NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด

Ch.19 - ตอนที่ 19 ฮีโร่สองคน, เด็กสาวสองคน


            “ร่วมมืองั้นเหรอ......!?” (มิรัค)


มิรัคทำหน้านิ่วคิ้วขมวดกับข้อเสนอของผมเต็มที่


            “นาย คือคนที่อยู่กับฮีโร่แห่งแสงเมื่อตอนกลางวันสินะ? ไม่ได้ยินที่ชั้นพูดเหรอไง? ฮีโร่ทุกคนนอกจากชั้นคือศัตรู!” (มิรัค)

            “นั่นน่ะผิดแล้ว ศัตรูของฮีโร่คือสัตว์ประหลาดต่างหากล่ะ” (ไฮเนะ)


เพราะผมปฏิเสธอย่างชัดเจนมากๆ มิรัคจึงดูเอือมระอาไปชั่วครู่

ผมเห็นโอกาสนั้นก็เลยใส่เต็มที่


            “การปกป้องมนุษย์จากการคุกคามของสัตว์ประหลาด นั่นคือภารกิจที่สำคัญที่สุดของฮีโร่ไม่ใช่เหรอ? แต่พวกเธอที่เป็นฮีโร่เหมือนกันกลับทะเลาะเบาะแว้งและไม่ยอมร่วมมือกัน การละเลยหน้าที่น่ะมันยิ่งกว่าไม่มีประสิทธิภาพอีกนะ” (ไฮเนะ)

            “อะไรนะ!?” (มิรัค)

            “ท่านฮีโร่! ที่นี่ปล่อยให้เป็นหน้าที่พวกเราเถอะครับ!”


พอพูดแบบนั้น พวกที่โชว์กล้ามเนื้อก็โผล่มาจากด้านข้างของมิรัคที่เผชิญหน้ากับผมอยู่


            “กองกำลังนักสู้เพลิงกรรมมาแล้ว! อันธพาลของศาสนจักรแห่งแสงสว่าง พวกเราไม่ปล่อยให้พวกแกมาอวดดีในอาณาเขตของพวกเรามากไปกว่านี้แน่!”


ดูเหมือนจะเป็นองค์กรที่เทียบได้กับกองอัศวินแห่งแสงออโรร่าของศาสนจักรแห่งแสงสว่าง


            “ไม่เอาน่า พวกผมก็แค่มาต่อรองอย่างมีเหตุผลเท่านั้น......” (ไฮเนะ)

            “อย่ามาล้อเล่นนะโว้ย! คนที่อยากต่อรองจะจู่โจมด้วยเครื่องจักรที่บินไปในท้องฟ้าคันจิ๋วโดยไม่บอกกล่าวเหรอฟะ!?”

            “มันเป็นเพราะความเครียดน่ะ ช่วยไม่ได้นี่” (ไฮเนะ)

            “ช่วยไม่ได้เนี่ยนะ!!”


คำพูดของพวกเขาสมเหตุสมผล


            “ไม่มีทางเลือก ถ้าพวกคุณถือว่าคนที่มาหาเรื่องมีแค่ผม พวกคุณจะปล่อยให้พวกเธอคุยกันได้รึเปล่าครับ?” (ไฮเนะ)

            “คุณไฮเนะคะ!?” (คาเรน)


ผมกระโดดออกจากเครื่องจักรที่บินไปในท้องฟ้าคันจิ๋ว โดยไม่สนใจน้ำเสียงที่ดูกังวลของคุณคาเรน


            “ตอนที่ผมกำลังสู้กับพวกคุณ ฮีโร่ของพวกเราก็จะได้คุยกับฮีโร่ของพวกคุณต่อ” (ไฮเนะ)

            “จะสู้กับพวกเราด้วยตัวคนเดียวเนี่ยนะ!? พวกเราจะขยี้แกให้เละทันทีเลย!”


ถึงจำนวนของพวกนักสู้ที่ผมชำเลืองมองทั้ง 100 คนจะดูหยุมหยิม แต่ถ้าคิดว่าที่นี่คือกองบัญชาการล่ะก็ จำนวนของพวกเขาคงจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแน่


            “[Heat Knuckle]!!”

            “โอ๊ะโอ๋” (ไฮเนะ)


จู่ๆ นักสู้ก็ซัดหมัดใส่ผม ถึงผมจะหยุดหมัดนั้นได้ หมัดมันก็ร้อนเอามากๆ


            “โอ้วว!?” (ไฮเนะ)


ผมปัดมันออกไปด้านข้างด้วยความตกใจ แต่ก็อย่างที่คาด มันคงเป็นสิ่งที่รวมพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งไฟไว้ ถ้าเทียบกับ [Flame Burst] ของมิรัคที่เป็นฮีโร่ล่ะก็ มันกระจอกกว่ากันเยอะ แต่ความสัมพันธ์ของพวกเขามันคล้ายกับกองอัศวินแห่งแสงออโรร่าและฮีโร่แห่งแสงคุณคาเรนจริงๆ

จากนั้นพวกที่เป็นนักสู้เหมือนกันก็เริ่มโจมตีผมทีละคนๆ สถานการณ์ข้างๆ คุณคาเรนกับมิรัคกลายเป็นการทะเลาะวิวาท และแล้วเด็กสาวทั้งสองคนก็ได้เจอหน้ากัน


            “มิรัคจัง......” (คาเรน)

            “ไม่นึกว่าเธอจะทำอะไรป่าเถื่อนแบบนี้ ถ้างั้น พวกเรามาลุยกันเลยไหม?” (มิรัค)


มิรัคตั้งท่าสู้

ผมมองดูสถานการณ์อย่างใจจดใจจ่อ พลางรับมือพวกกล้ามเนื้อที่โจมตีเข้ามาทางซ้ายและทางขวา


            “ไม่ใช่นะมิรัคจัง! ฉันน่ะ......!” (คาเรน)

            “ไม่ใช่ที่ไหนกัน!? เธอบุกเข้ามายังกองบัญชาการของพวกเราเหมือนกับการลอบโจมตี จุดประสงค์ก็เพื่อตัดสินกัน มันจะเป็นอย่างอื่นไปได้ไง! ยังไงพวกเราก็ต้องทำให้มันชัดเจนอยู่แล้วว่าใครคือฮีโร่ที่เก่งกว่า! ชั้นจะให้คืนนี้เป็นฉากแรก ฮีโร่แห่งแสง เธอคือเหยื่อคนแรกของชั้น!!” (มิรัค)

            “......มันก็จริงอยู่ว่าเรื่องที่คุณไฮเนะทำมันดูเกินเหตุ และฉันเองก็จับต้นชนปลายไม่ถูก แต่ว่า ฉันเข้าใจสิ่งที่คนๆ นั้นพยายามให้ฉันทำ” (คาเรน)


คุณคาเรนเอาดาบศักดิ์สิทธิ์นักบุญจอร์จออกมาจากปลอกดาบที่เอว แล้ววางมันลงบนพื้น


            “เธอ......!?” (มิรัค)

            “ฮีโร่แห่งแสงโครีน คาเรน ขอร้องฮีโร่แห่งไฟคาแทค มิรัคอีกครั้ง ได้โปรดมาร่วมมือกันสร้างความสัมพันธ์แบบร่วมมือเพื่อต่อสู้กับสัตว์ประหลาดเถอะค่ะ ได้โปรดมาร่วมมือกันต่อสู้เพื่อปกป้องผู้คนจากภัยคุกคามที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วทั้งโลกใบนี้เถอะนะคะ” (คาเรน)


พอพูดแบบนั้น คุณคาเรนก็ก้มศรีษะลงเต็มที่

ถ้าเกิดพวกเบื้องบนของศาสนจักรแห่งแสงสว่างอยู่ที่นี่ แล้วมาเห็นภาพนี้ต่อหน้าต่อตาล่ะก็ พวกเขาคงจะโกรธจนลืมตัวแน่

การที่ตัวแทนของศาสนจักรที่เรียกกันว่าฮีโร่ ก้มหัวให้กับศาสนจักรอื่นๆ แค่นั้นก็เข้าใจได้ว่าศาสนจักรแห่งแสงสว่างต่ำต้อยกว่าศาสนจักรอื่นๆ แล้ว


            “คาเรน เธอ......!” (มิรัค)


มิรัคเองก็เข้าใจความหมายนั้น เธอจึงตัวแข็งทื่อ


            “แล้วก็ ขอโทษด้วยนะคะ ตอนที่ฉันเข้าศาสนจักรแห่งแสงสว่างน่ะ ฉันไม่เจอมิรัคจังจริงๆ พอมาลองคิดดูตอนนี้ ฉันก็ไม่ได้ร่ำลาเธอเหมือนกัน เธอก็เลยโกรธฉันถึงขนาดนี้ มิรัคจังมีเป้าหมายของมิรัคจัง และฉันในตอนนี้ก็คงไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเธออีกแล้ว แต่ว่าฉัน ยังอยากเป็นเพื่อนกับมิรัคจังอยู่นะ!!” (คาเรน)


เผลอแป๊บเดียว ผู้คนของกองกำลังนักสู้เพลิงกรรมก็หยุดมือ และจ้องมองการสนทนาของเด็กสาวทั้งสองคน

แล้วนักสู้หนึ่งในนั้นที่ตัวแข็งทื่ออยู่ในท่าจับกับผมก็พูดขึ้นมาว่า


            “......นี่เธอ” 

            “อะไรเหรอครับ?” (ไฮเนะ)

            “เธอพาเด็กคนนั้นมาเพื่อทำแบบนี้เหรอ?”

            “ก็นั่นน่ะสิครับ” (ไฮเนะ)

            “เธอเป็นคนดีนะ” 


ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ

คุณคาเรนจะส่งความรู้สึกทั้งหมดที่เธอมีไปถึงมิรัครึเปล่านะ?

ตรงกันข้าม มิรัค......


            “......ไร้สาระ!” (มิรัค)


เธอพูดโดยที่สันจมูกยับยู่ยี่


            “ชั้นก็นึกว่าเธอจะพูดเรื่องอะไรซะอีก! ชั้นคือฮีโร่ ชั้นแตกต่างจากตอนเด็กที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย! จะให้ชั้นเล่นเป็นเพื่อนกับเธอไปตลอดได้เหรอ!?” (มิรัค)


             (เอ๋!?)

             (เดี๋ยว!)

             (ไม่ใช่แบบนั้นนะท่านฮีโร่!)


ผมมองดูพวกเธอกับกองกำลังนักสู้เพลิงกรรมทุกคนพลางเอามือปาดเหงื่อ

คุณคาเรนเองก็หมดกำลังใจกับคำตอบนั้นสุดๆ เหมือนกัน


            “.............................แต่ว่า” (มิรัค)   

            “เอ๋?” (คาเรน)

            “มันก็จริงอยู่ที่สัตว์ประหลาดมีจำนวนมาก มันเป็นเรื่องยากที่ชั้นจะกำจัดพวกมันด้วยตัวคนเดียว มันคงจะดีกว่าถ้าให้คนอื่นๆ มาช่วย ถึงอย่างนั้น......!” (มิรัค)


จู่ๆ แววตาของมิรัคก็แหลมคม


            “ชั้นคงฝากฝังให้เธอมาช่วยเหลือไม่ได้ เพราะเธอต่อสู้อย่างยากลำบากเมื่อตอนกลางวัน ดังนั้นพวกเราต้องตรวจสอบความสามารถของเธออีกครั้ง ถ้าเธอแสดงความสามารถให้ชั้นพอใจได้ล่ะก็ ชั้นจะยอมรับเรื่องการร่วมมือ!!” (มิรัค)


‘โอ้วววว!' เสียงปรบมือเพื่อให้กำลังจากคนรอบข้างดังขึ้น


            “อืม แต่ข้อเสนอแบบนี้น่ะ สำหรับฮีโร่แล้วมันไม่ต่างอะไรไปจากการดูถูกเหยียดหยาม ถ้าเธอไม่ชอบก็ปฏิเสธได้นะ?” (มิรัค)

            “ทำ! ฉันจะทำค่ะ! ให้ฉันทำเถอะนะ!!” (คาเรน)

            “โอะ-โอ้ว......!?” (มิรัค)


คำตอบอันเร่าร้อนของคุณคาเรนทำให้มิรัคเป็นฝ่ายหวาดหวั่นแทน


            “งั้น จะให้ฉันทำอะไรดีล่ะ!? จัดการกองกำลังนักสู้เพลิงกรรม 100 คนเหรอ?” (คาเรน)

            “อย่าน้าาาาาาาาาาาาา!!”


กองกำลังนักสู้กรีดร้อง

ความสดชื่นได้เกิดขึ้นที่นี่แล้ว


            “ไม่ใช่อย่างนั้น คู่ต่อสู้ที่เหมาะสมกว่าพวกนั้นน่ะ อยู่ที่ภูเขา” (มิรัค)

            “ภูเขา......!?”


หนึ่งในนักสู้ที่กำลังตั้งท่าจับกับผมกำลังสั่นอย่างเห็นได้ชัด


            “เอ๋? อะไรเหรอ? คุณรู้อะไรรึเปล่าครับ?” (ไฮเนะ)

            “......จากกองบัญชาการของศาสนจักรแห่งไฟนี้ มีพื้นที่ภูเขาราโดน่าที่ต้องเดินด้วยเท้าทั้งวันอยู่ เมื่อหนึ่งปีก่อนมันเป็นสถานที่ๆ มีความงดงามตามธรรมชาติมาก แต่ตอนนี้มันกลายเป็นทุ่งร้างที่ไม่มีหญ้างอกขึ้นมาแม้แต่ต้นเดียว”

            “แล้วมันทำไมเหรอครับ?” (ไฮเนะ)

            “เพราะสัตว์ประหลาดดุร้ายมันปักหลักอยู่ที่นั่นน่ะสิ มันแข็งแกร่งและใหญ่โตมาก พวกเราศาสนจักรแห่งไฟพยายามกำจัดมันอยู่หลายครั้ง แต่พวกเราก็ไม่เคยทำสำเร็จเลยสักครั้ง เพราะงั้นมันก็เลยยังอยู่ที่นั่น มันกลายเป็นผู้ปกครองภูเขาและควบคุมที่นั่น”


นักสู้บอกชื่อของสัตว์ประหลาดนั่นออกมาพร้อมกับความไม่พอใจ


            “วัวเพลิงฟาลาริส รูปร่างวัวยักษ์ สัตว์ประหลาดธาตุไฟไงล่ะ”


◆◆◆◆◆




NEKOPOST.NET