NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด

Ch.79 - ตอนที่ 79 ตะโกน


ตามข้อความในศิลาจารึกนั้น ทั่วทั้งบริเวณนี้คือ ‘ทะเลทรายไร้นาม’ เมื่อก่อนมันเคยเป็นผืนดินอุดมสมบูรณ์ที่ถูกปกคลุมด้วยน้ำและความเขียวชอุ่ม

มนุษย์ที่อาศัยอยู่ในยุคแรกๆ ของประวัติศาสตร์มนุษย์ ไม่รู้วิธีที่จะควบคุมธรรมชาติ และก็ไม่รู้วิธีที่จะรับมือกับธรรมชาติเช่นกัน พวกเขาจึงได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติจริงๆ โดยเกิดและตายซ้ำไปซ้ำมา


ผู้ที่นำความเปลี่ยนแปลงมาที่นี่ ก็คือมนุษย์คนหนึ่งที่ปรากฏตัวขึ้นมา


จุดเปลี่ยนของประวัติศาตร์ ถูกสร้างขึ้นโดยความเฉลียวฉลาดของมนุษย์ที่โดดเด่นผู้หนึ่งเสมอ

เวลานี้ก็เป็นแบบนั้นเช่นกัน คนผู้นั้นที่ครอบครองการตัดสินใจอันชาญฉลาด และมีความรู้กว้างขวางกว่ามนุษย์คนอื่น ได้สร้างเทคนิคใหม่ๆ ขึ้นมาหลายอย่าง, สร้างกฎเกณฑ์ และสร้างกลุ่มคนที่ปกครองผู้คนขึ้นมา

ใช้เวลาไม่นานมันก็กลายเป็นโครงสร้างที่เรียกว่าสังคม


ชื่อที่ตั้งให้กับโครงสร้างที่เสร็จสมบูรณ์ก็คือ อบิส


บางที มันคงจะเป็นนครรัฐที่ตั้งขึ้นมาเป็นแห่งแรกในโลกใบนี้

เพื่อรวบรวมใจของผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นั่น อบิสจึงใช้วิธีการบางอย่าง

เทพ

ศรัทธาและบูชาเทพองค์เดียวกัน จุดยืนที่เหมือนกันนั้นได้ปลูกฝังมิตรภาพให้กับผู้คน การร่วมมือกันต่อสู้กับความยากลำบาก และให้พวกเขารู้สึกถึงการแบ่งปันความสำเร็จในชัยชนะ

เทพที่เป็นองค์ประกอบในการจัดตั้งศาสนาและอบิสบูชา นั่นก็คือเทพแห่งความมืดเอ็นโทรปี


* * * * *


            “ผมจริงๆ ด้วย.......!?” (ไฮเนะ)


พอเห็นชื่อของตัวเองถูกแกะสลักอยู่บนศิลาจารึกอย่างชัดเจน ผมก็ควบคุมความกังวลเอาไว้ไม่อยู่

ว่าแล้วเชียว เทพแห่งความมืดมีตัวตนอยู่ในประวัติศาสตร์ของมนุษย์จริงๆ

แต่ผมถูกปิดผนึกมาตลอด 1,600 ปี และไม่สามารถทำในสิ่งที่จะแสดงตัวตนของตัวเองได้แม้แต่น้อย ทำไมพวกเขาถึงรู้ได้ล่ะ?

คำตอบนั้น จะกระจ่างเมื่อผมอ่านต่อรึเปล่านะ?


* * * * *


…………

ยังไงก็ตาม อบิสยังอยู่ในยุคเริ่มต้นและดำเนินต่อไปในฐานะนครรัฐ

พวกเขาสร้างบ้านด้วยหินที่ตัดแล้ว และทำที่หลับที่นอนอันปลอดภัย ไถดินบริเวณรอบๆ และทำการเพาะปลูกจากสวน ในหลายๆ วันจะมีการพักผ่อนจากการทำงานหนึ่งวัน เพื่อไปที่วิหารเทพ แล้วอุทิศการสวดภาวนาให้กับเทพแห่งความมืด จากนั้นพวกเขาก็ยืนยันสมาชิกของตัวเองอีกครั้ง


วงจรชีวิตที่ถูกทำให้ชัดเจนนั้น ได้เพิ่มประสิทธิภาพ , เพิ่มพลังในการผลิต, เพิ่มอัตราการเกิด และเพิ่มคุณค่าชีวิตของมนุษย์

ความอุดมสมบูรณ์ได้แพร่กระจายออกไปในวงกว้าง และอบิสก็เจริญเติบโตจนกลายเป็นชุมชนขนาดใหญ่ที่พอจะปกคลุมทั่วทั้ง ‘ทะเลทรายไร้นาม’ ได้


แล้วมันก็มีสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้น ตามข้อความในศิลาจารึก สาเหตุที่มันดำเนินการอย่างรวดเร็วขนาดนั้นและประสบความสำเร็จน่ะ ดูเหมือนจะเป็นช่วงที่มนุษย์ผู้หนึ่งมีชีวิตอยู่

ความฉลาดของมนุษย์ผู้หนึ่งได้ปรากฏอยู่ในจุดเริ่มต้นของอบิส

ตัวตนมหัศจรรย์ที่ปรากฏตัวขึ้นมาจากที่ไหนก็ไม่รู้ ได้จัดเตรียมเทคนิคและกฎเกณฑ์ จนกระทั่งการเพิ่มสติปัญญาและการเข้าสังคมให้กับมนุษย์ที่เป็นสัตว์ชนิดหนึ่ง

มนุษย์คนนั้นจึงกลายเป็นตัวแทนของอบิสไปโดยปริยาย ได้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของสังคม, จัดการ, และนำพาพวกเขา


ชื่อของมนุษย์คนนั้นก็คือ อิซานามิ


อิซานามิเป็นราชินีแห่งอบิส

เธออธิบายว่า ความใจดีของเทพแห่งความมืดเอ็นโทรปีได้สร้างผู้คนขึ้นมา

ความมืดคือห้วงลึก ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นมาจากที่นั่น เอ็นโทรปีผู้เป็นเจ้าแห่งความมืดคือผู้สร้างทุกสิ่งทุกอย่างในโลก และมนุษย์ก็คือลูกของเขา

เอ็นโทรปีมอบการนอนและยามราตรีให้กับมนุษย์ ถ้าเหน็ดเหนื่อยท่านก็จะเสนอให้พักผ่อน

ผู้คนของอบิสจึงรู้สึกขอบคุณเอ็นโทรปี และอุทิศการสวดภาวนาให้กับเขา

ทั้งยังรู้สึกขอบคุณราชินีอิซานามิ และมอบคำสรรเสริญให้กับเธอเช่นกัน


เทพแห่งความมืดและราชินีแห่งสติปัญญา


สองสิ่งนี้ ได้ปกครองและพัฒนาอบิสโดยไม่มีข้อผิดพลาดร้ายแรง โลกในอุดมคติที่ถูกสร้างขึ้นจึงดำเนินต่อไปเป็นพันปี ณ ผืนแผ่นดินนี้ ........มันควรจะเป็นอย่างนั้น


* * * * *


            “แต่ว่า.......” (ไฮเนะ)


ผมอ่านศิลาจารึกต่อไป

สิ่งที่ถูกเขียนต่อจากนี้เกี่ยวข้องกับจุดจบของอบิส


* * * * *


ผู้รุกรานได้ปรากฏตัวขึ้นมาในอบิสที่อยู่ในความสงบสุข

พวกมนุษย์ข้างนอกอิจฉาในความอุดมสมบูรณ์ของอบิส, ริษยา พวกมันจึงเข้ามาช่วงชิง

แน่นอนว่า ผู้คนของอบิสได้ต่อสู้เพื่อปกป้องตัวเอง

การป้องกันในตอนนั้น คือทหารพวกนั้น กับนครรัฐที่เจริญที่สุดในโลก ถึงจะเรียกว่าผู้รุกราน พวกเขาก็ไม่มีทางพ่ายแพ้ให้กับกลุ่มคนเถื่อนที่อยู่ในระดับโจรซึ่งมีอยู่ไม่มากหรอก


ทว่า สิ่งที่โจมตีพวกเขาไม่ใช่แค่พวกคนเถื่อน

ภัยพิบัติที่ไม่ได้เกิดขึ้นด้วยฝีมือมนุษย์—— พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือภัยพิบัติอันเป็นปริศนาได้โจมตีอบิสอย่างต่อเนื่อง

ราวกับมันตกลงกับการรุกรานของพวกคนเถื่อนไว้ล่วงหน้า


อันดับแรกก็คือตั๊กแตนโจมตี เหล่าแมลงปรากฏตัวขึ้นในสายลมเป็นฝูงจนเรียกได้ว่านับสิบหมื่น และพอพวกมันบินไปใกล้ๆ สวนที่เพาะปลูก พวกมันก็กินทุกสิ่งทุกอย่าง

ต่อมาก็คือโรคระบาดโจมตี โรคภัยไข้เจ็บที่เข้ามาในเมืองพร้อมกับกระแสน้ำได้เข้าสู่ตัวมนุษย์ในชั่วพริบตา มันสังหารคนเฒ่าคนแก่, ผู้หญิงและเด็ก ซ้ำยังช่วงชิงแรงกายแรงใจไปจากคนหนุ่มคนสาว

ยิ่งไปกว่านั้นฝนกรดก็ตกลงมา มันแตกต่างจากฝนทั่วไป ฝนเพลิงที่มีกลิ่นเหม็นห่อหุ้มสามารถละลายตึกที่ทำจากหิน และทำลายบ้านเรือนที่สวยงามได้

สุดท้าย ผืนดินก็เปลี่ยนเป็นทรายทีละนิดๆ เรียกได้ว่ามันกัดกร่อนผืนดินของอบิสที่อุดมสมบูรณ์อย่างช้าๆ


ภัยพิบัติทั้งหมดโจมตีอบิส บดขยี้ความอุดมสมบูรณ์และมนุษย์ไปจนหมดสิ้น ทั้งๆ ที่ไม่เหลือสิ่งใดให้ช่วงชิงอีกแล้วแท้ๆ ถึงอย่างนั้นเหล่าคนเถื่อนก็ยังโจมตีอบิส


พวกมันเหวี่ยงขวานลงมาพร้อมกับกู่ร้องว่า

‘นี่คือการลงทัณฑ์ของผู้ที่เป็นสายเลือดของเทพโดยตรง พวกชั่วช้าที่นับถือเทพผู้ชั่วร้ายจะต้องถูกทำลาย’

ตั๊กแตน, โรคระบาด, ฝนกรด และการกลายสภาพเป็นทะเลทรายนั้น ราวกับพวกเขาจะบอกว่าทุกสิ่งทุกอย่างคือการลงทัณฑ์ที่เทพมอบให้

อย่ามาล้อเล่นนะ

เทพไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอก เทพเพียงเฝ้ามองมนุษย์อย่างเงียบๆ เท่านั้น การกำหนดความถูกต้องและความชั่วช้าด้วยความสะดวกสบายของตน แล้วมอบการพิพากษาเอาตามใจชอบมันไม่ใช่การกระทำของเทพ

เหล่าคนเถื่อนเอ๋ย เทพที่พวกเจ้าหลงใหลศรัทธาคือเทพผู้ชั่วร้าย

แทรกแซงการกระทำของมนุษย์โดยเปล่าประโยชน์, จัดการคนที่ควรจะชนะ, ให้คนที่ควรพ่ายแพ้มาชนะ, บิดเบือนเส้นทางของประวัติศาสตร์ นั่นล่ะคือเทพผู้ชั่วร้ายที่แท้จริง

ดังนั้น เราจะทำลาย ทั้งพวกเจ้า และเทพผู้ชั่วร้ายทั้งสี่ที่พวกเจ้านับถือ


เทพของพวกเรา เทพแห่งความมืดเอ็นโทรปีจะไม่ยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการต่อสู้ของมนุษย์ ในฐานะเทพที่แท้จริง

แต่ถ้าหากท่านไม่มอบการพิพากษาใดๆ ให้กับเหล่าเทพผู้ชั่วร้ายทั้งสี่ที่ละเมิดข้อห้ามนั้นล่ะก็


เราจะกลายเป็นเทพแห่งความมืดเอ็นโทรปี


และลบล้างคนชั่วช้าทั้งหมดให้สิ้นซากเอง


* * * * *


            “..............!!”


การบันทึกของศิลาจารึกจบลงเท่านี้

แต่ช่วงสุดท้าย หลายๆ บรรทัดในช่วงท้าย มันไม่ได้รวมประโยคที่บันทึกไว้ บางทีมันคงจะเป็นความรู้สึกเดือดดาลของผู้ที่สร้างศิลาจารึกนี้ และใช้คำที่รุนแรงเพื่อให้มันถูกเก็บรักษาไว้อย่างนั้น


เป็นไปได้ว่าคนที่สร้างศิลาจารึกนี้ คงจะทิ้งศิลาจารึกไว้ในตอนที่อบิสถูกทำลายเพื่อให้พวกผมทราบเรื่องราวของพวกเขา

หลังจากที่พวกเขาถูกกวาดล้างได้ไม่นาน อบิสก็กลายเป็นขยะในประวัติศาสตร์และเลือนหายไป แต่วัตถุที่เรียกว่าศิลาจารึกได้ส่งต่อมายังคนรุ่นหลัง ใครก็ตามที่ได้อ่าน และเข้าใจ ก็จะพิสูจน์ได้ว่าพวกเขามีตัวตนอยู่ในอดีตจริงๆ

เพราะแบบนั้นถึงได้ซ่อนศิลาจารึกไว้ในตึกที่พังทลายทันทีตั้งแต่แรก เพราะผู้รุกรานที่มาโจมตีอบิสย่อมลบเลือนประวัติศาสตร์ของผู้พ่ายแพ้และทำลายศิลาจารึกทิ้ง เพื่อที่จะขัดขวางพวกนั้น พวกเขาก็เลยยอมลงทุนทำแบบนี้เพื่อปกปิดมันจากสายตาของผู้รุกราน


            “นี่คือ การเจริญรุ่งเรืองและการล่มสลายของอบิสงั้นเหรอ......!” (ไฮเนะ)


ประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ที่เหนือการคาดเดา

แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น ศิลาจารึกนี้ก็ไม่ได้บอกเรื่องที่เกิดขึ้นในผืนแผ่นดินนี้ทั้งหมด

◆◆◆◆◆




NEKOPOST.NET