[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด ตอนที่ 60 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด

Ch.60 - ตอนที่ 60 หลังการเจรจา


ด้วยเหตุนี้ ความวุ่นวายที่เทพวารีคอร์เซอเวทชักใยอยู่เบื้องหลังทั้งหมดจึงปิดม่านลง


ภายหลังการต่อสู้ ทั่วทั้งเมืองไฮดร้าวิลเลจที่เต็มไปด้วยความคลั่งไคล้น่ะ ไม่จำเป็นต้องพูดถึงเลย

สัตว์ประหลาดยักษ์โจมตีเมือง

ฮีโร่ได้เผชิญหน้ากับมันอย่างกล้าหาญเพื่อปกป้องเมือง ซ้ำยังมีกันถึงสามคน

เดิมทีก็มีคำร่ำลือกันว่า พวกฮีโร่มีความสัมพันธ์ย่ำแย่เพราะไปยึดตามแบบอย่างของศาสนจักรที่แย่งชิงอำนาจกัน พอพวกเธอรวมพลังกันต่อสู้ มันก็เลยมอบความรู้สึกซาบซึ้งให้กับคนที่เห็นมากกว่าที่คาดคิด

คุณคาเรน, มิรัค, ซิลติสทั้งสามคน ถูกกำหนดให้เป็นศูนย์กลางของงานเทศกาลทั่วทั้งเมือง และถึงขั้นฝากชื่อไว้ในประวัติศาสตร์แล้ว

นักข่าวที่อยู่ที่นี่จึงมารวบรวมข้อมูลงานแสดงสดของซิลติส โดยหยิบยกเหตุการณ์นี้มาทำเป็นบทความ และข่าวนั่นก็คงกระโดดออกจากไฮดร้าวิลเลจแล้วแพร่กระจายไปทั่วทั้งโลก

ทั้งสามคนในตอนนี้จึงเป็นทั้งฮีโร่และวีรสตรี


อีกด้านหนึ่ง ก็คือฝั่งผม ผมรู้ว่าตัวเองต้องเก็บกวาดเรื่องมากมายที่เกี่ยวกับการที่ร่างกายของคอร์เซอเวทบนโลกหายไป ผมก็เลยมาไล่ๆ ดู

เดิมทีร่างกายของหมอนั่นคือสัตว์ประหลาดที่เลียนแบบเป็นมนุษย์ ถึงจะทำลายมันทิ้งผมก็ไม่ต้องแบกรับความรู้สึกผิดของการเป็นฆาตกร และเพราะความเกลียดชังที่สั่งสมมาจนถึงตอนนี้เป็นแรงผลักดัน ผมก็เลยสังหารเขา เอาเถอะแบบนั้นน่ะดีแล้ว


ถึงอย่างนั้นหมอนั่นก็แปลงเป็นมนุษย์แล้วปะปนเข้ามาในสังคมนี้ ซ้ำยังมีตำแหน่งและสถานภาพ การฆ่าเขาจึงไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะจบลง

ระหว่างที่ผมกำลังพิจารณาว่าหมอนั่นที่เป็นมนุษย์กำลังทำอะไรในฐานะผู้จัดการของไอดอลซิลติสอยู่นั้น ความผิดของหมอนั่นก็ปรากฏออกมาทีละอย่าง


คอร์เซอเวท ควบคุมศาสนจักรแห่งน้ำจากเบื้องหลัง และมันก็อยู่ภายใต้การควบคุมของเขาโดยสมบูรณ์

เขากุมจุดอ่อนของผู้ก่อตั้งและผู้บริหารของศาสนจักรแห่งน้ำที่ยังมีชีวิตอยู่เอาไว้ และจับครอบครัวของพวกเขาเป็นตัวประกันเพื่อไม่ให้พวกเขาต่อต้าน

นอกจากนี้หมอนั่นยังจัดแจงให้ฮีโร่เป็นไอดอล, วางแผนการต่อสู้แบบล้มมวยกับสัตว์ประหลาด และใช้ผู้ศรัทธาศาสนจักรเพื่อเล่นสนุก


แต่ผมได้ลบร่างกายที่คอร์เซอเวทใช้บนโลกนี้แล้ว พวกเขาจึงถูกปลดปล่อยเช่นกัน

พวกเบื้องบนของศาสนจักรแห่งน้ำ รู้สึกโล่งใจกับการหายไปของปีศาจที่ควบคุมพวกตัวเองอยู่ในเงามืด จึงให้ผมยืมพลังเพื่อปกปิดการตายอย่างกะทันหันนั่นด้วยความเต็มใจ

หลังจากนั้น ผมก็ใช้ช่องทางที่คอร์เซอเวททิ้งไว้ต่อรองกับพวกเบื้องบนของศาสนจักรแห่งน้ำ ให้แก้ไขความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ไอดอลของซิลติสที่สร้างปัญหาให้กับศาสนจักรอื่นๆ


พูดให้ชัดๆ ก็คือ ยกเลิกผลประโยชน์มากมายของแฟนคลับซิลติสที่พวกเขาจะได้รับโดยการเข้าร่วมกับศาสนจักรแห่งน้ำอย่างเป็นทางการ

และห้ามกระทำการเผยแผ่ศาสนาอย่างโจ่งแจ้งกับแฟนคลับ

เท่านี้แฟนคลับซิลติสกับผู้ศรัทธาศาสนจักรแห่งน้ำก็จะถูกแยกออกจากกัน และกลายเป็นตัวตนที่แตกต่าง

แน่นอน ผมไม่คิดว่าแค่นี้จะคลี่คลายปัญหาได้จนถึงก้นบึ้งหรอก แต่หลังจากนี้ ถ้าพวกใหญ่ๆ โตๆ ของศาสนจักรทุกคนมาหารือร่วมกันแล้วตัดสินใจล่ะก็ มันคงจะดีที่สุด


ผู้คนของศาสนจักรแห่งน้ำมั่นใจกับการปฏิรูปอย่างน่าประหลาด และผลกระทบที่คอร์เซอเวทหายไปตอนนี้ ก็ทำให้พวกเขาตัดสินใจยอมรับข้อเสนอของผม

พวกเขาคงจะรู้สึกว่าการที่ตัวฮีโร่ร้องและเต้นทำให้ภาพลักษณ์ของศาสนจักรเปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่น่าดู และถึงแม้ว่าผู้ศรัทธาจะเพิ่มขึ้นความเสี่ยงก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน


เพราะงั้นผมก็เลยขยายข้อต่อรองออกไปอีกนิด และต้องให้พวกเขาทำการรับรองเพื่อที่ซิลติสจะได้ทำหน้าที่ไอดอลต่อจากนี้ได้


พวกเขาจึงจำเป็นต้องใช้เวลาสำหรับการถกความเห็นในเรื่องนี้อย่างละเอียดหลายวัน


ระหว่างนั้น คุณคาเรน, มิรัค และซิลติสก็เข้าร่วมงานแสดงสดที่เพิ่มเข้ามาตามกำหนดการ และดูเหมือนพวกเธอจะใช้เวลาได้อย่างมีความหมาย
จากนั้น......


* * * * *


          “อา ยากชะมัด การต่อสู้กับมังกรทะเลยักษ์มันยากมากเลยล่ะ”

          “ครับ นั่นสินะ โอ๊ยโอ๊ยยโอ๊ยยยย.......!”


กระดูกสันหลังเคลื่อนด้วยท่าคาเมลคลัทช์

เพื่ออธิบายว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้น มิรัคนั่งอยู่บนหลังของผมที่นอนคว่ำ และใช้มือทั้งสองข้างดึงคางของผม มันก็เลยทำให้ร่างกายของผมงอจนเหมือนกับกุ้ง

มันคือท่าคาเมลคลัทช์ (Camel Clutch)

ดูเหมือนนี่ก็เป็นกระบวนท่าสังหารท่าหนึ่งที่ถ่ายทอดให้กับกองกำลังนักสู้เพลิงกรรมเช่นกัน

มันเป็นท่าที่อันตรายมากที่จะมอบความเสียหายให้กับกระดูกสันหลัง ดังนั้นผมที่ถูกล็อกด้วยท่านั้นก็เลยร้อง ‘โอ๊ยโอ๊ย’

และนอกจากนั้น สัมผัสของต้นขามิรัคก็อยู่ที่ด้านหลัง

ถึงจะเจ็บแต่ก็มีความสุข คนๆ นี้ที่เป็นคนทำจะรู้ตัวรึเปล่านะ?


          “รู้รึเปล่าไฮเนะ? ว่ามังกรทะเลยักษ์ที่ระดับเดียวกับฟาลาริส ถูกชั้น, คาเรน, ซิลติสสามคนจัดการ? เป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดเลยล่ะ” (มิรัค)

          “ครับ ผมก็เดาว่างั้นครับ โอ๊ยย......!” (ไฮเนะ)

          “ตอนนั้นนายมัวไปเล่นอยู่ที่ไหนกัน?” (มิรัค)

          “ขอโทษครับ ขอโทษจริงๆ ครับ......!” (ไฮเนะ)


ผมยอมรับว่ามันน่าละอายมากที่ตัวเองหายตัวไปโดยพลการ ในการต่อสู้กับมังกรทะเลยักษ์ไฮดร้าเซอเพนท์

ผมไม่มีทางพูดออกไปได้ว่าตัวเองคอยขัดขวางคอร์เซอเวทที่เป็นผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังอยู่ แล้วมิรัคก็เป็นประจักษ์พยานให้กับพลังที่แท้จริงของผมในการต่อสู้กับวัวเพลิงฟาลาริส การตบตาเธอจึงไม่มีผล

ผมก็เลยอยู่ระหว่างการถูกลงโทษในฐานะผู้กระทำความผิดเพราะโดดงานตามปกติ


          “เธอน่าจะยกโทษให้เขานะมิรัคจิ” (ซิลติส)


ฮีโร่แห่งน้ำซิลติสกำลังดูภาพที่ผมโดนลงโทษอยู่


          “ฉันรู้ว่าไฮเนะจิเป็นผู้ชายที่พึ่งพาได้มากๆ แต่เขาเข้าร่วมการต่อสู้ของฮีโร่กับสัตว์ประหลาดไม่ได้หรอกนะ ซ้ำยังเป็นสนามรบบนทะเลอีก ในเมื่อพลาดโอกาสที่จะได้รับ [Water Blessing] ของฉันไปแล้วเขาจะทำยังไงได้ล่ะ? จะบอกให้เขาว่ายน้ำมารึไง?” (ซิลติส)

          “เงียบไปเลยซิลติส หมอนี่เป็นผู้ชายที่ทำได้มากกว่าที่เธอคิด” (มิรัค)

          “เธอคาดหวัง หรือว่าไม่คาดหวังกันล่ะเนี่ย........? จะยังไงก็เถอะมิรัคจิ เธอน่าจะเลิกทำท่าล็อกที่ดูเหนียวแน่นมากๆ นั่นได้แล้วนะ” (ซิลติส)

          “อื๋อ?” (มิรัค)

          “ไม่ว่าเธอจะละทิ้งความเป็นผู้หญิงไปมากแค่ไหนก็ตาม การแนบเนื้อกับเด็กผู้ชายอย่างเหนียวแน่นน่ะมัน อีโรติค” (ซิลติส)

          “อุว้าย!” (มิรัค)


ในที่สุดมิรัคก็สังเกตุเห็นความไม่ระมัดระวังของตัวเอง เธอจึงออกห่างจากผมทันที

รอดแล้วผม...... ถ้าถูกปล่อยตัวช้ากว่านี้อีกนิดเดียวล่ะก็ ท้องของผมอาจจะฉีกขาดก็ได้


          “โอ้ว......! เสียงกรีดร้องเด็กผู้หญิงของมิรัคอันหายาก.......! ต้องขอบคุณนายนะเนี่ยฉันถึงได้ยินของหายาก” (ซิลติส)

          “ถ้ามันทำให้คุณมีความสุข ผมก็ดีใจครับ” (ไฮเนะ)


แต่ถ้าการแลกเปลี่ยนกับสิ่งนั้นคือกระดูกสันหลังล่ะก็ อัตราแลกเปลี่ยนมันดูสูงไปหน่อยนะ


จะว่าไปฮีโร่แห่งน้ำซิลติสน่ะ หลังจากที่งานแสดงสดคราวนี้จบลงเล็กน้อย เธอก็ถูกประกาศให้ยุติการทำหน้าที่ไอดอลชั่วคราว

การที่คอร์เซอเวทหายตัวไปส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของศาสนจักรแห่งน้ำ แต่ผลกระทบนั่นไม่ได้เกี่ยวข้องกับเธอ

โดยเฉพาะเธอ มีความเกี่ยวข้องกับคอร์เซอเวทที่เปลี่ยนร่างเป็นผู้จัดการโดยตรง มันจึงจำเป็นต้องทำการอธิบายอย่างระมัดระวัง

 ‘เพราะมันเกี่ยวข้องกับความวุ่นวายของศาสนจักรแห่งน้ำ ผู้จัดการก็เลยต้องย้ายตำแหน่งทันที’ นั่นคือข้ออ้าง และตอนนี้เธอก็ยอมรับเรื่องนั้นแล้ว

เดิมทีเขาดูน่าสงสัย และก็ไม่ใช่ผู้จัดการที่เธอโปรดปราน ซิลติสก็เลยไม่ได้อยากรู้ถึงขนาดนั้น

จนกว่าผู้จัดการคนถัดไปจะมารับตำแหน่ง มันก็เลยดูเหมือนว่าซิลติสจะได้เพลิดเพลินกับการพักผ่อนไปสักระยะ


          “เอาล่ะ ไฮเนะจิ จะขอพูดอีกครั้งหนึ่งนะ นายจะไม่มาเป็นผู้จัดการคนใหม่ของฉันแทนเจ้าหมอนั่นที่ถอนตัวไปเหรอ? เป็นซะ!” (ซิลติส)

          “ก็บอกไปแล้วนี่ครับว่าผมทำแบบนั้นไม่ได้ ผมคือผู้ช่วยของฮีโร่แห่งแสงครับ” (ไฮเนะ)


แล้ว ทำไมเธอต้องพูดซ้ำด้วยประโยคคำสั่งด้วยล่ะ?


          “ชิ ซื่อสัตย์จังนะ ฉันคิดว่าถ้ามีพลังในการต่อรองของไฮเนะจิฉันก็จะต่อกรกับพวกหัวรั้นได้ จู่ๆ ศาสนจักรก็บอกให้ฉันระงับการทำหน้าที่ไอดอล ไม่เห็นจะเข้าใจเลย” (ซิลติส)

          “คงเป็นเพราะพวกเขาตกตะลึงกับการจู่โจมของมังกรทะเลคราวนี้ ก็เลยจะให้เธอจดจ่ออยู่กับหน้าที่ของฮีโร่ และเตรียมพร้อมกับสถานการณ์ฉุกเฉินน่ะ มันก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ? เชื่อฟังซะเถอะ” (มิรัค)

          “ก็เพราะว่ามันเป็นเวลาวุ่นวาย เราก็ควรจะสร้างความหวังด้วยการร้องและการเต้นของไอดอลซิลตันสิ” (ซิลติส)


เธอเนี่ย ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ดูเหมือนเธอจะไม่เปลี่ยนไปเลยนะ

ฮีโร่ซิลติสไม่ได้ต่อสู้โดยใช้พลังศักดิ์สิทธิ์เพียงอย่างเดียว เธอยังต่อสู้โดยมอบความหวังให้กับผู้คนอีกด้วย

นั่นเป็นแบบอย่างของฮีโร่ที่ยอดเยี่ยมเช่นกัน


          “ก็นะ การถูกตำหนิเอาไว้แค่นั้นเถอะ ไฮเนะจิ ไปเรื่องถัดไปเลยไหม?” (ซิลติส)

          “เรื่องถัดไป?” (ไฮเนะ)

          “ดูเหมือนผู้บังคับบัญชาโดยตรงของนายจะมีคำชมให้นะ เธอกำลังรออยู่ที่ห้องแหนะ” (ซิลติส)

          “?” (ไฮเนะ)


คำชม?

ผมไปทำเรื่องอะไรไว้ถึงได้ถูกชมกันล่ะ?


เอาเถอะ มันก็จริงที่ว่าผมไม่มีทางอยู่เฉยๆ ทั้งๆ ที่ถูกรบเร้าให้ไปได้ ยังไงๆ ผมก็ต้องออกไปจากห้องสินะ

ขืนผมยังอยู่ต่อ มีโอกาสที่การลงทัณฑ์ของมิรัคจะกลับมาอีกครั้ง คราวนี้ผมคงตายแหงๆ


ผมจึงมุ่งไปที่ประตู เมื่อเดินผ่านด้านข้างของมิรัคที่อยู่ระหว่างทางนั้น น้ำเสียงเบาๆ ก็ส่งมายังหูของผม


          “..................ขอบใจนะ” (มิรัค)

          “เอ๋?” (ไฮเนะ)


มิรัคบ่นพึมพำด้วยน้ำเสียงเล็กๆ ที่ผมไม่เข้าใจเลย ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่มีทางเลือกอื่นผมก็เลยออกจากห้องไป

ผู้บังคับบัญชาของผมโดยตรงที่ว่าน่ะ มีแค่คนผู้นั้นใช่ไหมล่ะ?

◆◆◆◆◆




NEKOPOST.NET