[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด ตอนที่ 41 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด

Ch.41 - ตอนที่ 41 ความภาคภูมิใจของไอดอล


          “หา? เธอพูดว่าอะไรนะ?”


คำขอร้องของคุณคาเรนมันเถรตรงจนเกินไป การที่ซิลติสหน้านิ่วคิ้วขมวดจึงเป็นเรื่องปกติ


          “การกระทำของคุณมันส่งผลเสียต่อเมืองของพวกฉัน ฉันจึงอยากให้คุณเลิกทำแบบนั้นค่ะ” (คาเรน)


คุณคาเรนไม่ได้เปลี่ยนสีหน้า และไม่ได้แสดงความรู้สึกออกมา

ตรงกันข้าม ปฏิกิริยาของซิลติสกลับชัดเจน


          “เพราะแบบนั้นฉันถึงได้บอกไงล่ะว่าเธอกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่!? เพลงของฉันมันส่งผลเสียเนี่ยนะ!? ไม่มีทางเป็นแบบนั้นหรอก! ยังไงๆ ฉันก็เป็นฮีโร่นะ! ฉันต้องร้องเพลงเพื่อให้แฟนคลับทุกคนดีใจ!” (ซิลติส)

          “ไม่ค่ะๆ นั่นน่ะ!” (คาเรน)


การที่ซิลติสเดือดถึงขนาดนี้ คงเพราะเธอมีจุดยืนในการทำหน้าที่ไอดอลอยู่ แต่ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปความคิดของแต่ละฝ่ายคงจะไม่ลงรอยกันแน่

ตอนนี้ผมคงต้องเข้าไปสอด และเสริมข้อเรียกร้องของคุณคาเรนในส่วนที่ยังขาดหายไป


ชื่อเสียงของไอดอลซิลติสตอนนี้กำลังพุ่งพรวด

ในเวลาเดียวกัน แฟนคลับของเธอในเมืองหลวงแห่งแสงอโพรอนและเมืองหลวงแห่งไฟมุสเปลไฮม์ก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน ดังนั้นความเป็นไปได้ที่พวกเขาจะเข้าร่วมศาสนจักรแห่งน้ำเลยสูงขึ้นอย่างผิดปกติ

นั่นจึงเป็นการละเมิดข้อตกลงระหว่างศาสนจักรด้วยกัน ในเรื่องของการห้ามมิให้เผยแผ่ศาสนาในกองบัญชาการของศาสนจักรอื่นๆ


          “อา เข้าใจล่ะ เป็นอย่างงี้นี่เอง” (ซิลติส)


พอพูดถึงขนาดนั้น ในที่สุดซิลติสก็เข้าใจ

แต่คนที่พูดว่า ‘เข้าใจล่ะ’ น่ะ เป็นครั้งแรกเลยนะที่ผมได้เจอคนที่พูดแบบนั้น 「TL: ซิลติสพูดว่า なるへそ」


          “สรุปแล้ว ชื่อเสียงของฉันไปขโมยแฟนคลับของเธอ เพราะงั้นเธอก็เลยมาขอร้องให้ฉันหยุด ยัยเด็กจืดชืดคงลำบากมากเลยสินะ” (ซิลติส)

          “ผิดแล้วค่ะ” (คาเรน)


คุณคาเรนตอบอย่างชัดเจน


          “ตัวฉันไม่ได้ใส่ใจเรื่องการกระทำของไอดอลค่ะ ปัญหาก็คือเรื่องนั้นมันเกี่ยวข้องกับการเผยแผ่ศาสนา และเรื่องนั้นได้ทำให้ปัญหามันซับซ้อน ดังนั้น ฉันจึงคิดว่าเรื่องนั้นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการแก้ไขสถานการณ์ในปัจจุบันค่ะ ซึ่งวิธีที่จะจัดการกับเรื่องนั้นมีอยู่สองอย่าง” (คาเรน)

          “คือจะเลิกเป็นไอดอล หรือเลิกเป็นฮีโร่งั้นสิ? เข้าใจล่ะ นั่นคือความหมายที่เธอบอกให้ฉันเลิกเป็นไอดอลสินะ” (ซิลติส)


ซิลติสพูดเหมือนกับจะบอกปัดคำถามของคุณคาเรน

ยิ่งไปกว่านั้น มิรัคก็มายืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับคุณคาเรน แล้วตอกย้ำความผิดของซิลติสอีก


          “ชั้นเองก็เห็นด้วยกับความคิดนั้น เพราะงั้นชั้นถึงได้มาที่นี่ไงล่ะ อย่างแรกเลยนะซิลติส ทั้งๆ ที่เธอมีหน้าที่สำคัญของฮีโร่อยู่แล้ว เธอก็ยังไปหลงใหลงานอดิเรกที่เรียกว่าไอดอลอีก เธอไม่อายบ้างเหรอ? ถ้าเธอเป็นฮีโร่ เธอก็ควรจะทุ่มเทให้กับอาชีพหลักในฐานะฮีโร่สิ แต่ถ้าเธอจะทุ่มเทให้กับการเป็นไอดอล เธอก็ควรจะถอนตัวจากตำแหน่งฮีโร่ซะ เธอในตอนนี้ที่ไม่เลือกอย่างไหนเลยมันครึ่งๆ กลางๆ นะ” (มิรัค)


ฮีโร่แห่งไฟและฮีโร่แห่งแสง เพราะว่าฮีโร่ทั้งสองคัดค้านพร้อมกัน ฮีโร่น้ำจึงไม่อาจนิ่งเฉยได้

นั่นคือจุดประสงค์ที่พวกเธอมาที่นี่ด้วยกันสองคน แต่ว่า ผลลัพธ์นั้นจะปรากฏออกมารึเปล่านะ?


          “......พวกเธอโง่รึเปล่าเนี่ย? ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยน้า” (ซิลติส)


มันไม่ได้ผลเลย


          “ถ้างั้นฉันขอถามเธอบ้างแล้วกัน หน้าที่ของฮีโร่คืออะไร?” (ซิลติส)

          “นั่นน่ะ คือปกป้องผู้คนจากการคุกคามของสัตว์ประหลาด.......” (คาเรน)

          “ถูกต้อง แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมด” (ซิลติส)


ซิลติสยิ้มเป็นเชิงชี้แนะ


          “ฮีโร่น่ะ ต่อสู้กับสัตว์ประหลาดในฐานะตัวแทนของศาสนจักร และด้วยเหตุผลนั้น พวกเธอจึงแสดงพลังของศาสนจักรให้เป็นที่รู้จัก ฮีโร่ เลยเป็นหน้าเป็นตาของศาสนจักร และก็เป็นป้ายประกาศด้วย ทุกๆ คนที่เป็นสมาชิกฮีโร่ทั้งห้าจึงปฏิบัติหน้าที่กันอย่างแข็งขัน ทั้งที่ความจริงแล้วพวกเธอเป็นเด็กสาววัยสิบกว่าปีเท่านั้น เรื่องนั้นมันเห็นได้อย่างชัดเจนใช่ไหมล่ะ?” (ซิลติส)


เอ๋ อย่างงั้นหรอกเหรอ?

ตอนนี้ ฮีโร่แห่งน้ำ, ไฟ และแสงซึ่งรวมตัวกันอยู่ที่นี่เป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ กันทั้งนั้น มันก็จริงอย่างที่เธอว่า ถ้าพวกเขาจะให้ใครเป็นหัวหน้า มันก็ต้องเป็นเด็กผู้หญิงน่ารักๆ ผู้มีความงดงามดีกว่าผู้ชายที่ดูสกปรกไม่เรียบร้อยอยู่แล้ว


          “ฉันน่ะนะ พยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อทำให้หน้าที่ในฐานะที่ตัวเองเป็นหน้าเป็นตาของศาสนจักรให้ลุล่วง นั่นก็คือไอดอลไงล่ะ โชคดีนะที่แฟนคลับยอมรับเรื่องนั้น ชื่อเสียงของฉันก็เลยเพิ่มขึ้นไปด้วย การที่ชื่อเสียงของฉันแพร่กระจายไปจนถึงขั้นที่ออกไปข้างนอกเมืองหลวงน้ำน่ะ มันก็เท่ากับว่าความพยายามของฉันมันออกดอกออกผลแล้ว” (ซิลติส)

          “แต่ว่า ศาสนจักรอื่นๆ......!” (คาเรน)

          “ถ้าศาสนจักรแห่งแสงสว่างและศาสนจักรแห่งไฟมีปัญหา นั่นก็หมายความว่าความพยายามของพวกเธอมันยังไม่พอไง พวกเธอเอาแต่กำจัดสัตว์ประหลาด โดยขาดการคำนึงว่าตัวเองคือตัวแทนของศาสนจักร เพราะไม่ได้วางแผนการไว้อย่างชัดเจน พวกเธอก็เลยต้องชดใช้ด้วยการเป็นหน้าเป็นตาของศาสนจักรที่ได้แต่ก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ไปวันๆ มันก็แค่นั้นแหละ” (ซิลติส)


คุณคาเรนและมิรัค ไม่ได้พูดโต้ตอบอะไรเลย

นั่นเป็นการยอมรับว่าคำพูดของซิลติสมันถูกต้องจริงๆ


          “คุณซิลติสครับ...... คุณดูเหมือนคนโง่ทั่วไปแท้ๆ แต่คุณก็คิดการรอบคอบดีเหมือนกันนะครับ” (ไฮเนะ)

          “อะไรของอีตานี่เนี่ย เจอกันครั้งแรกก็หยาบคายแล้วเหรอ! ว่าแต่ นายเป็นใครกันน่ะ?” (ซิลติส)


ผมก็อยู่ที่นี่มาจนถึงตอนนี้ตามปกตินะ แต่ดูเหมือนซิลติสไม่ได้รับรู้เลย

ผมจึงแนะนำตัวเองเล็กน้อยแล้วพูดต่อไป


          “ถ้างั้น คุณซิลติสก็จะไม่เลิกทำหน้าที่ไอดอล และก็ไม่สนใจศาสนจักรอื่นๆ ด้วยใช่ไหมครับ?” (ไฮเนะ)

          “แหงสิ ทำไมคนที่พยายามเต็มที่ต้องไปสนใจคนที่ไม่พยายามเต็มที่ด้วยล่ะ?” (ซิลติส)


งั้นเหรอครับ เข้าใจล่ะ


          “ถ้างั้นก็ช่วยไม่ได้ พวกเรากลับกันเถอะครับ!” (ไฮเนะ)


◆◆◆◆◆




NEKOPOST.NET