[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด ตอนที่ 97 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด

Ch.97 - ตอนที่ 97 ความบริสุทธิ์ของดอกไม้


            “นึกว่าจะตายไปซะแล้ว!” (ไฮเนะ)


ผมที่สูญเสียพลังในการลอยตัวและตกลงไปในกิ่งก้านสาขานั้น โชคยังดีที่คว้ากิ่งไม้ไว้ได้ทัน ผมจึงรอดมาได้อย่างหวุดหวิด แต่ถึงจะพูดว่ากิ่งไม้ มันก็เป็นกิ่งไม้ของแกรนด์มาวูด เพราะงั้นมันก็เลยใหญ่พอที่จะพูดว่ามันเป็นพื้นทั่วไปได้ มันใหญ่พอที่จะเป็นที่ยืนได้เลยล่ะ

ถ้าผมร่วงลงไปจนกระแทกเข้ากับพื้นด้านล่างล่ะก็ ผมคงจะตายแหงมๆ

ยังไงก็ตาม ตอนที่ผมลงมาบนกิ่งไม้ใหญ่ หน้าอกของสาวยักษ์ที่ร่วงตามลงมาทีหลังก็มาทับที่ใบหน้าของผม จนผมคิดว่าตัวเองจะตายเพราะถูกมันกดทับและบดขยี้ไปซะแล้ว

ผมคิดว่าจะตายถึงสองครั้งเลยนะ


            “ขอโทษนะคะ, ขอโทษนะคะ, ขอโทษนะค้าาาาา!!” (แมนเทิล)


สาวยักษ์คุกเข่าขอโทษบนกิ่งไม้

เธอเป็นเด็กสาวที่ผมพูดได้เลยว่า แม้แต่ชายหนุ่มที่โตเต็มที่ก็ยังไม่มีรูปร่างขนาดนี้

ในหมู่ผู้หญิงที่ผมรู้จักมาจนถึงตอนนี้ คนที่สูงที่สุดก็คือฮีโร่แห่งไฟมิรัค แต่ถ้าหากเปรียบเทียบเธอกับมิรัคโดยกะเอาด้วยสายตาแล้ว เธอสูงกว่ามิรัคราวๆ 1.5 - 1.7 เท่าได้

แน่นอนว่าเธอก็สูงกว่าผมเช่นกัน ถ้าไปยืนคู่กันล่ะก็ หน้าของผมคงจะอยู่ราวๆ หน้าอกของเธอ

ทว่า ตั้งแต่ที่ยัยนั่นโผล่มาจนถึงตอนนี้ เธอก็เอาร่างยักษ์นั่นตั้งท่าคุกเข่าขอโทษมาตลอด ผมก็เลยยังไม่รู้ความสูงจริงๆ ของเธอ


            “ขอโทษนะคะ ยกโทษให้ฉันเถอะค่ะ จะให้ฉันทำอะไรก็ยอมมมมม!!” (แมนเทิล)


แล้วแม่สาวยักษ์ผู้นี้ก็เอาแต่ขอโทษลูกเดียว

เธอไปทำอะไรไว้นะถึงต้องมาขอโทษขอโพยขนาดนี้?


            “......เอ่อ แบบว่า ก่อนอื่นเลยนะ เธอคือ พระแม่ธรณีแมนเทิลใช่ไหม?” (ไฮเนะ)

            “ค่ะ! ส่วนคุณก็คือเทพแห่งความมืดคุณเอ็นโทรปีใช่ไหมคะ!?” (แมนเทิล)


ก็นะ ครับ ใช่แล้วล่ะ

การรู้ตัวตนที่แท้จริงของผม คือหลักฐานที่ว่าอีกฝ่ายก็เป็นเทพเหมือนกัน


            “ร่างนั้น........ เธอเองก็มาจุติในตัวสัตว์ประหลาดเหมือนกับโนวาและคอร์เซอเวทงั้นเหรอ?” (ไฮเนะ)


ทำไมทวยเทพแห่งธาตุทั้งสี่ถึงได้มาจุติในตัวสัตว์ประหลาดกันล่ะเนี่ย?


            “.......เปล่าค่ะ มันแตกต่างกัน ร่างกายนี้เป็นร่างชั่วคราวค่ะ” (แมนเทิล)

            “อื๋อ?” (ไฮเนะ)

            “ในการสื่อสารกับทางโลก ยังไงๆ การมีอวัยวะในการออกเสียงและอวัยวะในการรู้สึกอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ก็สะดวกกว่า........ มันเป็นความสามารถอย่างหนึ่งของฉันในฐานะพระแม่ธรณี โดยการสร้างระบบประมวลผลจากพืชที่เหมาะสมซึ่งเชื่อมโยงประสาทสัมผัสกับฉันโดยตรง ฉันเรียกมันว่า ‘Fairy (นางไม้)’ ค่ะ” (แมนเทิล)


พอพูดแบบนั้น แมนเทิลก็มองลงไปยังร่างยักษ์ของตัวเองที่ส่องประกายจางๆ ด้วยความเขินอาย


            “ถ้าเป็นตามปกติล่ะก็ร่างกายจะมีขนาดฝ่ามือค่ะ แต่มันจะเป็นสัดส่วนตามขนาดของพืชที่เป็นแหล่งกำเนิด ไม่นึกเลยว่า ‘แฟรี่’ ที่สร้างขึ้นมาจากแกรนด์มาวูดจะใหญ่ถึงขนาดนี้.......” (แมนเทิล)


ความสามารถที่ผมไม่รู้จัก

พลังของพระแม่ธรณีแมนเทิลไม่ได้มีแค่พื้นดินเท่านั้น แต่ยังรวมถึงพืชที่เบ่งบานขึ้นมาจากพื้นดินอีกด้วย

เพราะงั้นจึงพูดได้ว่าขอบเขตความสามารถของเธอมีมากกว่าผมที่เป็นเทพแห่งความมืด


            “มันก็ไม่ได้สะดวกถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ ร่างกายนี้น่ะ ไม่มีความสามารถในการต่อสู้ค่ะ ถ้าจะให้พูดล่ะก็ ที่ทำได้จริงๆ ก็มีแค่การสนทนาเท่านั้น ........อ๊ะ มีอีกอย่างหนึ่งที่ทำได้นะคะ! จะขยำหน้าอกไหมคะ?” (แมนเทิล)

            “ไม่ขยำครับ!!” (ไฮเนะ)


เรื่องนั้นน่ะแค่คุณคาเรนกับโยริชิโระก็พอแล้ว

พอผมปฏิเสธอย่างชัดเจน ท่าทางระริกระรี้ของแมนเทิลก็แข็งทื่อทันที


            “ว่าแล้วเชียว คุณเอ็นโทรปียังโกรธฉันอยู่สินะ........!!” (แมนเทิล)

            “เอ๋?” (ไฮเนะ)


จากนั้นน้ำตาก็พร่างพรู


            “แงงงงง!! ขอโทษนะคะ, ขอโทษนะคะ, ขอโทษนะคะ!! จะขยำอย่างอื่นนอกจากหน้าอกก็ได้ แต่ได้โปรดยกโทษให้ฉันเถอะนะค้าาาาา!!” (แมนเทิล)


แล้วการจู่โจมด้วยการขอโทษก็เริ่มต้นอีกครั้ง

แถมเธอไม่ได้แค่ขอโทษอย่างเดียว แต่ยังจะมาเกาะตัวผมอีก ถ้าผมรับร่างยักษ์นี้ล่ะก็ สุดท้ายผมคงถูกฆ่าด้วยการขอโทษแน่


            “เฮ้ยย พอสักทีเหอะ! ตั้งแต่เมื่อกี้นี้แล้ว เธอขอโทษเรื่องอะไรกันแน่!?” (ไฮเนะ)

            “ก็แหม คุณเอ็นโทรปีโกรธอยู่ใช่ไหมล่ะคะ? เรื่องเมื่อ 1,600 ปีก่อนน่ะ?” (แมนเทิล)


อ๋า


            “เพราะตั้งแต่ที่คุณฟื้นคืนชีพมา คุณก็ทะเลาะกับคุณโนวาและคุณคอร์เซอเวท แล้วอัดสองคนนั่นซะน่วมเลยนี่คะ จากนั้นคุณก็คิดที่จะแก้แค้นฉันก็เลยมาที่นี่ใช่ไหมล่ะคะ? เพราะไม่รู้ว่าคุณเควซาร์อยู่ที่ไหน.......” (แมนเทิล)


งั้นเหรอ เธอกำลังพูดถึงการต่อสู้ของทวยเทพที่เปิดฉากขึ้นเมื่อ 1,600 ปีก่อน

การต่อสู้ในครั้งนั้น ผมพ่ายแพ้ให้กับมหาเทพแห่งการสร้างโลกทั้งห้าที่รวมเทพธิดาแห่งแสงอินเฟลชั่นกับธาตุทั้งสี่ หลังจากนั้นผมก็ถูกปิดผนึกมา 1,600 ปี

ตอนนี้ผนึกคลายออกแล้วและผมก็ได้เป็นอิสระ เธอก็เลยคิดว่าผมจะเปิดโศกนาฏกรรมโดยตระเวนไปทั่วทุกหนทุกแห่งเพื่อล้างแค้น .......มันก็ไม่ใช่ว่าจะสรุปด้วยวิธีคิดแบบนั้นไม่ได้นี่นะ

แล้ว อัดซะน่วม?


            “ต้องขอโทษจริงๆ ค่ะ! ฉันน่ะ ไม่ได้เกลียดและจะเป็นศัตรูกับคุณเอ็นโทรปีเลยค่ะ! ฉันก็แค่ไม่อยากถูกตัดออกจากกลุ่มเท่านั้นเองงงง!” (แมนเทิล)


พอพูดแบบนั้น ‘แฟรี่’ ก็เอาร่างยักษ์คุกเข่าขอโทษอีกครั้ง

มันก็จริงอยู่ แม่คนนี้น่ะดูเหมือนเด็กผู้หญิงมาตั้งแต่เมื่อก่อนแล้ว

พูดได้ว่าเธอไม่มีอิสระ หรือก็คือไม่มีความคิดเป็นของตัวเอง เธอไหลไปตามความต้องการของคนรอบข้าง

บางทีความปรารถนาอันดับหนึ่งของยัยนี่คงจะเป็นความรู้สึกที่ว่า ‘ไม่อยากเป็นศัตรูกับใคร’ เพราะงั้นถ้ามีเหตุการณ์เผชิญหน้าเกิดขึ้น เธอก็จะไม่พูดอะไรเลยแล้วพยายามเข้าข้างทั้งสองฝ่ายไว้

ถึงอย่างนั้น การต่อสู้เมื่อ 1,600 ปีก่อน เพราะพลังต่อสู้เอนเอียงไปทางฝ่ายหนึ่ง เธอจึงไม่ได้ทำตัวเป็นกลางและไปเข้าข้างมหาเทพทั้งห้า

พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ เธอเป็นพวกเหยียบเรือสองแคม


            “........แต่ใน 1,600 ปีมานี้ สถานการณ์มันเปลี่ยนแปลงไปมาก ธาตุทั้งสี่อย่างพวกเธอเปลี่ยนแปลงไปเพราะอาบพลังงานแห่งการสวดภาวนา จึงไม่สามารถแสดงพลังที่แท้จริงแบบในอดีตได้ ที่หนักยิ่งกว่านั้นก็คือ เทพธิดาแห่งแสงอินเฟลชั่นไม่ได้อยู่ข้างพวกเธออีกแล้ว” (ไฮเนะ)

            “เหหห.......!” (แมนเทิล)

            “ถ้าจะพูดให้ชัดๆ ว่า การต่อสู้เมื่อ 1,600 ปีก่อนเป็นการต่อสู้ตัวต่อตัวของผมกับอินเฟลชั่น มันก็ไม่ใช่เรื่องที่พูดเกินจริงเลย ผมเหนือกว่าธาตุทั้งสี่อย่างแน่นอน ถึงอย่างนั้นผมก็ไร้พลังกับธาตุแสง ถ้าจะต่อกรกับผมล่ะก็ การลากอินเฟลชั่นเข้าพวกก็เหมือนกับชัยชนะได้ถูกตัดสินแล้ว” (ไฮเนะ)


แต่อินเฟลชั่นที่พูดถึงน่ะ เพราะเหตุการณ์ความรุ่งเรืองและการล่มสลายของเมืองหลวงแห่งความมืดอบิสที่เกิดขึ้นหลังจากการต่อสู้แห่งการสร้างโลก เธอจึงกลายเป็นเทพธิดาที่จะสังหารธาตุทั้งสี่ให้ได้

ถึงแม้ว่าการต่อสู้ของเหล่าทวยเทพจะเกิดขึ้นอีกครั้ง ยัยนั่นก็จะไม่ไปเข้าข้างธาตุทั้งสี่แน่นอน


            “จะว่าไป เธอก็ช่วยทำลายอบิสด้วยสินะ?” (ไฮเนะ)


ตอนที่ประวัติศาสตร์ของมนุษย์เริ่มต้นขึ้น เทพธิดาแห่งแสงอินเฟลชั่นได้จุติในตัวมนุษย์ที่ชื่อว่าอิซานามิ แล้วก่อตั้งนครรัฐอันเก่าแก่อบิสขึ้นมา

อารยธรรมและการพัฒนาที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในหมู่มนุษย์ ได้ส่งผลกระทบต่อความเหนือชั้นของเหล่าทวยเทพเป็นอย่างมาก เพราะงั้นการกวาดล้างจึงเริ่มต้นขึ้น

ด้วยภัยพิบัติที่ทวยเทพนำพามา และการรุกรานจากภายนอกที่ทวยเทพเป็นผู้ชักใยอยู่เบื้องหลัง อบิสจึงถูกทำลาย

ผู้ที่ทำแบบนี้ก็คือเทพแห่งธาตุทั้งสี่ ดิน, น้ำ, ไฟ, ลม พระแม่ธรณีแมนเทิลก็อยู่ในนั้นด้วย


            “ขะ-ขอโทษนะค้าาา!” (แมนเทิล)


เพราะเธอร้องไห้มากไปเสียงก็เลยอู้อี้


            “ช่วยไม่ได้นี่คะ.......! สามคนนั้นมาบอกให้ฉันร่วมมือด้วย.......! ถ้าท่านอินเฟลชั่นอยู่ด้วยล่ะก็ ฉันก็คงต่อต้านพวกนั้นได้บ้าง แต่ท่านเล่นหายตัวไปตั้งนมนานฉันก็เลยไม่รู้ที่อยู่ แถมตอนที่ฉันคิดว่าพบตัวท่าน ท่านก็ไปจุติในตัวราชินีของอบิสซะแล้วง่าาา!!” (แมนเทิล)


เธอเป็นคนที่ถูกชาวบ้านชักนำได้ง่ายจริงๆ

ตามคำพูดของโยริชิโระ ซึ่งก็คือเทพธิดาแห่งแสงอินเฟลชั่นผู้มาจุติที่รู้เรื่องเมื่อตอนนั้น แมนเทิลดูไม่กระตือรือร้นที่จะทำลายล้างอบิส และเธอก็เข้าข้างทวยเทพองค์อื่นๆ แบบไม่เต็มใจ

เมื่อเปรียบเทียบกับภัยพิบัติของทวยเทพองค์อื่นๆแล้ว ภัยพิบัติที่เรียกว่าการกลายสภาพเป็นทรายนั้นเกิดขึ้นช้ากว่า มิหนำซ้ำมันยังเป็นการช่วยเหลืออินเฟลชั่นปิดผนึกในตอนท้ายอีกด้วย


            “ขอโทษนะคะ ขอประทานโทษนะคะ โอ๊ย อยากจะขยำตรงไหนก็เอาเลยค่ะ.......!!” (แมนเทิล)


พระแม่ธรณีเอาหน้าผากไปถูบนกิ่งไม้ขนาดยักษ์ซึ่งเป็นที่ยืนที่เรียกว่า พื้น

พูดได้ว่ามันเป็นนิสัยของเธอ แต่ว่า นั่นมันความน่าเกรงขามของเทพประสาอะไรกัน? แถมท่าทางของเธอยังดูสดชื่นเอามากๆ อีก


            “เฮ้อ....... พอเหอะ” (ไฮเนะ)


ผมพูดอย่างเหนื่อยหน่าย

◆◆◆◆◆




NEKOPOST.NET