[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด ตอนที่ 78 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด

Ch.78 - ตอนที่ 78 เล่นคนเดียว


อีกด้านหนึ่ง ผม คุโรมิยะ ไฮเนะผู้นี้.......


            “ที่นี่มันที่ไหน........!?” (ไฮเนะ)


ผมเป็นเพียงคนๆ เดียวที่พลัดหลงมา

พวกผมพบทางเข้าใต้ดินที่ช่องว่างตรงใจกลางของทะเลทราย และได้พบกับเงาดำปริศนาในช่วงที่กำลังลงไปใต้ดิน

พวกผมไม่ได้คาดคิดมาก่อนเลยว่าจะต่อสู้อย่างอยากลำบากกับเจ้านี่ที่เอาชื่อของผมไปใช้ตามใจชอบ เพื่อที่จะหนีจากมัน พวกผมจึงทำให้ตัวเองตกลงมา แต่ว่า ที่นี่คือเมืองโบราณที่เผยให้เห็นซากปรักหักพังในห้องใต้ดินขนาดใหญ่


            “ถือว่าที่นี่คือเมืองหลวงแห่งความมืดอบิส ได้รึเปล่านะ.......?” (ไฮเนะ)


ถึงจะเรียกว่าเมือง มันก็ไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่เลยสักคน

ตึกพังทลาย และเพราะมันถูกฝังอยู่ในใต้ดินลึกๆ ซากปรักหักพัง มันจึงแทบจะหลีกเลี่ยงการสึกกร่อนไม่ได้

มันถูกทำลายเพราะกระทำความผิดด้วยการบูชาเทพแห่งความมืด ตามข้อความส่วนหนึ่งของบทกวีในสมัยโบราณที่เป็นแรงกระตุ้นให้พวกผมค้นหาเมืองนี้จริงๆ เหรอเนี่ย?


            “หรือว่าพวกเขา ศรัทธาผมจริงๆ .......?” (ไฮเนะ)


ผมเป็นเทพแห่งความมืดที่ถูกปิดผนึกมา 1,600 ปี และก็ไม่ได้ทำอะไรในช่วงนั้นเลย?

แต่เงานั่น—— ตัวตนปริศนาที่เรียกตัวเองว่าเทพแห่งความมืดเอ็นโทรปี ได้พิสูจน์ว่ามันมีความเกี่ยวข้องอะไรสักอย่างกับเมืองนี้และตัวผม

ผมจึงยังกลับไปไม่ได้จนกว่าจะอธิบายความเกี่ยวข้องนั้นได้อย่างเป็นรูปธรรม 


            “อะไรกันล่ะเนี่ย......? นี่มัน รู้สึกเหมือนกับผมถูกบอกว่าลูกของตัวเองเกิดขึ้นมาในช่วงนั้นโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลย.......?” (ไฮเนะ)


เดิมที ผู้ศรัทธาเทพคงจะเป็นตัวตนแบบที่ว่า

ถ้าถูกบอกแบบนั้นล่ะก็ ผมรู้สึกเหมือนกับสำนึกของเทพที่ไม่ใช่สำนึกของพ่อแม่มันเกิดขึ้นมา


            “.......ยังไงก็ตาม ตอนนี้ผมควรให้ความสำคัญในการรวมตัวกับคุณคาเรนและโยริชิโระ” (ไฮเนะ)


เพราะผมแยกจากทั้งสองคนในความวุ่นวายช่วงที่ร่วงลงมา

ผมต่อสู้กับเจ้าเงาดำนั่นในช่วงนั้น แต่มันก็หนีไปทางฝั่งตรงข้าม

เพราะแบบนั้น ผมในตอนนี้ก็เลยอยู่ตัวคนเดียว

ถ้าไม่รีบไปรวมตัวกับคุณคาเรนและโยริชิโระล่ะก็ ผมได้ร้องไห้เพราะความอ้างว้างแน่


            “แต่ผมจะหาทั้งสองคนได้ยังไงกันล่ะ......” (ไฮเนะ)


ผม หยิบสิ่งที่เหมือนกับท่อนเหล็กสั้นๆ ออกมาจากข้างในกระเป๋าถือ แล้วเปิดสวิตช์

จากนั้นมันก็ปลดปล่อยแสงสว่างออกมาจากปลายแท่งเหล็ก

มันคือแสงสว่างแบบพกพาที่เรืองแสงด้วยแหล่งพลังงานอีเธอเรียล อีเธอเรียลเป็นแหล่งพลังงานชั้นเลิศในยามฉุกเฉิน และแสงนี้ก็เหมือนจะกำหนดโครงสร้างไว้ว่าเราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนอันใหม่อย่างน้อยๆ ก็ 20 ปี

ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับแสงสว่าง ผมสามารถพึ่งพาฮีโร่และผู้ก่อตั้งของศาสนจักรแห่งแสงสว่างได้ทุกด้าน แต่ผมก็ดีใจจริงๆ ที่เอามันใส่ในกระเป๋าเผื่อไว้

ถ้าเตรียมมันไว้ก็ไม่มีปัญหา


ผมเลือกตึกที่สูงที่สุดที่เหมาะสมจากตึกที่เป็นซากปรักหักพัง แล้วปีนขึ้นไป จากนั้นก็เหวี่ยงแสงสว่างที่ส่องประกายจากบนนั้นไปตามที่ต่างๆ

เพราะว่าคุณคาเรนและโยริชิโระตกลงมาที่เมืองนี้เหมือนกัน ถ้าพวกเธอเห็นแสงนี้ก็คงจะมุ่งมาทางนี้? นั่นคือสิ่งที่ผมคิด

ในเวลาเดียวกันผมก็รู้สึกว่าตัวเองไปเรียกสิ่งอื่นเข้ามาด้วย


            “จะมารึเปล่าน้า? ทั้งสองคน?” (ไฮเนะ)


ผมรู้สึกว่าพวกเธอจะไม่มา

มันดูไม่ชัดเจน แต่มันก็เป็นลางสังหรณ์ที่ใกล้เคียงกับความเชื่อ ผมคิดอย่างนั้น

ถ้านั่นเป็นสิ่งที่พวกเธอคิดจะทำตั้งแต่แรกล่ะก็ ทั้งสองคนคงจะปลดปล่อยแสงสว่างที่รุนแรงยิ่งกว่าแสงแบบนี้ลิบลับ แต่ในความมืดมิดนี้ กลับไม่ปรากฏแสงสว่างที่เหมือนกับปลายก้นของหิ่งห้อยเลย นั่นหมายความว่า พวกเธอกำลังพยายามหลบซ่อนตัวให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้


......บางทีพวกเธอคงจะระวังเงาดำนั่นอยู่

.......พวกเธอจะไม่มารวมตัวกับผมจนกว่าจะจัดการเงาดำนั่น งั้นเหรอ?


            “พวกผู้หญิงนี่เข้มงวดจังนะ” (ไฮเนะ)


ถ้าอย่างนั้น ผมคงต้องใช้สัญญาณไฟต่อไป

เงาดำกินแสงสว่างแล้วตัวใหญ่ขึ้น ดังนั้นมันจะตรงเข้ามาหาผมด้วยนิสัยที่ต้องการแสงสว่าง

ที่มันปรากฏตัวและรอพวกผมอยู่ที่ลานโล่งๆ นั่น คงเพราะมันสัมผัสถึงแสงสว่างที่คุณคาเรนปลดปล่อยออกมาจากดาบศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นมันก็พุ่งเข้าใส่พวกผม

และถึงจะเป็นแสงสว่างของเครื่องจักรที่ไม่มีพลังศักดิ์สิทธิ์อยู่ มันก็มีความเป็นไปได้สูงที่เจ้านี่จะเชิญชวนให้มันมาปรากฏตัวต่อหน้าผมได้อีกครั้ง


แต่ว่า ผมต้องคอยเหวี่ยงแสงอยู่สว่างอยู่ตลอดเวลาจนกว่าจะถึงตอนนั้นเลยเหรอ?

แขนผมคงเมื่อยน่าดู ไม่อยากทำเลย- คือสิ่งที่ผมกำลังคิด......


            “.......เหวอ!?” (ไฮเนะ)


จู่ๆ บริเวณเท้าของผมก็โอนเอน จากนั้นผมก็ร่วงลงไปข้างล่างทันที

ตึกที่เป็นที่ยืนพังทลายในพริบตา ซากปรักหักพังก็ร่วงลงมาพร้อมๆ กัน และผมก็เกือบจะถูกฝังทั้งเป็น


            “เกือบไปแล้ว!?” (ไฮเนะ)


สมกับเป็นซากปรักหักพังที่ผ่านมาหลายร้อยปีและมนุษย์ได้จากไปหมดแล้วเลย

ถ้าดูแลแบบสั่วๆ มันก็จะกลายเป็นแบบนี้สินะ


            “หรือว่า นี่ผมทำลายมรดกในอดีตโดยไม่รู้ตัว.......? ผมทำให้ทรัพย์สินของมนุษยชาติที่เรียกว่าประวัติศาสตร์เสียหาย.......?” (ไฮเนะ)


ตอนที่ผมกำลังกังวลกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไปอยู่นั้น

จากข้างในซากปรักหักพังของตึกที่พังทลาย มีอะไรบางอย่างที่ไม่ได้พังทลายปรากฏขึ้นมา และตั้งตระหง่านอยู่


            “อะไรกัน? นั่น?” (ไฮเนะ)


มันอยู่ข้างในตึกเหรอ?

นั่นคือแผ่นกระดานแผ่นหนึ่งที่มีโครงสร้างอันเรียบง่ายและตั้งอยู่ในแนวตั้ง คุณสมบัติวัตถุคือหิน—— ไม่สิ มันเป็นแร่คุณภาพดีที่ดูเหมือนจะมีความโปร่งใสมากกว่า

ของที่ฉาบสีสันทั้งตัวขนาดนี้ และครอบงำคนที่ดูคืออะไรกันนะ?


            “อนุสาวรีย์.......? ศิลาจารึกเหรอ......?” (ไฮเนะ)


ผมคิดว่าอย่างนั้น เพราะมีตัวหนังสือแกะสลักอยู่บนพื้นผิวของมัน

ที่ตึกห้อมล้อมเจ้านี่ไว้ ก็เพื่อปกป้องศิลาจารึกจากลมและฝนงั้นเหรอ? หรือไม่ก็เพื่อซ่อนมันจากใครบางคน.......?


            “.......................ผมอ่านได้?” (ไฮเนะ)


ผมเอาแสงสว่างฉายไปที่พื้นผิวของศิลาจารึก แล้วไล่ดูตัวหนังสือที่ถูกแกะสลัก

ภาษาที่ใช้ มันแตกต่างจากที่ใช้กันทั่วไปในตอนนี้อย่างชัดเจน แต่เพราะอะไรกันนะ? ดวงวิญญาณที่ถูกแกะสลักพร้อมกับตัวหนังสือนี้ถึงกำลังบอกความหมายนั้นกับผมอยู่

ดวงวิญญาณที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าและความโกรธเกรี้ยว


ศิลาจารึกที่ถูกแกะสลักนี้ก็คือ

ประวัติศาสตร์ตอนที่อบิสก่อตั้งขึ้น และต่อเนื่องไปจนกระทั่งมันล่มสลาย

◆◆◆◆◆




NEKOPOST.NET