[นิยายแปล] Sairin Yuusha no Fukushuu Hanashi - สิ้นหวังชะมัด เลิกเป็นผู้กล้าแล้วไปอยู่ฝั่งจอมมารดีกว่า~ ตอนที่ 2 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Sairin Yuusha no Fukushuu Hanashi - สิ้นหวังชะมัด เลิกเป็นผู้กล้าแล้วไปอยู่ฝั่งจอมมารดีกว่า~

Ch.2 - 『เข้าใจสถานการณ์』


คำขอของกษัตริย์นั้นเรียบง่ายมาก

 

「ข้าต้องการให้ท่านสังหารจอมมาร」

 

เพียงแค่นี้เท่านั้น

 

ถ้าต่อสู้ในฐานะผู้กล้า ความเป็นอยู่ของชั้นจะได้รับการดูแลโดยพวกมัน

และอาจได้รับในสิ่งที่ต้องการก็เป็นได้

 

เช่น การปฏบัติอาจจะดีขึ้นกว่าครั้งแรก

พวกมันต้องการผู้กล้าจริง ๆ ชั้นรับรู้ได้จากการที่ไม่ตัดสินใจลงโทษชั้น

 

เมื่อถามไปว่าจะได้กลับโลกเดิมเมื่อไหร่ พวกมันก็ตอบว่า「ยังเป็นไปไม่ได้ในตอนนี้」

เป็นเพราะพลังเวทย์อ่อนลงจากพิธีอัญเชิญ พวกมันไม่มีพลังพอจะส่งชั้นกลับไป

ชั้นจะกลับได้ในอีกหกปีข้างหน้า นั่นเป็นสิ่งที่มันบอกชั้น

 

ฮ่า ๆ น่าขันจริง ๆ

 

ครั้งที่แล้วแค่「4 ปี」แต่ครั้งนี้กลับกลายเป็น 6 ปี เพิ่มขึ้นมาตั้งสองปี

สิ่งที่มันพูดมาไม่มีความน่าเชื่อถือเลยแม้แต่น้อย

 

ถึงอย่างนั้นชั้นก็ตอบกลับไปว่า

 

「ผมจะต่อสู้ในฐานะผู้กล้าครับ」

 

แน่นอนว่าชั้นแค่พูดออกไปเฉย ๆ มันเป็นเพียงการแสดงให้เห็นว่าจะฟังคำสั่งของพวกมัน

เพื่อทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น และอาจได้รับอนุญาตในการทำสิ่งต่าง ๆ ด้วย

 

ยังมีโอกาสอีกเยอะที่จะฆ่าลูเซอร์

นอกจากนี้ชั้นเพิ่งถูกอัญเชิญมา และยังไม่เข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้มากนัก

 

สุดท้ายแล้วเป็นไปได้ว่าตอนนี้ได้ผ่านไปแล้วหลายปี เพราะกษัตริย์องค์ปัจจุบันเป็นคนละองค์กับครั้งก่อน

เพราะฉนั้นมันน่าจะฉลาดกว่า หากรวบรวมข้อมูลก่อนจะลงมือทำอะไร

 

ดังนั้นผมจึงได้กลายเป็นผู้กล้าแค่เพียงเปลือกนอก

 

「จริงสิ ข้ายังไม่ทราบนามของท่านผู้กล้าเลย ข้อขอทราบนามของท่านได้หรือไม่?」

 

ก่อนจะแยกจากกัน ฃั้นได้บอกชื่อของแก่มัน

 

「ผมชื่ออะมาสึกิ อิโอริครับ」

 

แน่นอนชั้นไม่ได้บอกไปว่า อะมาสึ

 

 

ชั้นต้องทำตามตารางเวลาที่ถูกจัดโดยอาณาจักรนี้ และมันจะเริ่มต้นในวันพรุ่งนี้

 

ในตอนเช้าฃั้นได้รับการสอนเกี่ยวกับความรู้ของโลกนี้

ในตอนบ่ายได้รับการสอนเกี่ยวกับระบบทหารของอัศวิน

หลังอาหารเย็นได้รับการสอนเกี่ยวกับเวทมนตร์โดยนักเวทย์

 

พูดกันตามตรงเลยนะ นี่มันเสียเวลาสุด ๆ

การเคลื่อนไหวของเหล่าอัศวินมันไร้ประโยชน์ รวมถึงการสอนของนักเวทย์ก็ไม่มีประสิทธีภาพและไร้ประโยชน์

ความสามารถของกองอัศวินและนักเวทย์ แย่กว่าครั้งแรกที่ชั้นมาที่นี่มาก

 

แต่ฃั้นต้องแกล้งทำเป็นฟัง ราวเหมือนกับว่านี่เป็นครั้งแรกที่ได้รู้เรื่องเหล่านี้

เพื่อที่ชั้นจะได้ไม่ดูน่าสงสัย

 

เพราะในกรณีของลูเซอร์ ความประทับใจในตัวฃั้นค่อนข้างแย่

ชั้นถูกควบคุมตัวโดยนักเวทย์ตลอดเวลา

 

มันเป็นเรื่องง่ายสำหรับผมที่จะหลบออกจากการควบคุมตัว แต่มันไม่ใช่ทางเลือกที่ฉลาด

ฃั้นจำเป็นต้องทำทุกอย่างโดยระมัดระวัง เพราะตัวฃั้นในตอนนี้ไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้

 

ชั้นจึงตัดสินใจที่จะรวบรวมข้อมูลจนกว่าจะไม่มีการควบคุมตัว

และแสดงตัวเป็นผู้กล้าผู้เชื่อฟังไปอีกสักพัก

 

 

สิบวันผ่านไปหลังจากถูกอัญเชิญมา

 

ตั้งแต่นั้นมาการควบคุมตัวได้ถูกยกเลิกไป

มันทำให้ชั้นเดินไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระในยามราตรี

 

ชั้นไปที่หอสมุดหลังพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า หลังจากทำตามกำหนดของตารางเสร็จ

 

ในห้องสมุดนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นกระดาษเก่า ๆ

ชั้นหยิบหนังสือที่อธิบายเรื่องราวในอดีตของผู้กล้า “อะมาสึ”

 

หลังจากได้รวบรวมข้อมูลไม่กี่วัน ชั้นก็เริ่มที่จะเข้าใจ

แต่อย่างไรก็ตามาดูเหมือนว่าเวลาจะผ่านล่วงเลยไปแล้ว 30 ปี ตั้งแต่วันนั้น

 

เป็นไปตามคาด พอได้รู้ความจริงชั้นก็แปลกใจที่เวลาผ่านไปเร็วมาก

แน่นอนว่าคนที่อยู่บนบัลลังก์ในตอนนี้คือกษัตริย์องค์ใหม่

พอมาคิดดูดี ๆ แล้ว ลูเซอร์ก็ดูอายุมากขึ้นด้วย

 

อย่างไรก็ตาม

เห็นได้ชัดเลยว่าในตอนนี้ จอมมารออร์เทก้ายังคงมีชีวิตอยู่

 

「ผลงานชิ้นเอกเลยนะเนี่ย」

 

ชั้นระเบิดเสียงหัวเราะออกมาโดยไม่รู้ตัว

สรุปแล้วลูเซอร์ก็ล้มเหลวในการพิชิตจอมมาร

แม้มันจะหัวเราะแล้วบอกว่า “ถึงแกจะไม่อยู่ ข้าก็สามารถสังหารจอมมารได้”

一แต่ชั้นก็หยุดหัวเราะ เพราะเรื่องถูกฆ่าตาย

 

หลังจากนั้นจอมมารก็รวบรวมพลังอย่างต่อเนื่องภายในปราสาท

แต่ก่อนที่เขาจะเริ่มเคลื่อนไหว อาณาจักรนี้ก็รีบอันเชิญผู้กล้ามาก่อน

 

เพราะหอสมุดของอาณาจักรนี้มีหนังสือเกี่ยวกับผู้กล้าอะมาสึและจอมมารอยู่ จึงเป็นเรื่องง่ายในการรวบรวมข้อมูล

 

เป็นที่รู้กันว่าชั้นได้ถูกสังหารโดยจอมมาร

แม้ความจริงแล้วชั้นไม่แม้แต่ที่จะเข้าไปถึงตัวของจอมมารตัวจริงได้ก็ตาม

 

แต่แล้วชั้นก็เห็นอะไรผิดสังเกต และทำให้สงสัยเกี่ยวกับหนังสือในหอสมุดแห่งนี้

 

ชื่อของลูซิฟีน่ากับดิโอนัสไม่ได้ถูกบันทึกไว้ในหนังสือเลย ราวกับว่าทั้งสองคนไม่เคยอยู่ในกลุ่ม

หากพวกมันเสียชีวิตก็คงพอจะเข้าใจได้ แต่นี่มันค่อนข้างผิดปกติ

 

ทั้งสองไม่ปรากฏตัวในปราสาทแม้แต่ครั้งเดียว

ถ้าไม่พูดถึงดิโอนัสที่เป็นเผ่าครึ่งปีศาจ แต่สำหรับลูซิฟีน่าที่เป็นหนึ่งในกองกำลังอัศวินของประเทศนี้กลับหายตัวไปอย่างน่าแปลกประหลาด

ดูเหมือนว่าชั้นควรสืบข้อมูลเกี่ยวกับพวกมันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

 

「ยังสรุปไม่ได้สินะ...」

 

สุดท้ายแล้วก็ไม่มีชื่อของทั้งสองคนเลย แม้ชั้นจะลองหาจากหนังสือที่น่าจะเกี่ยวกับอะมาสึแล้วก็ตาม

หลังจากที่ได้อ่านหนังสือที่ดูน่าสนใจแล้ว ชั้นก็ออกจากหอสมุด

 

ชั้นจงใจใช้ทางอ้อมเพื่อเดินไปห้องตัวเอง เพราะต้องการเข้าใจโครงสร้างของพระราชวัง

เพราะมันได้รับการปรับปรุงใหม่ ตำแหน่งและจำนวนห้องพักมีการเปลี่ยนแปลงในบางพื้นที่

แต่ชั้นก็จำไม่ค่อยจะได้เหมือนกัน

 

ระหว่างที่กำลังเดินอยู่ ชั้นได้เดินผ่านข้ารับใช้ภายในพระราชวัง

แม้ว่าทุกคนจะก้มหัวให้และทักทายชั้น แต่พวกมันก็แสดงออกถึงการดูถูกบนใบหน้า

 

「...นั่น เขาไปที่หอสมุดอีกแล้วเหรอ?」

 

「เขาควรฝึกเวทมนตร์มากกว่าที่จะไปอ่านหนังสือนะ」

 

ตอนที่ผมเดินผ่นพวกเขาทั้งสองคน ผมก็ได้ยินเสียงนินทาจากข้างหลัง

 

นี่เรื่องที่ชั้นใช้เวทมนตร์ไม่ได้ถูกล่วงรู้แล้วเหรอ?

ที่จริงแล้วเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับลูเซอร์ ทำให้ความประทับใจต่อผู้กล้ารุ่นที่สองลดลงอย่างมาก

ในตอนแรกพวกเขาเรียกชั้นว่า「ท่านผู้กล้า」แต่ตอนนี้เป็นเพียง「นั่น」เท่านั้น นี่คือคำที่พวกเขาเรียกชั้นลับหลัง

 

แม้ว่าจะใช้เวทมนตร์ไม่ได้ แต่ชั้นก็ยังมีเทคนิคบางอย่างอยู่

เพราะชั้นได้เรียนรู้วิธีการใช้ประสาทสัมผัสจากสนามรบ

ชั้นได้ยินเสียงแม้ว่าเสียงนั้นจะอยู่ไกลออกไป พวกนั้นคงคิดว่าชั้นไม่ได้ยินสินะ

 

「ท่านอะมาสึกิเป็นผู้กล้าจริงหรือขอรับ? เขาใช้เวทมนตร์ไม่ได้ด้วยซ้ำ หรือจะเป็นเพียงเด็กเหลือขอ?」

 

ขณะกำลังเดินผ่านห้อง ๆ หนึ่ง ชั้นก็หยุดเดินทันทีเมื่อได้ยินชื่อตัวเอง

เห็นได้ชัดเลยว่าพวกนั้นกำลังพูดถึงชั้นอยู่

ในห้องนั้นน่าจะมีประมาณสี่ถึงห้าคน

 

「ชู่....!」

 

พวกนั้นคุยกันเบา ๆ แต่เหมือนชั้นจะได้ยินเสียงที่คุ้นเคยด้วย

 

「เจ้านั่นเป็นผู้กล้าแน่นอน แม้จะเป็นแบบนั้นแต่พอต้องสู้กับกองทัพปีศาจ มันก็คงตายในทันที」

 

คนที่เสียงแหบคือลูเซอร์

ดูเหมือนว่าจะเป็นการพูดคุยกับนักเวทย์ซึ่งเป็นผู้ติดตามของมัน

 

ชั้นต้องพยายามทำให้ตัวเองใจเย็น เพราะเกือบจะบุกเข้าไปในห้องแล้ว

ชั้นรู้สึกได้ถึงความต้องการฆ่าภายในจิตใจ

 

「เขาไม่มีประโยชน์หากไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้」

 

「ใช่... แม้จะไม่ได้เรื่องที่สุด แต่อย่างน้อยมันก็ยังเผชิญหน้ากับสี่ขุนพลปีศาจได้ มันยังไม่ไร้ประโยชน์โดยไปซะทีหรอกนะ」

 

ชั้นนึกถึงความหลังจากคำพูดของลูเซอร์

 

「...เวรเอ๊ย」

 

ชั้นคิดอะไรไม่ออกเพราะความโกรธ

และกัดริมฝีปากตัวเองเพื่ออดกลั้นไว้

เพราะหากเริ่มการต่อสู้ตรงนี่ การที่ชั้นทำตัวเป็นผู้กล้าผู้เชื่อฟังจะเปล่าประโยชน์ในทันที

 

「ในวันที่ท่านลูเซอร์ต่อสู้ร่วมกับผู้กล้าอะมาสึ ทำไมท่านอามาสึถึงได้...」

 

แล้วลูเซอร์ก็ตอบคำถามของเขาว่า

 

「เขาเป็นบุรุษผู้กล้าหาญ และมีจุดประสงค์เพื่อสันติภาพของโลก เขามีความคิดที่สมแก่การเป็นผู้กล้า ข้าต้องการทำให้ความปรารถนาของเขาเป็นจริง แต่... ข้าเสียใจที่มันกลับกลายเป็นเยี่ยงนี้」

 

และนั่นคือสิ่งที่มันตอบ

มันไม่รู้สึกละอายใจกับสิ่งที่พูดแม้แต่น้อย

 

-มีเพียงแกเท่านั้นที่ต่อสู้อย่างตั้งใจ แค่แกเพียงคนเดียว

 

ถ้าอย่างนั้นไอคนที่แสยะยิ้มให้ชั้นในตอนนั้นมันเป็นใครกันล่ะ

 

「อ๊ะ... เข้าใจล่ะ」

 

แท้จริงแล้วมันเป็นคนอย่างนี้นี่เอง

 

「แม้ผู้กล้าจะไร้ประโยชน์ แต่มันก็ยังนำไปใช้ประโยชน์ได้สินะ」

 

เมื่อได้ฟังสิ่งที่มันพูดลับหลัง ชั้นก็กลับไปยังห้องพร้อมกับข่มความโกรธที่อยากจะฆ่ามันให้ตาย

 

และแล้วก็ผ่านไปอีกหนึ่งอาทิตย์

 

――ชั้นได้เริ่มทำตามแผนที่วางไว้




NEKOPOST.NET