[นิยายแปล] Sairin Yuusha no Fukushuu Hanashi - สิ้นหวังชะมัด เลิกเป็นผู้กล้าแล้วไปอยู่ฝั่งจอมมารดีกว่า~ ตอนที่ 4 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Sairin Yuusha no Fukushuu Hanashi - สิ้นหวังชะมัด เลิกเป็นผู้กล้าแล้วไปอยู่ฝั่งจอมมารดีกว่า~

Ch.4 - 『ช่วงเวลาแห่งความสิ้นหวัง』


ภายในห้องวิจัยอันเงียบสงัด

ใบหน้าลูเซอร์ซีดลงราวกับโดนสูบเลือดออกจากร่าง โดยที่มีดาบจ่ออยู่ที่คอ

 

「เป็นอะไรไปน่ะลูเซอร์ ทำหน้าอย่างกับเห็นผีเลย」

 

「…นะ นี่ใช่แกจริง ๆ เหรออามาสึ?  พะ เพราะว่าแก…」

 

「ชั้นควรจะถูกแกฆ่าไปแล้วสินะ?」

 

การพูดถึงข้อมูลที่อามาสึกิ อิโอริไม่ควรรู้ ดูเหมือนจะทำให้มันรู้แล้วว่าชั้นคืออะมาสึ

มันก็เบิกตากว้าง และตะโกนด้วยเสียงอันสั่นเทา

 

「เป็นไปไม่ได้! ข้ามั่นใจว่าอัญเชิญผู้กล้ามาแน่ ๆ! แต่ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้!? ไหนจะรูปร่างแบบนั้นอีก!? เพราะอะไร…」

 

「หุบปากไปซะ」

 

「อ๊ากกกกกกก」

 

แม้ว่าดาบของอัศวินจะถูกเสริมพลังด้วยเวทมนตร์ แต่ก็ไม่สามารถแทงทะลุร่างกายของมันได้มากนัก

ดูเหมือนว่าผ้าคลุมที่มันใส่จะมีเวทย์ป้องกันระดับสูงอยู่

 

「เดี๋ยวก่อน อะมาสึ! อย่าฆ่าข้าเลย!!!」

 

「…‘อย่าฆ่าข้า’ งั้นเหรอ? ไม่คิดบ้างเหรอว่าคำข้อร้องของแกมันเห็นแก่ตัวน่ะ?」

 

แกคิดว่าชั้นจะยกโทษให้แกเหรอ?

ต่อให้เป็นมุกตลกก็มีลิมิตอยู่นา

 

「ไม่ใช่! ข้าก็ถูกดิโอนิสหลอกเช่นกันนะ!!!」

 

ชั้นได้ยินชื่อ ๆ หนึ่งขณะยกดาบ ชื่อที่ทำให้ชั้นหยุดมือ

มันถูกดิโอนิสหลอกงั้นเหรอ?

 

「ลูซิฟีน่ากับดิโอนิสกล่าวไว้ว่า “ถ้าอะมาสึตาย พวกเราสามารถแบ่งความสำเร็จในการสังหารจอมมารได้ แค่เฉพาะพวกเราเท่านั้น!”」

 

「...เฮ้ แม้จะเป็นช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต แกก็ยังพยายามจะโกหกอีกงั้นเหรอ?」

 

「เปล่า! มันคือเรื่องจริง! เจ้าพวกสารเลวนั่นกล่าวเช่นนั้นตอนเข้าหาข้า!」

 

ลูเซอร์อธิบายด้วยท่าทางที่ดูสิ้นหวัง

 

ไม่กี่วันก่อนที่เราจะเดินทัพไปปราสาทจอมมาร

ทั้งสองคนเข้าหาลูเซอร์พร้อมแนะนำว่า “พวกเราจะรอช่วงเวลาที่ดีที่สุดเพื่อฆ่าอะมาสึ”

 

「หลังจากนั้นแกก็ร่วมมือกับพวกนั้นสินะ?」

 

「ชะ ใช่… ตะ แต่ไม่ใช่แค่ข้าเท่านั้น! คนที่มีส่วนร่วมในการสนับสนุนการต่อสู้ที่ปราสาทจอมมาร ก็ร่วมด้วยจำนวนมาก!」

 

กองทัพพันธมิตรของมนุษย์และกึ่งมนุษย์ รวมตัวกันเพื่อล้มกองกำลังของจอมมาร

 

เผ่ายักษ์และเผ่าอื่น ๆ อีกหลายเผ่า เช่น เผ่าหมาป่าก็เข้าร่วมด้วย มันบอกว่าพวกนั้นก็ให้ความร่วมมือในการวางแผนสังหารชั้นเช่นกัน

 

ลูเซอร์กล่าวชื่อคนหลายคนพร้อมตัวสั่น “หงึก หงึก”

 

「อ่า… เจ้าพวกนั้น」

 

ชั้นจำได้ในทันทีที่ได้ยินชื่อ

ชายผู้เป็นใครก็ไม่รู้เข้ามาหาโดยเห็นด้วยกับความคิดชั้น แต่ไม่อยากร่วมมือด้วย

ชั้นยิ้มเพราะยังจำเสียงของคนเหล่านั้น ที่ชั้นเสนอให้ร่วมมือกันได้

 

พวกมันจึงเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อเงินและชื่อเสียงในการสังหารชั้น

 

「ฮึ ๆ…」

 

เพื่อเห็นแก่ความสงบสุข ข้าจะร่วมมือกับพวกมนุษย์

เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองเชื่อคำพูดจากปากพวกนั้น ชั้นก็หัวเราะออกมาโดยไม่ตั้งใจ

อยากอัดตัวเองเมื่อก่อนให้ตายจริง ๆ ตัวชั้นที่มีความสุขกับการถูกจดจำในฐานะผู้กล้านั่นน่ะ

 

「――แล้วหลังจากนั้นล่ะ?」

 

「ฮิ๊!?」

 

พอสงบลง ชั้นก็กระตุ้นให้มันพูดต่อ เพราะมันตกใจที่ชั้นระเบิดหัวเราะออกมา

 

「ดังนั้นพวกเราจึงเคลื่อนไหวตามแผนของลูซิฟีน่า」

 

เหล่ากึ่งมนุษย์ที่ติดตามกลุ่มชั้นได้รับคำสั่งให้ทำตัวราวกับเป็นเผ่าปีศาจ เพื่อหยุดคนที่จะบุกเข้าไปยังปราสาทจอมมาร

เพราะต้องการสร้างสถานการณ์ ที่จะไม่มีใครสามารถเข้ามาช่วยชั้นได้

 

「เห… เพราะอย่างนั้นกองทัพที่สู้อยู่ข้างหลังพวกเราถึงเข้าไปในปราสาทไม่ได้สินะ?」

 

ชั้นเข้าใจในสิ่งที่มันพูดออกมา

เท่าที่ดูจากการแสดงออกขณะเล่าเรื่อง บอกได้เลยว่ามันไม่ได้โกหก

 

ถึงอย่างนั้นก็มีบางสิ่งที่ชั้นรู้

 

พวกมันตัดแขนขวาที่มีพลังของผู้กล้าสถิตอยู่ ในขณะที่ชั้นต่อสู้กับเผ่าปีศาจ

แค่ด้วยเวทมนตร์ของลูเซอร์ ก็เพียงพอที่จะเอาชนะจอมมารที่กำลังอ่อนแออยู่ได้

พวกมันวางแผนที่จะกำจัดชั้นที่ไม่มีความจำเป็นออกไป

 

「...ตอนนี้ชั้นเข้าใจแล้ว」

 

สำหรับทั้งสองคนที่ทำตามแผนการ ในท้ายสุดทั้งคู่ก็โยนลูเซอร์กับพวกกึ่งมนุษย์ออกไป

 

「แล้วไง ทำไมชั้นต้องสนใจกับการที่แกถูกหลอกด้วยล่ะ?」

 

「ไม่เห็นหรือไงว่าดิโอนิสกับลูซิฟีน่าเป็นไส้ศึกของพวกปีศาจน่ะ!」

 

「…อะไรนะ?」

 

ทั้งสองคนนั้นเป็นไส้ศึกของพวกปีศาจงั้นเหรอ?

ชั้นตอบกลับด้วยน้ำเสียงตกใจโดยไม่ตั้งใจ

แต่การที่มันแสดงออกถึงความสิ้นหวัง ทำให้ดูเหมือนว่าไม่ได้โกหก

 

「หลังจากสังหารแกแล้วข้าก็โดนดิโอนิสโจมตี “อะมาสึตายแล้ว เช่นนั้นแกก็หมดประโยชน์แล้ว!” ตอนนั้น ข้าก็ถูกหักหลังจากพวกมันด้วยเช่นกัน!」

 

หลังจากกล่าวเช่นนั้น มันก็เปิดแขนเสื้อและโชว์แขน

ชั้นเห็นรอยแผลเป็นที่เกิดจากการถูกฟันอยู่บนนั้น

มันบอกว่ามันเป็นแผลที่ดิโอนิสทิ้งไว้

 

หลังจากสังหารชั้น ดูเหมือนสองคนนั้นจะทิ้งลูเซอร์ และคำสัญญาที่ให้ไว้กับพวกกึ่งมนุษย์

 

「แล้วทำไมแกถึงยังรอดอยู่ล่ะ?」

 

「ลูซิฟีน่ากล่าวว่า “ยังจำเป็นต้องใช้มนุษย์ส่งสารว่าผู้กล้าตายไปแล้วอยู่” เพราะเช่นนั้น ดิโอนิสจึงหยุดโจมตีข้า...!」

 

ลูเซอร์ถูกใช้เป็นผู้ส่งสารถึงมนุษย์ว่า『ผู้กล้าอะมาสึพ่ายแพ้แล้ว』และ『การทรยศของลูซิฟีน่ากับดิโอนิส』

ดูเหมือนว่ามันที่หนีกลับมายังอาณาจักรจะรายงานว่า『ลูซิฟีน่ากับดิโอนิสได้ทรยศตน และอะมาสึถูกสังหารแล้ว』

 

มันไม่สามารถหัวเราะที่หักหลังชั้นสำเร็จได้ เพราะมันถูกสองคนนั้นหลอก

 

「แล้วลูซิฟีน่า ดิโอนิส และพวกกึ่งมนุษย์ ทุกคนที่เห็นด้วยกับแผนการ ตอนนี้พวกมันอยู่ไหน?」

 

「ลูซิฟีน่ากับดิโอนิสอยู่กับกองกำลังของจอมมาร พร้อมกับเผ่าคนยักษ์ที่ตามไปกับพวกนั้น ส่วนพวกครึ่งหมาป่านั้นถูกทอดทิ้ง พวกมันน่าจะอยู่ที่เมืองแห่งบ่อน้ำพุร้อน ซึ่งในตอนนี้อยู่ภายใต้อำนาจของฝ่ายพันธมิตร...!」

 

「งั้นเหรอ…」

 

ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่ามันพูดความจริง

 

แต่ชั้นเข้าใจแล้วว่าทำไมชื่อของทั้งสอง ถึงได้หายไปจากบันทึกในหนังสือ

ผู้กล้าที่ถูกสังหารโดยพวกพ้อง เป็นสิ่งที่ไม่สามารถบันทึกไว้ได้

นอกเหนือจากนี้หนึ่งในผู้ทรยศยังเป็นอัศวิน ที่ถูกเลือกจากอาณาจักรเองอีกด้วย

 

สิ่งที่มันกล่าวมานั้นตรงกันหลายอย่าง

 

「ละ แล้ว!?  มันไม่ใช่ความผิดของข้าถูกไหม? พวกมันก็หลอกข้าเช่นกัน! ข้าเองก็เป็นเหยื่อเช่นกัน!!!」

 

มันกล่าวพร้อมกระทืบพื้น

 

มันก็พูดถูก ทั้งมันและพวกกึ่งมนุษย์ต่างก็ถูกหลอกโดยสองคนนั้น

ชั้นจำได้ว่าลูซิฟีน่ากับดิโอนิสเพียงแค่กระตุ้นให้สังหารชั้นเท่านั้น

 

แต่ว่า

ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ได้เปลี่ยนความจริงที่มันทรยศชั้น

ชั้นไม่สามารถยอมรับเรื่องเช่นนั้นได้

 

「แล้วแกจะร่วมมือกับข้าไหมอะมาสึ! เราจะฆ่าพวกที่ทรยศเรา แกอาจจะได้ตอบโต้พวกกึ่งมนุษย์ที่หักหลังแกด้วย! แล้วในครั้งนี้เราจะชนะจอมมารด้วยกัน! ถ้าเป็นแกละก็ข้ามั่นใจว่าจะต้องสำเร็จแน่!」

 

ลูเซอร์ยื่นมือมาทางชั้นพร้อมยิ้มกระตุก ๆ

ในทางกลับกัน ชั้น――

 

「หุบปาก」

 

ชั้นเหวี่ยงดาบอย่างรุนแรง

เลือดสด ๆ พุ่งออกจากเนื้อที่ถูกผ้าคลุมป้องกันไว้

 

「อ๊าก! เลือดข้า…! อะ อะมาสึ แกทำอะไ ――」

 

「แกคิดว่าสิ่งที่แกได้ทำลงไปจะได้รับการให้อภัยงั้นเหรอ?」

 

เมื่อรู้ว่าตนถูกปฏิเสธ มันก็ล้มลงกับพื้น

ฃั้นมั่นใจเลยว่าไอเวรนี่มันถูกหลอกจริง ๆ

 

อย่างไรก็ตาม

ความจริงที่มันทรยศชั้นยังคงไม่เปลี่ยนไป

 

มันคิดว่าชั้นจะให้มันระวังหลังให้อีกครั้งงั้นเหรอ

ชั้นหัวเราะในความโง่เขลาของมัน

 

「…ลูเซอร์ บอกชั้นมาว่าจะปลดผนึกคลังสมบัติได้ยังไง」

 

มันเป็นสถานที่ซึ่งถูกผนึกไว้อย่างดี

วิธีปลดมันมีเพียงทำลายทิ้งด้วยเวทมนตร์ หรือพูดประโยคที่ถูกกำหนดไว้

 

「ผนึก? แก แกต้องการอะไร?」

 

「คายออกมาซะ」

 

ชั้นดันดาบไปทางลูเซอร์ มันกรีดร้องพร้อมบอกคำที่ใช้ปลดผนึก

ตัดสินจากการแสดงออกของมัน ชั้นบอกได้เลยว่ามันไม่ได้โกหก

ด้วยสิ่งนี้ชั้นได้ทุกสิ่งที่ต้องการจากมันหมดแล้ว

 

แต่ มีอีกสิ่งหนึ่ง

 

「…สุดท้ายแล้วบอกชั้นหน่อยสิ」

 

ชั้นต้องการจะได้ยินมัน

แม้จะรู้ว่ามันคงไม่เปลี่ยนแปลงอะไรก็ตาม ถึงอย่างนั้นมีสิ่งหนึ่งที่อยากได้ยิน

 

「เกี่ยวกับจุดประสงค์ในอดีตที่ชั้นต้องการจะ… จบสงคราม และสร้างโลกที่ทุกเผ่าสามารถอยู่ร่วมกันได้ ชั้นคิดว่าทั้งลูซิฟีน่ากับ… นายคิดเช่นเดียวกับชั้นและสู้เพื่อสิ่งเดียวกัน แล้วที่พวกแกทุกคนหัวเราะเยาะชั้น ชั้นคิดไปเองหรือเปล่า…?」

 

เป็นเพราะพวกแกทั้งสามคนในตอนนั้น ที่ทำให้ชั้นยังสู้ต่อไปได้

เป็นครั้งแรกที่ชั้นผู้ถูกลากไปตามกระแส สามารถตั้งจุดมุ่งหมายในชีวิตได้

ทั้งหมดนั่นเป็นเพียงเรื่องหลอกลวงงั้นเหรอ?

 

「ข้า… คิดว่ามันเป็นความฝันที่ไม่สามารถเป็นจริงได้ แม้จอมมารจะถูกสังหาร ความหวังที่อยู่ร่วมกันก็ยังคงเป็นศูนย์」

 

นี่คือสิ่งที่ลูเซอร์กล่าวออกมา

 

มนุษย์ไม่มีความคิดที่จะอยู่ร่วมกับเผ่าปีศาจ

พวกที่ต่อต้านจะถูกประหาร และพวกที่ยอมจำนนจะถูกทำให้เป็นทาส

หลังสงครามจบลง มีเพียงอนาคตทั้งสองที่รออยู่

 

「อ่า… งั้นเหรอ」

 

คำตอบออกมาจากปากชั้น

 

สิ่งที่เรียกว่าการอยู่ร่วมกัน――เป็นเรื่องไร้สาระ

ชั้นถูกลากเข้ามาเพราะสิ่งที่ถูกบอกจากอดีตพวกพ้องร่วมกลุ่ม

ถ้าแค่กลุ่มพวกพ้องชั้นยังทำไม่ได้ แน่นอนว่าการอยู่ร่วมกันของเผ่าอื่นก็เป็นไปไม่ได้เช่นกัน

 

เฮ้อ ชั้นผิดหวังที่ตัวเองเชื่อพวกมัน

ทั้งที่พวกมันยังไม่เชื่อเช่นนั้นเลย

 

「เฮ้อ สิ่งที่ชั้นต้องการได้ยินจากปากแกก็คือ――」

 

「ใช่แล้วอะมาสึ มีบางสิ่งที่ข้าต้องแสดงให้แกดู」

 

จู่ ๆ ลูเซอร์ก็พูดขัด และชี้ไปยังชั้นวางของในห้องวิจัย

 

「…อะไรล่ะ?」

 

「มันเป็นสิ่งที่ลูซิฟีน่ากังวลมากกว่าการถูกกล่าวขวัญ จะดีกว่าถ้าแกเห็นมันด้วยตัวเอง」

 

「เข้าใจแล้ว เดินไปตรงนั้นซะ」

 

ชั้นบังคับให้ลูเซอร์นำทางไป ขณะที่ชี้ดาบไปที่มัน

มันเป็นชั้นวางของที่เต็มไปด้วยวัสดุในการวิจัย

 

「ข้าไม่เคยคิดเลยว่าแกจะยังมีชีวิตอยู่… ข้าหมายถึงแกรอดมาได้ยังไง? แล้วยังรูปร่างเช่นนี้อีก」

 

「…หุบปากแล้วเดินไปเงียบ ๆ ไม่มีอะไรที่ชั้นต้องบอกแก」

 

แม้แต่ชั้นเองก็อยากรู้เช่นกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

การที่ชั้นยังมีชีวิตอยู่อาจเกี่ยวกับการอัญเชิญครั้งที่สองโดยอาณาจักรนี้

ถึงอย่างนั้นก็ไม่รู้สึกขอบคุณอาณาจักรสำหรับเรื่องนี้หรอกนะ

 

「อยู่นี่เอง… นี่ไง」

 

เมื่อเดินไปถึงหน้าชั้นวางของ มันก็เปิดประตูโดยยัดมือเข้าไปข้างใน

 

「เอาล่ะอะมาสึ เมื่อกี้แกบอกว่าการอยู่ร่วมกันมันเป็นไปได้สินะ? ในเวลานั้นข้าเองก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว」

 

ลูเซอร์กล่าวขณะขยับมือพร้อมเสียงกร็อบแกร็บ

 

「ข้าเข้าใจว่าแกพูดถูกในตอนแรก ข้าเสียใจมาตลอดที่ฆ่าแกไป มันทำให้ข้าคิดว่าข้าควรจะชดใช้ให้กับบาปนั้น」

 

ชั้นได้ยินเพียงเสียงพึมพำอันสั่นเครือ พร้อมไหล่ที่สั่นไหวของมัน

 

「แล้วอะมาสึ แกจะออกไปจากอาณาจักรนี้ใช่ไหม? ถ้าเช่นนั้นโปรดให้ข้าช่วย ข้าน่าจะช่วยส่งแกออกไปได้อย่างปลอดภัย! ได้โปรด ข้าต้องการร่วมมือกับแก....!」

 

「…แกคิดอย่างนั้นจริง ๆ เหรอ?」

 

「ใช่! ข้าคิดเช่นนั้นจริง ๆ!」

 

「...งั้นเหรอ」

 

ในระหว่างที่คุยกันมันก็เจอของที่กำลังหาอยู่

มันชักมือที่สั่นไหวกลับมา

 

「ดูนี่นะ… แต่ก่อนหน้านั้น ข้ามีบางอย่างต้องการจะบอกแก」

 

มันหันกลับมาหาชั้น

 

「――แม้จะได้รับบทเรียนจากครั้งที่แล้ว แต่แกก็ยังไร้เดียงสาเช่นเคย!!!」

 

มันแทงแขนที่หุ้มเวทมนตร์ใส่ชั้น

ปลายนิ้วของมันถูกเวทมนตร์ทำให้แข็ง และคมราวกับคมดาบ

 

「เจ้าโง่เอ๊ย!!!」

 

นิ้วซึ่งคมราวกับคมดาบที่พุ่งมาหาชั้น สามารถผ่าร่างได้อย่างง่ายดายหากโดนมันเข้า

 

ใช่แล้ว “หากมันโดน”

 

「อะ!?」

 

มือมีดไม่โดนตัวชั้น มันเพียงตัดผ่านอากาศไป

เพราะชั้นระวังตัวจากการจู่โจมของมันตลอด ชั้นเตรียมรับมือโดยการยืนอยู่ตรงที่ที่สามารถหลบได้ในทันที

 

「แกนี่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยนะ เฮ้อ」

 

ใช่แล้ว

ถ้าจะให้พูดละก็ สิ่งเดียวที่มันกังวลในการโจมตีอันร้ายกาจของมันคือ――

 

ชายคนนี้เป็นจอมเวทย์ผู้ยอดเยี่ยม แต่ต่อสู้ระยะใกล้ได้ห่วยจนถึงขั้นบัดซบเลยล่ะ

ความเคลื่อนไหวของมันทื่อลงอย่างเห็นได้ชัด อาจเป็นเพราะอายุที่มากขึ้นหรือเแผลเป็นที่ดิโอนิสฝากไว้ก็เป็นได้

 

มันหลบได้ง่าย ๆ ถึงแม้จะเป็นชั้นในตอนนี้ก็ตาม

 

「ฮิ๊!!!」

 

ใบหน้าของมันกระตุก และกรีดร้องออกมา

ช่วงกำลังหลบ ชั้นได้ฟันดาบไปที่คอมัน

 

「ดูนี่ซะ!!!」

 

จู่ ๆ ลูเซอร์ก็เลิกผ้าคลุมขึ้น

ภายใต้ผ้าคลุมสีแดงชาดมีตราประทับ กำลังส่องแสงอยู่บนแขนเสื้อของมัน

 

「ในตอนที่ข้าตายพลังเวทย์ที่ถูกกักเก็บไว้ในร่างข้าจะระเบิด! แกอยากตายไปพร้อมข้าสินะ!?」

 

มันกักเก็บพลังเวทย์ไว้ในร่างงั้นเหรอ

ชั้นรู้สึกได้ถึงพลังเวทย์มหาศาลจากตราประทับที่ส่องแสงสีแดง

หากสังหารลูเซอร์ รัศมีการระเบิดน่าจะทำให้พระราชวังหายไปได้เลย

 

「ฮึ ฮ่า ๆ ๆ」

 

มันระเบิดหัวเราะออกมา

 

「ไม่ใช่แกคนเดียวหรอกนะที่จะตาย แต่ทุกคนในบริเวณนี้ก็จะตายเช่นกัน! ผู้บริสุทธิ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการอัญเชิญก็จะตาย! แล้วแกยังจะสังหารข้าอีกหรือเปล่า!?」

 

มันเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง จากตื่นตระหนกเป็นแสยะยิ้ม และยิ้มกว้าง

ชั้นนึกถึงความหลังโดยไม่ตั้งใจ ในตอนที่เห็นผู้คนเริ่มเปลี่ยนไปอย่างน่าเกลียด

 

「แกไม่กล้าสังหารข้าสินะ? ที่ผ่านมาไอโง่อย่างแกไม่แม้แต่จะสังหารจอมมารได้ด้วยซ้ำ เพราะแกมันอ่อนโยนเกินไปไงล่ะ!!!」

 

มันแสดงแขนใต้ผ้าคลุม และลดระยะห่างระหว่างพวกเรา

พร้อมเอานิ้วมืออันคมกริบไว้ใกล้คอตัวเอง ด้วยท่าทีหยิ่งผยอง

 

「เอาสิ ถ้าแกกล้าฆ่าข้าละก็! ฮึ!  อะมา――」

 

ชั้นเตะหน้ามัน

ความรู้สึกว่าดั้งมันหักถูกส่งมาที่เท้าชั้น

 

「อั๊ก!?」

 

ลูเซอร์พุ่งทะลุหน้าต่างที่อยู่ข้างหลัง ด้วยแรงจากการเตะ

เมื่อพุ่งผ่านหน้าต่างไป มันก็ร่วงโดยอยู่ในท่ากลับหัวกลับหาง

 

「อ๊ากกกกกก」

 

ในช่วงชีวิตสุดท้าย มันร้องออกมาจากกระทั่งเสียงหายไป

ห้องนี้อยู่สูงมาก หากมีคนตกลงไปละก็ไม่มีทางรอดแน่นอน

 

อย่างไรก็ตาม การระเบิดไม่เกิดขึ้น

แม้จะล่วงลงไปจากความสูงระดับนี้ ไอเวรนั่นก็ยังมีชีวิตอยู่

 

เมื่อ 30 ปีก่อน ไอสารเลวนั่นเป็นนักเวทย์ที่เก่งกาจที่สุดในโลก

มันอาจอ่อนแอลง แต่เป็นไม่ได้ที่จะตายเพราะตกลงไปจากความสูงระดับนี้

 

「...แย่จริง」

 

เข้าใจแล้วตราบใดที่ยังใส่ผ้าคลุมตัวนั้นอยู่ มันก็จะไม่มีทางตาย

แม้จะบังคับให้ถอดมันออก แต่ดูเหมือนไม่ว่ายังไงก็ตามมันจะยังคงปกป้องมันอยู่

 

และถึงแม้ว่าจะสู้กับมันแบบตัวต่อตัว ด้วยสภาพในตอนนี้ชั้นไม่มีทางชนะได้เลย

แม้ครั้งนี้จะประสบความสำเร็จ แต่ครั้งหน้าชั้นไม่คิดว่ามันจะได้ผล

 

「…มันจำเป็นต่อการฟื้นพลังของชั้น」

 

หากได้พลังคืนมา แม้แต่ผ้าคลุมนั่นก็ใช้กับชั้นไม่ได้

ต่อสู้ตรง ๆ ชั้นก็มั่นใจว่าสามารถสังหารมันได้

 

ชั้นยังต้องไปหาทั้งสองคนที่อยู่กับกองทัพจอมมารอีก

สำหรับพวกกึ่งมนุษย์ที่ได้ยินมาจากลูเซอร์ ชั้นก็ควรไปแสดงความขอบคุณแก่พวกมันเช่นกัน

 

แผนการในอนาคตได้ถูกตัดสินแล้ว

ชั้นควรจะฟื้นพลังกลับมา และคิดบัญชีกับพวกนั้น

ชั้นได้คิดวิธีที่จะฟื้นพลังไว้แล้ว

 

เพื่อจุดประสงค์นั้น มาเริ่มแผนการต่อไปกันดีกว่า

มีหลายสิ่งที่ควรทำให้เสร็จก่อน

ชั้นควรแสดงความขอบคุณแก่อาณาจักร ที่อัญเชิญชั้นมาที่นี่อย่างเห็นแก่ตัว

 

「โอ๊ะ จริงสิ」

 

ชั้นยิ้มเล็กน้อยให้กับความทรงจำที่ได้เห็นลูเซอร์ร่วงลงไปา

มันน่าจะสนุกดีหากทำให้มันเกือบตายในภายหลัง

 

「―― รอก่อนเถอะ」

 

ชั้นพึมพำขณะเดินออกจากห้องวิจัย




NEKOPOST.NET