเจ็บปวดของเหล่าปีศาจดังก้องไปทั่ว

ชั้นมีประสบการณ์กับปรากฏการณ์นี้มาห้าครั้งแล้ว

 

「แกนกลางถูกขโมยไปแล้ว」

 

มีใครบางคนแซงหน้าชั้นไปแล้ว

เสียงระเบิดจากชั้นล่างดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

บางทีอาจมีบางคนกำลังสู้กับแม่ทัพปีศาจปฐพีอยู่

แรงระเบิดก็ค่อย ๆ เคลื่อนมาทางชั้นเรื่อย ๆ

 

「เอาไงดี……」

 

เพื่อฟื้นพลัง แกนกลางเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

ชั้นไม่รู้ว่าแกเป็นใคร แต่ชั้นจะไม่ปล่อยให้แกเอาไปได้แน่

ถึงยังไงถ้าเผชิญหน้ากับแม่ทัพปีศาจปฐพีตรง ๆ ละก็ ลำบากแน่ ๆ

 

「――――」

 

ในขณะที่รู้สึกเสียวสันหลัง

จู่ ๆ ก็มีเสาหินขนาดยักษ์แทงลงมาตรงจุดที่ชั้นยืนอยู่ก่อนหน้านี้

 

「เหวอ!?」

 

รอยแตกกระจายไปรอบเสาหิน มันกระจายไปเร็วมาก

หลังจากนั้นพื้นก็ถล่ม

 

「อึก เวรเอ๊ย!」

 

ชั้นใช้เวทย์เดียวกับที่ใช้ก่อนหน้านี้ เพื่อลดแรงกระแทกจากการลงพื้น

ตรงหน้าชั้นมีภูเขาหิน ที่ใหญ่จนทำให้ชั้นต้องเงยหน้ามอง

 

『……ดูเหมือนจะมีแมลงตัวกระจ้อยหลงเข้ามา』

 

เสียงที่จากเหวดังก้องไปทั่วเขาวงกต

หลังจากได้ยินเสียงนั้น

ชั้นก็ตระหนักได้ว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้านั้นไม่ใช่ภูเขาหิน

 

「……มังกรปฐพี (岩窟龍 / アースドラゴン)」

 

ดวงตาขาดใหญ่สองดวงที่มีขนาดประมาณศีรษะมนุษย์ และจมูกที่ยื่นออกมา

ปากขนาดยักษ์ที่มีเคี้ยวอันแหลมคมจนดูราวเสาเข็ม

มังกรที่ทั่วทั้งร่างกายปกคลุมไปด้วยหินขนาดยักษ์ ที่ทำให้ชั้นเข้าใจผิดว่ามันเป็นภูเขาหิน

 

แรงกดดันของมันไม่สามารถเทียบได้กับโกเล็ม ที่เป็นแม่ทัพปีศาจปฐพีตนเก่าที่ชั้นเคยสู้ได้เลย

การเผชิญหน้ากับมันทำให้ชั้นลำบากจริง ๆ

 

『ให้ตายสิ ตัวปัญหาโผล่มาไม่หยุดไม่หย่อนเลย』

 

เป็นไปไม่ได้เลยที่จะหนีไปตรง ๆ เพราะมันขวางทางอยู่

โชคดีที่พอมีช่องว่างอยู่บ้าง

เมื่อเลื่อนสายตาไปยังหลังของมัน มันเป็นช่วงเวลาที่ชั้นอยากจะหนีไปให้ไว

 

「เฮ้ เจ้ามนุษย์ตรงนั้นน่ะ ช่วยสนับสนุนที!」

 

เสียงเด็กสาวดังมาจากด้านหลังของมัน

มีกำแพงกั้นอยู่ในทิศที่ชั้นได้ยินเสียง

ดูเหมือนเจ้าของเสียงจะกำลังถูกต้อนจนจนมุม

 

『ชิ เหลี่ยมจัดเสียจริง!』

 

ทันใดนั้นร่างกายของมันก็ระเบิดอย่างรุนแรง มันหงุดหงิดและเคลื่อนตัวหลบ

เป็นเพราะเด็กสาวที่อยู่อีกฝั่งปล่อยเวทมนตร์ออกมาใส่มัน

เธอคือผู้ที่ขโมยแกนกลางไปนั่นเอง

 

「ตายเพราะพยายามขโมยแกนกลางคงเสียหน้าแน่ ๆ…..」

 

ชั้นตัดสินใจในทันที และหยิบหินเวทย์ออกมา

 

「หันมานี่สิเจ้ามังกร!!」

 

『!?』

 

ชั้นใช้หินเวทย์ที่ถืออยู่เพื่อใช้เวทมนตร์

เวทย์ที่ชั้นใช้คือเวทย์สายฟ้า

สายฟ้ารูปแบบใยแมงมุมพุ่งใส่หน้ามัน ราวกับจะคลอบทั้งใบหน้ามันไว้

 

『คุ……!』

 

สายฟ้าสีทองที่ส่องสว่างนั้นทำให้มองอะไรไม่เห็นไปชั่วขณะ แต่มันก็ไม่มีพลังทำลายมากนัก

การเคลื่อนไหวของมันช้าลงไปชั่วขณะ

 

「สำเร็จ!」

 

เจ้าของเสียงวิ่งผ่านช่องว่างระหว่างมังกรกับผนังด้วยความเร็วสูงในทันที

เธอคว้ามือชั้นอย่างแรงขณะวิ่งผ่าน

 

「ตามฉันมา!」

 

「ฮะ เฮ้!」

 

เธอเมินชั้นและเริ่มวิ่ง

ชั้นทำตามและวิ่งไปพร้อมเธอ ชั้นต้านพละกำลังเธอไม่ได้

ไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามันมาจากร่างกายที่ดูเปราะบาง

 

『ข้าไม่มีวันปล่อยให้เจ้าหนีไปได้แน่ เจ้ากบฏーー!!』

 

เสียงคำรามของมันดังก้องมาจากข้างหลัง

ร่างกายอันใหญ่โตของมันเซไปเซมา แม้แต่แมงมุมปฐพีก็สามารถถูกขยี้ได้หากโดนฟาดเพียงครั้งเดียว

 

「คุー」

 

มันให้ความรู้สึกเหมือนวิ่งหนีจากระเบิดครั้งใหญ่ พื้นรอบ ๆ เริ่มแตกและเริ่มลามไปทั่ว

ในจังหวะที่รอยแยกลามไปทั่ว พื้นบริเวณเท้าชั้นก็เริ่มถล่ม

 

「อึก……」

 

「วะ เหวอออออ…….」

 

การเคลื่อนไหวของชั้นช้าลงไปชั่วขณะ เพราะเด็กสาวที่จับมืออยู่

เมื่อรู้สึกว่าตัวเองลอยอยู่ ชั้นก็ตระหนักได้ว่ากำลังเอาหัวลงพื้น

 

「เวรเอ๊ย!」

 

พื้นดินใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว และในตอนที่หัวชั้นกำลังจะถึงพื้น

 

「ฮึบ」

 

ร่างกายของชั้นห่อด้วยบางสิ่งที่นุ่มนิ่ม จากนั้นชั้นก็เห็นว่าเด็กสาวที่ร่วงลงมาพร้อมกันอุ้มชั้นเอาไว้

ขณะอยู่ในสถานะนั้น เธอที่อุ้มชั้นลงพื้นอย่างง่ายดาย

ไม่ใช้เวทมนตร์เลย นี่เธอคนนี้เป็นมนุษย์จริง ๆ งั้นเหรอ……?

 

「อืม พอคิดว่าตำแหน่งของเราสลับกันแล้วมันก็นะ」

 

ขณะที่ประหลาดใจกับคำพูดของเธอ ชั้นก็เงยหน้าขึ้นไปมองเจ้าตัวไล่ล่าเรา

ชั้นไม่เห็นร่างของมันเลย

 

「เจ้าตัวใหญ่นั่นไม่ไล่ตามเรามาถึงนี่หรอก」

 

เด็กสาวพึมพัมพร้อมมองไปด้านบน ขณะอุ้มชั้นไว้ เธอมีหลักฐานสำหรับเรื่องนั้นงั้นเหรอ?

ไม่มีสัญญาณว่ามันกำลังไล่ตามเรามา และไม่มีปีศาจอยู่รอบ ๆ เช่นกัน

ดูเหมือนอันตรายจะผ่านพ้นไปแล้วสินะ

 

「ยังไงก็เถอะ นายนี่ผอมจังนะ ได้กินอาหารบ้างรึเปล่า?」

 

เธอพูดอย่างนั้น ขณะยกร่างชั้นขึ้น

เธอช่างเป็นเด็กสาวที่ไร้ซึ่งความกังวลจริง ๆ

 

ว่าแต่เธอจะอุ้มชั้นอีกนานแค่ไหนละเนี่ย

 

「……วางชั้นลงได้แล้ว」

 

「โอ้ นั่นสินะ」

 

เธอพยักหน้าราวกับนึกขึ้นได้ และวางชั้นลง

 

「……..ขอบคุณที่ช่วยชั้นไว้」

 

「ไม่ต้องขอบคุณหรอก เป็นฉันสิที่ได้นายช่วยไว้ เพราะนายมาจังหวะที่เหมาะเจาะพอดี เลยทำให้ฉันหนีได้ ให้ฉันแสดงความขอบคุณนายหน่อยละกันนะ」

 

เธอพูดด้วยท่าทางอวดดี ขณะกอดอกและมองชั้นจากด้านบน

ーยัยอวดดีนี่เป็นใครกัน ขณะตั้งคำถามในใจ นี่เป็นครั้งแรกที่ชั้นสามารถเห็นร่างของเธอได้อย่างชัดเจน

 

และร่างกายชั้นแข็งค้างในทันที

 

「ธะ เธอ……」

 

ผมสีเงินที่ยาวจนถึงเอว ดวงตาสีทองที่ทำให้สัมผัสได้ถึงความมั่นใจ ผิวอันเปลือยเปล่าที่เห็นได้จากรูบนเสื้อผ้า และบางสิ่งที่เหมือนเขาสีดำบนหัว

รูปร่างของเธอนั้นคล้ายกับมนุษย์ แต่พลังเวทย์ที่แผ่ออกมานั้นเหมือนกับปีศาจ

ชั้นคาดเดาได้จากความสามารถทางกายภาพของเธอ และอย่างที่คิดเธอไม่ใช่มนุษย์

 

「หืม?」

 

เด็กสาวที่เอียงหัวด้วยความงุนงงคือคนที่ชั้นรู้จัก

 

ーเอลฟิสซาค กิลเดกัลด์

 

เธอคือปีศาจที่ชั้นสู้ด้วยเมื่อสามสิบปีก่อน




NEKOPOST.NET