[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด ตอนที่ 90 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด

Ch.90 - ตอนที่ 90 เยี่ยมเยือนเทพอัคคี


            (........คือว่านะ เทพอัคคี? 
ผมน่ะ พูดว่าปิดผนึกนายไว้ในร่างกายนั้นก็จริง แต่ความจริงแล้วผมไม่ได้คิดแบบนั้นเลยแม้แต่น้อย
เพราะว่าถ้านายฆ่าตัวตายนายก็จะออกจากร่างกายนั้นเมื่อไหร่ก็ได้ ถ้านายต้องการล่ะก็ แค่ทำให้หัวแตกโดยการพุ่งชนกำแพงด้วยพลังทั้งหมด นายก็จะกลับไปที่สวงสวรรค์ได้อย่างสบายๆ
ผมตั้งใจแกล้งนายเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น
เดิมทีที่ผมมาที่นี่วันนี้ก็คิดว่ามันจะเป็นแบบนั้น ตอนที่เดินทางมาถึง ผมคงจะถูกพวกศาสนจักรแห่งไฟบอกว่า ‘มันตายไปตั้งนานแล้ว’ และผมก็เตรียมทำใจไว้แล้วด้วย) (ไฮเนะ)


แต่ความเป็นจริงมันกลับยังอยู่ดี ซ้ำยังสบายสุดๆ อีกต่างหาก

เกิดอะไรขึ้น? เฮ้ย เกิดอะไรขึ้นกับเทพกันล่ะเนี่ย?


            『คำพูดของเจ้ามันก็มีเหตุผลอยู่』


เทพ หรือก็คือวัวที่นอนเรี่ยราดอยู่บนสนามหญ้าในกรงตอบกลับ


            『ตอนแรก ข้าโกรธมากที่ตนเองถูกดูหมิ่นเหยียดหยามอย่างนั้น ข้าคนนี้ คือเทพอัคคีโนวา ที่สำคัญกว่านั้น การถูกเอาไปแสดงโชว์กับลูกของมนุษย์ในร่างวัวน่ะ มันเป็นเรื่องที่ข้าทำลงไปได้ยังไงกัน ความภาคภูมิใจของเทพมันแตกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเลยล่ะ』


นั่นสินะ

สัตว์ประหลาดวัวตัวนี้ที่มีเทพอัคคีสถิตย์อยู่ข้างในน่ะ ความจริงแล้วมีแต่ผมซึ่งเป็นเทพที่มาจุติเหมือนกันเท่านั้นที่รู้

พวกมนุษย์คนอื่นไม่รู้หรอก แม้แต่ฮีโร่แห่งแสงคุณคาเรนและฮีโร่แห่งไฟมิรัคที่จัดการสัตว์ประหลาดวัวตัวนี้ด้วยกันกับผมก็เหมือนกัน


เพราะสสารมืดของผม หมอนี่จึงสูญเสียความสามารถในการโจมตีของสัตว์ประหลาดไปจนหมดและไม่มีอันตราย ดังนั้น ถ้าปล่อยให้มันมีชีวิตอยู่แล้วเปิดเผยต่อคนทั่วไปล่ะก็ มันจะทำให้พวกเขาทราบถึงคุณงามความดีของฮีโร่และเป็นที่ประจักษ์ได้อย่างง่ายดาย ซ้ำยังเพิ่มชื่อเสียงของศาสนจักรอีกด้วย นั่นคงจะเป็นสิ่งที่ผมพูดไว้?

เพราะผมพูดไปแบบไม่คิดอะไร ผมก็เลยจำไม่ค่อยได้

สำหรับผม การกักขังเทพอัคคีโนวาไว้ในร่างนี้เป็นเรื่องสำคัญ ส่วนเรื่องโชว์น่ะ เป็นข้ออ้างเพื่อหลอกล่อเท่านั้น


            『ต้องขอบคุณข้อเสนอบ้าๆ บอๆ ของเจ้า การใช้ชีวิตวัวในการดึงดูดลูกค้าของข้าจึงเริ่มต้นขึ้น ผู้ที่ศรัทธาข้าได้กักขังข้าไว้ข้างในกรงอันคับแคบนี้ และประจานข้าต่อสายตาที่จับจ้องของมนุษย์หลายร้อยคนทุกวี่ทุกวัน』


ผู้คนของศาสนจักรแห่งไฟคงไม่นึกไม่ฝันหรอกว่า สัตว์ประหลาดที่เอามาโชว์อยู่นั้น คือเทพที่พวกตัวเองบูชา

จะว่าไป ระหว่างทางที่ผมมายังเขตนี้ ดูเหมือนจะมีป้ายที่ว่า ‘วัวเพลิงฟาลาริสเปิดอย่างเป็นทางการแล้ว!’ อยู่ด้วย.......

ว่าแต่ ดูเหมือนว่าตอนนี้จะอยู่นอกเวลาทำการ เพราะนอกจากวัวและผมในพื้นที่พักอาศัยของฟาลาริสแล้ว ก็มีเพียงคุณป้าทำความสะอาดอยู่ในพื้นที่โหรงเหรงนี้เท่านั้น

เนื่องจากผมเป็นคนที่มีความดีความชอบในการปราบปรามฟาลาริส และเป็นคนรู้จักของฮีโร่แห่งไฟมิรัค พวกเขาจึงอนุญาตให้ผมเข้ามาข้างในได้เป็นกรณีพิเศษ


            『เอาเถอะ ข้าเองก็ไม่ได้ติดใจที่มันไม่เป็นไปตามที่คิดหรอก ข้าเองก็มองหาโอกาสฆ่าตัวตายแล้วกลับไปยังสวงสวรรค์เหมือนกัน ระหว่างที่ข้ารอโอกาสนั้นอยู่ วันเวลาก็ล่วงเลยไป และข้าก็สังเกตุเห็นเรื่องที่สุดยอด』


            (เรื่องที่สุดยอด?) (ไฮเนะ)

            『ตอนที่ข้าอยู่ที่นี่อาหารมันก็ออกมาเอง』

            (เฮ้ย) (ไฮเนะ)

            『ไม่สิ นั่นมันสุดยอดเลยล่ะ ก็นะ ตัวข้าในตอนนี้ คือสัตว์ประหลาดที่เรียกกันว่าวัว ดังนั้นตามปกติแล้วข้าไม่จำเป็นต้องกินอะไร แต่เพราะว่าลูกของมนุษย์ไม่รู้ว่าสัตว์ประหลาดกินอะไร พวกมันก็เลยเอาของออกมาหลายอย่าง ทั้งหญ้าแห้ง, ผัก, ถั่ว, หัวมัน และแครอท ด้วยของกินหรูหราหลากหลายชนิด ทำให้ทุกๆ วันของข้าสนุกอย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะ!』

            (หา เอ่อ .......งั้นเหรอ) (ไฮเนะ)

            『นอกจากนั้น ถึงจะกลับไปยังสวงสววรค์ข้าก็ไม่มีอะไรให้ทำเป็นพิเศษ ในทางกลับกัน ถ้าอาหารน่าอร่อยออกมาโดยไม่ต้องทำอะไรทุกวันล่ะก็ ข้าคิดว่าแบบนั้นมันก็ดีเหมือนกัน ........และช่วงนี้ข้าก็ค้นพบสิ่งที่สุดยอดอีกด้วย ตอนที่บริกรผู้ทำหน้าที่นำอาหารมาให้ข้าแล้วข้ายกขาหน้าขึ้นมา .......เจ้านั่นก็จะเอาอาหารให้ข้ามากกว่าปกติ! สุดยอดไปเลยใช่ไหมล่ะ!?』


ไม่ใช่ว่านายถูกฝึกเทคนิคหรอกเหรอ........?

แล้วบริกรที่ทำหน้าที่ที่นายว่าก็คือ คนเลี้ยงสัตว์.......?


            『อาา~ การนอนบนสนามหญ้านี่มันรู้สึกดีจังเลย....... ทำไมตอนที่ข้าอาละวาด ข้าถึงได้เผาต้นไม้ใบหญ้าที่อยู่มาตั้งแต่แรกเริ่ม แล้วไปนอนอยู่บนดินและหินด้วยล่ะเนี่ย?』

            (เอาเถอะ ถ้านายบอกว่าดี มันก็ดี) (ไฮเนะ)


ดูเหมือนเทพอัคคีโนวาจะติดใจกับชีวิตของวัวไร้ค่าที่ถูกมนุษย์ชุบเลี้ยงอย่างไม่น่าเชื่อ

แบบนั้นมันอาจจะดีก็ได้ ความเป็นไปได้ที่เขาจะตอบเรื่องที่ผมจะถามนับจากนี้ไปก็จะสูงขึ้น


            『อืม? จะว่าไป วันนี้เจ้ามาทำอะไรล่ะ?』


วัวลุกขึ้นมาอย่างช้าๆ เทพอัคคีในร่างของวัว


            『เจ้าไม่ใช่พวกที่ผ่านมาเพื่อเล่นสนุก ถ้าเช่นนั้น เจ้ามาพบกับศัตรูน่ารังเกียจที่ปิดผนึกตนเองในอดีตโดยไม่ทุกข์ร้อนด้วยจุดประสงค์ใดล่ะ?』


ความไม่เกรงกลัวใครในฐานะเทพยังหลงเหลืออยู่เล็กน้อยสินะ?


            (เข้าใจเรื่องราวได้เร็วดีนี่ วันนี้ผมมีเรื่องที่อยากจะถามนาย พูดอย่างไม่อ้อมค้อมเลยละกันนะ มารดาสัตว์ประหลาดอยู่ที่ไหน?) (ไฮเนะ)

            『โห』

            (สัตว์ประหลาดที่ให้กำเนิดสัตว์ประหลาด ผู้ที่ให้กำเนิดมารดาสัตว์ประหลาดก็คือธาตุทั้งสี่ซึ่งรวมนายด้วย
ถ้าตัวเองเป็นคนที่ให้กำเนิดมันขึ้นมา การรู้ถึงสถานที่ที่มันอยู่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใช่ไหมล่ะ?) (ไฮเนะ)

            『เจ้าถามถึงพวกมัน ........งั้นเหรอ เจ้าวางแผนทำลายล้างพวกมันงั้นเหรอ?』

            (อา นับตั้งแต่ตอนที่ผนึกถูกคลายออกและผมได้ฟื้นคืนชีพกลับมา จนกระทั่งจุติในร่างกายของมนุษย์ มันก็เป็นเวลา 18 ปีแล้ว และแม้ว่าผมจะออกมาจากบ้านเกิดเพื่อมาดูโลกได้ไม่กี่สัปดาห์ ถึงอย่างนั้นผมก็ยังมั่นใจว่า โลกใบนี้ไม่ต้องการเทพอีกแล้ว การที่เทพอยู่บนโลกต่อไปก็รังแต่จะเป็นการรบกวนเท่านั้น นับจากนี้เป็นต้นไป ผมจะตัดความชั่วร้ายที่เชื่อมโยงระหว่างมนุษย์กับเทพทิ้งให้หมด) (ไฮเนะ)

            『เลี่ยงไม่ได้ มันเลี่ยงไม่ได้ การที่เจ้าผู้เป็นตัวตนอันสะดวกสบายสำหรับลูกของมนุษย์มากที่สุดได้ข้อสรุปแบบนั้น มันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ .......มันก็จริงอยู่ที่ข้า ถูกเจ้าคอร์เซอเวทจอมเจ้าเล่ห์นั่นล่อลวงให้หลงเชื่อด้วยคำพูด และสร้างมารดาสัตว์ประหลาดแห่งไฟขึ้นมา นกอมตะ ฟีนิกซ์』


นกอมตะ ฟีนิกซ์......?


            『มันเป็นนกยักษ์ที่ห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงทั่วทั้งร่างกาย ที่ใหญ่กว่าร่างกายของวัวเพลิงฟาลาริสในอดีตสักเท่าหนึ่งได้? มันเผาผลาญร่างกายด้วยเปลวเพลิงของตัวเอง แล้วให้กำเนิดสัตว์ประหลาดธาตุไฟจำนวนมากจากข้างในเถ้าถ่านนั้น เพราะลักษณะพิเศษนั่น จึงไม่อาจสังหารมันด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งไฟที่เหมือนกัน และพลังศักดิ์สิทธิ์ของธาตุอื่นๆ ได้ สมมติว่าเราทำลายร่างทั้งหมดไป เถ้าถ่านก็ยังหลงเหลืออยู่ แล้วนกฟีนิกซ์ตัวใหม่ก็จะกำเนิดขึ้นมาจากข้างในเถ้าถ่านนั้น』


เพราะงั้นมันก็เลยอมตะสินะ


            『แต่ว่า สสารมืดของเจ้าคงจะเป็นข้อยกเว้นเพียงอย่างเดียว ถ้าเป็นอนุภาคบ้าบอคอแตกที่ทำให้พลังศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดหายไปโดยสมบูรณ์ล่ะก็ เจ้าสามารถลบนกอมตะทิ้งไปโดยไม่เหลือแม้แต่เถ้าถ่านได้.......』

            (นายนี่ว่าง่ายอย่างไม่น่าเชื่อเลยนะ ก็ดีเหมือนกัน แล้วนกอมตะฟีนิกซ์นั่นอยู่ที่ไหนล่ะ?) (ไฮเนะ)

            『ไม่รู้』

            (เอ๋?) (ไฮเนะ)

            『มันก็จริงอยู่ที่ข้าสร้างฟีนิกซ์ขึ้นมา แต่ข้าก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องมานั่งตรวจจับตำแหน่งของมันอยู่ตลอด ถึงจะเป็นของเทียม มันก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่สง่างามประเภทหนึ่ง และมีความตั้งใจที่ซับซ้อน มันคงจะไปที่ๆ ตัวมันเองอยากไป ยิ่งไปกว่านั้นมันยังเป็นนกที่มีปีกอีก มันคงจะไปที่ไหนสักแห่งในโลกน่ะนะ』

            (อะไรฟะ? เป็นเทพที่ไร้ประโยชน์ชะมัด พูดจาให้ความหวังซะขนาดนั้น แล้วจบลงโดยไม่มีเบาะแสเนี่ยนะ) (ไฮเนะ)

            『ไม่ต้องมาคะยั้นคะยอข้าหรอก เทพแห่งความมืด แรกเริ่มเดิมทีข้าก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องบอกทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อเจ้าอยู่แล้ว?』

            (นั่นสินะ พวกเราไม่สนิทกันเลยสักนิด ไร้ประโยชน์จริงๆ แต่เอาเหอะ ไหนๆ ก็มาถึงมุสเปลไฮม์ทั้งที ผมกลับไปกินข้าวกับพวกกองกำลังนักสู้เพลิงกรรมที่พึ่งสนิทกันเมื่อไม่นานมานี้ดีกว่า?) (ไฮเนะ)

            『เอาน่า รอก่อน ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ให้ข้าบอกเจ้าอีกเรื่องหนึ่งแล้วกัน』

            (อะไรอีกล่ะเจ้าวัวโง่? ถ้าเป็นความคับข้องใจล่ะก็ ผมจะรับฟังมันทีเดียวละกัน......) (ไฮเนะ)

            『มันก็จริงอยู่ที่ข้าไม่รู้สถานที่ของมารดาสัตว์ประหลาดที่ตนเองสร้างขึ้นมา แต่ข้าไม่ได้บอกว่าไม่รู้สถานที่ของตัวอื่นแม้แต่คำเดียวเลยนะ』

            (เอ๋?) (ไฮเนะ)

            『โดยเฉพาะเจ้านั่นที่มีชื่อเสียง เดิมทีมันก็เป็นประเภทที่ไม่เคลื่อนไหวซึ่งแตกต่างจากนก มารดาสัตว์ประหลาดแห่งดิน แกรนด์มาวูด เจ้าอยากรู้ที่อยู่ของมันรึเปล่าล่ะ?』
◆◆◆◆◆




NEKOPOST.NET