NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด

Ch.26 - ตอนที่ 26 ลำแสงอัสนีบาตที่ห่อหุ้มด้วยไฟปรารถนา


ชั้น—— ฮีโร่แห่งไฟ คาแทค มิรัค ได้แต่จ้องมองภาพที่ปรากฏอย่างเหม่อลอยเท่านั้น


            “ทำไม มันถึงได้กลายเป็นแบบนี้......?” (มิรัค)


ชั้นน่ะ แค่คิดเรื่องตลกเพื่อเฉดหัวพวกฮีโร่แห่งแสงน่ารำคาญไปเท่านั้น

ไม่มีใครจัดการวัวเพลิงฟาลาริสได้หรอก

เหมือนกับการปราบปรามที่เคยทำกันในอดีต ที่ฝ่ายมนุษย์ต้องหนีหัวซุกหัวซุนกระจัดกระจายกันไป และจบลงโดยที่ฝ่ายสัตว์ประหลาดอยู่ที่นี่อย่างสงบ


แต่เจ้าวัวเพลิงกลับเปลี่ยนรูปแบบพฤติกรรมเป็นตรงกันข้าม มันแสดงความก้าวร้าวในแบบที่พวกเราไม่เคยเห็นมาก่อน

ลำแสงความร้อนมหากาฬนั่นมันอะไรกัน?

ถ้าสิ่งนั้นถูกใช้ในอดีตล่ะก็ พวกเรากองกำลังของกองบัญชาการศาสนจักรแห่งไฟไม่มีทางรอดไปได้แม้แต่คนเดียวแน่

มิหนำซ้ำลำแสงความร้อนมหากาฬที่ปลดปล่อยออกมาเมื่อครู่ ไม่ผิดแน่ มันเป็นทางฝั่งมุสเปลไฮม์ที่กองบัญชาการศาสนจักรแห่งไฟของพวกเราตั้งอยู่


ไอ้เจ้าผู้ติดตามของฮีโร่แห่งแสงที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้านั่นป้องกันลำแสงความร้อนมหากาฬได้ ——นั่นคือเรื่องที่ชั้นไม่เข้าใจที่สุด—— ยังไงก็ตาม ถึงแม้ว่าความเสียหายร้ายแรงจะยังไม่ปรากฏ แต่ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดจะต้องเกิดขึ้นแน่นอน

แต่ชั้นจะทำอะไรได้ล่ะ?

การต่อสู้ที่อยู่ตรงหน้าชั้นมันเกินสติปัญญาของมนุษย์ไปแล้ว


            “ทำอะไรสักอย่างเถอะ! มิรัคจัง!” (คาเรน)


เด็กสาวที่อยู่ข้างๆ ชั้นซึ่งเป็นเพื่อนสมัยเด็กพูดขึ้นมา


            “ระหว่างที่คุณไฮเนะกำลังป้องกันการโจมตี พวกเราจะเป็นคนจัดการวัวเพลิงเอง!” (คาเรน)

            “พูดบ้าอะไรน่ะ! อย่ามาล้อเล่นนะ” (มิรัค)


ชั้นตะโกนตอบไปอัตโนมัติ


            “จัดการเจ้าวัวเพลิงนั่นเนี่ยนะ!? มันไม่มีทางเป็นไปได้หรอก! เธอก็น่าจะเห็นความแข็งแกร่งที่เหนือกว่าปกติของเจ้าวัวยักษ์นั่นแล้วนี่! มันพิสูจน์แล้วว่าพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งแสงของเธอไม่มีผล และมันก็พิสูจน์ว่าพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งไฟของชั้นเองก็ไม่มีผลกับมันมาตั้งนานแล้วด้วย!” (มิรัค)

            “พวกเราเป็นฮีโร่นะ! พวกเราจะยอมแพ้ได้ยังไงกันล่ะ!?” (คาเรน)

            “......!” (มิรัค)


ชั้นไม่อาจโต้เถียงคำพูดนั้นได้

บัดซบ ชั้นคิดว่าคำพูดที่เธอตอบกลับมามันถูกต้อง


            “แล้วฉันก็มีวิธีอยู่นะ การโจมตีเมื่อกี้นี้ การโจมตีที่ข้อต่อของวัวเพลิงมันได้ผล” (คาเรน)

            “การโจมตีที่เหมือนกับทะลวงมันด้วยเข็มนั่นน่ะเหรอ? ต่อให้เธอทำแบบนั้นซ้ำๆ ไปกี่ร้อยครั้ง ชั้นก็ไม่คิดว่ามันจะไล่ต้อนเจ้าวัวนั่นจนตายได้หรอก?” (มิรัค)


ไอ้ที่คาเรนทำเมื่อครู่ การโจมตีที่รวบรวมพลังศักดิ์สิทธิ์จนถึงขีดสุดน่ะ เป็นสิ่งที่พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งไฟของพวกเราทำไม่ได้

มันเป็นสิ่งที่เหมือนกับลักษณะเฉพาะของพลังศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ และวิธีโจมตีโดยเล็งไปที่ส่วนข้อต่อของวัวเพลิงที่มีความแข็งแกร่งต่ำกว่าผิวหนังเหล็กก็ได้ผลจริงๆ แต่ร่างกายของเจ้าวัวนั่นมันก็ใหญ่เกินกว่าที่จะโจมตีปิดฉากได้


            “แล้วฉันก็คิดว่ามันขึ้นอยู่กับที่ๆ พวกเราเล็งด้วย ขนาดหมียังถูกเหล็กในของผึ้งต่อยจนร่วงได้เลยใช่ไหมล่ะ?” (คาเรน)

            “......ถ้างั้น ก็เล็งที่คอละกัน ดูเหมือนเกราะตรงส่วนข้อต่อมันบาง ถ้าตัดเส้นประสาทหรือเส้นเลือดแดงโดยแทงไปที่ท้ายทอยล่ะก็ พวกเราก็จะปลิดชีพมันได้ในทีเดียว ถ้าสัตว์ประหลาดมีชีวิตอยู่ด้วยทฤษฎีเดียวกับสิ่งมีชีวิตทั่วไปน่ะนะ” (มิรัค)

            “เอาเลย! คุณไฮเนะกำลังพยายามป้องกันการโจมตีเต็มที่ ฮีโร่อย่างพวกเราไม่มีทางยืนอยู่เฉยๆ โดยไม่ทำอะไรเลยได้หรอก!” (คาเรน)


นั่นเป็นเรื่องที่ชั้นไม่เข้าใจที่สุด

แต่คนที่ยืนอยู่เฉยๆ โดยไม่ได้ทำอะไรน่ะ เผลอๆ จะเป็นชั้นด้วยซ้ำ

ที่ๆ วัวเพลิงกำลังเล็งอยู่ คือมุสเปลไฮม์ที่กองบัญชาการศาสนจักรแห่งไฟของพวกเราตั้งอยู่ ถ้าอย่างนั้น มันก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคาเรนที่เป็นฮีโร่แห่งแสงและผู้ติดตามนั่นโดยตรง พวกเธอจะปล่อยไปเฉยๆ ก็ได้

ถึงอย่างนั้น พวกเธอก็พยายามหยุดยั้งการทำลายล้างของสัตว์ประหลาดยิ่งกว่าใครหน้าไหน


——เส้นเขตแดนที่แบ่งแยกฮีโร่ตัวจริง กับฮีโร่ตัวปลอม


ความเกลียดชังในประโยคที่เจ้าผู้ติดตามนั่นพูดเมื่อครู่ มันยังคาใจชั้นอยู่

ชั้นถูกคาเรนลากเข้าไปใกล้ๆ วัวเพลิง สำหรับร่างยักษ์อย่างมัน พวกชั้นก็เหมือนกับแมลงวันที่มารวมตัวกันเท่านั้น ในสถานการณ์ปัจจุบันที่มันกำลังสู้กับเจ้าผู้ติดตามอยู่ตรงหน้าน่ะ ชั้นไม่รู้สึกว่ามันจะหันมาหาพวกชั้นเลย

พวกชั้นไม่ได้อยู่ในสายตาของมันจริงๆ


            “ถ้าพวกเราเข้าไปใกล้ๆ มันล่ะก็ พวกเราก็จะเห็นเป้าหมายบนร่างกายอันใหญ่โตของมันได้” (คาเรน)

            “..............ไม่หรอก ดูเหมือนจะไม่เป็นแบบนั้น” (มิรัค)


ยิ่งพวกชั้นขยับเข้าไปใกล้ๆ วัวเพลิงมากเท่าไหร่ อุณหภูมิบริเวณรอบๆ ก็สูงขึ้นเท่านั้น

สาเหตุที่อุณหภูมิสูงขึ้นก็เพราะผลกระทบของลำแสงความร้อนมหากาฬ ดินและก้อนหินที่อยู่ตรงขาหน้าของมันจึงถูกหลอมละลาย และกลายเป็นแก้ว 「ガラスになってしまっている。」

มนุษย์ที่กระโดดเข้าไปในอุณหภูมิที่สูงถึงขนาดนั้น มันก็เท่ากับการฆ่าตัวตาย


            “เข้าใกล้มากกว่านี้ก็ไม่มีประโยชน์ พวกเราคงต้องโจมตีท้ายทอยของมันจากตรงนี้” (มิรัค)

            “เอ๋ ไม่ได้หรอก! ต่อให้พวกเราเล็งไปตรงจุดที่เกราะของวัวเพลิงบางที่สุดด้วย [Holy Light Pierce] ซึ่งรวบรวมพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งแสงไว้ที่จุดเดียว การทะลวงโดยไม่เข้าไปใกล้ๆ มัน... เป็นไปไม่ได้หรอก......!” (คาเรน)


โธ่โว้ย พวกเรานี่มันไร้ประโยชน์จริงๆ นี่มันฮีโร่บ้าบออะไรเนี่ย น่าขำชะมัด

........ไม่สิ ที่ไร้ประโยชน์มันแค่ฉันคนเดียว คาเรนมีวิธีจัดการวัวเพลิงฟาลาริสอยู่

พอมาลองเปรียบเทียบดูแล้ว ถ้าฮีโร่แห่งน้ำอยู่ที่นี่ คนๆ นั้นก็จะลดอุณหภูมิรอบๆ ด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งน้ำ และส่งคาเรนไปที่ท้ายทอยของวัวเพลิงได้อย่างปลอดภัย

ชั้นทำแบบนั้นไม่ได้


            “แม่งเอ้ย ......แม่งเอ้ย!” (มิรัค)


สิ่งที่ออกมาจากปากมีแค่คำด่าทอเท่านั้น

จากนั้นชั้นที่หมดอาลัยตายอยากก็จับมือของคาเรน


            “!? มิรัคจัง!?” (คาเรน)

            “ไหนๆ มันก็เป็นแบบนี้แล้ว คาเรน ชั้นจะมอบพลังศักดิ์สิทธิ์ของชั้นให้ ถ้าเพิ่มพลังที่ออกมาด้วยการเสริมพลังศักดิ์สิทธิ์ของชั้นล่ะก็ พวกเราอาจจะทะลวงเกราะของวัวเพลิงจากระยะนี้ก็ได้!” (มิรัค)

            “เอ๋!? แต่มิรัคจัง ถ้ามันเป็นธาตุเดียวกันก็คงทำได้อยู่หรอก แต่ธาตุของพวกเราคือแสงและไฟนะ ธาตุมันแตกต่างกัน!? ถ้าเอาพวกมันมารวมกันแล้ว อะไรมันจะเกิดขึ้นล่ะ......!?” (คาเรน)

            “แต่มันก็ไม่มีวิธีอื่นแล้วนี่! พวกเราไม่รู้ว่าผู้ติดตามของเธอจะต้านวัวเพลิงได้ถึงเมื่อไหร่ ถ้าหมอนั่นต้านไม่ได้เมืองของพวกชั้นก็คง........!” (มิรัค)


ชั้นมันปลิ้นปล้อน และขี้ขลาด

ทั้งๆ ที่ชั้นพูดไว้ก่อนหน้านี้ว่า ชั้นพาพวกเธอมาที่นี่ก็เพื่อให้พวกเธอติดกับแท้ๆ แต่ตอนนี้ชั้นกลับต้องการความช่วยเหลือของพวกเธอเพื่อหลีกหนีวิกฤตการณ์ของตัวเอง

ชั้นรู้ดีว่ามันมักง่าย

แต่ถึงอย่างนั้น......!


            “มาทำกันเถอะ มิรัคจัง” (คาเรน)


มือที่จับคาเรนถูกจับตอบด้วยพลัง


            “พวกเราคือฮีโร่! เรื่องที่พวกเราไม่สามารถปกป้องผู้คนได้น่ะไม่มีหรอก!” (คาเรน)


ใช่แล้ว นี่ล่ะ

คือฮีโร่ตัวจริง

มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับความแข็งแกร่ง และมันก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความภาคภูมิใจเลย

มันขึ้นอยู่กับว่าเราเอาจริงเอาจังในการปกป้องผู้คนที่ไร้พลังมากแค่ไหน แล้วทำอะไรได้บ้าง?

นั่นก็คือเงื่อนไขในการเป็นฮีโร่

ชั้นไม่เข้าใจเรื่องนั้นเลย จนถึงตอนนี้ ชั้นมัวทำอะไรอยู่นะ


            “ไปกันเถอะมิรัคจัง ——ดาบศักดิ์สิทธิ์นักบุญจอร์จ พลังแสง!” (คาเรน)

            “อา คาเรน ——หมัดเพลิงบาบารอสซ่า พลังไฟ!” (มิรัค)


ชั้นเองก็ได้รับอุปกรณ์ศักดิ์สิทธิ์จากศาสนจักรแห่งไฟ แบบเดียวกับที่คาเรนได้รับดาบศักดิ์สิทธิ์เหมือนกัน ชั้นนำพลังศักดิ์สิทธิ์ไว้ที่ปลอกแขนอัคคี

สิ่งที่ได้มาจากการผสมผสาน คือพื้นที่ๆ ไม่มีใครรู้จัก


            “มิรัคจัง ขอบคุณนะ......” (คาเรน)

            “ขอบคุณทำไมกัน? ชั้นต่างหากล่ะที่ต้องขอบคุณ ไม่สิ ควรจะขอโทษ” (มิรัค)

            “เพราะฉันได้จับมือกับมิรัคจังอีกครั้งไง” (คาเรน)


จะว่าไป ชั้นไม่ได้กุมมือของคาเรนมานานแค่ไหนแล้วนะ?

ยกเว้นเมื่อวันก่อนที่เจ้าผู้ติดตามบังคับให้พวกเราจับมือกัน ชั้นรู้สึกว่าตอนที่อายุ 4-5 ขวบ ชั้นจับมือของเธอตอนที่ไปเล่นข้างนอกทุกวัน

แต่แล้ววันเวลาเหล่านั้นก็ถูกทำลาย ตอนที่คาเรนจู่ๆ ก็หายตัวไป

ชั้นได้ยินมาจากพวกผู้ใหญ่ว่าคาเรนเข้าศาสนจักรแห่งแสงสว่าง เพื่อที่เธอจะได้เป็นฮีโร่แห่งแสง

ตอนนั้น ชั้นได้รู้จักคำว่า 'ฮีโร่' เป็นครั้งแรก


            “......เอ๋?” (มิรัค)


ไม่สิ เดี๋ยวก่อน ชั้นตั้งเป้าว่าจะเป็นฮีโร่ตั้งแต่ตอนเด็กไม่ใช่เหรอ?

เหตุจูงใจนั่นมัน? ชั้นไปรู้จักตัวตนของฮีโร่ที่ไหน และรู้เหตุผลที่ตั้งเป้าหมายว่าจะเป็นฮีโร่ได้ยังไง?

ชั้นจำไม่ได้เลย เรื่องที่รื้อฟื้นกลับมามีเพียงความเจ็บปวดในการฝึกฝนอย่างหนักทุกวันเท่านั้น

‘ความพยายามเต็มที่สามารถบิดเบือนสิ่งอื่นๆ ได้’

ผู้ติดตามนั่นพูดไว้

สิ่งที่สำคัญจริงๆ มันจมหายไปในความเจ็บปวดแต่ละวันงั้นเหรอ?

นั่นมันอะไรกัน?


ตอนที่ยืนเรียงแถวกันอยู่ด้านข้าง ชั้นจำได้ว่าตัวเองมองใบหน้าด้านข้างของคาเรน

อา ใช่แล้ว

ชั้นตั้งเป้าว่าจะเป็นฮีโร่เพื่อจะได้ยืนอยู่ข้างๆ คาเรนแบบนี้อีกครั้ง

ชั้นได้รู้จักฮีโร่ตอนที่ได้ยินว่าคาเรนเป็นฮีโร่ แต่ชั้นอยู่ศาสนจักรแห่งแสงเหมือนกับเธอไม่ได้ เพราะในศาสนจักรจะเลือกฮีโร่มาเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น ดังนั้นชั้นจึงเข้าศาสนจักรแห่งไฟ

เดิมทีธาตุไฟของชั้นมันไม่สูง ชั้นจึงชดเชยด้วยความพยายามสุดความสามารถ

แต่ความพยายามสุดความสามารถนั่นก็ทำให้ชั้นหลงลืมสิ่งที่สำคัญไป


พอกลายเป็นฮีโร่แห่งไฟ ตอนที่ชั้นได้พบกับคาเรนอีกครั้งหลังจากที่ผ่านไปหลายปี ชั้นก็พูดกับเธอว่า

‘เธอมันไม่ใช่เพื่อน เป็นศัตรูต่างหากล่ะ'

ทำไมชั้นถึงได้พูดแบบนั้นล่ะ? การร่ำเรียนอย่างคร่ำเคร่งในศาสนจักรแห่งไฟมันเปลี่ยนจิตใจของชั้นไปงั้นเหรอ?

ฮีโร่แห่งไฟผู้แข่งขันกับศาสนจักรอื่นๆ เพราะชั้นถูกครอบงำด้วยกฎที่ไม่ได้เขียนไว้ ชั้นถึงได้มองคาเรนเป็นศัตรู

ทั้งๆ ที่ตัวชั้นในอดีตไม่ได้ต้องการแบบนั้น

ทั้งๆ ที่ชั้นไม่ได้ตั้งเป้าหมายว่าจะเป็นฮีโร่เพื่อเรื่องแบบนั้น

ความพยายามเต็มที่ได้บิดเบือนสิ่งอื่น


            “คาเรน ชั้น......!” (มิรัค)


ไม่รู้ว่าทำไม ตอนที่ชั้นนึกขึ้นมาได้ว่ามีสิ่งมากมายเปลี่ยนแปลงไปถึงขนาดนั้น ชั้นก็ไม่อาจกลั้นน้ำตาไม่ให้มันไหลออกมาได้


            “ชั้นชอบมิรัคจังที่สุดเลย!” (คาเรน)

            “ชั้นก็เหมือนกัน......!” (มิรัค)


พลังศักดิ์สิทธิ์ผสมผสานกันไปพร้อมๆ กับหัวใจของทั้งสอง

ไฟและแสง ชั้นรู้สึกว่าพลังศักดิ์สิทธิ์ที่เดิมทีไม่อาจผสมผสานกันได้กลายเป็นหนึ่งเดียว

คำร่ายมนต์ปรากฏขึ้นมาในใจโดยอัตโนมัติ


            “[Divine Thunder Light-Fire!!]!!” 「火光神雷!! สายฟ้าเทพเจ้าแสงอัคคี」

◆◆◆◆◆




NEKOPOST.NET