[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด ตอนที่ 182 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด

Ch.182 - ตอนที่ 182 - ตอนที่ 184


ตอนที่ 182 ความเสี่ยงสูง

 

 

            “เฮ้ย ๆ นี่มันอะไรกัน!?” (ไฮเนะ)


ณ วันนัดหมายของการประลอง

ผมที่มองดูเค้าโครงการประลองแบบผ่าน ๆ ของฮีโร่ที่ทำหน้าที่ในปัจจุบัน VS ฮีโร่รุ่นก่อนซึ่งถูกประกาศพูดขึ้นมา มันเป็นเสียงตะโกนที่ใกล้เคียงกับการกรีดร้อง


            “‘กรณีที่ฮีโร่รุ่นก่อนชนะ ฮีโร่และผู้ก่อตั้งที่ทำหน้าที่ในปัจจุบันจะต้องลาออกทุกคน’ ตามที่เขียนไว้ตรงนี้ค่ะ” (โยริชิโระ)


คนที่ตอบกลับด้วยใบหน้าสบาย ๆ ก็คือ ผู้ก่อตั้งแห่งแสงโยริชิโระ


            “อืม การพูดแบบนั้นเป็นเรื่องปกติค่ะ พวกที่ครอบครองฮีโร่รุ่นก่อน วางแผนที่จะขัดขวางการปรองดองของศาสนจักรทั้งห้า การพาดพิงความเคลื่อนไหวของฮีโร่และผู้ก่อตั้งที่ทำหน้าที่ในปัจจุบันซึ่งชี้นำและผลักดันการปรองดองเป็นเรื่องปกติค่ะ” (โยริชิโระ)

            “อย่าพูดหน้าตาเฉยสิ! เธอเองก็อาจจะไม่ได้เป็นผู้ก่อตั้งเหมือนกันนะ!?” (ไฮเนะ)


ถ้าหากพวกคุณคาเรนแพ้ แต่ว่า


ทีมฮีโร่ที่ทำหน้าที่ในปัจจุบันของพวกคุณคาเรนที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาวันนี้ จะประลองกับทีมฮีโร่รุ่นก่อนของพวกอาเทสที่เคยเป็นฮีโร่มาก่อน

ที่มันกลายเป็นแบบนั้นก็เพราะสมาพันธ์ฮีโร่ที่คุณคาเรนผลักดันมาสักระยะ

สมาพันธ์ฮีโร่โดยสรุปก็คือ เหล่าฮีโร่ที่เคยทะเลาะวิวาทให้ความร่วมมือและต่อสู้กับสัตว์ประหลาด

แผนการนั้นเกินความคาดหวังของคุณคาเรนที่เป็นคนออกความคิด และมันก็พัฒนาไปจนถึงการปรองดองของศาสนจักรซึ่งเป็นกลุ่มหลักที่ทะเลาะวิวาทกัน


แต่ถ้าพยายามเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ดำเนินมายาวนานไม่ว่าจะดีหรือไม่ดีก็ตาม มันย่อมจะมีคนที่ต่อต้านออกมาเสมอ

แผนการที่พวกนั้นใช้ก็คือ ‘การเชิดชูฮีโร่รุ่นก่อน’

เหล่าฮีโร่รุ่นก่อนเป็นฮีโร่ก่อนหน้าพวกคุณคาเรน และได้เกษียณตัวก่อนที่พวกคุณคาเรนจะเป็นฮีโร่

เพราะว่าเป็นคนเก่าคนแก่ ในหัวของพวกเธอก็เลยยึดติดกับแนวคิดความขัดแย้งในอดีต

ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าจะพูดถึงความสัมพันธ์กับฮีโร่ที่ทำหน้าที่ปัจจุบัน พวกเธอก็มีความได้เปรียบจากความสัมพันธ์ของรุ่นพี่และรุ่นน้องที่ไม่สามารถอธิบายด้วยคำพูดได้ สรุปก็คือ พวกเธอเป็นคู่ต่อสู้ที่เลวร้ายที่สุด


และการประลองระหว่างฮีโร่ที่ทำหน้าที่ในปัจจุบัน (ฝ่ายสนับสนุนการปรองดอง) กับฮีโร่รุ่นก่อน (ฝ่ายต่อต้านการปรองดอง) ก็ถูกจัดขึ้น นั่นก็คือวันนี้

การต่อสู้น่าจะมีจุดมุ่งหมายที่ว่า ฝ่ายที่ชนะจะทำให้ฝ่ายที่แพ้เงียบปากไป

แต่รางวัลที่มอบให้กับผู้ชนะจะถูกประกาศภายหลังระยะเวลาเตรียมตัวครึ่งเดือน—— พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ บทลงโทษที่จะมอบให้กับผู้แพ้ เป็นสิ่งที่หนักหนาสาหัสเกินกว่าการคาดเดาของผม


‘กรณีที่ฮีโร่รุ่นก่อนชนะ ฮีโร่และผู้ก่อตั้งที่ทำหน้าที่ปัจจุบันจะต้องลาออกทุกคน’


คุณคาเรน, มิรัค, ซิลติส, ซาซาเอะจัง และฮิวเอะไม่สามารถเป็นฮีโร่ได้

และผู้ก่อตั้งโยริชิโระก็จะถูกไล่ออกจากตำแหน่งเช่นกัน


ดูเหมือนการกำหนดกฎของการประลองในครั้งนี้ จะมาจากการเปิดประชุมในศาสนจักรแต่ละแห่งและกำหนดข้อตกลงกัน

แน่นอน คนที่ยกกฎไร้สาระว่า ‘ถ้าแพ้ทุกคนจะต้องถอนตัว’ คือพวกผู้มีอิทธิพลที่แสดงการคัดค้านการปรองดองของศาสนจักรในครั้งนี้อย่างแน่นอน

พวกนั้นเสนอและยืนกรานอย่างนั้น

สรุปแล้ว โยริชิโระ มีแต่ต้องทำตามผู้มีอิทธิพลที่ต่อต้านอย่างเดียวไม่ใช่เหรอ!?


            “ใจเย็น ๆ ไฮเนะ”


คนที่บอกให้ผมใจเย็นก็คือ ผู้ก่อตั้งแห่งลมทอร์โดเรด ชีวา

ในเวลาเดียวกันเขาก็คือเทพวายุเควซาร์ผู้มาจุติ


            “แกเห็นผู้หญิงคนนี้ น่ารักอย่างนั้นเหรอ? งั้นมันก็คงจะจบลงในการต่อสู้ครั้งแรก การทำให้คิดว่าตัวเองชนะและเดินไปบนเส้นทางแห่งความพินาศ เป็นวิธีที่เบสิกที่สุดในฐานะจอมวางแผน” (ชีวา) 

            “เอ๋?” (ไฮเนะ)

            “คราวนี้ เป้าหมายทางการเมืองของฝั่งเราก็คือ การเปิดเผยผู้มีอิทธิพลที่ต่อต้านการปรองดองของศาสนจักรไม่ให้เหลือแม้แต่คนเดียว เพื่อการนั้นเหยื่ออันโอชะคือสิ่งจำเป็น คนที่ตั้งใจหลบซ่อนจนถึงที่สุด น่าจะออกมาจากที่ซ่อนโดยไม่คาดคิด” (ชีวา)


พอชีวาชี้ให้เห็น โยริชิโระก็ยิ้มแล้วหัวเราะฟุฟุฟุ.......

หรือว่า


            “แต่ว่า ผู้คนที่ป่าวประกาศในการประชุมเป็นแค่พวกปลาซิวปลาสร้อยค่ะ พวกเราต้องลากผู้ที่ชักใยอยู่เบื้องหลังตัวจริงซึ่งบงการคนพวกนั้นกับฮีโร่รุ่นก่อนออกมาจากความมืด เพื่อการนั้น พวกดิฉันจึงเสนอฐานรางวัลถึงขนาดที่ขุดหลุมฝังตัวเองค่ะ” (โยริชิโระ)

            “สำหรับชั้นมันก็เกี่ยวข้องกันหมดนั่นแหละ” (ชีวา)


ชีวาเดาะลิ้นด้วยใบหน้าที่เหมือนจะไม่พอใจมาก ๆ แต่โยริชิโระก็เอาแต่ยิ้มลูกเดียว


            “มันไม่ใช่อย่างนั้นใช่ไหมคะ? มาตรการในครั้งนี้เป็นผลประโยชน์สำหรับศาสนจักรทั้งห้า พวกที่ดึงแข้งดึงขาของมนุษย์ที่พยายามสร้างความหวังอันยิ่งใหญ่ คงจะอยู่ที่ไหนสักแห่งค่ะ” (โยริชิโระ)

            “ศาสนจักรแห่งลมของพวกชั้น สามารถรวมใจเป็นหนึ่งได้ ไม่เหมือนกับศาสนจักรของพวกแก คนที่ต่อต้านการปรองดองของศาสนจักรครั้งนี้ไม่มีเลยสักคน!” (ชีวา)


ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องเลยแท้ ๆ ชีวาก็ถูกต้อนจนมุมจนถึงขั้นบีบให้เขาลาออก ถ้าจะพูดว่าน่าสงสารมันก็ดูน่าสงสารจริง ๆ


            “เอาน่า อย่าพูดแบบนั้นเลยนะ ผู้ก่อตั้งแห่งลม”


และเสียงของอีกคนหนึ่งก็ดังขึ้นมา

คุณยายผู้ก่อตั้งแห่งดิน


            “ศาสนจักรของฉันน่ะ ทุกคนคุกเข่าอ้อนวอนให้ฉันเป็นผู้ก่อตั้ง จะพูดว่าพวกเราสามัคคีกันก็ได้ แต่ยังไง ๆ ฉันก็เป็นแค่คนบ้านนอกที่ไม่เคยเข้าสังคมเท่านั้น คงสนิทสนมกับคนนอกทันทีไม่ได้น่ะนะ ฉันอยากจะผลักดันอีกแรงหนึ่งเพื่อที่พวกนั้นจะได้ยอมรับ” (ชาคารุมะ)

            “การประลองครั้งนี้ มันจะกลายเป็นแบบนั้นงั้นเหรอ?” (ชีวา)

            “เพื่อการนั้นฉันถึงได้ลากโยเนโกะมาไงละ” (ชาคารุมะ)


คน ๆ นี้คือตัวการสำคัญที่ทำให้ฮีโร่แห่งดินรุ่นก่อนที่ไม่ได้เข้าร่วมปรากฏตัวสินะ

จากนั้นก็ผู้ก่อตั้งแห่งน้ำ


            “มันน่าขายหน้า พวกข้าเองก็กำลังถกเถียงกันเหมือนกับศาสนจักรแห่งแสงครับ โดยเฉพาะตระกูลที่คุณซาราซาแต่งงานเป็นผู้ที่มีอำนาจในแวดวงธุรกิจของไฮดร้าวิลเลจ และอยู่ในตำแหน่งที่ตั้งเป้าหมายว่าจะเป็นผู้ก่อตั้งแห่งน้ำคนต่อไป ข้าจึงไม่สามารถจัดการกลิ่นของแผนการร้ายได้ครับ” (อาซูร์)

            “ลูกผู้ชายต้องเลือดร้อน” (เอ็นโอ)


ผู้ก่อตั้งแห่งไฟเองก็คงเสียใจที่ลูกศิษย์ของตัวเองทำตามอำเภอใจเหมือนกัน

มันคงจะเป็นเรื่องของฮีโร่แห่งไฟรุ่นก่อนเคียวกะ


สุดท้าย วันนี้ก็กลายเป็นอีกวันหนึ่ง ที่ผู้ก่อตั้งของศาสนจักรทั้งห้ามารวมตัวกันในที่เดียว นับตั้งแต่ตอนการประชุมผู้ก่อตั้งทั้งห้าในคราวนั้น

เอาเถอะ มันเป็นเรื่องปกติเพราะว่าพวกตัวเองกำลังตกที่นั่งลำบากนี่นะ.......


            “…………”


ผมรู้สึกอ่อนล้ายังไงไม่รู้ ก็เลยถอยหลังกลับ


            “อุ๊ย คุณไฮเนะจะไปไหนเหรอคะ?” (โยริชิโระ)

            “จะไปดูสถานการณ์ของพวกคุณคาเรนก่อนการแข่งอีกรอบน่ะ” (ไฮเนะ)


คุยเรื่องการเมืองกันไปนะครับทุกคน


* * * * *


ระหว่างที่มุ่งหน้าไปยังห้องรับรองของพวกคุณคาเรน ผมก็ได้พบกับคนที่คุ้นหน้าคุ้นตาคนหนึ่ง

หัวหน้ากองอัศวินแห่งแสงออโรร่าของศาสนจักรแห่งแสง เซเบลฟอน ด็อบ 「TL: ขอแก้เป็นเซเบลฟอนนะครับ」

เขาพบกับผมโดยบังเอิญ ซ้ำยังหัวเราะเยาะและแสดงเจตนาร้ายอย่างโจ่งแจ้ง


            “ไอ้แมลงพิษที่ทำรังในศาสนจักร วันนี้จะกลายเป็นวันครบรอบวันตายของแก” (ด็อบ)

            “…………”


ผมนึกถึงคำพูดของโยริชิโระเมื่อครู่ 

‘พวกปลาซิวปลาสร้อย’ ที่ว่าสินะ


            “วันนี้ศาสนจักรแห่งแสงสว่างจะกลับไปสู่สภาพในอดีตและมีเกียรติยศอันบริสุทธิ์ ผู้ก่อตั้งกับฮีโร่ที่ผิดพลาดและทำลายวิถีทางที่ควรเป็นจะจากไป ส่วนแกที่เป็นแมลงพิษก็จะถูกกำจัด ดังนั้นศาสนจักรแห่งแสงสว่างจะเอารูปแบบเดิมกลับคืนมา!” (ด็อบ)

            “......ร่างแผนปรับปรุงที่โยริชิโระพูดเสร็จแล้วเหรอครับ?” (ไฮเนะ)

            “หน่ะ!? .....อะ-ไอ้นั่นน่ะจะเป็นยังไงก็ช่างหัวมันเหอะ! ยังไงคนที่สั่งเรื่องนั้นก็จะถูกไล่ออกจากตำแหน่งผู้ก่อตั้งอยู่มะรอมมะร่อแล้ว!” (ด็อบ)


ยังไม่ได้ทำสินะ......

ผมคิดว่า นับตั้งแต่ตอนนั้น เวลามันผ่านไปแค่ไหนแล้วนะ ไร้ความสามารถจริง ๆ


อิทธิพลที่ต่อต้าน ผมได้รู้ซึ้งว่ามันมีอยู่จริงอย่างไม่คาดฝัน และคราวนี้ผมก็มุ่งหน้าไปหาผู้คนที่ต่อสู้จริง ๆ

◆◆◆◆◆

 

ตอนที่ 183 ห้องรับรอง - การแก้ไขฮีโร่ที่ทำหน้าที่ในปัจจุบัน

 

ระหว่างที่รอคอยการแข่งขันที่จะเริ่มต้นในอีกหนึ่งชั่วโมงให้หลังนี้ เหล่าฮีโร่ที่ทำหน้าที่ในปัจจุบันซึ่งเป็นผู้เข้าแข่งขันกำลังทำอะไรกันอยู่นะ?

ผมไปยังห้องรับรองที่พวกเธอกำลังเตรียมตัวอยู่ ด้วยความตั้งใจว่าจะให้กำลังใจพวกเธอ


* * * * *


มันเป็นสภาพของงานศพ


            “เฮ้อ......อะไรกันเนี่ย ถ้าแพ้ฮีโร่จะถูกปลด......?” (มิรัค)

            “นี่เป็นแผนการแสดงงั้นเหรอ.......! อย่ามาตัดสินการเคลื่อนไหวของฮีโร่ง่าย ๆ แบบนั้นสิ......!” (ซิลติส)

            “มันจะเพิ่มเรื่องราวอีกอย่างหนึ่งลงไปในตำนานของฉัน......! ไม่เห็นได้ยินเลยว่าพี่โยเนโกะก็ออกมาเหมือนกัน......!” (ซาซาเอะ)


ถ้าแพ้ฮีโร่จะถูกปลด

ดูเหมือนความเป็นจริงจะซัดพวกเธอมากกว่าที่คิด

มิรัค, ซิลติส, ซาซาเอะจังนอนลงกับพื้น และไม่กระดุกกระดิกเลย


            “อะ-อะไรกันเนี่ยพวกเธอ......! ยังไม่ได้ตัดสินว่าพวกเธอจะถูกปลดเลยใช่ไหมล่ะ? ถ้าชนะก็โอเคแล้ว ถ้าชนะน่ะนะ” (ไฮเนะ)

            “นายอย่ามาพูดง่าย ๆ นะ!!” (มิรัค)


มิรัคเดือด


            “ไม่ได้โม้นะ แต่ชั้นไม่เคยชนะพี่เคียวกะในการต่อสู้เลยสักครั้ง! และความอัปยศที่ถูกฉีกกางเกงในทุกครั้งที่แพ้นั่น.......! ถ้าเธอทำแบบนั้นต่อหน้าสาธารณะชนละก็......!” (มิรัค)


ฮีโร่แห่งไฟตัดใจไปเรียบร้อย

ความสัมพันธ์ของศิษย์พี่ศิษย์น้องมันหนักหนาสาหัสจริง ๆ


            “ยังไงก็ตาม พวกเรามีแต่ต้องต่อสู้เท่านั้นค่ะ” (คาเรน)


คุณคาเรนที่ใจแข็งอยู่คนเดียวทำให้ทุกคนฮึกเหิม


            “อย่างที่ท่านโยริชิโระพูด การต่อสู้นี้ เป็นการต่อสู้ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เพื่อทำให้เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเราประสบความสำเร็จ ทำลายล้างสัตว์ประหลาด, ทำให้โลกสงบสุข และเพื่อให้ไม่ให้การรวมกลุ่มของพวกเราไร้ความหมาย พวกเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ มีแต่ต้องชนะเท่านั้นค่ะ!!” (คาเรน)

            “โอ้~.......” (มิรัค)

            “โอ้~.......” (ซิลติส)

            “โอ้~.......” (ซาซาเอะ)


ไม่มีพลังในการตอบรับเลย! 

ไหงมันถึงได้น่าเป็นห่วงยิ่งกว่าเดิมละเนี่ย......!


            “ขอโทษด้วยนะครับคุณคาเรน ผมเองก็อยากจะเป็นพลังให้คุณเหมือนกัน แต่ว่า......” (ไฮเนะ)


ความจริงแล้ว ในการต่อสู้นี้ไม่มีเรื่องที่ผมทำได้เลย

ผลลัพธ์ในการวิ่งเต้นเพื่อทำให้โลกดีขึ้นในฐานะเทพแห่งความมืดผู้มาจุติอยู่ในส่วนของการทำงานเบื้องหลัง ดังนั้นตอนที่ปัญหาเกิดขึ้นเบื้องหน้าผมจึงไร้พลังทันที

แต่คุณคาเรนก็มองโลกในแง่ดีเหมือนเดิม


            “ไม่เป็นไรค่ะ นี่คือการต่อสู้ของฮีโร่ เพราะแบบนั้นพวกฉันจะต้องก้าวข้ามมันไปด้วยตัวเองค่ะ ฝ่ายฮีโร่รุ่นก่อนพวกคุณอาเทส ดูเหมือนจะจู่โจมพวกเราด้วยขนบธรรมเนียมเก่าแก่ที่พูดกัน ถ้าไม่ทำลายขนบธรรมเนียมนี้ละก็ พวกเราสร้างระบบและยุคใหม่ไม่ได้หรอกค่ะ” (คาเรน)


คุณคาเรนเป็นคนใจแข็ง เพราะแบบนั้นเธอถึงนำพาสมาพันธ์ฮีโร่ได้


            “ไฮเนะจิ ถ้านายบอกว่าอยากจะเป็นประโยชน์ให้ได้ละก็ แค่ให้สัญญาว่า ‘ถ้าชนะผมจะจูบคุณ' ก็พอแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างของคาเรนจิจะเพิ่มขึ้นสามเท่าเลยนะ” (ซิลติส)


ซิลติสที่นอนลงบนพื้นเพราะความสิ้นหวังพูด


            “พอเถอะซิลติสจัง! คุณไฮเนะขอความกรุณาด้วยนะคะ!” (คาเรน)


อะไรของคุณครับเนี่ยคุณคาเรน?

แต่ถึงมันจะเพิ่มความตั้งใจคุณคาเรนได้คนหนึ่ง อีกสี่คนก็ยังจิตวิญญาณขาดหายอยู่......


            “มิรัคจิ มิรัคจิ ฉันพบของที่สุดยอดด้วยแหละ” (ซิลติส)

            “......อะไร?” (มิรัค)

            “ตอนที่นอนบนพื้น จะแอบดูกางเกงในของคาเรนจิได้ตามต้องการเลยละ” (ซิลติส)

            “อะไรนะ เอาจริงดิ?” (มิรัค)


พอถูกซิลติสซึ่งนอนหงายหน้าบอก มิรัคที่นอนเอาหน้าแนบพื้นก็คึกคักขึ้นมา


            “หยุดนะ” (คาเรน)


คุณคาเรนใส่กระโปรงในวันนี้


            “และวันนี้พวกเราก็วางแผนว่าจะเคลื่อนไหวไปรอบ ๆ เต็มที่ เพราะงั้นข้างในกระโปรงก็เลยเป็นกางเกงขาสั้น อย่าพูดโกหกสิซิลติสจัง!” (คาเรน)

            “เธอไม่เข้าใจคาเรนจิ มันไม่เกี่ยวหรอกว่าจะเป็นกางเกงขาสั้นหรือว่าไม่มีกางเกงใน มันมีความโรแมนติคซ่อนอยู่ในพื้นที่ที่เรียกว่ากระโปรงนะ” (ซิลติส)


ยังไงมันก็เละเทะไปแล้ว

แล้วถ้าจะมีคนที่พึ่งพาได้อยู่ละก็....... ฮีโร่แห่งลมฮิวเอะงั้นเหรอ?

ผมไม่รู้สึกถึงแรงดันวิญญาณของเธอตั้งแต่เมื่อกี้ พอมองไปรอบ ๆ ผมก็พบเธอยืนอยู่คนเดียวที่มุมห้อง

ดูเหมือนเธอกำลังทำความสะอาดปืนยาวเอ็นโนะโอซุโนะ และหัวเราะคุคุคุ น่ากลัวชะมัด


            “ฮิวเอะเป็นอะไรไปเหรอครับ? ทำไมบรรยากาศถึงได้ดูสยองขวัญขนาดนั้นล่ะครับ?” (ไฮเนะ)

            “ไม่ทราบค่ะ...... แต่ว่า เธออยู่ในสภาพนั้นมาตั้งแต่ตอนที่ชื่อของคู่ต่อสู้ถูกประกาศ.......” (คาเรน)


คู่ต่อสู้?

จะว่าไป ฮีโร่แห่งลมรุ่นก่อนที่ผมคิดว่าน่าจะว่างในทีมรุ่นก่อน ดูเหมือนมันจะเป็นชื่อที่ไม่คุ้นเลย


            “......หรือว่า เธอจะถือโอกาสฆ่าคน ๆ นั้นในที่แบบนี้” (ไฮเนะ)

            “ฮิ!?”


คุณฮิวเอะเป็นอะไรรึเปล่าครับ คุณดูน่ากลัวนะครับ!?


            “ทุกคน!!” (ฮิวเอะ)


คุณฮิวเอะยืนขึ้นมาอย่างมั่นใจ!


            “การรุ่งเรืองและการเสื่อมถอยของสมาพันธ์ฮีโร่อยู่ในการต่อสู้นี้! เพื่อทำให้ความชอบธรรมของพวกเราเป็นที่รู้จัก พยายามทำให้จิตใจเข้มแข็ง แล้วมากวาดล้างพวกรุ่นก่อนที่ขวางหูขวางตาไม่ให้เหลือแม้แต่คนเดียวกันเถอะ!!” (ฮิวเอะ)

            “ห้ามฆ่านะ!?” (คาเรน)


ทว่าการให้กำลังใจของฮิวเอะมีผลกับทุกคนอย่างไม่คาดคิด


            “นั่นสินะ ขืนยังเละเทะแบบนี้ไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา” (มิรัค)

            “ตอนนี้เป็นยุคของพวกเราแล้ว มาสั่งสอนพวกคุณป้ากันเถอะ” (ซิลติส)

            “ฆ่าก่อนที่จะถูกฆ่า! นั่นคือปลาใหญ่กินปลาเล็ก เป็นกฎเหล็กในการเอาชีวิตรอดในโลกใบนี้!” (ซาซาเอะ)


ทั้งสามคนที่นอนเอาหน้าแนบพื้น รวมพลังไว้ในแขนขาแล้วลุกขึ้นยืน


            “มาลุยกันเถอะทุกคน! แสดงความแข็งแกร่งของพวกเราให้พวกรุ่นก่อนได้เห็น!” (คาเรน)


สุดท้ายคุณคาเรนก็เป็นตัวนำ แล้วมือของทั้งห้าคนก็ซ้อนทับกัน


            “““““โอ้!!”””””


ไม่ว่าจะพูดยังไง ทุกคนก็ผ่านความเป็นความตายมาหลายครั้ง

ทีมเวิร์คจึงยอดเยี่ยม

ผมไม่จำเป็นต้องห่วงพวกเธอมากไปกว่านี้ พอคิดแบบนั้นผมก็หลบออกมา แล้วตัดสินใจมอบความรับผิดชอบให้กับพวกเธอ


* * * * *


คราวนี้ผมอาจจะได้แต่ดูจริง ๆ ก็ได้

พวกเธอแข็งแกร่ง ต้องก้าวข้ามความยากลำบากด้วยตัวเองได้

ผมจะกลับไปยังที่ ๆ พวกผู้ก่อตั้งอยู่แต่โดยดี......?

พอคิดแบบนั้น......


            “............”


ผมคิดแบบนั้น แต่ไม่รู้ว่าทำไมขาของผมถึงได้มุ่งไปทางอื่น

มันมุ่งไปยังห้องรับรองของทีมฮีโร่รุ่นก่อน ศัตรูของพวกคุณคาเรน

◆◆◆◆◆

 

ตอนที่ 184 ห้องรับรอง - การแก้ไขฮีโร่รุ่นก่อน

 

ทำไมผมถึงมาที่นี่?

ผมคิดแบบนั้นอยู่ข้างหน้าประตูห้องรับรอง

แน่นอน ถึงจะบอกว่าห้องรับรอง มันก็ไม่ใช่ห้องรับรองทีมฮีโร่ที่ทำหน้าที่ในปัจจุบันของพวกคุณคาเรนที่ผมไปเยือนจนถึงเมื่อครู่

มันเป็นห้องรับรองของทีมฮีโร่รุ่นก่อนที่เป็นศัตรู


นี่ถือเป็นการสังเกตุความเคลื่อนไหวของศัตรูใช่ไหม?


มันไม่ใช่เรื่องที่ผมจะไปทำอะไรอย่างนั้น แต่ยังไง ๆ ผมก็ไม่สามารถควบคุมความรู้สึกที่อยากจะทำอะไรบางอย่างเพื่อพวกเธอได้


            “…………”


ผมสูดลมหายใจลึก ๆ แล้วเคาะประตู

ก๊อก, ก๊อก, ก๊อก เสียงที่น่าพอใจดังขึ้น


            “จ้า เข้ามาได้เลย”


พอได้ยินเสียงอนุญาตให้เข้ามาข้างในจากฝั่งตรงข้ามของประตู ผมก็เปิดประตูดังแคร๊ก


            “ขอรบกวนหน่อยนะครับ......” (ไฮเนะ)


สิ่งที่ปรากฏให้ผมเห็นเป็นอย่างแรกตอนที่เข้าไปในห้องก็คือ........

.......นมสด ๆ ที่โชว์อย่างโจ่งแจ้ง


            “ฮ่ายยยยยย!?” (ไฮเนะ)


ผู้หญิงกำลังโชว์นมอยู่ในห้องรับรองเต็มที่

เธอคือคนที่ผมพึ่งเห็นเป็นครั้งแรก อายุของเธอคงจะประมาณยี่สิบปี พูดได้ว่ามันคืออายุมาตรฐานของฮีโร่รุ่นก่อน แต่ทำไมนมของเธอถึงได้โชว์หราล่ะเนี่ย!?

......อ๊ะ นม เด็กทารกกำลังดูดนมของเธออย่างขะมักเขม้น.......

จริงสิ การให้นมลูกไง!?


            “คนเยอะไปหน่อย ขอโทษด้วยนะ แต่เด็กทารกเค้าไม่รู้เรื่องของผู้ใหญ่หรอกเนอะ ก่อนหน้านั้นเค้าส่งเสียงร้องตอนที่ท้องว่าง ฉันก็เลยต้องเอานมให้เค้าน่ะ”

            “ค-คุณคือ...... ใครเหรอครับ?” (ไฮเนะ)

            “ตายจริง ขอโทษที่เสียมารยาทนะ ฉันแนะนำตัวช้าไป ฉันคือฮีโร่แห่งดินรุ่นก่อน ชื่อว่าอิเอม่อน โยเนโกะจ้ะ” (โยเนโกะ)


คน ๆ นี้ก็คือ...... ฮีโร่แห่งดินก่อนหน้าซาซาเอะจัง

ผมรู้สึกว่าเธอจะเจริญเติบโตเป็นอย่างดี แม้จะอายุยี่สิบต้น ๆ เธอก็มีความน่าเกรงขามของคุณแม่ผู้กล้าหาญ

เธอผุดรอยยิ้มที่ดูมีความสุขและเป็นกันเองตลอด เผลอ ๆ เธอจะดูเหมือนพระแม่ธรณียิ่งกว่าแมนเทิลของทางนี้ด้วยซ้ำ


            “คือว่า....... ต้องขอโทษด้วยนะครับ! ที่ผมเข้ามาตอนที่คุณกำลังยุ่งอยู่......!” (ไฮเนะ)

            “ไม่เป็นไร ๆ คุณคือคุณไฮเนะใช่ไหม? ฉันได้ยินมาจากยายน่ะ และเธอก็บอกว่าอย่าทำตัวรุ่มร่ามกับผู้มีพระคุณของอิชตาร์เบลซด้วย อย่าไปใส่ใจเลยนะ เด็กคนนี้ก็แค่กินอาหารเท่านั้น” (โยเนโกะ)


คุณแม่ผู้กล้าหาญ!

นะ-นั่นสินะ นี่คืออาหารของเด็กทารก การคิดลามกถือเป็นเรื่องที่หยาบคาย! 「TL: มันต้องเห็นงานเป็นลม เห็นนมสู้ตายสิ!」


            “ไม่สิ นั่น......! ไม่นึกเลยว่าคุณจะเข้าร่วมในครั้งนี้! ผมได้ยินมาว่าคุณเข้าร่วมไม่ได้.......!?” (ไฮเนะ)

            “แหม ก็ตอนที่คำสั่งจากคุณยายมาถึงเด็กคนนี้ก็เกิดพอดี ฉันก็เลยไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธน่ะ” (โยเนโกะ)


เด็กทารกคงจะอิ่มแล้วก็เลยปล่อยปาก จากนั้นคุณโยเนโกะก็เก็บหน้าอกของตัวเองอย่างชำนาญ แล้วทำให้เด็กน้อยเรอออกมา

ถ้าผมจำไม่ผิดเธอคือญาติพี่น้องของซาซาเอะจัง สรุปแล้ว ‘ยาย’ ที่เธอพูดถึงเป็นคนเดียวกับยายของซาซาเอะจัง เธอหมายถึงผู้ก่อตั้งแห่งดินที่ทำหน้าที่ในปัจจุบัน ‘ผู้ถอนรากถอนโคนชาคารุมะ’’

สตรีที่มีเลือดของฮีโร่ที่ป่าเถื่อนที่สุดเหมือนกัน

จากข้อมูลของซาซาเอะจัง มันเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะเข้าร่วมเพราะเธอกำลังตั้งครรภ์และรอคลอดอยู่ แต่ดูท่าทางเธอจะคลอดลูกเสร็จแล้ว เพราะงั้นเธอก็เลยเข้าร่วมสินะ......?


            “เหอะ ถึงจะอยู่ในช่วงก่อนการต่อสู้ มันก็หนวกหูชะมัดเลยนะ” (เคียวกะ)

            “พวกคนของศาสนจักรแห่งดินเนี่ย ไร้มารยาทและน่ารำคาญจริง ๆ ค่ะ” (ซาราซา)


ผมได้ยินเสียงของฮีโร่แห่งไฟรุ่นก่อนเคียวกะ และฮีโร่แห่งน้ำรุ่นก่อนซาราซาจากข้างในห้องรับรอง

เพราะผมตกตะลึงกับหน้าอกที่เหมือนกับพระแม่ธรณี ผมจึงไม่ได้สังเกตุเห็นพวกเธอเลย แต่พวกเธอก็อยู่ที่นี่เหมือนกัน


            “เป็นพวกที่แปลกจังนะ การที่เด็กเอะอะมันก็เป็นเรื่องปกติ ถ้ามัวแต่ไปสนใจของแบบนั้นตลอดละก็ พวกเธอเป็นคุณแม่ที่ดีไม่ได้หรอก” (โยเนโกะ)

            “ว่าไงนะ?” (เคียวกะ)

            “จะหาเรื่องเหรอไงคะ?” (ซาราซา)


จู่ ๆ ไฟกับน้ำก็ปล่อยจิตสังหารออกมา แต่ฝั่งดินเองก็ปล่อยจิตสังหารที่ไม่น้อยหน้าออกมาเช่นกัน


            “ฉันก็แค่พูดเรื่องปกติเอง ส่วนใหญ่แล้ว คนที่ผ่านอายุยี่สิบปีมาแล้วไม่ได้ตั้งท้องเลยสักครั้ง เป็นสิ่งที่ไม่สามารถจินตนาการได้ในบ้านเกิดของฉัน มันเป็นเรื่องของคนที่ขี้เหร่มาก ๆ น่ะ” (โยเนโกะ)

            “ก็แค่ผู้หญิงดินที่มีข้อดีคือให้กำเนิดได้ถี่เท่านั้น ความสามารถในฐานะฮีโร่ของเธอจะสมกับที่คุยโวรึเปล่า!?” (เคียวกะ)

            “ใช่แล้วค่ะ ฉันว่าการทำให้คุณเงียบปากก่อนพวกเด็กแก่แดดรุ่นน้อง มันน่าจะเข้าท่ากว่านะคะ.......!” (ซาราซา)


เคียวกะกับซาราซาพร้อมสู้ ฝั่งคุณโยเนโกะก็เตรียมตั้งรับเต็มที่

ความสัมพันธ์ย่ำแย่! นึกแล้วเชียว ฮีโร่รุ่นก่อนไม่ถูกกัน!


            “หยุดนะ”


จากนั้นเสียงแหบห้าวก็ดังขึ้น จิตสังหารของพวกฮีโร่รุ่นก่อนถูกเสียงแหลมหยุดไว้


            “ยาย......!?” (โยเนโกะ)


คนที่ปรากฏตัวก็คือคุณยายผู้ก่อตั้งแห่งดิน

คน ๆ นี้คือฮีโร่รุ่นใหญ่ที่กรำศึกมานานกว่าพวกผู้หญิงที่อยู่ที่นี่

เพราะความน่าเกรงขามของผู้ที่อาวุโสกว่ามาก จึงไม่ได้มีแค่คุณโยเนโกะที่เป็นหลานสาวเท่านั้น แต่เคียวกะและซาราซาก็ทำตัวลีบเหมือนกัน


            “โยเนโกะ ที่ฉันเรียกเจ้ามาไม่ใช่เพื่อมามีเรื่องในที่แบบนี้ หัดรู้หน้าที่ของตัวเองด้วย” (ชาคารุมะ)

            “เข้าใจแล้วจ้ะ ยาย” (โยเนโกะ)


คำพูดของเธอเหมือนจะเชื่อฟัง แต่เธอกลับยื่นริมฝีปากออกมา


            “พวกเธอก็เหมือนกัน ถึงจะมีสถานการณ์ของแต่ละคน แต่วันนี้พวกเธอคือสมาชิกที่จะต่อสู้ร่วมกันนะ สามัคคีกันสักหน่อยไม่ได้เหรอไง?” (ชาคารุมะ)

            “สามัคคี!? อย่ามาล้อเล่นนะ!” (เคียวกะ)


เคียวกะเดือดดาลและลุกขึ้นยืน


            “อย่าเข้าใจผิดนะผู้ก่อตั้งแห่งดิน! เป้าหมายของข้าก็คือซัดรุ่นน้องปอดแหกให้กลับมาเป็นผู้เป็นคน การต่อสู้แบบทีมเป็นเรื่องที่ตัดสินกันเอง! ข้าไม่ได้อยากจะญาติดีกับไอ้พวกนี้เลยสักนิด!” (เคียวกะ)

            “ฉันไม่อยากสนิทสนมกับศัตรูค่ะ การต่อสู้แบบทีมก็แค่รูปแบบเท่านั้น ฉันจะทำในสิ่งที่ฉันอยากทำค่ะ” (ซาราซา)

            “เดิมที ข้าก็ไม่ได้รู้เรื่องห้องรับรองอะไรนี่ แต่ทำไมถึงต้องเอาข้ามาขังอยู่ในห้องเดียวกับคนพวกนี้ด้วย!? แค่สูดอากาศเหมือนกับพวกนี้ข้าก็รู้สึกสะอิดสะเอียดแล้ว!” (เคียวกะ)

            “ทั้ง ๆ ที่แสงกับลมไม่ได้อยู่ที่นี่ตั้งแต่แรกแท้ ๆ ฉันรู้สึกเหมือนกับคนบ้าที่เชื่อฟังแต่โดยดีเลยค่ะ จากนี้ไปฉันจะไปทำตัวตามสบายที่ห้องอื่นนะคะ” (ซาราซา)


พอพูดแบบนั้น เคียวกะและซาราซาก็ยักไหล่แล้วออกไปจากห้อง


            “พอพวกนั้นไม่อยู่แล้วฉันรู้สึกสดชื่นจัง ถ้าฉันใกล้เคียงกับพวกขึ้นคานอย่างนั้นละก็ มันคงไม่ดีกับการศึกษาของเด็กคนนี้” (โยเนโกะ)


ไม่หรอกครับ อย่างน้อย ๆ คุณซาราซาก็เหมือนจะแต่งงานแล้วนะครับ.......


            “พวกเธอไม่ถูกกันเลยนะ” (ชาคารุมะ)


คุณยายผู้ก่อตั้งแห่งดินพูดเหมือนรับไม่ได้


            “แต่นั่นก็เป็นสภาพดั้งเดิมของศาสนจักรทั้งห้า พวกเราแข่งขันและแย่งชิงผลประโยชน์มาตั้งแต่ก่อนหน้านั้นหลายร้อยปี ปัจจุบันพวกเราก็ยังเป็นอย่างนั้น ความสัมพันธ์อันดีในสมัยนี้มันคงจะพิลึกสินะ ไม่ว่ามันจะจบลงด้วยความผิดปกติ หรือความปกติแบบใหม่จะดำเนินต่อไป คำตอบนั้นก็จะชี้ให้เห็นด้วยการต่อสู้” (ชาคารุมะ)


ในขณะที่พูดแบบนั้น คุณยายก็เอาเด็กทารกที่คุณโยเนโกะกำลังอุ้มอยู่มา


            “เอาละ เจ้าเองก็รีบ ๆ ไปเตรียมตัวได้แล้ว ฉันจะดูเด็กคนนี้ให้เอง ฉันมาที่นี่เพื่อการนั้น” (ชาคารุมะ)

            “ให้ตายเถอะ ยายนี่เป็นคนเอาแต่ใจและชอบบีบบังคับจังนะ แต่ให้ฉันบดขยี้ซาซาเอะอย่างจริงจังมันจะดีจริง ๆ เหรอ?” (โยเนโกะ)

            “อา ถ้าถูกบดขยี้ที่นั่น ก็ถือว่าพวกเด็ก ๆ มาได้แค่นั้น อย่าออมมือละโยเนโกะ เพราะการต่อสู้นี้จะเป็นการแสดงคุณค่าที่แท้จริงของเด็กพวกนั้นให้ทั่วโลกได้เห็น” (ชาคารุมะ)


นั่นเหมือนกับราชสีห์ที่ผลักลูกตัวเองให้ตกลงไปในหน้าผาลึกใช่ไหม?

เหมือนเดิม สิ่งที่ศาสนจักรแห่งดินทำน่ากลัวตามเคย


.......ดังนั้น

ท้ายที่สุด ผมก็แทบจะไม่ได้พูดอะไรเลยนับตั้งแต่ที่เข้ามาในห้อง

◆◆◆◆◆




NEKOPOST.NET