[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด ตอนที่ 39 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด

Ch.39 - ตอนที่ 39 ทิวทัศน์ประจำวันของเมืองหลวงน้ำ


แล้วพวกผมก็มาถึง


            “ที่นี่คือเมืองหลวงน้ำไฮดร้าวิลเลจ เมืองที่กองบัญชาการของศาสนจักรแห่งน้ำตั้งอยู่”


ช่างเป็นเมืองที่มีทิวทัศน์งดงามอะไรอย่างนี้

คลองและทางน้ำไหลผ่านอยู่ในเมืองทางด้านนั้น นอกจากนี้ก็มีเรือกอนโดลามากมายไว้ให้ผู้คนที่ดูเหมือนนักท่องเที่ยวซึ่งสัญจรไปมาโดยสารเช่นกัน


            “ไฮดร้าวิลเลจเป็นเมืองท่าเรือที่หันหน้าเข้าหาทะเล เพราะความสัมพันธ์นั้น มันจึงเป็นเมืองที่มั่งคั่งที่สุดในหมู่กองบัญชาการของศาสนจักรทั้งห้าค่ะ” (คาเรน)

            “ตั้งแต่ที่เทคโนโลยีอีเธอเรียลพัฒนา ปริมาณการหมุนเวียนในการขนส่งสินค้ากับขอบเขตก็เพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ มูลค่าของท่าเรือขนส่งสินค้าจากต่างประเทศก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ศาสนจักรแห่งน้ำจึงใช้มาตรการในการจัดการแบบยืดหยุ่นสำหรับบริเวณรอบๆ การยอมรับเครื่องจักรอีเธอเรียลของที่นี่ถือเป็นอันดับหนึ่งเลยล่ะ” (มิรัค)

            “เนื่องจากเรือสินค้าขับเคลื่อนด้วยพลังงานอีเธอเรียล มันก็เลยไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรับคลื่นและแรงลมค่ะ แต่ฉันชอบเมืองนี้ในแบบที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวนะคะ เรือกอนโดลามันน่ารักมากเลยล่ะค่ะ” (คาเรน)

            “ชั้นได้ยินมาว่า การดูแลรักษาและสาเหตุที่เมืองนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเป็นเพราะการสั่งการของศาสนจักรแห่งน้ำ” (มิรัค)


พอผมลองเปรียบเทียบกับเมืองที่ตัวเองได้เห็นมาจนถึงตอนนี้แล้ว ดูเหมือนว่าเมืองหลวงน้ำไฮดร้าวิลเลจจะสร้างขึ้นด้วยนโยบายในการวางผังเมืองที่ชัดเจน

แต่ความหลักแหลมนี้ ผมสัมผัสถึงกลิ่นอายของเจ้านั่นได้อย่างมหาศาล

 

เทพวารีคอร์เซอเวท

 

เจ้านั่นเป็นเทพที่ฉลาดแกมโกง ในยุคสมัยแห่งการสร้างโลก สาเหตุที่มหาเทพทั้งห้าองค์อื่นๆ เข้าล้อมแล้วรุมประชาทัณฑ์ผมที่เป็นเทพแห่งความมืดก็เป็นเพราะแผนการอันชาญฉลาดของเจ้านั่น

และกองบัญชาการของศาสนจักรแห่งน้ำก็บูชาคอร์เซอเวทนั่น

ถ้าอย่างงั้นผู้ศรัทธาจะมีนิสัยคล้ายกับเทพที่ตัวเองบูชารึเปล่านะ?


            “......งั้น หลังจากนี้พวกเราก็จะไปพบฮีโร่แห่งน้ำซิลติสสินะครับ คุณวางแผนการที่จะไปพบเธอไว้ยังไงเหรอครับ?” (ไฮเนะ)

            “พวกเราจะไปที่กองบัญชาการของศาสนจักรแห่งน้ำ มหาวิหารแห่งน้ำค่ะ เพราะว่าปกติแล้วฮีโร่จะอยู่ที่นั่น ถึงเธอจะไม่อยู่พวกเราก็คงได้เบาะแสอะไรบ้างค่ะ” (คาเรน)

            “พวกเธอนี่ชอบจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัวเหมือนกับตอนของชั้นจังเลยนะ.......” (มิรัค)


พวกผมเมินคำพูดประชดประชันของมิรัค แล้วตรวจสอบแผนที่เพื่อมุ่งหน้าไปยังกองบัญชาการของศาสนจักรแห่งน้ำ


            “อืมม เส้นทางที่ใกล้ที่สุดก็คือตรงไปทาง......” (ไฮเนะ)

            “อ๊ะ คุณไฮเนะสะพานข้ามคลองของที่นี่เป็นที่ๆ มีชื่อเสียงค่ะ! พวกเราไปดูกันเถอะค่ะ!” (คาเรน)

            “พวกเราไม่ได้มาเที่ยวนะครับ?” (ไฮเนะ)


ตอนที่ผมกำลังพูดแบบนั้นอยู่......


ตึงโป๊ะตึง ตึงโป๊ะตึง ตึงโป๊ะตึงตึงตึงตึง 「TL: นึกเสียงกลองไม่ออกครับ ドンドコドン」


            “!?”


ตึ่งโป๊ะตึง ตึงโป๊ะตึง ตึงโป๊ะตึงตึงตึงตึง


เสียงแปลกๆ ก็เข้ามาใกล้ๆ พวกผมจากที่ไหนสักแห่ง


            “เสียงอะไรน่ะ? เครื่องดนตรี......? กลองเหรอ?” (ไฮเนะ)

            “คุณไฮเนะ ตรงคลอง!” (คาเรน)


ผมมองไปยังที่ๆ คุณคาเรนชี้ ที่นั่นมีกลองลอยอยู่บนน้ำ......?

ไม่สิ ไม่ใช่อย่างนั้น กลองมากมายมันวางอยู่บนเรือลำใหญ่ และพวกผู้ชายจำนวนมากก็ตีมันอย่างขะมักเขม้น

ตัวเรือกว้างมาก กว้างจนกินพื้นที่ของคลองไปครึ่งหนึ่ง เรือกอนโดลาที่แล่นผ่านดูอึดอัดไปเลย และมันก็อาจจะกระแทกกันโดยบังเอิญก็ได้

ความสูงของเรือเองก็มีอัตราส่วนที่มากกว่าความกว้างเล็กน้อย พื้นที่ด้านบนมันสูงจนพวกผมที่อยู่ตรงชายหาดต้องแหงนหน้ามอง และข้างบนนั้นก็มีพวกผู้ชายกำลังตีกลองอยู่

ตึ่งโป๊ะตึง ตึงโป๊ะตึง ตึงโป๊ะตึงตึงตึงตึง


            “มันคืออะไร.......?” (ไฮเนะ)

            “ฉันก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ” (คาเรน)

            “จะไปรู้ได้ไงเล่า.......!” (มิรัค)


ไม่มีคนที่เข้าใจสถานการณ์เลยสักคน

ทั้งๆ ที่เป็นอย่างนั้น สถานการณ์ก็ยังรุดหน้าไปจนพวกผมสับสนมากกว่าเดิม


            “ทุกโคนนนน! เสียงดังหน่อยน้าาาาา!!”


เสียงสูงที่เหมือนจะลากยาวอยู่ในใจกลางศรีษะได้เจาะทะลุแก้วหูของผม

ส่วนที่พวกผมมองไม่เห็นซึ่งถูกห้อมล้อมด้วยพวกผู้ชายที่ตีกลองอยู่บนเรือ ซึ่งน่าจะเป็นอุปกรณ์เครื่องยนต์นั้นได้ถูกยกขึ้นไปและกลายเป็นเวที แถมเด็กผู้หญิงที่ยืนอยู่บนเวทีนั้นก็คือ......


            “ฮีโร่แห่งน้ำซิลติส............!!” (ไฮเนะ)


เธอไม่ได้แตกต่างไปจากรูปภาพในโปสเตอร์ เพราะงั้นผมถึงรู้ได้ และแขนเสื้อกับชายกระโปรงก็พริ้วไหวไปตามลม จุดซ่อนเร้นที่ควรจะปกปิดเลยเปิดออกมาจนแทบจะมองเห็น เป็นเสื้อผ้าดูไม่งามเลย

ทุกๆ ครั้งที่ทำท่าทำทาง เสื้อผ้าที่พริ้วไหวก็จะดึงดูดสายตา และใบหน้ายิ้มแย้มตอนปิดท้ายน่ะ มันเหมือนกับว่าเธอใช้กล้ามเนื้อบนใบหน้าได้เต็ม 100% เลย


            “ประกาศจ้าา! ฉันมาประกาศเกี่ยวกับการแสดงสดที่จะจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้——!” (ซิลติส)

 

 

ตึ่งโป๊ะตึง ตึงโป๊ะตึง ตึงโป๊ะตึงตึงตึงตึง


เสียงกลองที่แทรกเข้ามาก็ได้จังหวะดีเหลือเกิน


            “ชำระล้างความคับค้องใจของทุกๆ คนให้หมดจด นักร้องสาวแห่งสายน้ำบริสุทธิ์ ฮีโร่ซิลติสและมือกลองทุกๆ คนค่าาาาาาา!!” (ซิลติส)


ตึงตึงตึงตึงตึงตึงตึงตึง……!!


ผมไม่เข้าใจเลย


            “พวกเราตัดสินใจว่าจะเพิ่มการแสดงคอนเสิร์ตในเร็วๆ นี้ นับจากพรุ่งนี้ไปอีกสามวัน คืองานแสดงสดแบบนอนสต็อป!! สถานที่ที่ใช้ในการจัดงานคราวนี้สุดยอดเลยล่ะ! มันคือเวทีที่ลอยอยู่บนน้ำ!! มันจะกลายเป็นของเลื่องชื่อประจำไฮดร้าวิลเลจแน่นอน! ถ้าพวกเธอไม่ได้เห็นเวทีที่ลอยอยู่บนน้ำล่ะก็ ได้เสียใจไปชั่วชีวิตแน่! แล้วถ้าพวกเธอไม่ยอมมาล่ะก็...... ได้ถูกขยี้ให้กลายเป็นน้ำซุปของซิลตันแน่นอนจ้ะ!!” (ซิลติส)


ผมไม่เข้าใจเลยจริงๆ

 

◆◆◆◆◆




NEKOPOST.NET