[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด ตอนที่ 194 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด

Ch.194 - ตอนที่ 194 ดูโอ้


ก่อนที่การต่อสู้แบบเดี่ยวของพวกฮีโร่จะถูกจัดขึ้น ผมถูกบอกว่า


            “ได้โปรดทำการตัดสินด้วยนะคะ”

            “หา?” (ไฮเนะ)


ผมถูกโยริชิโระบอกแบบนั้นตอนที่ส่งตัวมินะซึ่งปิดปากเงียบไป


            “การต่อสู้ตัวต่อตัวคือเดธแมทช์ที่ไม่จำเป็นต้องมีกฎพื้นฐาน แต่มันก็จำเป็นต้องมีคนที่จะตัดสินว่าการต่อสู้จบลงและตัดสินผู้ชนะค่ะ ดิฉันจึงอยากให้คุณไฮเนะเป็นค่ะ” (โยริชิโระ)


เธอพูดแบบนั้น


            “แต่ผมเป็นคนที่อยู่ฝั่งฮีโร่ซึ่งทำหน้าที่ในปัจจุบันและไม่ยืดหยุ่นนะ จะเหมาะสมกับการตัดสินในจุดที่ยุติธรรมเหรอ?” (ไฮเนะ)

            “ถ้าคิดว่ามันเป็นการสร้างสมดุลที่ฝ่ายต่อต้านการปรองดอง—— ที่ฝ่ายฮีโร่รุ่นก่อนแบ่งแยกก็คงไม่มีปัญหาค่ะ และดิฉัน ก็อาจจะประมาทคุณอาเทสไปหน่อยเหมือนกัน” (โยริชิโระ)


พอพูดแบบนั้นโยริชิโระก็กัดริมฝีปาก

ราวกับอดทนต่อความเจ็บใจ


            “ไม่นึกเลยว่า เธอจะใช้วิธีที่ตรงไปตรงมาอย่างนั้นในการแข่งขัน ดิฉันตั้งใจให้เธอแหวกว่ายแล้วคว้าหลักฐานทุจริตมา แต่ถ้าพวกฮีโร่บาดเจ็บเพราะเรื่องนั้นมันก็เปล่าประโยชน์ค่ะ เพื่อปกป้องพวกเธอ คุณไฮเนะ การมีคุณอยู่ข้าง ๆ คือความปลอดภัยสูงสุดค่ะ” (โยริชิโระ)


มันก็จริง หากผมยืนอยู่ในสนามแข่งขันตอนที่จบการต่อสู้แบบทีม ผมก็สามารถหยุดระเบิดของมินะได้

ถ้าผมอยู่ในสนามแข่งในฐานะผู้ตัดสินละก็ ผมคงจะรับมือเรื่องส่วนใหญ่ด้วยสสารมืดก่อนที่มันจะเกิดขึ้นได้


            “แล้วถ้าหยุดการต่อสู้ไว้กลางคันล่ะ?” (ไฮเนะ)

            “ดิฉันเองก็คิดแบบนั้น แต่ก็ล้มเลิกตอนที่ไปเยี่ยมคุณคาเรนค่ะ เธอบอกว่า ถ้าล้มเลิกกลางคันตอนนี้ มันจะกลายเป็นการหยิบยื่นชัยชนะให้กับอีกฝ่ายค่ะ” (โยริชิโระ)


คุณคาเรนในคราวนี้ ไม่กระหายในชัยชนะมากไปหน่อยเหรอ?

เรื่องนั้นน่าเป็นห่วงยิ่งกว่าอาการบาดเจ็บอีกนะ


            “ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ พวกคุณคาเรนจะชนะ” (โยริชิโระ)


และยัยนี่ก็น่าเป็นห่วงเหมือนกัน


            “ไม่ว่าเจ้าพวกไร้สาระจะใช้วิธีสกปรกยังไง พวกเธอก็จะทำลายมันตรง ๆ และเอาชนะได้ นั่นคือวิธีการของคนที่แข็งแกร่งจริง ๆ ค่ะ การต่อสู้นี้ คือการต่อสู้เพื่อตีแผ่ความจริงไปทั่วทั้งโลกค่ะ” (โยริชิโระ)


และหลังจากการต่อสู้ พวกเราก็จะไล่ต้อนฝ่ายต่อต้านการปรองดองที่โต้เถียงโดยใช้วิธีขี้ขลาด

นั่นคือความหมายที่พวกผมยอมให้พวกมันใช้วิธีขี้ขลาดในรอบนี้ เพื่อทำให้อีกฝ่ายได้ใจ ผมรู้ว่าการเล่นละครเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ แต่ว่า......


            “ตามผลของการตรวจอย่างละเอียดที่ศาสนจักรแห่งลมดำเนินการ คุณคาเรนอาจจะถูกห้ามเข้าร่วมค่ะ ดูเหมือนเจ้าตัวตั้งใจจะต่อสู้ให้ได้เลยค่ะ......” (โยริชิโระ)

            “พวกเราควรจะคิดว่าชัยชนะมีแค่สี่คนที่เหลืออยู่สินะ เข้าใจละ ผมจะรับหน้าที่ผู้ตัดสิน ผมจะขจัดปัญหาในที่แห่งนี้ทั้งหมดด้วยสสารมืดของผม” (ไฮเนะ)

            “ขอรบกวนด้วยนะคะ ระหว่างนั้น ดิฉันจะทำให้เด็กคนนี้เปิดปากพูดเองค่ะ.......” (โยริชิโระ)


พอพูดแบบนั้น โยริชิโระก็กอดมินะที่ก่อเหตุระเบิดซะแน่น

เธอที่เป็นแค่เมดของศาสนจักรแห่งแสงสว่างรับอ้อมกอดของผู้ก่อตั้ง ใบหน้าซีดผาดตั้งแต่เมื่อครู่กลายเป็นสีขาวยิ่งกว่าเดิม

แต่ผมไม่ได้สงสารเธอ

เพราะเธอควรจะรับความรักของผู้ก่อตั้งแห่งแสงที่ทำให้เหล่าฮีโร่หวาดกลัว


* * * * *


ดังนั้น ผมจึงยืนอยู่ในสนามแข่งขันในฐานะผู้ตัดสิน

ผู้คนซึ่งอัดแน่นเต็มที่นั่งผู้ชม ก็รู้สึกตกใจและสับสนกับการเกิดระเบิดครั้งใหญ่ที่น่าสงสัยนี้เหมือนกัน แต่เพราะพวกฮีโร่ที่ทำหน้าที่ในปัจจุบันประกาศว่า ‘พวกฉันจะชนะให้ได้!’ เมื่อครู่นี้ ตอนนี้พวกเขาจึงจับตามองกับการเปลี่ยนแปลงของการต่อสู้

เดิมทีประชาชนที่ต่อต้านการปรองดองของศาสนจักรไม่มีอยู่เลยแม้แต่น้อย

และมันก็เป็นการต่อสู้เพื่อดึงผู้คนที่ว่ามาอยู่ฝ่ายเราเช่นกัน


ก่อนอื่น ผมต้องเรียกผู้ที่เผชิญหน้าในรอบแรก


            “เอิ่ม...... มะ-มุมแดง ฮีโร่แห่งไฟที่ทำหน้าที่ในปัจจุบันคาแทค มิรัค! มุมน้ำเงิน ฮีโร่แห่งไฟรุ่นก่อน อาบิ เคียวกะ!” (ไฮเนะ)


ฮีโร่หน้าเก่าและหน้าใหม่สองคนปรากฏตัวจากประตูทางเข้า

การต่อสู้ครั้งแรกก็คือการปะทะกันของฮีโร่แห่งไฟ

ทั้งสองคน คือสตรีผู้เป็นเจ้าของเรือนร่างที่แข็งแรง อีกทั้งยังสูงยาวและมีกล้ามเนื้อ สองคนนั้นยืนอยู่ที่ใจกลางสนามแข่งและจ้องหน้ากันตรง ๆ


            “......ควรจะทำแบบนี้ตั้งแต่แรกแล้ว” (เคียวกะ)


เคียวกะรุ่นก่อนเปิดฉากโต้เถียงเป็นคนแรก ราวกับการประชันฝีปากในการกล่าวอารัมภบท


            “เป้าหมายของข้าก็คือมิรัค ข้าจะดัดนิสัยของแกให้เข้ารูปเข้ารอยซะ คนอื่นจะเป็นยังไงก็ช่างหัวมัน สุดท้ายตัวเกะกะก็หายไป เตรียมใจไว้รึยังมิรัค?” (เคียวกะ)

            “พี่เคียวกะ ชั้นดูพี่ผิดไป” (มิรัค)


คำพูดสั้น ๆ แต่คมคายของเธอได้ทำให้เคียวกะอ่อนแรงไปชั่วครู่


            “การคิดว่าชั้นมันไร้ค่าเป็นความเอาแต่ใจของพี่ ชั้นเองก็ต้องขอโทษในความผิดพลาดของตัวเองเหมือนกัน แต่เพื่อของแบบนั้น พี่ถึงกับสมรู้ร่วมคิดในแผนร้ายที่พยายามขับไล่อาจารย์ของพวกเรา” (มิรัค)


ผู้ก่อตั้งแห่งไฟคนปัจจุบันเอ็นโอ เคยเป็นอาจารย์ของพวกเธอสองคน

การแข่งขันคราวนี้มีการวางเงื่อนไขที่ว่า ถ้าฮีโร่ซึ่งทำหน้าที่ในปัจจุบันพ่ายแพ้ ผู้ก่อตั้งคนปัจจุบันก็ต้องลาออกเช่นกัน


            “การกระทำที่ตอบแทนอาจารย์ผู้มีบุญคุญใหญ่หลวงด้วยการเป็นศัตรู ในฐานะศิษย์น้องชั้นทำเป็นไม่เห็นไม่ได้หรอก การต่อสู้แบบทีมเมื่อกี้มันน่าเกลียดจนชั้นต้องเบือนหน้าหนี ฮีโร่แห่งไฟที่มีความภาคภูมิใจสูงในอดีตอาบิ เคียวกะหายไปอยู่ที่ไหนซะแล้วล่ะ!?” (มิรัค)

            “หุบปากซะ!!” (เคียวกะ)


เคียวกะเอาหมัดชี้หน้ามิรัค


            “มิรัค ถ้าแกเป็นฮีโร่เหมือนกันละก็ พูดเรื่องที่อยากพูดด้วยกำปั้นซะ! ฮีโร่อ่อนแอไม่มีค่าที่จะมีตัวตนอยู่ จากนี้ไปข้าจะทำให้แกได้รู้เรื่องนั้นเอง!!” (เคียวกะ)


แต่ละฝ่ายยั่วยุกันด้วยฝีปาก

คงจะได้เวลาแล้วสินะ


            “ถ้างั้น การแข่งขันเริ่มได้!” (ไฮเนะ)


เพลิงทั้งสองสายถูกปลดปล่อยออกมาเพราะเสียงของผม ในเวลาเดียวกันพวกมันก็ลุกโชน

 
            ““[Flame Burst]!!””


กระแสเพลิงที่หมุนวนเกิดขึ้นจากทั้งสองแห่งในเวลาเดียวกัน

พวกมันปะทะกันพลางหมุนวนราวกับลูกข่างที่ต่อสู้กัน


            “เป็นอะไรไปมิรัค!? จะเอาชนะข้าด้วยกระแสเพลิงระดับนั้นงั้นเหรอ!?” (เคียวกะ)

            “กุโอ้วววววว!?” (มิรัค)


ทว่า กระแสเพลิงทั้งสองนั้น ไม่ว่าจะดูจากสายตาของใครก็ตาม มันก็มีความแตกต่างด้านพลังอยู่

ฝ่ายที่อ่อนแอกำลังถูกฝ่ายที่แข็งแกร่งทำลายทีละนิด


            “มะ-หมัดเพลิงบาบารอสซ่าเอ๋ย! จงเปลี่ยนพลังศักดิ์สิทธิ์ของชั้นเป็นเพลิงกรรมซะ!” (มิรัค)

            “อ่อนหัด! หมัดเพลิงขวาเฟอร์นันโด! หมัดเพลิงซ้ายเพราริอุส! กระแสเพลิงทั้งสองจากหมัดเพลิงคู่!!” (เคียวกะ)


เคียวกะมีอุปกรณ์ศักดิ์สิทธิ์แห่งไฟติดอยู่ที่หมัดทั้งสองข้าง ดังนั้นเพลิงที่ปล่อยออกมาหามิรัคย่อมมีปริมาณเป็นสองเท่า

ตรงกันข้าม อุปกรณ์ศักดิ์สิทธิ์แห่งไฟที่มิรัคใช้มีเพียงหมัดเพลิงบาบารอสซ่าเท่านั้น

ความจริงแล้วมันคือสองต่อหนึ่ง เพราะงั้นฝ่ายไหนได้เปรียบมันก็ชัดเจนอยู่แล้ว


            “หนอยยยยยย........!?” (มิรัค)


มิรัคถูกกดดันทีละนิดอย่างเห็นได้ชัด

แค่อดทนต่อของแบบเดียวกันที่เคียวกะสร้างขึ้นมาด้วยความแข็งแกร่งในกระแสเพลิงของเธอ ก็ถือว่าเธอพยายามสุดความสามารถแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้นเธอคงทนได้ไม่นาน

ยังไง ๆ ความสามารถพื้นฐาน ก็เทียบกับฮีโร่รุ่นก่อนที่ฝึกฝนมานานกว่าไม่ได้งั้นเหรอ?


            “เรียนรู้ด้วยร่างกายนั้นซะ มิรัค! นี่คือรูปร่างของฮีโร่ตัวจริง! แข็งแกร่งยิ่งกว่าใครหน้าไหน! และไม่พ่ายแพ้ใครเช่นกัน! เพราะแบบนั้นความช่วยเหลือของคนอื่นจึงไม่จำเป็น! นี่คือฮีโร่!” (เคียวกะ)

◆◆◆◆◆




NEKOPOST.NET