[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด ตอนที่ 22 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด

Ch.22 - ตอนที่ 22 ฮีโร่ตัวจริง


            “กรี๊ดดดด!?” (คาเรน)


คุณคาเรนถูกเพลิงสีแดงฉานที่พุ่งเข้ามาราวกับคลื่นยักษ์ซัดใส่


            “คุณคาเรน!” (ไฮเนะ)

            “อย่าเข้ามา!” (คาเรน)


ผมคิดว่าจะพุ่งออกไป แต่ก็ถูกคนที่อยู่ข้างหน้าหยุดไว้


            “[Holy Light Wall]!!” (คาเรน)


แสงสว่างกลายเป็นแผ่นฟิลม์บางๆ ที่พริ้วไหวราวกับผ้าม่านลูกไม้ จากนั้นมันก็กลายเป็นเส้นแบ่งเขตระหว่างคุณคาเรนกับเปลวเพลิงที่ถาโถมเข้ามา


            “ป้องกันได้ดีนี่......” (มิรัค)


ระหว่างที่มิรัคกำลังอธิบายอยู่ คุณคาเรนก็ฟาดฟันไปเรียบร้อยแล้ว


            “[Holy Light Slash]!!” (คาเรน)


ทว่าคมดาบแห่งแสงถูกผิวหนังเหล็กขัดขวางอีกครั้ง มันจึงกระเด้งออกไป ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อครู่นี้เลย


            “ผิวหนังของวัวเพลิงคือเหล็ก แถมมันยังดูหนาและแข็งยิ่งกว่าเหล็กทั่วไปมากๆ เมื่อก่อนชั้นก็โจมตีมันด้วย [Flame Burst] อยู่หลายครั้ง แต่มันก็ไม่เป็นผลเลย ไม่มีใครจัดการมันได้หรอก” (มิรัค)

            “เธอ! รู้อย่างนั้นแล้วยังจะท้าคุณคาเรนอีกเหรอ!?” (ไฮเนะ)

            “สบายใจได้ ชั้นมีคำแนะนำให้อย่างหนึ่ง” (มิรัค)

            “?” (ไฮเนะ)

            “สัตว์ประหลาดทั่วไปจะโจมตีแต่มนุษย์ ถ้าไม่มีมนุษย์เข้ามาในระยะสายตาของตัวเอง มันก็จะเคลื่อนที่เพื่อค้นหาเหยื่อไปจนกว่าจะเจอ เหมือนกับไพธอนฟลายเมื่อคราวก่อนนั่นแหละ” (มิรัค)

            “แล้วมันยังไงล่ะ? ทำไมเธอถึงมาพูดเรื่องนั้นเอาตอนนี้?” (ไฮเนะ)

            “มีแต่วัวเพลิงฟาลาริสนั่นเท่านั้นที่ชั้นไม่เห็นพฤติกรรมแบบนั้น ไม่ว่าจะมีมนุษย์หรือไม่ มันก็จะอยู่แต่ในพื้นที่ภูเขาราโดน่านี้โดยไม่ขยับไปไหน ส่วนความเสียหายพื้นฐานก็เฉพาะตอนที่ทางนี้เริ่มลงมือเท่านั้น เพราะแบบนั้นพวกเราจึงสังเกตุการณ์สัตว์ประหลาดขนาดมหึมานี้และปล่อยมันเอาไว้เฉยๆ ได้” (มิรัค)

            “สรุปแล้ว มันหมายความอย่างนี้สินะ?” (ไฮเนะ)


ถึงคุณคาเรนจะแพ้ก็ไม่เป็นไร

ต่อให้เธอแพ้มันก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง


            “ทำไมล่ะ!? คุณคาเรน ต้องการฟื้นความสัมพันธ์กับเธอจริงๆ นะ ทำไมเธอถึงได้เอาคำขอที่มันเป็นไปไม่ได้แบบนี้มาผลักไสไล่ส่งคุณคาเรนด้วยล่ะ!?” (ไฮเนะ)

            “นายจะมารู้อะไรเกี่ยวกับชั้นล่ะ!?” (มิรัค)


มิรัคสลัดมือของผมที่จับคอเสื้อเธออย่างแรง


            “ชั้นน่ะนะ ตั้งเป้าว่าจะเป็นฮีโร่มาตั้งแต่ยังเด็ก ชั้นอยากเป็นมนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุด! เพราะงั้นชั้นถึงได้พยายามฝึกฝนค่าตัวเลขธาตุอย่างหนัก แต่ชั้นก็มารู้ว่าตัวเองมันไม่มีพรสวรรค์หลังจากที่เริ่มฝึกฝนไปได้ตั้งหลายปีแล้ว......!” (มิรัค)


เธอหมายถึงเรื่องของคุณคาเรนสินะ

เด็กผู้หญิงขี้โรคที่อาศัยอยู่บ้านใกล้เรือนเคียง เพื่อนแบบนั้น สำหรับทอมบอยที่ตั้งเป้าหมายว่าจะแข็งแกร่งที่สุด คงเป็นเป้าหมายในการคุ้มครองเพื่อยืนยันความแข็งแกร่งของตัวเอง

แต่แล้ววันหนึ่ง เพื่อนที่ควรจะเป็นคนอ่อนแอให้เธอต้องปกป้อง กลับไต่ขึ้นไปจนสูงลิบลิ่ว

เธอได้เข้ากองอัศวินแห่งแสงออโรร่าด้วยการโฆษณาจากค่าตัวเลขธาตุแสงแบบนั้น


            “ชั้นได้ยินว่ายัยนั่นกลายเป็นฮีโร่แห่งแสง ตอนที่ตัวเองไม่ผ่านการทดสอบรอบแรกของกองกำลังนักสู้เพลิงกรรม รู้รึเปล่า? รู้รึเปล่าว่าตอนนั้นชั้นเสียใจมากแค่ไหน!? ชั้น เลยตั้งเป้าหมายว่าจะเป็นฮีโร่โดยไม่ลังเล และเอาจริงเอาจังยิ่งกว่ายัยนั่น เพื่อจะได้เป็นฮีโร่ไงล่ะ!  ชั้นได้เข้ากองกำลังนักสู้เพลิงกรรมเพราะผ่านการสอบครั้งที่สาม ได้รับความสามารถที่แท้จริงจากการฝึกหนักของรุ่นพี่ สร้างผลงานด้วยการต่อสู้หลายๆ ครั้งจนกลายเป็นฮีโร่ที่ทุกคนยอมรับ! นั่นก็คือฮีโร่แห่งไฟ คาแทค มิรัคไงล่ะ” (มิรัค)

            “แล้วเรื่องนั้นมันเกี่ยวข้องอะไรกับการที่เธอเป็นเพื่อนกับคุณคาเรนไม่ได้ล่ะ?” (ไฮเนะ)

            “เกี่ยวสิ ชั้นเป็นฮีโร่ตัวจริงที่ไต่เต้าขึ้นมาด้วยความพยายาม ยัยนั่นเป็นฮีโร่ตัวปลอมที่ได้รับตำแหน่งมาแบบสบายๆ เพราะมีแค่พรสวรรค์เท่านั้น! ของแท้กับของปลอมไม่มีทางเป็นเพื่อนกันได้หรอก!” (มิรัค)


*เพียะ* เสียงตบเนื้อดังขึ้น

มิรัคที่ถูกตบแก้มหันกลับมามองด้วยใบหน้างุนงง ผมเป็นคนตบเธอ


            “มิรัค การพยายามอย่างหนักเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายจนสามารถบรรลุผลได้ถือเป็นเรื่องที่วิเศษ ความก้าวหน้าของมนุษย์ก็มาจากการทำแบบนั้นซ้ำๆ เธอพยายามอย่างเต็มที่จนเป็นฮีโร่ นั่นถือเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมเลยล่ะ” (ไฮเนะ)


แต่ว่า


            “ความพยายามที่มากเกินไปมักจะมอบความตึงเครียดบางอย่างมาให้เสมอ อย่างน้อยๆ ผู้กล้าตัวจริงกับผู้กล้าตัวปลอมอะไรนั่นก็ไม่ได้ตัดสินกันด้วยจำนวนครั้งของความพยายามแน่นอน ถ้าอย่างนั้นเส้นแบ่งเขตจริงๆ ที่จะตัดสินว่าเป็นตัวจริงหรือตัวปลอมมันอยู่ไหนล่ะ? ถ้าเธอไม่เข้าใจเรื่องนั้นล่ะก็ มิรัค เธอก็คือผู้กล้าตัวปลอม” (ไฮเนะ)


ผมพูดสิ่งที่ควรพูด แล้วเริ่มวิ่งออกมาจากที่นั่น

การต่อสู้ข้างหน้ายังคงดำเนินต่อไป มันเป็นสถานการณ์ที่คุณคาเรนกำลังหยุดความร้อนแผดเผาที่วัวยักษ์ปล่อยออกมาด้วยกำแพงป้องกันแห่งแสง

ตอนนี้การโจมตีไม่ได้ผล สถานการณ์ก็เลยไม่คืบหน้าไปมากกว่านี้

ผมจึงเข้าไปใกล้ๆ และตบแผ่นหลังของคุณคาเรน


            “คุณไฮเนะ!? เข้ามาไม่ได้นะ ที่นี่มันอันตรายค่ะ!” (คาเรน)

            “ถอยก่อนเถอะครับคุณคาเรน! มิรัคให้พวกเรามาต่อสู้เพราะรู้ว่ามันไม่มีทางชนะตั้งแต่แรกแล้วครับ! ต่อให้พวกเราปล่อยมันทิ้งไว้มันก็ไม่มีพิษมีภัยครับ การต่อสู้แบบนี้มันไม่มีความหมายหรอกครับ!” (ไฮเนะ)

            “ไม่ค่ะ มันมีความหมาย!!” (คาเรน)


เพราะเธอพูดออกมาชัดเจนขนาดนั้น ผมก็เลยอึ้งจนพูดไม่ออก


            “สัตว์ประหลาดที่แกร่งขนาดนี้ คือตัวตนที่เป็นภัยคุกคามมากค่ะ! ตอนนี้มันอาจจะไม่โจมตีผู้คน แต่วันพรุ่งนี้ล่ะ? มะรืนนี้ หรือปีต่อไปล่ะ!? เพื่อป้องกันความเสียหายใหญ่หลวงไว้ล่วงหน้า ตอนนี้คือโอกาสที่ดีที่สุดค่ะ!” (คาเรน)

            “โอกาส!? ตอนนี้เนี่ยนะ!?” (ไฮเนะ)

            “ใช่ค่ะ ไฟและแสง การที่ฮีโร่สองคนร่วมมือกันต่อสู้มันไม่เคยมีมาก่อนค่ะ! ตอนนี้เธออาจจะกำลังหลบอยู่ข้างๆ เพื่อวัดพลังของฉัน แต่เธอจะต้องเข้ามาช่วยเหลือฉันแน่นอนค่ะ!” (คาเรน)


คุณคาเรนยังคงเชื่อใจมิรัค

และเธอก็ไม่คิดจะถอยเลย เธอคงรู้ว่าที่ๆ เธอจะถอยไป มีผู้คนอ่อนแอที่เธอต้องปกป้องอยู่


            “......คุณคาเรน ได้โปรดฟังด้วยครับ” (ไฮเนะ)

            “เอ๋?” (คาเรน)

            “สัตว์ประหลาดตัวนั้น ที่พวกเราเรียกมันว่าผิวหนังเหล็กน่ะ มันไม่เป็นความจริงเลยครับ ถ้าทั่วทั้งร่างมันเป็นเหล็กล่ะก็ มันเคลื่อนไหวร่างกายไม่ได้หรอกครับ ตรงข้อต่อที่เหมือนกับขาและคอจะมีช่องว่างผิวหนังไว้สำหรับเคลื่อนไหวอยู่ มันต้องเป็นจุดที่อ่อนกว่าแน่ครับ” (ไฮเนะ)

            “......งั้น ถ้าเล็งตรงนั้น!” (คาเรน)


คุณคาเรนลงมือรวดเร็ว เธอวิ่งวนรอบๆ วัวยักษ์ที่ใหญ่ราวกับภูเขาพลางชำเลืองมอง


            “เจอแล้ว! มีอยู่จริงๆ ด้วย!” (คาเรน)


ตรงขาหน้าของวัวยักษ์ มีรอยย่นหนาๆ อยู่ระหว่างผิวหนังที่แข็งเหมือนเหล็ก? มันเป็นช่องว่างที่เหมือนกับส่วนข้อต่อของตัวด้วง มันต้องมีไว้เพื่อเคลื่อนไหวผิวหนังแข็งๆ แน่นอน


            “ดีล่ะ เล็งไปที่ช่องว่างนั่น......!” (คาเรน)


คุณคาเรนชักดาบออกมา ตอนนั้นเอง

ความร้อนแผดเผาก็ถูกปลดปล่อยออกมาจากผิวหนังของวัวยักษ์อีกครั้ง แล้วโจมตีใส่ผมกับคุณคาเรน


            “กรี๊ดดด! มันโจมตีได้ด้วยเหรอ......!” (คาเรน)

            “Dark Matter Set!” (ไฮเนะ)


สสารมืดพุ่งออกมาจากมือทั้งสองข้างของผม อนุภาคย่อยไม่รู้กี่ล้านกี่สิบล้านที่รวมตัวกันเป็นกระแสดำ สามารถรับมือกับความร้อนแผดเผาและหยุดยั้งมันได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ดาร์คแมทเทอร์ที่ลบล้างและดูดกลืนพลังศักดิ์สิทธิ์ของธาตุทั้งหมดทำหน้าที่เป็นกำแพงป้องกันได้ดี และผลกระทบที่ตามมาก็น้อยกว่าตอนที่ป้องกันด้วยกำแพงแสง


            “คุณไฮเนะ!? พลังนั่น......!?” (คาเรน)

            “เอาน่า! คุณโจมตีไปที่ช่องว่างของมันเถอะ!” (ไฮเนะ)


แน่นอนว่า การโจมตีสวนกลับด้วยสสารมืดมันง่ายมาก

แต่ผมทำไม่ได้ เพราะการจัดการสัตว์ประหลาดในโลกใบนี้ และปกป้องความหวังของผู้คนเป็นหน้าที่ของฮีโร่ที่ถูกเลือก

นั่นล่ะคือฮีโร่ตัวจริง


            “......ค่าา!” (คาเรน)


คุณคาเรนเข้าใจทุกอย่างดี เธอจึงตั้งสมาธิและรวบรวมพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งแสงไว้ที่ดาบศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง


            “ช่องว่างบางๆ เล็กน้อย...... [Holy Light Slash] คงไม่ได้ผล ต้องให้มันเล็กลงอีกนิด ฉันต้องรวบรวมพลังอีก......!!” (คาเรน)


เธอยื่นคมดาบศักดิ์สิทธิ์มาไว้ข้างหน้าราวกับการเล็งเป้าด้วยธนูและคันธนู


            “ตอนนี้ล่ะค่ะ! คุณไฮเนะคลายกำแพงดำได้เลยค่ะ!!” (คาเรน)


ผมยกเลิกดาร์คแมทเทอร์ที่ปลดปล่อยออกมาตามคำสั่งของคุณคาเรน  ในช่วงที่ความร้อนแผดเผาพุ่งมาถึงเธอ


            “[Holy Light Pierce]!!” (คาเรน)


คมดาบศักดิ์สิทธิ์ยืดออกมา ถ้าจะพูดให้ชัดๆ ล่ะก็ พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งแสงมันยืดออกมาเป็นเส้นตรง และไถลเข้าไปในช่องว่างระหว่างผิวหนังที่เป็นข้อต่อของวัวยักษ์อย่างงดงาม


            “ทะลวงจุดอ่อนของมันซะ!!” (คาเรน)

            “มอออออออออออออออออออออออออออออ!!”


ผมได้ยินเสียงร้องอันทุกข์ทรมานของวัวเพลิงเป็นครั้งแรก

พร้อมกับความร้อนแผดเผาที่แพร่กระจายออกมา

ผมจึงปลดปล่อยดาร์คแมทเทอร์ด้วยมือข้างเดียวอีกครั้งทันที ส่วนแขนอีกข้างหนึ่งก็อุ้มคุณคาเรนหนีไป


            “สุดยอด! คุณไฮเนะ มันได้ผลด้วยค่ะ!!” (คาเรน)

            “สุดท้ายก็โต้กลับได้สินะครับ ถ้างั้นตอนนี้ ลองมองหาจุดสำคัญที่อยู่ใกล้ๆ ช่องว่าง......!” (ไฮเนะ)

 

            『——ทำอะไรน่ะ? เจ้ามนุษย์เฮงซวย』


            “!?”


จู่ๆ เสียงก็ดังก้องขึ้นมาในหัวของผมโดยตรง

คุณคาเรนที่อยู่ข้างๆ ไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย ถ้างั้น ก็มีแค่ผมที่ได้ยินน่ะสิ?


            『แต่ว่า ดูเหมือนจะมีคนที่ไม่ใช่มนุษย์ปะปนอยู่ ไม่ได้เห็นสสารมืดมานานมากแล้ว ผ่านมา 1,600 ปีแล้วสินะ』


ที่ไหน!? ใครกำลังพูดอยู่!?

ผมไม่เห็นวี่แววว่าจะมีคนอื่นอยู่รอบๆ เป็นเพราะวัวยักษ์นั่น ที่นี่เลยกลายเป็นภูเขาโล้นที่ไม่มีพืชอยู่ มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีคนซ่อนตัวอยู่

ไม่สิ มีอยู่

นอกจากผม, คุณคาเรนและมิรัคแล้ว มีอีกสิ่งหนึ่งที่อยู่ที่นี่

วัวยักษ์หันคอ และดวงตาสีแดงฉานของวัวเพลิงก็จ้องผมซะเขม็ง


            『เราไม่มีวันลืมหรอก ถึงเจ้าจะมีศักดิ์เป็นเทพเหมือนกับพวกเรา แต่เจ้ากลับล้มล้างความหมายนั้น คนทรยศ การปลดปล่อยสสารมืด แถมยังควบคุมมันได้อย่างอิสระน่ะ มีเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่ทำได้』


เสียงนี้ ออกมาจากวัวเพลิงฟาลาริสงั้นเหรอ?

เสียงของคลื่นความคิดมันดังก้องอยู่ในจิตใจของผมโดยตรง แล้วผมก็จำเสียงที่ได้ยินนี้ได้ โทนเสียง และความรู้สึกที่ได้ยิน มันซ้อนทับกับหนึ่งในมหาเทพทั้งห้าที่ผมได้แยกตัวออกมาเมื่อ 1,600 ปีก่อน


            『ใช่แล้ว ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ เทพแห่งความมืดเอ็นโทรปี』


กะแล้วว่าไอ้เจ้านี่คือ สัตว์ประหลาดตัวนี้ก็คือ——-


————หนึ่งในมหาเทพทั้งห้าแห่งการสร้างโลก เทพอัคคีโนวา

◆◆◆◆◆




NEKOPOST.NET