[นิยายแปล] Sairin Yuusha no Fukushuu Hanashi - สิ้นหวังชะมัด เลิกเป็นผู้กล้าแล้วไปอยู่ฝั่งจอมมารดีกว่า~ ตอนที่ 3 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Sairin Yuusha no Fukushuu Hanashi - สิ้นหวังชะมัด เลิกเป็นผู้กล้าแล้วไปอยู่ฝั่งจอมมารดีกว่า~

Ch.3 - 『พบกันอีกครั้งในรอบสามสิบปี』


เวลาตีสอง

พระราชวังเงียบสงัด

 

อัศวินผู้ถือแสงไฟในมือเดินลาดตระเวนไปรอบพระราชวัง

แสงไฟในพระราชวังจะถูกปิดจนหมดในยามราตรี

เนื่องจากพลังเวทย์จำนวนมากถูกใช้ไปกับการอัญเชิญผู้กล้า แสงเล็ก ๆ ภายในมือของพวกเขาก่อรูปจากเวทมนตร์

 

「…ไม่มีอะไรผิดปกติงั้นเหรอ หาววว น่าเบื่อจริง」

 

เขาบ่นอุบอิบหลังหาวฟอดใหญ่ การลาดตระเวนแบบกะเป็นงานที่ไม่มีใครชอบ

พวกเขาต้องตื่นตัวตลอดเวลา เพราะภายในพระราชวังนั้นถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิด

และเหนือสิ่งอื่นใดก็คือเวลานอนอันน้อยนิด

 

ก่อนหน้านี้ไฟในยามราตรีจะถูกจุดขึ้นมาด้วยเวทมนตร์ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมการลาดตระเวนก่อนหน้านี้ถึงได้สนุกกว่า

แต่หลังจากพิธีอัญเชิญผู้กล้า ไฟในยามราตรีก็ไม่มีอีกต่อไป

 

「การอัญเชิญผู้กล้าที่ใช้เวทมนตร์ไม่ได้นี่มันช่างไร้ค่าเสียจริง เขาเป็นเพียงคนธรรมดาทั่วไปชัด ๆ  ข้าจะฆ่าเขาหลังรวบรวมพลังเวทย์ได้เพียงพอ หวังว่าผู้กล้าคนต่อไปจะไม่กรีดร้องหลังถูกอัญเชิญมานะ แม้ว่าข้าจะฆ่าเจ้าเด็กอ่อนแอไร้ค่าเช่นนั้นได้ง่าย ๆ ก็ตามเถอะ」

 

เป็นเพราะผู้กล้าที่ทำให้เขาลำบาก เขาจึงคาดหวังว่าอย่างน้อยผู้กล้าน่าจะมีประโยชน์บ้าง

อัศวินบ่นพึมพำถึงผู้กล้าซึ่งเป็นเพียงเครื่องมือบนเส้นทางลาดตระเวน

 

เขาเดินตรงไป เมื่อผ่านหน้าห้องผู้กล้าที่เขาไม่พอใจพักอยู่

 

ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงดัง “ตุบ” เหมือนมีบางสิ่งหล่นลงมาจากด้านหลัง

 

「ชิ」

 

ในขณะที่ยื่นมือไปจับดาบที่อยู่ตรงเอวเขาก็หันกลับมา

เขาใช้มืออีกข้างเรียกแสงออกมา แต่กลับไม่พบใคร

 

「…ก้อนหิน?」

 

ขณะที่ระวังตัวจู่ ๆ ก็มีก้อนหินกลิ้งอยู่บนพื้น มันเป็นเพียงก้อนหินธรรมดา ๆ จากสวน

แต่ทำไมมันถึงมาอยู่ตรงนี้ได้ล่ะ?

และขณะก้มลงไปหยิบก้อนหินนั้น――

 

「...อัก!?」(อัศวิน)

 

มีเสียงกระทบดัง “ตุบ” ดังมาจากหลังหัวของเขา จนทำให้แทบหมดสติ

แต่ต้องขอบคุณเกราะที่ลงเวทย์ป้องกันเอาไว้

ขณะพยายามตั้งสติที่แทบจะหลุดลอยไปได้ทุกเมื่อ เขาก็ดึงดาบออกมาและเหวี่ยงไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว

 

「!?」

 

คนที่ยืนอยู่ข้างหลังสามารถไถลหลบดาบได้อย่างสบาย ๆ

ในทางตรงกันข้าม ดาบที่ฟันไปได้ถูกแย่งชิงไปราวกับเวทมนตร์

 

「ช่ว――」

 

ขณะกำลังจะตะโกนขอความช่วยเหลือ ดาบที่ถูกแย่งชิงไปก็ฟาดเข้าใบหน้าเขาในชั่วพริบตา

เนื่องด้วยความเจ็บปวดที่หลังหัวทำให้สติของเขาค่อย ๆ หายไป

 

「อัก」

 

ขณะกำลังจะหมดสติ เขาก็พึมพำออกมาเพราะได้เห็นหน้าคนร้ายโดยไม่ตั้งใจ

 

ก่อนหน้านี้「แม้แต่ข้าก็ฆ่าเขาได้」นั่นคือสิ่งที่เขาพึมพำออกมา ผู้กล้าไร้ค่าที่ไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้

อะมาสึ อิโอริอยู่ตรงนี้

 

กระดูกสันหลังของเขาเย็นวาบ เพราะสายตาอันเย็นชาของเด็กหนุ่มตรงหน้า และได้หมดสติไปโดยสมบูรณ์

 

 

「ฟู่」

 

ชั้นซ่อนร่างไร้สติของอัศวินไว้ในห้อง แล้วถอนหายใจเบา ๆ

 

「ชั้นทำพลาดอย่างมหันต์...」

 

มันเป็นเพียงอัศวินระดับล่าง แต่เกราะได้ถูกเสริมเวทย์ป้องกันเอาไว้

ชั้นคิดว่าตัวเองต่อยได้ดี แต่พละกำลังลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ชั้นไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ เพราะตอนที่ฝึกกันพวกเราใช้แค่ดาบไม้

 

「…เอาล่ะ」

 

ในตอนนี้ชั้นควรเปลี่ยนวิธีการคิด

ชั้นควรมองในแง่ดีเพราอย่างน้อยก็ได้ดาบมาจากอัศวิน

แผนแรกเคลียร์

 

ชั้นสะบัดดาบสองสามครั้งเพื่อให้เข้ามือ

แต่อย่างไรก็ตามดาบเล่มนี้ก็เป็นแค่ดาบห่วย ๆ ที่เสริมเวทย์ลงไปเพื่อให้คนทุกระดับสามารถใช้ได้

ถึงอย่างนั้นมันก็น่าจะดีกว่าดาบไม้ที่เคยใช้

เพราะคิดว่าสามารถหาชุดเกราะได้ตามรายทาง ฃั้นจึงไม่เอามันไปด้วย

 

เพียงสองสัปดาห์ที่อยู่ที่นี่ ข้อมูลทุกอย่างในหอสมุดได้อยู่ในหัวหมดแล้ว

ชั้นรู้โครงสร้างของพระราชวัง รวมถึงเส้นทางลาดตระเวนและจำนวนคน

การแสร้งทำตัวเป็นผู้กล้าไม่ได้เรื่องและไร้พลังเป็นไปได้อย่างราบรื่น เพราะพวกมันไม่ระวังตัวจากชั้น

 

เนื่องจากได้อาวุธมา ทุกอย่างจึงพร้อมแล้ว

 

「ในที่สุด」

 

ในที่สุดชั้นจะได้เผชิญหน้ากับลูเซอร์สักที

ในช่วงเวลาที่ผ่านมาชั้นคอยสังเกตการเคลื่อนไหวของมันอย่างระมัดระวัง

 

ชั้นข่มตัวเองที่เกือบจะหลุดยิ้มออกมา เมื่อเห็นใครบางคนเดินออกมาจากห้อง

มันผู้นั้นคือลูเซอร์ มันกำลังจะไปห้องวิจัย

ไอเวรนั่นอยู่ที่นี่นี่เอง

 

「รอชั้นก่อนเถอะลูเซอร์」

 

 

「…ชิ」

 

ลูเซอร์ซึ่งอยู่ในห้องทำงานกำลังหงุดหงิดเรื่องผู้กล้าอะมาสึกิ อิโอริ

ในวันแรกที่มีการอัญเชิญเขาถูกต่อยจนสลบ บาดแผลถูกเวทมนตร์รักษาจนหายดีแล้ว แต่ถึงกระนั้นความโกรธขยังคงอยู่

 

เมื่อเทียบกับการคงอยู่เพื่อเป็นเพียงเครื่องมือแล้ว มันเป็นเรื่องไม่สบอารมณ์เสียจริง

หลังจากวันนั้นเขาได้เสนอกับกษัตริย์ ว่าอะมาสึกิ อิโอริเป็นภัยคุกคาม

เพราะฉนั้นควรทำให้เขาเป็นทาสด้วยเวทมนตร์ซะ

 

การถูกทำให้เป็นทาสจะทำให้เป้าหมายถูกจำกัดการเคลื่อนไหว และถูกบังคับให้ทำตามคำสั่ง

 

เขาค่อนข้างมั่นใจว่าสามารถทำให้ผู้กล้าเป็นทาสได้ หากมีเวลาเตรียมสิ่งจำเป็น

แต่ว่ากษัตริย์กลับปฏิเสธข้อเสนอ เนื่องจากผู้กล้ากำลังถูกจับตามองอยู่

ผ่านไปยี่สิบวันแล้วแต่เขากลับยังไม่ได้รับคำอนุญาต

 

เขากำลังหงุดหงิดเพราะเรื่องนั้น

 

จริง ๆ แล้วเขาหงุดหงิดเพราะถูกผู้กล้าที่ใช้เวทมนตร์ไม่ได้ล้ม

แม้เขาจะไร้ค่าและไม่มีความสำคัญ แต่เขาควรถูกใช้ไปจนตาย

 

การถูกจัดการโดยผู้กล้าไร้ค่าซึ่งถูกตนอัญเชิญมา ทำให้เสียชื่อเสียงอย่างมาก

 

「แม้มันจะเป็นผู้กล้าที่ไร้ประโยชน์แต่ “ตราสัญลักษณ์ของผู้กล้า” ที่อยู่บนแขนของมันก็เป็นของจริง ถ้าตัดแขนมันได้ ข้าจะดูดพลังเวทย์มาให้หมดเลย」

 

――ให้เหมือนกับไอโง่ในครั้งที่แล้ว

 

แม้ตอนเขาได้รับตราประทับแห่งผู้กล้ามา แต่กลับไม่สามารถรับพลังเวทย์อันมหาศาลได้ด้วยตัวคนเดียว

การพัฒนาของเขารวดเร็วขึ้นจากการใช้มัน มันเป็นหลักฐานอย่างดี

แต่หากได้รับพลังเวทย์มากขนาดนั้น เขาก็สามารถนำมันไปทำอย่างอื่นได้

 

เขากำลังวางแผนที่จะดึงพลังจาก ”ตราประทับแห่งผู้กล้า”

แม้กษัตริย์จะยังไม่อนุญาต

แต่การอดทนรอจะทำให้ผลลัพธ์เป็นไปได้ด้วยดี

 

ลูเซอร์จะกลายเป็นผู้กล้าแทนโดยการใช้พลังของผู้กล้า

เขาหัวเราะออกมา เมื่อจินตนาการถึงอนาคต

 

「…!」

 

จู่ ๆ ประตูห้องวิจัยก็เปิดออกพร้อมกับเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่เดินเข้ามา

พอเห็นอย่างนั้นเขาก็ตกตะลึงอย่างช่วยไม่ได้

 

อะมาสึกิ อิโอริ

ขณะคิดถึงการแย่งชิงพลังมาจากผู้กล้า ตัวของผู้กล้ากลับมาอยู่ที่นี่

 

「…ท่านต้องการอะไรท่านผู้กล้า ที่แห่งนี้เป็นห้องวิจัยของข้า มันไม่ดีนะที่ท่านเข้ามาโดยไร้มารยาทเช่นนี้ หากเป็นไปได้ข้าต้องการให้ท่านออกไปเดี๋ยวนี้」

 

เขาเตือนผู้กล้าโดยการส่งสายตาข่มขู่

แต่ถึงอย่างนั้นแทนที่จะกลัว อิโอริกลับหัวเราะออกมา

 

「การที่ได้ยินไอสารเลวอย่างแกพูดอย่างสุภาพ มันทำให้ชั้นหัวเราะออกมาโดยไม่ตั้งใจเลย」

 

「…ท่านว่าอะไรนะ?」

 

เส้นเลือดปรากฏขึ้นมาบนหน้าผากของเขา เนื่องจากคำดูถูกอันคลุมเครือที่เขากล่าวออกมา

 

ไม่เพียงบุกรุกเข้ามาในห้องทำงานของเขาอย่างไร้มารยาทเพียงเท่านั้น แต่ยังแสดงออกถึงการเยาะเย้ยด้วย

จากตำแหน่ง “ผู้กล้าไร้ประโยชน์ที่ไม่สามารถใช้ได้แม้แต่เวทมนตร์” มาเยาะเย้ยข้าราชสำนักเช่นเขาเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้

 

――หรือเขาต้องการเอาตัวอย่างบางส่วนไปจากที่นี่?

 

กระบวนการที่ดึงพลังจาก “ตราประทับ” ได้สำเร็จไปแล้วส่วนหนึ่ง

จากการค้นคว้าเขาพยายามที่จะหาวิธีที่จะได้ผลลัพธ์มากขึ้น การเตรียมการใกล้จะเรียบร้อยแล้ว

ในตอนนี้ไม่ได้อยู่ในช่วงพัฒนา แต่มันอยู่ในขั้นต่อการทดลองแล้ว

 

สิ่งเดียวที่ต้องการก็คือ “ตราประทับ”

เพราะห้องวิจัยถูกสร้างจากวัสดุกันเสียง จึงไม่มีความจำเป็นต้องห่วงว่าเสียงจะดังออกไปยังด้านนอก

และไม่ต้องกลัวว่าจะโดนขัดขวาง เพราะเขาบุกรุกเข้ามากลางดึก

 

「ข้าคงให้ท่านออกไปไม่ได้แล้ว เพราะท่านได้เห็นทุกอย่างในห้องนี้แล้ว」

 

แล้วเขาก็เล็งเวทมนตร์ไปยังแขนของอิโอริจากจุดบอด

เวทย์ที่เขาใช้ก็คือเวทย์คร่ากุม

 

อย่างไรก็ตามพลังในการต่อสู้ของเขาลดลง เมื่อเทียบกับตอนที่เขาสู้ร่วมกับอะมาสึ

ผู้กล้าในตอนนี้ก็เป็นเพียงเด็กเหลือขอ และมันก็เหมือนกับการแย่งลูกอมจากเด็กทารก

 

ลูเซอร์เลียริมฝีปากพร้อมกล่าวว่า “ข้าจะทำให้เจ้าเสียใจ”

 

「สำหรับแผนของแก…」

 

อิโอริก้มหลบ

 

「แกวางแผนจะฆ่าชั้นโดยใช้แผนเหมือนตอนฆ่าอะมาสึงั้นเหรอ?」

 

「อะไรนะ――!?」

 

เขาช็อคราวกับถูกอัดด้วยของแข็ง

ตรงหน้าเขาคือผู้กล้าที่รู้ในสิ่งที่คนอื่นไม่รู้

เวทมนตร์ของเขาช้าลง เพราะความจริงที่ควรจะถูกเก็บเป็นความลับจากทุกคนยกเว้นผู้กล้าคนก่อน

 

หลังจากนั้นอิโอริก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว

เขาถีบพื้นแล้วกระโดดไปครึ่งทางและเริ่มวิ่งด้วยความเร็วที่ราวกับสัตว์ป่า

แล้วสติของลูเซอร์ก็กลับมา

 

「คุ――!?」

 

อิโอริเคลื่อนไหวด้วยความเร็วที่น่ากลัว เขาปล่อยเวทมนตร์ของเขาด้วยความตกใจ

เวทย์สายฟ้าที่จะทำการจับกุมและทำให้เป้าหมายเป็นอัมพาต พุ่งเข้าหาอิโอริ

พร้อมส่งเสียง “เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ” ออกมา

 

แต่ทว่า

 

「หะ!?」

 

เขาไถลหลบสายฟ้าที่เล็งพลาดเล็กน้อยเพราะความตกใจ

 

-อิโอริพุ่งไปหาลูเซอร์ในพริบชั่วตา

 

ราวกับทหารผ่านศึก การเคลื่อนไหวของเขาไม่เปิดช่องว่างให้แก่ลูเซอร์เลย

ความคิดที่จะจับกุมของเขาได้หายไปโดยสิ้นเชิง เขาเปลี่ยนไปใช้เวทมนตร์ที่ใช้สำหรับฆ่าและสร้างบาดแผลแทน

 

「อ๊ากกกกกกกกก!?」

 

เมื่อแขนของอิโอริผ่านไป เลือดก็ไหลออกจากแขนเขาที่กำลังจะใช้เวทมนตร์

ก่อนจะรู้ตัวอิโอริก็ถือดาบของอัศวินอยู่ในมือแล้ว

 

「อ๊ากกกกกกกก!?」

 

ถึงไหล่จะถูกแทงด้วยดาบ

แต่เพราะมีเวทมนตร์ป้องกันที่ผ้าคลุมทำให้มันไม่สามารถสร้างบาดแผลได้เท่าที่ควร

คมดาบได้หั่นชิ้นเนื้อที่ไหล่ของเขาออกมา

 

แม้จะกรีดร้องออกมา แต่เสียงกรีดร้องนั้นก็ไม่มีทางที่จะเล็ดลอดออกไปจากห้องนี้ได้

เพราะมันถูกสร้างมาจากวัสดุกันเสียง

 

เมื่อดาบถูกดึงออกมา อิโอริก็แทงดาบเข้าไปที่คอของลูเซอร์ในทันที

 

「จุดอ่อนของแกที่ชอบเล็งมั่ว ๆ ตอนสับสนนี่ดูเหมือนจะแก้ไม่หายสินะ」

 

「กะ แกเป็นใครกันแน่!」

 

「นี่ยังไม่เข้าใจอีกเหรอ?」

 

มันเป็นเสียงที่เย็นยะเยือก

ด้วยภาพที่ราวกับเคยเห็นมาก่อน เขารู้สึกราวกับเดจาวู

 

「ปะ... เป็นไปไม่ได้」

 

「ปิ๊งป่อง ถูกต้องนะคร้าบ」

 

พร้อมกับการแสดงออกถึงการเคยเป็นสหายกันมาก่อน――อิโอริกล่าวออกมาว่า

 

「――นี่ชั้นเองลูเซอร์ อะมาสึสหายของแกไง」




NEKOPOST.NET