[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด ตอนที่ 36 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด

Ch.36 - ตอนที่ 36 - ตอนที่ 37


ตอนที่ 36 ไอดอลฮีโร่

 

        “.....ฉันรู้จักค่ะ ฮีโร่แห่งน้ำคุณซิลติส”


ผมกลับมาที่กองบัญชาการของศาสนจักรแห่งแสงสว่าง แล้วรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้กับคุณคาเรน

ไม่รู้ว่าทำไมคุณคาเรนถึงตอบกลับด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ


          “เธอเป็นคนที่ยอดเยี่ยมเลยล่ะค่ะ เธอปราบสัตว์ประหลาดในฐานะฮีโร่ ส่วนอีกด้านหนึ่งก็คือไอดอล.......ใช่ไหมคะ? หน้าที่ของเธอก็คือแสดงการเต้นอันร่าเริงให้กับผู้คนที่รับฟังบทเพลงใช่ไหมคะ? ฉันนับถือเธอค่ะ” (คาเรน)

          “หืม สิ่งที่ยัยนั่นทำน่ะ ชั้นไม่เห็นว่ามันจะน่าชื่นชมขนาดนั้นเลย” (มิรัค)


มิรัคที่นั่งอยู่ข้างคุณคาเรนพัดชาด้วยความหงุดหงิด

ใช่ มิรัคคนนั้น


          “สิ่งที่ยัยนั่นเล็งอยู่มันดูเจ้าเล่ห์และน่าเวทนามากกว่า ชั้นรู้สึกแปลกใจที่พวกผู้ชายหน้าโง่ถูกหลอกด้วยความน่ารักแค่เปลือกนอกโดยที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย” (มิรัค)

          “คือว่า...... คุณมิรัคครับ?” (ไฮเนะ)

          “อะไร?” (มิรัค)


ฮีโร่แห่งไฟคาแทค มิรัคตอบ


          “ดูเหมือนคุณจะมาอยู่ที่นี่บ่อยมากเลยนะครับ เกิดอะไรขึ้นรึเปล่าครับ? ที่นี่คือกองบัญชาการศาสนจักรแห่งแสงสว่างนะครับ?” (ไฮเนะ)


กองบัญชาการของคุณมันอยู่เมืองข้างๆ ไม่ใช่เหรอ?


          “นายโง่รึเปล่าเนี่ย? ชั้นกับคาเรนสร้างความสัมพันธ์แบบร่วมมือกันอย่างเป็นทางการในการต่อสู้เมื่อสองสามวันก่อน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล การมาเยี่ยมเยียนกันเดือนละครั้งมันก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ?” (มิรัค)

          “แต่มิรัคจัง เมื่อวานเธอก็มาเหมือนกันนะ......” (คาเรน)

          “มันก็เป็นเรื่องปกตินี่!” (มิรัค)


เธอบอกปัดคำพูดโต้ตอบของคุณคาเรนเต็มที่


          “ถ้าพูดถึงความยอดเยี่ยมแล้วล่ะก็ มิรัคจังเองก็ยอดเยี่ยมเหมือนกันนะคะคุณไฮเนะ ตั้งแต่ที่พวกเราร่วมมือกัน เธอก็แบ่งพื้นที่ของเมืองแห่งแสงกับเมืองแห่งไฟอย่างละเอียด และตัดสินใจว่าจะปกปิดรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนั้นเฉพาะพวกเราสองคนค่ะ แถมเธอยังฝึกฝนการรวมธาตุอย่างกระตือรือร้นด้วยนะคะ......” (คาเรน)


เหห......

เธอเป็นคนที่พ่นคำว่า 'ฮีโร่คนอื่นนอกจากชั้นคือศัตรู' ออกมาด้วยความรู้สึกราวกับอยากจะกินเลือดกินเนื้อไม่ใช่เหรอ?


          “ว่าไงนะ? เธอมีปัญหางั้นเหรอ?” (มิรัค)

          “เปล่าจ้ะ มิรัคจังเองก็มีความน่ารักอยู่เหมือนกันนะ” (คาเรน)

          “คำพูดนั้น ชั้นถือว่ามันเป็นการประกาศสงครามนะ” (มิรัค)


เอาเถอะ การที่เธอสองคนซึ่งมีความสัมพันธ์เลวร้ายในอดีตกลับมาสนิทสนมกันได้มันก็ดีแล้วล่ะ


          “เรื่องนั้นช่างมันเถอะ! .......เรื่องของซิลติสฮีโร่แห่งน้ำน่ะ แม้แต่ในหมู่ฮีโร่ด้วยกัน ยัยนั่นก็เป็นผู้หญิงที่ชั่วช้าและน่ารังเกียจ!” (มิรัค)


ดูเหมือนฮีโร่แห่งไฟยังมีอคติหลงเหลืออยู่


          “ทำไมล่ะครับ? การทำหน้าที่ไอดอลที่ว่ามันเป็นเรื่องที่เลวร้ายขนาดนั้นเลยเหรอครับ?” (ไฮเนะ)

          “ไฮเนะ เพราะว่านายเป็นคนที่ฉลาดอย่างไม่น่าเชื่อ ดังนั้นนายก็คงจะรู้อยู่แล้ว ว่าการโฆษณาศาสนจักรเป็นหนึ่งในหน้าที่ของพวกเราเหล่าฮีโร่” (มิรัค)

          “เรื่องนั้นมันก็” (ไฮเนะ)


ถ้าฮีโร่รับป้ายโฆษณาของศาสนจักรและจัดการสัตว์ประหลาด มันก็จะทำให้ความนิยมชมชอบของผู้คนที่ได้รับการช่วยเหลือเพิ่มขึ้นไม่ว่าพวกเธอจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม


          “การกระทำของไอดอลซิลติสน่ะ เป็นสิ่งที่ทำให้รากฐานของฮีโร่เพิ่มขึ้นจนถึงขีดสุด ถ้าจะให้สรุปว่าไอดอลคืออะไรล่ะก็ มันก็คืออาชีพอิสระที่ทำเพื่อความสุขของประชาชน พวกนั้นใช้ตัวมนุษย์เป็นป้ายโฆษณา และซิลติสก็โฆษณาว่าตัวเองเป็นฮีโร่ผ่านการทำหน้าที่ไอดอล เธอจึงเพิ่มคุณค่าของศาสนจักรแห่งน้ำในฐานะป้ายโฆษณาไงล่ะ” (มิรัค)

          “ที่ว่ามานั่นน่ะ...... เพื่อเพิ่มจำนวนผู้ศรัทธาของศาสนจักรแห่งน้ำเหรอครับ?” (ไฮเนะ)

          “ถูกต้อง ความจริงแล้ว มีคนที่เข้าเป็นสมาชิกศาสนจักรแห่งน้ำเพราะเป็นแฟนคลับของซิลติสอยู่เหมือนกัน แถมยังลือกันอีกว่าคนพวกนั้นมีจำนวนมากเลยด้วย” (มิรัค)


จริงดิ......!?

มันก็จริงอยู่ แค่ผมมองคุณคาเรนกับมิรัค ผมก็ยอมรับเรื่องที่ว่าฮีโร่เป็นหน้าเป็นตาและสัญลักษณ์ของศาสนจักรแล้ว

แต่ฮีโร่แห่งน้ำซิลติสไม่หยุดอยู่แค่นั้น เธอเพิ่มคุณค่าตัวเองเพื่อให้ได้มาซึ่งความศรัทธา นั่นก็คือไอดอลที่เขาว่ากันงั้นเหรอ?


          “จริงๆ แล้ว ชั้นก็รู้สึกว่าตัวเองจะเข้าใจเรื่องที่พวกหัวหน้าหมู่บีเสกกังวลเหมือนกัน กองบัญชาการของคนๆ นั้นน่ะ อยู่ในเมืองหลวงไฮดร้าวิลเลจแท้ๆ แต่ความนิยมของเธอถึงขนาดที่แพร่กระจายมายังเมืองหลวงอโพรอนที่อยู่ห่างไกลได้” (มิรัค)

          “งั้นก็หมายความว่า ผู้ศรัทธาศาสนจักรแห่งน้ำอาจจะปรากฎตัวออกมาจากบริเวณใกล้เคียงกับศาสนจักรแห่งแสงสว่างสินะครับ” (ไฮเนะ)


พอพูดออกไปแบบนั้น ผมก็รู้สึกไม่สบอารมณ์เอามากๆ


          “ดูเหมือนศาสนจักรทั้งห้าจะมีสิ่งที่เรียกว่าข้อตกลงอยู่ การห้ามผลิตอาวุธอีเธอเรียลโดยเด็ดขาดก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่ข้อตกลงที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือ ห้ามกระทำการที่ชักชวนให้ผู้คนตามเมืองที่อยู่ในกองบัญชาการของศาสนจักรอื่นๆ เปลี่ยนศาสนา” (มิรัค)


นั่นมันแหงอยู่แล้ว

ศาสนจักรทั้งห้าขัดแย้งกันในเรื่องของขนมพายที่มีอยู่จำกัดซึ่งเรียกกันว่าผู้ศรัทธา พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ คู่แข่งทางธุรกิจ การมาทำธุรกิจในสนามของคู่แข่ง มันก็เหมือนกับการหาเรื่องทะเลาะ จากนั้นมันก็จะพัฒนาไปเป็นการต่อสู้ที่ไร้ซึ่งเกียรติยศและความเป็นมนุษย์ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้


          “ศาสนจักรแห่งน้ำน่ะ มีความเป็นไปได้สูงว่าจะรับผู้ที่ศรัทธาได้มากขึ้นเพราะแฟนคลับของซิลติส การกระทำของไอดอลซิลติสเองก็มีความหมายเหมือนกับการเผยแผ่ศาสนาเช่นกัน และชื่อเสียงของยัยนั่นในตอนนี้ก็มาถึงอโพรอนแล้ว มุสเปลไฮม์ของชั้นเองก็มาถึงเหมือนกัน ถ้าพวกที่อยู่ในเมืองนี้กลายเป็นแฟนคลับของซิลติส แล้วเข้าร่วมศาสนจักรแห่งน้ำเพราะเป็นแฟนคลับล่ะก็......” (มิรัค)

          “มันก็เป็นการละเมิดข้อตกลงที่ชอบด้วยกฎหมาย” (ไฮเนะ)

          “ใช่แล้ว แต่ศาสนจักรอื่นๆ ก็ยังขาดวิธีที่จะตัดสินบทลงโทษสำหรับการกระทำที่ฝ่าฝืนนี้ ไม่ว่าจะพูดยังไง มันก็ไม่อาจพิสูจน์ได้ว่าการกระทำของไอดอลเป็นการกระทำที่เหมือนกับการชักชวนให้เปลี่ยนศาสนา” (มิรัค)


‘ฉันเองก็ได้ยินมาเหมือนกันค่ะ’ คุณคาเรนพูดแบบนั้นแล้วรับช่วงการอธิบาย


          “จริงๆ แล้วคนที่ป่าวประกาศเรื่องราวของคุณซิลติสก็คือนักข่าวค่ะ ส่วนสินค้าของไอดอล ใช่ไหมคะ? .......ผู้ที่นำสินค้าที่ว่าเข้ามาในแต่ละเมืองก็คือ คุณพ่อค้าเฉพาะทางค่ะ พวกเขาบอกว่า เนื่องจากบุคคลผู้มีอำนาจของศาสนจักรซึ่งชอบด้วยกฎหมายไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง มันจึงไม่ใช่การกระทำที่ชักชวนให้เปลี่ยนศาสนาค่ะ” (คาเรน)

          “พวกเราศาสนจักรแห่งไฟเองก็ยื่นเรื่องคัดค้านซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนกัน แต่พวกเราก็ถูกปฏิเสธด้วยเหตุผลเดียวกัน สุดท้ายแล้ววิธีรับมือที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด มันก็เหมือนกับที่นายได้เห็นในวันนี้ นั่นคือเข้าไปในเมืองหลวงแล้วยึดครองสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับซิลติสซะ แต่มันก็พูดยากว่านั่นเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ......” (มิรัค)


การแลกเปลี่ยนงี่เง่าที่พวกเราคุยกันนั่นน่ะ เป็นส่วนหนึ่งของการชิงดีชิงเด่นแบบลับๆ ในแผนการที่เกี่ยวข้องกับศาสนจักรทั้งห้างั้นเหรอ?

ผมกางโปสเตอร์ที่ถืออยู่ในมือซ้ายออกมา

สิ่งของที่ยึดมาได้จากการล่าไอดอลในวันนี้ มันคือโปสเตอร์ของไอดอลฮีโร่ซิลติส (ในสภาพเก็บรักษา) ที่ผมแอบจิ๊กมาได้

◆◆◆◆◆

 

ตอนที่ 37 ความหึงหวงของสตรีศักดิ์สิทธิ์

 

            “อื๋อ......? นั่นมัน......?”


มิรัคเป็นคนแรกที่สังเกตุเห็นการกระทำของผม

เธอจึงอ้อมมาด้านหลัง แล้วดูโปสเตอร์ที่กางออกมาด้วยสายตาแบบเดียวกับผม


            “......เป็นผู้หญิงที่ส่องประกายระยิบระยับจนทำให้ผมรู้สึกแสบตายังไงไม่รู้” (ไฮเนะ)


มันคือความรู้สึกที่ได้เห็นไอดอลฮีโร่แห่งน้ำซิลติสปรากฏอยู่บนโปสเตอร์


            “ดูเหมือนเธอจะเป็นไอดอลที่ป๊อบปูล่ามากๆ และความป๊อบนั่นก็ยังรุกร้ำเข้าไปในศาสนจักรทั้งห้าด้วยนะคะ” (คาเรน)

            “ให้ตายเถอะ ช่างน่าเศร้าซะจริง ......ไอ้ชุดที่กรีดซะลึกนี่มันอะไรกัน? มันเห็นกางเกงในไม่ใช่เหรอ? ลามก!” (มิรัค)

            “แต่ว่า ถ้าเป็นแบบนี้สายตามันก็จะมุ่งไปที่ตรงนั้นเองถึงแม้ว่าเราจะไม่อยากมองก็ตาม เป็นคนที่เข้าใจสัญชาตญาณของผู้ชายทั่วไปเหมือนกันนะครับ” (ไฮเนะ)

            “ไอ้ผู้ชายลามก!” (มิรัค)

            “ถ้าอย่างนั้น คุณมิรัคก็เลิกใส่เสื้อผ้าที่โชว์หน้าอกนั่นซะทีสิครับ” (ไฮเนะ)

 


ฮีโร่น้ำที่อยู่ในโปสเตอร์นั้น ดูอ่อนวัยและมีอายุประมาณสิบกว่าปี ถ้าจะให้พูดล่ะก็ เธอเป็นเด็กผู้หญิงสวยที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น

ถึงแม้ว่าพวกเธอจะเป็นผู้หญิงที่งดงามเหมือนกัน แต่คุณคาเรนกับมิรัคก็คนละสไตล์กับเธอ ใบหน้ายิ้มแย้มของเธอมีแรงกระตุ้นราวกับถูกดึงดูดผ่านรูปภาพยังไงยังงั้น


            “เสื้อผ้ากับเครื่องประดับของเธอก็เป็นสีเย็นและดูเข้ากันดีนะครับ” (ไฮเนะ)

            “เธอคงจะรู้ตัวว่าตัวเองเป็นฮีโร่น้ำ เพราะสีน้ำเงินน่ะ คือสีที่เป็นสัญลักษณ์ของศาสนจักรแห่งน้ำไงล่ะ” (มิรัค)

            “อย่างงั้นเหรอครับ? ก็นะ แต่กรณีเนื้อผ้าของเด็กผู้หญิงคนนี้มีลักษณะที่ส่องประกายแวววาว และดูพิถีพิถันตรงส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างกายมากเลยนะครับ” (ไฮเนะ)

            “ดูซะละเอียดเลยนะไอ้ลามก” (มิรัค)

            “ถึงแม้ว่าร่างกายกับแขนขาจะดูฟิต แต่หน้าอกของเธอมันใหญ่จนน่าประหลาด และตรงส่วนเว้าส่วนโค้งก็จับภาพเส้นโค้งได้อย่างงดงาม...... ผมหมายถึง คนที่ถ่ายภาพต้องคำนวณเรื่องนี้ไว้แน่ๆ น่ะครับ” (ไฮเนะ)

            “ชั้นชักรู้สึกขยะแขยงนายซะแล้วสิ” (มิรัค)

            “งั้นเหรอครับ? แต่มันเป็นภาพที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยการคำนวณเพื่อให้คนอื่นเห็นเป็นอย่างนั้นนะครับ...... โอ๊ะ?” (ไฮเนะ)


จู่ๆ โปสเตอร์ก็ถูกแย่งไปจากมือของผม

ผมเงยหน้าขึ้นมาด้วยความแปลกใจ เพราะคนร้ายที่แย่งโปสเตอร์ไปจากผมก็คือคุณคาเรน


            “คุณคาเรน?” (ไฮเนะ)

            “...............”


คุณคาเรนเดินดุ่มๆ ออกไปพร้อมกับโปสเตอร์อย่างเงียบๆ

นั่นคือสิ่งที่ผมคิด แต่ที่ๆ คุณคาเรนมุ่งหน้าไปไม่ได้ตรงไปที่ประตูเพื่อออกจากห้องหรือว่าหน้าต่าง แต่มันคือกำแพง

เธอจะทำอะไรในที่แบบนั้น......? นั่นคือสิ่งที่ผมคิด คุณคาเรนกางโปสเตอร์ที่กำแพงโล่งๆ แล้วใช้หมุดติดมันไว้ทั้งสี่ด้าน

ก็นะ เดิมทีโปสเตอร์ก็เป็นสิ่งที่เอาไว้ทำแบบนั้นอยู่แล้ว


            “คุณคาเรนครับ......? มีอะไรรึเปล่าครับ?” (ไฮเนะ)

            “คุณไฮเนะ ช่วยมาทางนี้ทีค่ะ” (คาเรน)

            “ครับ!?” (ไฮเนะ)


น้ำเสียงของคุณคาเรนไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิม แต่มันดูมีพลังที่ทำให้ผมไม่อาจปฏิเสธเธอได้

ผมจึงรีบพรวดไปหน้ากำแพงที่ติดโปสเตอร์ตามที่เธอว่า

แล้ว


            “ช่วยจับมันได้ไหมคะ?” (คาเรน)

            “หา?” (ไฮเนะ)


จับ?


            “จับอะไรเหรอครับ?” (ไฮเนะ)

            “นี่ค่ะ” (คาเรน)


ที่ๆ คุณคาเรนชี้ไปก็คือ โปสเตอร์ที่ติดอยู่ตรงกำแพง ซึ่งมีรูปภาพของไอดอลฮีโร่ซิลติสอยู่ในนั้น หน้าอกของซิลติส

เธอชี้ไปที่หน้าอก


            “เดี๋ยวก่อนครับ ถึงจะเป็นโปสเตอร์ คือผมจะพูดว่าถึงจะเป็นแค่รูปภาพ......” (ไฮเนะ)


แต่ให้ไปจับที่หน้าอกมันก็ยังไงๆ อยู่ใช่ไหมล่ะครับ? พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือตรงนั้นของผู้หญิง.......

แน่นอนว่า ถึงมันจะเป็นรูปภาพที่เลียนแบบก็เถอะ ยังไงๆ มันก็เป็นอาชญากรรม ไม่สิ มันชัดเจนจนผมรู้สึกว่ามันยิ่งกว่าอาชญากรรมด้วยซ้ำ.......


            “ช่วยจับมันโดยไม่ต้องอ้างนู่นอ้างนี่ทีนะคะ เพราะว่าคุณจับหน้าอกของฉันไปแล้ว” (คาเรน)

            “อึ๋ย!?” (ไฮเนะ)


คนๆ นี้ยังแค้นฝังหุ่นอยู่อีกเหรอ!?

ทั้งๆ ที่มันเป็นอุบัติเหตุตอนที่นั่งซ้อนกันสองคนแท้ๆ!


            “เดี๋ยวก่อนสิ ชั้นที่ทนฟังมาจนถึงตอนนี้ปล่อยมันไปเฉยๆ ไม่ได้หรอกนะ......!” (มิรัค)


มิรัคพูดแบบนั้น พอผมคิดว่าคนที่น่ารำคาญจะเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้...


            “มิรัคจังช่วยเงียบสักเดี๋ยวเหอะ พวกเรากำลังยุ่งอยู่นะ” (คาเรน)

            “......จ้ะ” (มิรัค)


เธอก็ถูกโค่นในพริบตา

ฮีโร่ไฟอ่อนแอชะมัด


            “ระ-รีบๆ จับซะทีสิคะคุณไฮเนะ” (คาเรน)

            “......ครับ” (ไฮเนะ)


ผมไม่รู้ว่าคุณคาเรนพยายามจะทำอะไร แต่ยังไงซะตอนนี้ผมก็มองว่าไม่ไปต่อต้านเธอน่าจะปลอดภัยกว่า

ผมจึงไตร่ตรองดู แล้วเชื่อฟังคำพูดของคุณคาเรน จากนั้น ผมก็จับหน้าอกของไอดอลที่ติดอยู่ตรงกำแพง ไม่สิ รูปภาพ ไม่สิ แค่จับกำแพงเท่านั้น


            “............”


หมับ หมับ หมับ

สัมผัสที่ส่งกลับมาเป็นไปตามที่ผมคิดไว้ แข็ง, ราบเรียบ แหงล่ะ ก็มันเป็นกำแพงนี่หว่า มันเป็นการกระทำที่เปล่าประโยชน์ยิ่งกว่าที่ผมคิดไว้ซะอีก


            “รู้สึกยังไงบ้างคะ?” (คาเรน)


ผมถูกคุณคาเรนถาม

ไม่รู้สึกอะไรเลย


            “........................คือว่า เป็นกำแพงที่สุดยอดเลยล่ะครับ ราบเรียบอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่รู้สึกอะไรเลยครับ” (ไฮเนะ)

            “งั้นมันก็เป็นชัยชนะของฉันสินะคะ” (คาเรน)

            ““ว่าไงน้าาา!?””


กระทั่งมิรัคก็ตะโกนพร้อมกับผม


            “ยังไงก็ตาม ฉันตัดสินใจแล้วค่ะ” (คาเรน)

            “อะไรเหรอครับ......?” (ไฮเนะ)

            “เธอจะทำอะไรมากกว่านี้อีกเหรอ......?” (มิรัค)


ทั้งผมทั้งมิรัคตามสถานการณ์ไม่ทัน และสติสตังก็ถูกบั่นทอนอย่างรุนแรง


            “ไปกันเถอะค่ะ” (คาเรน)

            “ไปไหนเหรอครับ?” (ไฮเนะ)


            “เมืองหลวงน้ำไฮดร้าวิลเลจ พวกเราจะไปพบกับฮีโร่แห่งน้ำคุณซิลติสค่ะ” (คาเรน)


◆◆◆◆◆

TL: ตอนที่ 35 ตรงชื่อของฮีโร่น้ำ ผมพิมพ์ตกคำว่า เร ไปนะครับ เร ซิลติส (レ=シルティス)




NEKOPOST.NET