[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด ตอนที่ 24 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด

Ch.24 - ตอนที่ 24 ความจริงของโลก


            (อีเธอเรียล? วัตถุชนิดใหม่ที่มนุษย์ค้นพบเมื่อราวๆ 100 ปีก่อนน่ะเหรอ? สิ่งที่ปลดปล่อยพลังงานและขับเคลื่อนเครื่องจักรกล ทั้งยังมีส่วนช่วยในการพัฒนาอารยธรรมเป็นอย่างมากน่ะนะ) (ไฮเนะ)

          『ใช่! ไอ้นั่นล่ะ! มนุษย์ไม่ควรพัฒนา!!』


หา?


          『มนุษย์ไม่จำเป็นต้องวิวัฒนาการ พวกมันควรจะโง่เขลา, อ่อนแอ และยึดติดกับเทพอย่างพวกเราไปตลอดกาล แต่พวกมันก็ดันขุดพบอีเธอเรียล และใช้มันขับเคลื่อนเครื่องจักร, เครื่องจักรที่สร้างเปลวไฟ, เครื่องจักรที่ชำระล้างน้ำ, เครื่องจักรสำหรับพรวนดิน พวกมันสร้างเครื่องจักรขึ้นมามากมาย ดังนั้น มนุษย์จึงเริ่มคิดและทำอะไรด้วยตัวเอง』

            (......มันก็ดีมากๆ เลยไม่ใช่เหรอ?) (ไฮเนะ)

          『ดีที่ไหนกัน! เพราะแบบนั้นลูกของมนุษย์ผู้โง่เขลาถึงเลิกบูชาเทพอย่างพวกเราไงล่ะ!!』


อ๊ะ

มันเป็นเรื่องเดียวกันกับที่ผมคุยกับหัวหน้าหมวดเกรซที่กองบัญชาการของศาสนจักรแห่งแสงสว่าง

เพราะเครื่องจักรถือกำเนิดและอารยธรรมพัฒนา มนุษย์จึงหลงลืมเทพเจ้า และมันก็ยังอยู่ในระดับที่พวกเขาเริ่มลืมเลือน


          『การที่มนุษย์หลงลืมเทพเป็นเรื่องที่ไม่สมควร! มนุษย์ต้องอยู่ใต้อาณัติของเทพไปตลอดกาล! ถึงอย่างนั้นไอ้พวกโอหังก็พยายามหนีจากการปกครองของพวกเรา! เพราะแบบนั้นพวกเราจึงตัดสินใจมอบการลงทัณฑ์ให้กับพวกมัน!!』


นั่นก็คือสัตว์ประหลาดสินะ

พวกเขาสร้างสิ่งมีชีวิตชั่วร้ายที่อยู่เหนือเหตุผลของธรรมชาติ และให้พวกมันโจมตีมนุษย์

นั่นจึงกลายเป็นปัญหาใหญ่ มนุษย์ต้องแบกรับภาระหน้าที่อันไร้ประโยชน์ที่เรียกว่าการต่อสู้กับพวกมัน จึงทำให้การพัฒนาอารยธรรมล่าช้า


            (อย่างงั้นเหรอ ผมเข้าใจเหตุผลที่พวกนายสร้างสัตว์ประหลาดขึ้นมาแล้ว ถ้าจะพูดให้ถูกๆ มันก็คือข้อแก้ตัวน้ำขุ่นๆ นั่นแหละ
งั้นอีกคำถามหนึ่ง
ทำไมพวกนายถึงสร้างฮีโร่ขึ้นมา?
พวกฮีโร่, กองอัศวินแห่งแสงและกองกำลังนักสู้แห่งไฟที่ใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ได้น่ะ เทพอย่างพวกนายเป็นผู้มอบให้ใช่ไหม?
ถ้าพวกนายสร้างสัตว์ประหลาดขึ้นมาเพื่อลงทัณฑ์มนุษย์แล้วล่ะก็ ทำไมพวกนายถึงต้องลำบากลำบนมอบวิธีต่อต้านพวกมันให้กับมนุษย์ด้วยล่ะ?) (ไฮเนะ)

          『นั่นไม่ใช่ความคิดของเรา เจ้าพวกนั้นมันพูดไว้ว่า ถ้าช่วยเหลือลูกของมนุษย์ที่ตกต่ำเพราะสัตว์ประหลาดด้วยพลังของเทพล่ะก็ ไอ้พวกหน้าโง่มันก็จะจดจำพระคุณของเทพ』


งั้นเหรอ เจ้าคอร์เซอเวทที่ฉลาดแกมโกงคงเป็นคนคิดเรื่องนั้น

เพื่อเหนี่ยวรั้งความศรัทธาของพวกมนุษย์ไว้พวกเขาก็เลยจัดฉากมักง่ายแบบนั้น 1,600 ปีมานี้ เทพอย่างพวกเราตกต่ำถึงขนาดนี้เลยเหรอ


          『แต่เราน่ะ คิดว่าวิธีแบบนั้นมันอ่อนหัด』


…………


          『ไล่ต้อนพวกมันให้จนมุม และช่วยเหลือ การทำวิธีจิ๊บจ้อยแบบนั้นซ้ำๆ ไม่มีทางทำให้การสวดภาวนาทั้งหมดที่สูญเสียไปกลับคืนมาได้หรอก สิ่งที่จำเป็นสำหรับลูกของมนุษย์ก็คือ ความกลัว แค่ปลูกฝังความกลัวต่อเทพให้พวกมันมากๆ ก็พอ บุญคุณ, ความศรัทธา, ความเคารพ และความรักน่ะไม่จำเป็นหรอก มนุษย์แค่หวาดกลัวเทพก็พอแล้ว』


เทพที่กลายร่างเป็นวัวยักษ์คำราม


          『ความกลัวคือการสวดภาวนาที่บริสุทธิ์ที่สุด ดังนั้นเราจึงลงมือ เราไม่ทำอะไรที่ชักช้ายืดยาดเหมือนกับเทพองค์อื่นหรอก เราจะทำให้ลูกของมนุษย์ทุกคนที่หลงลืมเทพสำนึกในบาป!!』

            (เพราะแบบนั้นนายก็เลยไปเกิดใหม่ในตัวสัตว์ประหลาดนั่นงั้นเหรอ?) (ไฮเนะ)

          『ใช่แล้ว! เราสร้างสัตว์ประหลาดที่แข็งแกร่งที่สุดที่มีพลังของเราอยู่ นั่นก็คือเจ้านี่! เราเอาดวงวิญญาณไว้กับสิ่งนี้ที่ลูกของมนุษย์เรียกกันว่าวัวเพลิงฟาลาริส การเตรียมการเรียบร้อยแล้ว ที่เหลือก็แค่รอเวลา ที่ร่างกายนี้จะเติบโตจนใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ได้ตามที่เราต้องการ!!』

            (ถ้าอย่างนั้น......! ที่มิรัคพูดไว้ว่า เหตุผลที่วัวเพลิงฟาลาริสมีพฤติกรรมตรงกันข้ามกับสัตว์ประหลาดตัวอื่นและเอาแต่อยู่ที่นี่ก็คือ......!) (ไฮเนะ)

          『เรากำลังรอที่จะเติบโตอยู่ไงล่ะ! แต่มันคงได้เวลาแล้ว!? ถ้ารออีกสักนิดก็คงจะดี แต่ไหนๆ เจ้าก็มาแล้ว เหมาะเลย!! มาเริ่มกันเถอะ เราจะมอบ 'เทวทัณฑ์' ให้กับลูกของมนุษย์ที่มันหลงมัวเมาเอง!!』


◆◆◆◆◆


          “คุณไฮเนะ! คุณไฮเนะคะ!! เป็นอะไรไปคะคุณไฮเนะ!!” (คาเรน)


ผมรู้สึกว่าคุณคาเรนกำลังเขย่าไหล่ผมอยู่

ดูเหมือนผมจะขาดการติดต่อกับเจ้านั่น


          “จู่ๆ คุณก็ไม่ขยับเขยื้อนเลยค่ะ ยังดีนะคะที่จู่ๆ ฝั่งสัตว์ประหลาดมันก็ไม่ขยับตัวเหมือนกัน คุณจะทำตัวสบายๆ ในระหว่างการต่อสู้มากไปแล้วนะคะ!” (คาเรน)

          “คุณคาเรน......! อันที่จริง มันไม่ใช่สถานการณ์ที่จะทำตัวสบายๆ ได้แล้วล่ะครับ......!” (ไฮเนะ)

          “เอ๋?” (คาเรน)

          “เจ้านั่นมันเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว ไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้อีกแล้วครับ!!” (ไฮเนะ)


เวลาเดียวกับที่ผมพูดแบบนั้น

วัวเพลิงยักษ์ที่ต้องแหงนหน้ามองได้ทำให้พื้นดินส่งเสียง แล้วเริ่มเคลื่อนไหวพลางทำให้ภูเขาสั่นสะเทือน 

วัวเพลิงที่ส่วนใหญ่เอาแต่ปล่อยความร้อนแผดเผาเพื่อไล่แมลงวันมาจนถึงตอนนี้ กระทืบเท้าด้วยขาหน้า แล้วเตะด้วยขาหลัง เพื่อเริ่มเคลื่อนไหวจริงๆ จัง

ยิ่งไปกว่านั้นทิศทางข้างหน้าที่เจ้านั่นมุ่งไปก็คือ......


          “บ้าน่า.......!” (มิรัค)


มิรัคที่เอาแต่ดูสถานการณ์มาตลอดจนกระทั่งตอนนี้บ่นพึมพำด้วยความสิ้นหวัง


          “ที่ๆ มันกำลังจะไปก็คือ เมืองที่มีกองบัญชาการของศาสนจักรแห่งไฟอยู่ ทางฝั่งมุสเปลไฮม์ไม่ใช่เหรอ......!?” (มิรัค)


◆◆◆◆◆




NEKOPOST.NET