[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด ตอนที่ 20 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด

Ch.20 - ตอนที่ 20 ร่วมมือกันปราบปราม


วันต่อมา พวกผมมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ภูเขาราโดน่า

สมาชิกก็คือคุณคาเรน, มิรัค แล้วก็ผม สามคน


            “ไหงรวมผมด้วยล่ะ.......?” (ไฮเนะ)


ระหว่างที่กำลังเดินทอดน่องอยู่ที่ทางเดินบนภูเขา ผมก็รู้สึกว่าตัวเองดูแปลกแยก


            “มันก็แหงอยู่แล้วนี่คะ! ก็คุณไฮเนะเป็นตัวตั้งตัวตีของเรื่องคราวนี้นี่นา เพราะงั้นคุณก็ต้องอยู่ด้วยกันไปจนถึงที่สุดสิคะ!” (คาเรน)


คุณคาเรนที่เดินนำหน้า ดูน้ำเสียงกระแทกกระทั้นยังไงไม่รู้

หรือว่าเธอ โกรธอยู่?


            “อ๊ะ คุณไฮเนะคิดว่าตอนนี้ฉันกำลังโกรธอยู่ใช่ไหมคะ? มันก็ไม่แปลกนี่คะ? คุณเล่นพาฉันมาที่กองบัญชาการของศาสนจักรแห่งไฟโดยไม่บอกไม่กล่าว แถมฉันยังถูกมิรัคจังทำร้ายจิตใจโดยไม่ทันตั้งตัวอีก คุณรู้บ้างไหมคะว่ากำลังใจของฉันมันถูกบั่นทอนไปมากแค่ไหน?” (คาเรน)


นอกจากจะอ่านใจผมได้แล้ว เธอยังกดดันผมเต็มที่อีก


            “......มันก็จริงนะครับที่ผมอาจจะหุนหันพลันแล่นไปหน่อย ขอโทษนะครับ” (ไฮเนะ)

            “จริงๆ เลยน้า มันก็จริงอยู่ ที่ฉันต้องจับตาดูคุณไฮเนะเพื่อให้คุณช่วยเหลือผู้คนได้อย่างอิสระโดยไม่ถูกผูกมัดด้วยกฎระเบียบ แต่ฉันไม่นึกว่าคุณจะเป็นคนที่ทำอะไรตามอำเภอใจถึงขนาดนี้เลยค่ะ!” (คาเรน)


ผมได้ยินเรื่องนั้นมาจากหัวหน้าหมวดเกรซ


            “ฉันไม่คิดว่าคุณพยายามช่วยฉันเลยล่ะค่ะ......!” (คาเรน)

            “ผมทำอะไรตามอำเภอใจขนาดนั้นเลยเหรอครับ?” (ไฮเนะ)

            “ตามอำเภอใจสิคะ ถึงขั้นที่คุณจับหน้าอกของฮีโร่ที่กำลังวุ่นอยู่ แล้วทำท่าเหมือนกับว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยล่ะค่ะ” (คาเรน)


มีเรื่องแบบนั้นด้วยนี่นะ

ผมจำได้ว่าตัวเองทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้อย่างแนบเนียนแล้วนะ ไม่นึกว่าคุณคาเรนจะเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นขนาดนั้น


            “......ฉัน ไม่ต้องการให้คนอื่นสัมผัสหน้าอกของตัวเองนอกจากสามีในอนาคตค่ะ” (คาเรน)

            “เอ๋?” (ไฮเนะ)

            “ดังนั้น คุณอย่าใจดีมากเกินไปจนทำให้ฉันเข้าใจผิดเลยนะคะ!” (คาเรน)


คุณคาเรนตัดบท แล้ววิ่งหนีไปข้างหน้า

จากนั้นผมก็ถูกต่อยจากข้างหลังราวกับผีซ้ำด้ำพลอย


            “เจ็บนะ!? ......มาต่อยผมทำไมเนี่ยฮีโร่ไฟ!?” (ไฮเนะ)

            “จะไปรู้เรอะ ไอ้ผู้ชายลามก......!!” (มิรัค)


คาแทค มิรัคทำหน้าบอกบุญไม่รับตามเคย แต่ไม่รู้ทำไมท่าทีนั่นถึงได้ดูไม่พอใจมากกว่าปกติ


            “ศาสนจักรแห่งแสงสว่างรวมแต่พวกโง่เง่าไว้เหรอไง? พวกเราไม่ได้ขึ้นเขาเพื่อมาปิกนิกกันนะ มีความเครียดกันบ้างไหมเนี่ย?” (มิรัค)

            “ผมดูโง่ขนาดนั้นเลยเหรอครับ?” (ไฮเนะ)

            “อย่าบอกนะว่า นายลืมเป้าหมายที่พวกเรามาที่ภูเขาลูกนี้แล้ว? ไหนลองพูดซิ” (มิรัค)

            “พวกเรามากำจัดสัตว์ประหลาดที่มาตั้งหลักปักฐานอยู่ที่ภูเขาลูกนี้คร้าบบ” (ไฮเนะ)


สัตว์ประหลาดมาตั้งหลักปักฐานอยู่ในพื้นที่ภูเขาลูกนี้ตั้งแต่ปีก่อน

ชื่อที่พวกมนุษย์มอบให้มันก็คือ วัวเพลิงฟาลาริส

สัตว์ประหลาดนั่นแข็งแกร่งและตัวใหญ่มาก ศาสนจักรแห่งไฟส่งกองกำลังมาปราบมันหลายครั้งแต่กลับกลายเป็นว่าตัวเองโดนเล่นงานซะเอง เพราะแบบนั้นพื้นที่ภูเขาราโดน่าจึงกลายเป็นพื้นที่อันตรายที่ห้ามไม่ให้คนธรรมดาเข้ามา


            “ฉันไม่รู้เลยว่ามีสัตว์ประหลาดแบบนั้นอยู่ด้วย ทั้งๆ ที่กองบัญชาการของศาสนจักรแห่งแสงสว่างอยู่ติดกับกองบัญชาการของศาสนจักรแห่งไฟแท้ๆ.......” (คาเรน)


คุณคาเรนเข้ามาร่วมสนทนาอีกครั้ง


            “พอมองจากเมืองหลวงแห่งแสงอโพรอนแล้ว พื้นที่ภูเขาราโดน่านี้มีความลับของเมืองหลวงแห่งไฟมุสเปลไฮม์อยู่จริงๆ ดูเหมือนศาสนจักรแห่งไฟจะปกปิดเรื่องนั้นไว้อย่างเต็มที่ด้วยสภาพภูมิศาสตร์ที่เกี่ยวข้องและเอื้ออำนวยนั่น ถ้าศาสนจักรอื่นรู้ว่าพวกคุณไม่ได้จัดการสัตว์ประหลาดและยังปล่อยมันทิ้งไว้ล่ะก็ ขายขี้หน้าแหงๆ” (ไฮเนะ)

            “เดี๋ยวก่อน! ทำไมนายถึงได้รู้เรื่องขนาดนั้น!?” (มิรัค)


ผมพูดกับมิรัคที่กำลังช็อกแบบสบายๆ


            “พวกกองกำลังนักสู้เพลิงกรรมได้ให้ข้อมูลกับผมก่อนที่พวกเราจะมาที่นี่ไว้พอสมควรเลยล่ะ ถึงรูปร่างจะดูไม่เข้ากันแต่พวกนั้นก็เป็นคนดีนะ” (ไฮเนะ)

            “ไอ้เจ้าพวกนั้นนนนน!!” (มิรัค)


ครั้งนี้กองกำลังนักสู้เพลิงกรรมก็ขอเดินทางมาด้วยเหมือนกัน แต่พวกเขาก็ถูกมิรัคปฏิเสธ

เพราะสัตว์ประหลาดที่พวกผมจะสู้หลังจากนี้ อันตรายจนถึงขั้นที่ไม่ยอมให้คนที่มีความสามารถครึ่งๆ กลางๆ เข้าร่วม


            “ตามที่ผมได้ยินมา ฮีโร่แห่งไฟรุ่นก่อนพ่ายแพ้ให้กับวัวเพลิงฟาลาริสที่พวกเราจะสู้หลังจากนี้ เจ้าตัวก็เลยต้องถอนตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าคุณมิรัคที่เป็นผู้สืบทอดกำจัดเจ้าฟาลาริสได้สำเร็จล่ะก็ ชื่อเสียงในศาสนจักรจะต้องพุ่งพรวดแน่นอน” (ไฮเนะ)


นี่ก็เป็นข้อมูลที่ผมได้มาจากเจ้ากล้ามเนื้อของกองกำลังนักสู้เพลิงกรรมเช่นกัน


            “อย่าบอกนะว่า เพราะแบบนั้นคุณก็เลยอ้างว่าจะทดสอบความสามารถที่แท้จริงเพื่อให้คุณคาเรนร่วมมือ......?” (ไฮเนะ)

            “จะบ้าเหรอ ชั้นน่ะ......!” (มิรัค)

            “ถึงอย่างนั้น ฉันก็โอเคนะคะ” (คาเรน)


พอจะกลายเป็นการโต้เถียง มันก็ถูกคำพูดเดียวของคุณคาเรนหยุดไว้


            “ผลงานในการจัดการสัตว์ประหลาดน่ะ มิรัคจังเอาไปทั้งหมดเลยก็ได้ ถ้ามันทำให้ฉันเป็นเพื่อนกับมิรัคจังได้อีกครั้ง แล้วทางนี้ก็ขออะไรไร้เหตุผลเหมือนกัน เพราะงั้นมิรัคจังเอาความดีความชอบนั่นไปเถอะนะ” (คาเรน)

            “คาเรน......?” (มิรัค)

            “นอกจากนี้ ถ้าพวกเราจัดการสัตว์ประหลาดที่แข็งแกร่งได้แล้วผู้คนที่อยู่รอบๆ สบายใจ มันก็เป็นความจริงเหมือนกัน นั่นคือหน้าที่ของฮีโร่แน่นอน ลุยให้เต็มที่เลยนะมิรัคจัง! มาจัดการสัตว์ประหลาดด้วยกันเถอะ!” (คาเรน)


พอพูดแบบนั้นคุณคาเรนก็วิ่งออกไปที่ทางเดินอีกครั้ง

โดยทิ้งผมกับมิรัคเอาไว้


            “......นายน่ะ ทำให้เธอเข้าใจผิดอีกแล้วนะ?” (มิรัค)

            “ครับ?” (ไฮเนะ)

            “นายลบข้อสงสัยก่อนการต่อสู้ โดยยกเรื่องที่มันพูดยากเพื่อหลีกเลี่ยงบรรยากาศกระอักกระอ่วนระหว่างชั้นกับคาเรน ถ้าหากคำถามเดียวกันออกมาจากปากของคาเรนล่ะก็ ไม่ว่าชั้นจะตอบไปยังไงมันก็คงเหมือนเดิม คาเรนเองก็สรุปแบบนั้นไปแล้ว เธอก็เลยไม่ให้เวลาชั้นพูดแทรกเลยสักคำ” (มิรัค)

            “ไม่เอาน่า คุณคิดมากเกินไปรึเปล่า?” (ไฮเนะ)

            “นอกจากคำตอบนั้นแล้ว ชั้นก็ไม่คิดว่าจะทำผลงานในการต่อสู้ครั้งนี้เลยสักนิด มันตรงกันข้ามเลยล่ะ” (มิรัค)

            “เอ๋?” (ไฮเนะ)

            “การกำจัดมันในครั้งนี้จะต้องล้มเหลวแน่นอน ที่ชั้นเสนอเงื่อนไขไร้เหตุผลไป ก็เพื่อให้พวกนายปฏิเสธข้อเสนอที่ว่านั่น พวกนายยังไม่รู้จักความน่ากลัวของมัน ดูสิ” (มิรัค)


พอพูดแบบนั้น มิรัคก็ชี้ไปยังทางที่พวกเราจะไป

หลังจากนั้น ทางเดินบนเขาก็ยังไม่มีวี่แววสัตว์ประหลาด มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้น แต่ว่า......


            “ดูให้ดีๆ สิ มันอยู่ในสายตาของพวกเราแล้วนะ” (มิรัค)


แต่ที่พวกผมเห็นมันเป็นแค่เทือกเขาอันใหญ่โตที่ทอดยาวออกไปเท่านั้น

เดี๋ยวนะ ภูเขาลูกหนึ่งที่อยู่ในเทือกเขานั่น เริ่มจะเคลื่อนที่ไปอย่างช้าๆ

นั่นมันไม่ใช่ภูเขา แต่เป็นแผ่นหลังของวัวยักษ์......?


            “ใช่ นั่นคือวัวเพลิงฟาลาริส สัตว์ประหลาดมหึมาที่ตัวใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของศาสนจักรทั้งห้า” (มิรัค)


◆◆◆◆◆




NEKOPOST.NET