NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด

Ch.27 - ตอนที่ 27 - ตอนที่ 30


ตอนที่ 27 เทวทัณฑ์ของเทพ

 

          『อ๊ากกกกกกกก-------------------------!?』

            “มออออออ----------------------------!?”


ผมได้ยินเสียงกรีดร้องสองแบบ ที่ดังขึ้นมาพร้อมกันทั้งสองฝั่งภายในร่างกายและจิตใจของคุโรมิยะ ไฮเนะ

เทพอัคคีโนวาและวัวเพลิงฟาลาริส ถ้าจะให้พูดตรงๆ มันก็คือตัวตนเดียวกัน แต่ผมไม่รู้ว่าทำไมเจ้านั่นถึงได้กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดถึงขนาดนั้น?


          『ระ-แรงกระแทกเมื่อกี้นี้มันอะไรกัน!? เจ็บ! รู้สึกสั่นๆ! นี่มันอะไรกัน!?』


ผมมองตามสายตาของวัวเพลิงก็เลยสังเกตุเห็น

คุณคาเรนกับมิรัค ทั้งสองคนจับมือกัน และกำลังเล็งไปที่วัวเพลิงด้วยมือนั่น


            “เอาอีกรอบนะคาเรน!” (มิรัค)

            “จ้ะมิรัคจัง!” (คาเรน)

            “[Divine Thunder Light Fire]!!”


แสงสว่างถูกปลดปล่อยออกมาจากมือที่ทั้งสองคนประกบกันอยู่

นั่นคือพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งแสง? ไม่ใช่ มันมีบางอย่างเพิ่มเข้าไปในแสงสว่าง?


            『อ๊ากกกกก--------------------!?』


แล้ววัวเพลิงโนวาก็กรีดร้องอีกครั้ง


            『ทะ-ทำไมกัน!? ผิวหนังเหล็กที่เราสร้างให้ร่างกายนี้ ไม่น่าจะได้รับบาดแผลเพราะพลังศักดิ์สิทธิ์เล็กน้อยที่แบ่งให้กับมนุษย์นี่!? อะจ้ากกก-------!?』


แล้วผมก็ได้รู้ความลับนั้น


            “......การรวมธาตุ” (ไฮเนะ)


ธาตุแสงและธาตุไฟ การผสมผสานธาตุทั้งสองที่แตกต่างกัน พลังศักดิ์สิทธิ์ของธาตุอื่นที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงจึงกำเนิดขึ้นมา

            (แสงและไฟ ธาตุทั้งสองที่ผสมผสานกันก็คือธาตุ 'สายฟ้า') (ไฮเนะ)

          『ธาตุสายฟ้า ......!?』

            (ผิวหนังเหล็กของนายเป็นเหล็กของแท้เลยนี่ เพราะงั้นมันก็เลยเป็นสื่อนำสายฟ้า ความเสียหายจึงถูกส่งเข้าไปในร่างกายโดยตรง การโจมตีของพวกเธอน่ะ ไม่ได้ไร้ความหมายกับนายอีกแล้วนะ) (ไฮเนะ)

            “ได้ผล! ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไหร่ แต่มันก็ได้ผลด้วยล่ะมิรัคจัง!!” (คาเรน)

            “อา! ไม่จำเป็นต้องเล็งช่องว่างมันแล้วล่ะ! พวกเราค่อยๆ โจมตีมันไปเรื่อยๆ แล้วกัน!!” (มิรัค)

            “[Divine Thunder Light Fire]!!” 

          『อ๊ากกกกกกกกกก!! หยุดน้าาาาาาาาาาา!!』


โนวากรีดร้อง แต่สำหรับสัตว์ประหลาดรูปร่างวัวมันทำได้แค่ร้องมอๆ เท่านั้น เพราะงั้นความหมายที่มันพูดจึงส่งไปไม่ถึงคุณคาเรนและมิรัค


          『ทำไม!? ทำไมกัน!? การรวมธาตุเป็นเทคนิคที่เป็นไปไม่ได้สำหรับเทพอย่างพวกเรานี่!?』

            (นั่นเพราะพวกนายไม่สนิทกันต่างหากล่ะ ถ้าไม่ประสานใจกันให้สมบูรณ์แบบล่ะก็ การผสมผสานธาตุมันก็เป็นไปไม่ได้หรอก) (ไฮเนะ)

          『หยุดนะ! เราคือเทพ! เราคือเทพอัคคีผู้มอบพลังให้กับเจ้า! ฮีโร่แห่งไฟตรงนั้นน่ะ! เจ้า จะหันคมดาบเข้าหาผู้ที่ตัวเองบูชางั้นเหรอ!?』

           (ตอนนี้นายไม่ใช่เทพสักหน่อย เป็นสัตว์ประหลาดต่างหากล่ะ สัตว์ประหลาดชั่วร้ายที่พยายามทำลายล้างผู้คนที่พวกเธอปกป้อง แล้วการโจมตีใส่เจ้ามันผิดตรงไหนล่ะ?) (ไฮเนะ)

          『พูดจาเหลวไหล! มนุษย์เป็นทาสของเทพ! เทพจัดการมนุษย์ได้ตามใจชอบ ไม่ว่าสังหาร หรือเล่นสนุกกับพวกมัน! .......เอ๋?』

            (ในที่สุดก็รู้ตัวแล้วสินะ ว่าผมค่อยๆ เข้ามาใกล้จนมาอยู่ต่อหน้าต่อตาแล้ว วัวเพลิงโนวา ตอนที่นายรับการโจมตีผสานของคุณคาเรนกับมิรัคน่ะ นายหยุดโจมตีด้วยลำแสงความร้อนมหากาฬ เพราะแบบนั้นผมก็เลยไม่จำเป็นต้องสร้างโล่ห์สสารมืด และเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ) (ไฮเนะ)

            “สภาพจนมุมแบบนี้ มันก็เหมือนกับเจ้าอยู่ที่ขอบหน้าผานั่นแหละ” (ไฮเนะ)

          『......อะ-อา』

            “นายรู้อยู่แล้วใช่ไหม? ว่าถ้าตรึงผมไว้โดยให้ผมคอยป้องกันลำแสงความร้อนมหากาฬล่ะก็ ยังไงๆ ผมก็โจมตีสวนกลับมาไม่ได้ โจมตีสวนกลับด้วยสสารมืดที่ผมสร้างขึ้นมาน่ะ” (ไฮเนะ)

          『คุณเอ็นโทรปีครับ เดี๋ยวก่อน ฟังที่เราพูด......!』 

            “อย่าเรียกชื่อนั้น ตอนนี้ผมคือมนุษย์ คุโรมิยะ ไฮเนะ” (ไฮเนะ)

          『ครับ! เอ่อ คุณไฮเนะ......!』

            “นายคงไม่ลืมสินะ ว่าพลังของผมสามารถต่อสู้กับมหาเทพทั้งห้าอย่างพวกนายที่เป็นศัตรูในสงครามเมื่อครั้งโบราณกาลได้อย่างทัดเทียม ความน่ากลัวของสสารมืดที่ทำให้พลังศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดหายไปได้ ถ้าถูกเจ้านี่ซัดเข้า จะเจ็บปวดแค่ไหนกันนะ ใช่ไหม? “ (ไฮเนะ)

          『เดี๋ยวก่อน.......ครับ พวกเราน่ะ เอาน่า เมื่อก่อนพวกเราก็เป็นเพื่อนซี้กันไม่ใช่เหรอ? พวกเราเป็นเทพเหมือนกันนะ เพื่อนซี้......!』

            “ที่ผมเคลื่อนไหวไม่ได้เพราะผมต้องป้องกันลำแสงความร้อนมหากาฬ แต่ต้องขอบคุณพวกฮีโร่นะ ผมถึงเข้ามาใกล้นายได้ขนาดนี้ ในระยะที่หมัดส่งไปถึง มันก็จริงอยู่ที่ผมถูกเรียกว่าเทพแห่งความมืด แต่ยังไงๆ เทพก็คือเทพ ดังนั้นการลงทัณฑ์ที่ผมมอบให้ก็คือเทวทัณฑ์แน่นอน ......เอาล่ะ เทพอัคคีโนวา” (ไฮเนะ)


คราวนี้เป็นตาที่เจ้าต้องรับเทวทัณฑ์บ้างล่ะ


เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!


          『เหวออออออออ------!! อ๊ากกกกกกก------------!!』

 


หมัดจำนวนนับไม่ถ้วนซัดใส่ร่างยักษ์ของวัวเพลิง

แน่นอนว่ามันไม่ใช่แค่หมัดธรรมดา มันเป็นหมัดที่เสริมด้วยสสารมืดที่ผมสร้างขึ้นมา

สสารมืดผ่านทางกำปั้นแล้วทะลวงร่างของวัวเพลิง


          『สสารมืด! สสารมืดอยู่ในร่างกายของเรา......! ถูกลบแล้วววว พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งไฟของเรากำลังถูกสสารมืดลบทิ้งเรื่อยๆ~~......!?』


สัตว์ประหลาดที่มหาเทพทั้งห้าสร้างขึ้นเพื่อรังควานมนุษย์ สิ่งมีชีวิตที่อยู่นอกเหนือเหตุผลของธรรมชาติ

ตัวตนที่แท้จริงของพวกมันคือกลุ่มก้อนของพลังศักดิ์สิทธิ์

ดังนั้น เมื่อพวกมันตาย พวกมันก็เลยหายไป และถ้าพวกมันสัมผัสกับสสารมืดที่ลบล้างพลังศักดิ์สิทธิ์ล่ะก็ ปริมาณนั่นก็จะหายไป แบบนั้น......

◆◆◆◆◆

 

ตอนที่ 28 ผนึกเทพอัคคี

 

ตอนที่ผมต่อยเจ้านั่นไปหลายหมัดจนรู้สึกหนำใจแล้ว คุณคาเรนกับมิรัคก็วิ่งเข้ามาทางนี้

พวกเธอยังกุมมือกันอยู่เลย คงสนิทกันตอนที่ผมไม่เห็นสินะ


            “คุณไฮเนะ! ปลอดภัยรึเปล่าคะ!” (คาเรน)

            “วัวเพลิงล่ะ!? ชั้นไม่เห็นร่างของมันเลย เกิดอะไรขึ้นกันแน่!?” (มิรัค)


พวกฮีโร่ถามผมติดๆ กัน


            “อืม วัวเพลิงฟาลาริสก็อยู่ที่นี่แหละครับ......” (ไฮเนะ)


ผมขยับตัวเล็กน้อยแล้วชี้ไปที่พื้น เพื่อบอกให้ฮีโร่ทั้งสองทอดสายตาลงไปที่นั่น


            “นี่มัน......!?” 

            “มันเล็กลง......!?”


ที่นั่นมีวัวเพลิงฟาลาริสหมดสติและชักแหงกๆ ทั้งขาหน้าและขาหลัง

แต่มันตัวเล็กลง

มันตัวเล็กลงชนิดที่เทียบไม่ได้กับตอนที่ผมเจอกับมันครั้งแรก มันตัวหดจนถึงขั้นที่ขนาดของมันเล็กยิ่งกว่าวัวทั่วไป

ถ้าจะถามว่าทำไมมันถึงกลายเป็นแบบนี้ นั่นก็เพราะสสารมืดที่ผมซัดใส่มันอย่างต่อเนื่อง

สสารมืดที่ลบล้างพลังศักดิ์สิทธิ์เข้าไปในตัวของเจ้านี่ พร้อมกับลบล้างพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งไฟที่สร้างร่างกายของเจ้านี่ไปทีละนิดๆ ผลก็คือ ปริมาณพลังศักดิ์สิทธิ์ลดลง ตัวมันจึงเล็กลงอย่างรวดเร็ว

สาเหตุที่มันตัวเล็กลงจากขนาดเดิมยังเป็นปริศนาอยู่ แต่มันก็เป็นปริศนาประเภทที่ไม่สำคัญ

ผมลบเตาปฏิกรณ์เทพอัคคีที่อยู่ข้างในตัวเจ้านี่อย่างสมบูรณ์แบบ มันจึงปล่อยความร้อนในระดับที่แผดเผาสิ่งต่างๆ ออกมาไม่ได้อีก

พวกผมประสบความสำเร็จในการทำให้วัวเพลิงฟาลาริสไร้พลังได้อย่างงดงาม


            “เจ้านี่...... เป็นเพราะเจ้านี่ เมืองของพวกชั้นเกือบจะพินาศย่อยยับ!” (มิรัค)


มิรัควิ่งเข้าหาวัวเพลิงพร้อมกับความโกรธ


            “ชั้นจะปลิดชีพมันซะ! การฆ่าสัตว์ประหลาดที่สร้างความเสียหายให้กับที่แห่งนี้มายาวนาน คือหน้าที่ของฮีโร่แห่งไฟ!” (มิรัค)


ปลอกแขนที่เธอสวมไว้เป็นอาวุธไม่มีคมแน่นอน

ถึงเธอจะไม่ได้ใส่พลังศักดิ์สิทธิ์ไว้ แต่ถ้าเหวี่ยงไอ้นั่นลงไป เธอก็สามารถบดขยี้ศรีษะของฟาลาริสที่กลายเป็นวัวตัวจิ๋วได้อย่างง่ายดาย

เพราะงั้นผมจึงจับแขนของเธอไว้ และห้ามเธอ


            “เดี๋ยวก่อน เธอฆ่ามันไปก็เปล่าประโยชน์” (ไฮเนะ)

            “หมายความว่าไง!? ทำไมนายถึงมาห้ามชั้น!?” (มิรัค)

            “วัวเพลิงฟาลาริส สูญเสียพลังในการทำลายล้างโดยสมบูรณ์แล้ว และพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งไฟมหาศาลที่อยู่ในร่างกายของมันก็หายไป ตัวมันเล็กขนาดนี้น่ะ กระทืบกรงสุนัขยังไม่ได้เลย ผมพูดได้เลยว่า สภาพของมันในตอนนี้ไม่มีพิษมีภัยแล้ว” (ไฮเนะ)

            “แล้วมันยังไงล่ะ! ต่อให้มันไม่มีพิษมีภัย ยังไงๆ สัตว์ประหลาดก็คือสัตว์ประหลาด......?” (มิรัค)

            “ดังนั้น พวกเราเอามันไปโชว์รอบๆ ให้คนทั่วไปดูดีไหม?” (ไฮเนะ)

            “!?”

            “!?”

          『!?』


ไม่ใช่แค่คุณคาเรนกับมิรัคเท่านั้น กระทั่งเจ้าตัวที่ถูกตัดสินแบบนั้นก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจให้กับข้อเสนอของผม


            “สัตว์ประหลาดจะสลายไปเมื่อถูกสังหาร เพราะงั้นก่อนหน้านั้น พวกเราก็เอาสัตว์ประหลาดที่สภาพอ่อนแอแบบนี้ไปให้ผู้คนเขาดู ผู้คนทั่วไปจะได้รู้ว่า 'สัตว์ประหลาดถูกจัดการแล้ว'” (ไฮเนะ)

            “นั่น มันก็ถูก......” (มิรัค)

            “มันเป็นโอกาสดีเพราะพวกเราจะได้โฆษณาศาสนจักรไปในตัว ผู้สมัครเข้าร่วมกองกำลังอาจจะเพิ่มขึ้นก็ได้นะ” (ไฮเนะ)

          『ดะ-ดะ-ดะ! เดี๋ยวก่อนเซ่! เทพแห่งความมืดเอ็นโทรปี! หรือว่าที่เจ้าเล็งไว้......!?』


เสียงที่ได้ยินแค่ผม ออกมาจากข้างในตัวของวัวเพลิงฟาลาริส

ผู้ที่อยู่ข้างในวัวเพลิงตัวนี้ก็คือเทพอัคคีโนวา ผู้ที่มีชื่ออยู่ในมหาเทพทั้งห้าแห่งการสร้างโลกโกรธพวกมนุษย์ที่เสื่อมศรัทธาตนเองในปัจจุบัน เจ้าโง่นั่นจึงพยายามมอบเทวทัณฑ์ให้กับพวกเขาโดยจุติลงในตัวสัตว์ประหลาด

เพื่อการนั้น เจ้านั่นเลยจุติลงในตัววัวเพลิงฟาลาริสซึ่งเป็นสัตว์ประหลาดที่ตนเองสร้างขึ้นมาและปรับความสามารถให้ถึงขีดสุด แต่ความสามารถสุดโต่งที่ว่าก็ถูกบดขยี้จนสิ้นซากด้วยสสารมืดของผม ตอนนี้เจ้านั่นก็เลยเป็นแค่วัวชั้นต่ำเท่านั้น

สำหรับดวงวิญญาณของเทพอัคคีโนวาที่อยู่ในนั้น คงอยากจะถอนตัวออกจากร่างกะหลั่วๆ แบบนี้เต็มแก่ จะได้กลับไปยังแดนเทพสักทีสินะ


          『เจ้า......! นึกอยู่แล้ว.......!?』

            (ใช่ ผมไม่ปล่อยนายไปง่ายๆ หรอกไอ้เทพเฮงซวย ดวงวิญญาณของนายที่มาเกิดใหม่น่ะ จะไม่ถูกปลดปล่อยจนกว่าอายุขัยของภาชนะนั้นดับสูญ สรุปก็คือจนกว่านายจะตายนั่นแหละ นายจงใช้ชีวิตอยู่ต่อไปในฐานะวัวนั่นซะเถอะ!) (ไฮเนะ)

          『นึกแล้วเชียว! เจ้า วางแผนผนึกเราไว้ในร่างกายของวัวตัวนี้!! เทพอัคคีโนวาผู้นี้!!』

            (ผมไม่ยอมให้นายกลับไปแดนเทพง่ายๆ แล้ววางแผนชั่วใหม่หรอก เพราะงั้นนายจะเรียกมันว่าการผนึกก็ไม่ผิด เทพอัคคีโนวาจะถูกผนึกดวงวิญญาณไว้ในวัวที่ไร้พลังนั่น ถือว่าเป็นการล้างแค้นที่พวกนายผนึกผมก่อนก็แล้วกัน) (ไฮเนะ)

          『ไอ้ยักษ์! ปีศาจ! เทพแห่งความมืด!! ฆ่าเราซะ! ส่งเรากลับไปแดนเทพของเราเดี๋ยวนี้!! เทพอัคคีโนวาผู้ปกครองโลกใบนี้ ต้องมาอยู่ในร่างวัวที่ไร้พลังและน่าทุเรศงั้นเหรอออออออออออออออ!?』

            (ถ้านายไม่ชอบก็มองหาโอกาสฆ่าตัวตายเอาเองสิ แล้วผมจะคอยหยุดนายอย่างสุดความสามารถทุกครั้ง ผมจะเอาเชือกมัดคอของวัวที่อาละวาดมอๆ และลากมันอย่างไร้ความปรานี ผมจะจูงนายไปรอบๆ กองบัญชาการของศาสนจักรแห่งไฟด้วยการเดินเป็นหลัก อย่าคิดนะว่านายจะได้รับการปฏิบัติอย่างดีด้วยการพานั่งรถม้าเพราะนายทำตาน่าสงสาร) (ไฮเนะ)

            “......ขะ-เข้าใจล่ะ ถึงชั้นจะไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่ที่นายว่ามาก็ดูมีเหตุผล ชั้นจะลองคุยกับพวกศาสนจักรแห่งไฟดูละกัน แต่ว่า ขอชั้นถามอะไรนายอย่างหนึ่งได้ไหม?” (มิรัค)

            “ครับ?” (ไฮเนะ)

            “คุณไฮเนะ คุณเป็นใครกันแน่คะ?” (คาเรน)


ช่วงที่กำลังจะซักถาม คุณคาเรนก็เข้ามาพูดแทรกมิรัค

ด้วยสีหน้าครุ่นคริดยิ่งกว่าตอนที่เธอฟื้นฟูความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนกับมิรัคหลังจากผ่านมาหลายปีอีก


            “ฉันน่ะ จับตาดูคุณและคิดว่าคุณเป็นเพื่อนที่พึ่งพาได้ แต่คุณกลับพึ่งพาได้มากกว่าที่ฉันจินตนาการไว้ซะอีก การกระทำของคุณตอนที่ฉันฟื้นความสัมพันธ์กับมิรัคจังน่ะพักมันไว้ก่อน...... คุณป้องกันลำแสงความร้อนของสัตว์ประหลาดยักษ์นั่น และยังอัดมันจนกลายเป็นตัวเล็กขนาดนี้ คุณไม่ใช่คนธรรมดาแล้วล่ะค่ะ” (คาเรน)

            “ชั้นเองก็ว่าจะถามนายเรื่องนั้นอยู่เหมือนกัน ชั้นคิดว่านายเป็นแค่ผู้ติดตามของคาเรนแต่ นายเป็นใครกันแน่? อย่างน้อยๆ นายก็เป็นฮีโร่ หรือไม่ก็เหนือกว่านั้น แถมพลังที่ชั้นเห็นจากระยะไกลนั่นน่ะ——บอกได้แค่ว่ามันดำสนิท มันไม่ใช่พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งไฟ หรือพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งแสง ทั้งยังแตกต่างจากพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งลม, น้ำ และดิน” (มิรัค)


ว่าแล้วเชียว พวกเธอเห็นผมใช้สสารมืด

จะอธิบายยังไงดีล่ะเนี่ย?

ผมมาเกิดใหม่เป็นมนุษย์ เพราะต้องการเกี่ยวข้องกับโลกใบนี้ในฐานะมนุษย์ ดังนั้นผมคงประกาศออกไปตรงๆ ว่า 'ผมเป็นเทพแห่งความมืดที่มาเกิดใหม่ครับ!' ไม่ได้

มนุษย์ในตอนนี้รู้จักตัวตนที่เรียกว่าเทพแห่งความมืดตั้งแต่แรกรึเปล่านะ?


            “ถ้าเช่นนั้น ดิฉันจะอธิบายเองค่ะ”


เสียงของบุคคลที่สามดังขึ้นมา

◆◆◆◆◆

 

ตอนที่ 29 เจ้าหญิงแห่งแสงสว่าง, ฮีโร่แห่งความมืด

 

            “ใครน่ะ!?”


ตอนนี้ ในเขตทุรกันดารของสัตว์ประหลาดดุร้าย ผมสัมผัสร่องรอยของผู้คนได้

พอมองไปที่นั่น ผมก็พบร่างของผู้หญิงที่สวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ทั้งตัวที่ผมเหมือนจะเคยเห็นที่ไหนมาก่อน


            “คุณคือ ท่านโยริชิโระ......!?” (คาเรน)

            “โยริชิโระ!? ผู้ก่อตั้งศาสนจักรแห่งแสงสว่างคนปัจจุบันโยริชิโระน่ะนะ!?” (มิรัค)


มิรัคที่ได้ยินชื่อนั้นรู้สึกหวั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด


            “เอ๋? เธอรู้จักคนๆ นั้นด้วยเหรอ?” (ไฮเนะ)

            “นี่นายไม่รู้จักงั้นเหรอ? นายอยู่ในสังกัดศาสนจักรแห่งแสงสว่างรึเปล่าเนี่ย!?” (มิรัค)


ก็ผมเป็นแค่ลูกน้องที่พึ่งจะเข้าร่วมเมื่อวานนี้นี่


            “......เอาเถอะ ชั้นรู้จัก เธอเป็นคนที่มีชื่อเสียงมากเลยล่ะ” (มิรัค)

            “เห” (ไฮเนะ)

            “แน่นอน แค่เธอถูกเรียกว่าผู้ก่อตั้ง เธอก็ดังกระฉ่อนแล้ว แต่มีเพียงโยริชิโระเท่านั้นที่พิเศษ เพราะยังไงๆ เธอก็เป็นผู้หญิง แถมยังเข้ารับตำแหน่งผู้ก่อตั้งด้วยวัยเพียงแค่ 18 ปีซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยมีมาก่อน ลือกันว่า เธอเขี่ยพ่อที่เป็นผู้ก่อตั้งคนก่อนทิ้งเพราะความขัดแย้งทางการเมืองรุนแรง เธอจึงเป็นที่รู้จักกันในนามว่า 'สตรีผู้น่ากลัว'” (มิรัค)


เธอเป็นคนแบบนั้นเหรอ......?

เธอสวมชุดคลุมยาวๆ กับผ้าคลุมหน้าจนแทบจะมองไม่เห็นเนื้อหนัง แต่แค่บรรยากาศอย่างเดียว ผมก็เข้าใจได้ว่าเธอคือสตรีผู้งดงาม

โยริชิโระส่งสายตาผ่านผ้าคลุมหน้ามาทางพวกผม


            “ก่อนอื่นเลยนะคะ ฮีโร่ของพวกเราคุณคาเรน ขอบคุณสำหรับการปราบวัวเพลิงฟาลาริสนะคะ แล้วก็ฮีโร่แห่งไฟคุณมิรัคที่ให้ความร่วมมือ ดิฉันขอกล่าวคำขอบคุณในฐานะผู้ก่อตั้งศาสนจักรแห่งแสงสว่างค่ะ” (โยริชิโระ)

            “อ่า ......ไม่หรอก” (มิรัค)


บุคลิกที่ดูน่าเลื่อมใสอันเป็นเอกลักษณ์ของโยริชิโระก็ครอบงำมิรัคเช่นกัน


            “ที่สำคัญกว่านั้น ท่านโยริชิโระคะ คำพูดเมื่อกี้นี้หมายความว่าอะไรเหรอคะ?” (คาเรน)


คุณคาเรนที่คุ้นเคยกับผู้ก่อตั้งที่สุดในที่แห่งนี้เอ่ยถามอย่างชัดเจน


            “ฉันเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมท่านโยริชิโระถึงมาอยู่ในที่แบบนี้ แต่ที่ท่านพูดเมื่อกี้ว่า 'อธิบาย' น่ะ ฉันจะถือว่าท่านกำลังจะอธิบายว่าคุณไฮเนะเป็นใครได้รึเปล่าคะ?” (คาเรน)

            “แน่นอนค่ะฮีโร่ของพวกเรา เพื่อการนั้น ดิฉันขอถามอะไรคุณอย่างหนึ่งก่อนนะคะ ฮีโร่คาเรน คุณรู้จักเทพที่สร้างโลกใบนี้รึเปล่าคะ?” (โยริชิโระ)

            “เอ๋?” (คาเรน)


คุณคาเรนที่จู่ๆ ก็ถูกถามรู้สึกสับสน


            “แน่นอนค่ะ พวกท่านคือมหาเทพแห่งการสร้างโลก เทพธิดาแห่งแสงอินเฟลชั่นที่พวกเราศรัทธา, เทพอัคคีโนวา, เทพวารีคอร์เซอเวท, เทพวายุเควซาร์ และพระแม่ธรณีแมนเทิล ห้าพระองค์ใช่ไหมคะ?” (คาเรน)

            “ถูกต้องค่ะ แต่ถ้าหากเทพแห่งการสร้างโลกไม่ได้มีแค่ห้าพระองค์ล่ะคะ?” (โยริชิโระ)

            “เอ๋?”


ไม่ใช่แค่คุณคาเรนเท่านั้น แต่มิรัคที่ได้ยินจากด้านข้างก็ส่งเสียงประหลาดใจเหมือนกัน


            “มีเทพแห่งการสร้างโลกองค์อื่นอยู่ค่ะ นามของเทพองค์นั้นก็คือเอ็นโทรปี ท่านเป็นเทพผู้ปกครองความมืดของโลกใบนี้” (โยริชิโระ)

            “บ้าน่า!?” (มิรัค)


สุดท้ายมิรัคที่อดรนทนไม่ไหวก็พูดแทรก


            “จะให้ชั้นเชื่อเรื่องแบบนั้นเนี่ยนะ! มีเทพแห่งการสร้างโลกองค์อื่นอยู่ แถมความมืดที่ว่าน่ะ ดูยังไงๆ ก็ชั่วร้าย......” (มิรัค)

            “ฮีโร่แห่งไฟคุณมิรัค ความมืดไม่ใช่สิ่งที่ชั่วร้ายเลยค่ะ โลกใบนี้น่ะ ครึ่งหนึ่งของมันถูกปกคลุมด้วยยามทิวาและยามราตรี การนอนหลับที่ผู้คนได้รับ เหล่านั้นคือขอบเขตของความมืด และยังเป็นเวลาที่สำคัญมากๆ เพื่อให้ผู้คนและโลกได้พักผ่อนด้วยค่ะ” (โยริชิโระ)

            “อึก นั่น......!” (มิรัค)

            “แต่ท่านโยริชิโระคะ ถ้าเทพแห่งความมืดเอ็นโทรปีมีตัวตนอยู่จริงๆ ล่ะก็ ทำไมจนถึงป่านนี้แล้วพวกเราถึงได้ไม่รู้เรื่องนั้นเลยล่ะค่ะ? พวกเราตั้งศาสนจักรแห่งความมืดเหมือนกับเทพองค์อื่นไม่ได้เหรอคะ?” (คาเรน)

            “นั่นหมายความว่าเทพเอ็นโทรปีเป็นเทพที่พิเศษมากๆ ยังไงล่ะคะ แต่ไม่ว่าเทพอย่างเขาจะหลบซ่อนมากแค่ไหน ส่วนของความมืดที่เป็นองค์ประกอบของโลกใบนี้ก็มีตัวตนอยู่จริงๆ ในตัวมนุษย์เองก็เหมือนกันค่ะ” (โยริชิโระ)

            “ส่วนของความมืด ในตัวมนุษย์......?” (คาเรน)

            “ฮีโร่คาเรน มีมนุษย์ที่มีธาตุความมืดมหาศาลอยู่ในร่างกาย เหมือนกับคุณที่มีธาตุแสงอันโดดเด่น และฮีโร่แห่งไฟคุณมิรัคฮีโร่ผู้ครอบครองธาตุไฟอันยอดเยี่ยมอยู่ค่ะ ผู้ที่ได้รับพลังแห่งความมืดมหาศาลมาตั้งแต่เกิดก็คือ” (โยริชิโระ)

            “คนที่ว่านั่น......?”

            “หรือว่า......?”


คุณคาเรนกับมิรัค สายตาของทั้งสองหันมาทางนี้


            “ใช่ค่ะ คุณไฮเนะคือผู้ที่เกิดมาพร้อมกับธาตุความมืดที่ทรงพลัง และเป็นผู้ที่สามารถใช้พลังนั้นได้อย่างเต็มที่ ......พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ ฮีโร่แห่งความมืดค่ะ” (โยริชิโระ)


เรื่องที่ว่ามา...... มันยังไงเหรอครับ?

พอพูดแบบนั้น สายตาของโยริชิโระ ก็หันมาหาผมตรงๆ


แล้วตอนนั้นผมก็มั่นใจ ตัวตนที่แท้จริงของผู้ก่อตั้งศาสนจักรแห่งแสงสว่างโยริชิโระ

ยัยนั่นก็เหมือนกัน เหมือนกับผม ในขณะเดียวกันเธอก็เหมือนกับไอ้วัวโง่ที่นอนกองอยู่ตรงนั้น

โยริชิโระคือมนุษย์ที่ไม่ใช่มนุษย์ ดวงวิญญาณไม่ใช่มนุษย์

สิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือเทพ ผู้ที่มาจุติในร่างของมนุษย์


เทพธิดาแห่งแสงอินเฟลชั่น


เธอเองก็มาจุติเป็นมนุษย์ด้วยสินะ


◆◆◆◆◆

 

ตอนที่ 30 การพบกันอีกครั้งของเหล่าทวยเทพปิดฉากลงชั่วคราว

 

——หลังจากนั้น พวกผมก็แยกย้ายเพื่อไปทำหน้าที่ของแต่ละคนให้เสร็จสิ้น


มิรัคลากวัวเพลิงฟาลาริสที่ตัวเล็กลงกลับไปที่กองบัญชาการของศาสนจักรแห่งไฟมุสเปลไฮม์

ไอ้วัวเฮงซวยนั่นจึงอยู่ภายใต้การดูแลของศาสนจักรแห่งไฟ และพวกเขาก็วางแผนให้คนทั่วไปเข้าชมตามที่ผมเสนอไว้เร็วๆ นี้

ตัวมิรัคเองก็ยอมรับว่าจะให้ความร่วมมือกับคุณคาเรนอย่างเป็นทางการ

ที่เป็นแบบนี้น่าจะเป็นเพราะเจ้าตัวเกิดเปลี่ยนใจขึ้นมา มากกว่าที่พวกผมเคลียร์เงื่อนไขในการปราบปรามวัวเพลิงได้

คุณคาเรนเองก็ดีใจมากที่สามารถฟื้นความสัมพันธ์กับเพื่อนหลังจากเวลาผ่านมาหลายปีได้

ทว่าศาสนจักรแห่งแสงสว่างไม่ได้ยอมรับเรื่องที่จะร่วมมือกับฮีโร่แห่งไฟ หลังจากนี้ไปมันคงจะกลายเป็นปัญหาใหญ่แน่


แต่นั่นมันเป็นเรื่องราวต่อจากนี้


คุณคาเรนที่เหนื่อยล้าจากการปราบสัตว์ประหลาด ไปที่ห้องของตัวเองทันทีที่กลับมาถึงศาสนจักรแห่งสว่าง ดูเหมือนเธอจะเข้านอนโดยไม่ได้อาบน้ำด้วย

ส่วนผมก็......


            “ผมไม่ยักรู้เลยว่าแม้แต่เธอก็มาจุติกับเขาด้วย” (ไฮเนะ)


ห้องส่วนตัวของผู้ก่อตั้งศาสนจักรแห่งแสงสว่าง

ปกติแล้ว มีเพียงผู้ที่ถูกเลือกเท่านั้นที่จะเข้ามาที่นี่ได้ หรือจะเรียกว่าผมอยู่ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ก็ได้

ผมอยู่กับเจ้าของห้องซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งศาสนจักรแห่งแสงสว่างสองต่อสอง

ตัวผู้ก่อตั้งเป็นเพียงหญิงสาววัยรุ่น ถ้าเป็นตามปกติล่ะก็ มันไม่มีทางเป็นไปได้แน่นอน


            “พอคุณพูดว่าจะมาจุติเป็นมนุษย์ ดิฉันก็รีบตามหลังคุณมาเลยล่ะค่ะ” (โยริชิโระ)


ผู้ก่อตั้งวัยละอ่อนพูด

คงเพราะเธออยู่ในห้องของตัวเอง เธอจึงถอดผ้าคลุมหน้าที่สวมเวลาปกติออก แล้วเปิดเผยใบหน้าที่ไม่ได้เสริมแต่ง รูปโฉมข้างในคือสตรีผู้งดงามจริงๆ แต่โชคร้าย พอผมคิดถึงสิ่งที่อยู่ข้างในแล้ว ผมก็เคลิบเคลิ้มไม่ลง

ใช่แล้ว ตัวตนที่แท้จริงของผู้ก่อตั้งโยริชิโระก็คือเทพธิดาแห่งแสงอินเฟลชั่นที่มาจุติ

หนึ่งในมหาเทพทั้งห้าผู้ผนึกผมไว้เมื่อ 1,600 ปีก่อน และเป็นตัวตั้งตัวตีปลดผนึกผมเมื่อ 18 ปีก่อน

หลังจากนั้น ผมที่เป็นเทพแห่งความมืดก็ตัดสินใจจุติเป็นมนุษย์ คุโรมิยะ ไฮเนะ แต่ทำไมเธอถึงมาจุติเป็นมนุษย์ด้วยล่ะ?

ซ้ำยังเป็นผู้ก่อตั้งศาสนจักรแห่งแสงสว่างที่ศรัทธาตัวเองอีก......


            “แล้ว ทำไมล่ะ?” (ไฮเนะ)

            “ทำไม เหรอคะ?” (โยริชิโระ)

            “ก็เหตุผลที่เธอมาจุติเป็นมนุษย์ไง” (ไฮเนะ)

            “นั่นมันแน่นอนอยู่แล้วค่ะ เพราะดิฉันต้องการเพลิดเพลินกับชีวิตมนุษย์พร้อมกับคุณไงคะ” (โยริชิโระ)


พอพูดแบบนั้น เทพธิดาแห่งแสงอินเฟลชั่น——โยริชิโระก็เข้ามาหาผมด้วยร่างกายอันเย้ายวน


            “เฮ้ยย——————-ย!?” (ไฮเนะ)

            “ร่างกายที่ไม่มีอิสระมันจำกัดพวกเราไว้ แต่เพราะแบบนั้นมันก็มีความเพลิดเพลินที่เทพไม่อาจทำได้ อย่างเช่น ให้กำเนิดบุตรที่ตนเองรัก” (โยริชิโระ)

            “เย้ยยย————ย!” (ไฮเนะ)

 


ผมรีบกระโดดออกมา และทิ้งระยะห่างจากโยริชิโระ


            “เรื่องล้อเล่นน่ะเอาไว้ก่อน เข้าประเด็นสักทีเถอะ” (ไฮเนะ)

            “แหม ดิฉันจริงจังนะคะ รู้ไหมคะว่าดิฉันเฝ้ารอวันที่จะได้พบกับคุณที่กลายเป็นมนุษย์มานานแค่ไหน? ดิฉันเตรียมประกาศเรื่องงานหมั้นไว้แล้วด้วย......” (โยริชิโระ)

            “อย่านะ!!” (ไฮเนะ)


ยัยนี่ สัญชาตญาณของผู้หญิงมาเร่าร้อนเอาตอนที่กลายเป็นมนุษย์งั้นเหรอ?


            “จะยังไงก็เถอะ เธอแต่งเรื่องตามใจชอบได้ดีเหมือนกันนี่ ฮีโร่แห่งความมืดอะไรนั่นน่ะ” (ไฮเนะ)

            “มันเป็นสิ่งที่ดิฉันคิดมาตั้งนานแล้วล่ะค่ะ ว่าเวลาที่คุณซึ่งมาจุติจะเฝ้าสังเกตุโลกต้องมาถึง ที่ดิฉันรับตำแหน่งผู้ก่อตั้งก็เพื่อเรื่องนั้นค่ะ อิทธิพล คือตัวกระตุ้นสำหรับเสริมอำนาจในการต่อรองที่ดีที่สุดค่ะ” (โยริชิโระ)


มันก็อาจจะจริงอย่างที่โยริชิโระพูด

ตัวตนของเทพแห่งความมืดเอ็นโทรปีนั้น หลังจากที่เขาถูกปิดผนึกในยุคสมัยแห่งการสร้างโลกก็ไม่มีใครรู้จักเลย

การเปิดเผยพร้อมกับความจริงสุดช็อกเมื่อเวลาล่วงเลยมา 1,600 ปีว่า 'มีเทพแห่งการสร้างโลกองค์อื่นอยู่'  มันยากที่จะเชื่อ ที่คุณคาเรนกับมิรัคซึ่งได้ยินเรื่องนั้นยอมเชื่อฟังแต่โดยดี เพราะมันเป็นคำพูดของผู้ก่อตั้งศาสนจักรแห่งแสงสว่าง


            “ถ้าดิฉันพูดว่า 'นั่นเป็นคำพยากรณ์จากเทพธิดาแห่งแสง' ล่ะก็ พวกเธอต้องเชื่อแน่นอนค่ะ เป็นเด็กที่ไร้เดียงสาจังเลยนะคะ” (โยริชิโระ)

            “คำพยากรณ์งั้นเหรอ คำพูดของเจ้าตัวต่างหากล่ะ......” (ไฮเนะ)


แต่เพราะผมได้โยริชิโระช่วยไว้ ผมจึงหลีกเลี่ยงคำถามของพวกคุณคาเรนได้ ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงคำถามทั้งหมดได้


            “ความสามารถของสสารมืดเป็นที่รู้จักซะแล้ว......” (ไฮเนะ)

            “มันก็ดีไม่ใช่เหรอคะ? ความสามารถพิเศษที่ใช้ได้เพียงคนเดียวในโลก ชื่อเสียงคุณจะต้องเลื่องลือไปทั่วโลกแน่นอนค่ะ คุณจะได้ทำผลงานมากมายในอนาคตใช่ไหมล่ะคะ?” (โยริชิโระ)

            “ไม่เอาด้วยหรอก ที่ผมอยากจะพูดน่ะ......” (ไฮเนะ)


แค่ออกจากเมืองหลวงสองสามวัน ผมก็ได้รู้โครงสร้างของโลกใบนี้หลายอย่าง

วัตถุที่ทำให้อารยธรรมรุ่งเรืองอย่างรวดเร็วที่เรียกว่าอีเธอเรียล มันทำให้เทพถูกทิ้งไว้ข้างหลัง พวกเขาจึงพยายามอยู่หลายวิธีที่จะเปลี่ยนแปลงกระแสนั้น

ถึงจะตัดมนุษย์ออกไปส่วนหนึ่ง ปัญหาเรื่องผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นโดยกลุ่มคนที่เรียกว่าศาสนจักรก็ยังดำเนินต่อไป

ผมไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนั้นไม่ได้หรอก ผมไม่ใช่เทพแห่งความมืดเอ็นโทรปี แต่เป็นคุโรมิยะ ไฮเนะผู้มาจากบ้านนอก


            “มันก็จริงอยู่ที่ผมจะกลายเป็นคนที่มีชื่อเสียงมากๆ ในโลกมนุษย์ และผมก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธเรื่องอันเป็นประโยชน์ที่จะทำโลกดีขึ้น จากนี้ไปพวกเรามาพยายามกันให้เต็มที่เถอะ เหมือนกับมนุษย์ที่อยู่ในโลกใบนี้ ที่ทุกๆ คนพยายามใช้ชีวิตกันอย่างเต็มที่” (ไฮเนะ)

            “คุณจะเข้าไปข้องเกี่ยวกับโลกใบนี้ ไม่ใช่ในฐานะเทพ แต่เป็นฐานะมนุษย์เหรอคะ? สมกับเป็นคุณเลยนะคะคุณไฮเนะ” (โยริชิโระ)

            “ก็อย่างที่ผมพูดไปล่ะครับ หลังจากนี้ไปก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับท่านผู้ก่อตั้ง ยังไงๆ ผมก็เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของคุณนี่นะ” (ไฮเนะ)

            “ถ้าคุณต้องการล่ะก็ ดิฉันสามารถมอบตำแหน่งที่สูงกว่าได้ทุกเมื่อเลยนะคะ ว่าแต่ คืนนี้คุณจะค้างที่นี่ใช่ไหมคะ?” (โยริชิโระ)

            “ไม่ค้างครับ!” (ไฮเนะ)


ผมกระโจนออกจากห้องส่วนตัวของผู้ก่อตั้ง และวิ่งหนีไปทันที

ด้วยเหตุนี้ ชีวิตของผมในฐานะมนุษย์ คุโรมิยะ ไฮเนะ จึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเต็มตัว


◆◆◆◆◆




NEKOPOST.NET