[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด ตอนที่ 177 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด

Ch.177 - ตอนที่ 177 การเรียกร้องสิทธิ์ของคนหนุ่มสาว


วัวเพลิงฟาลาริส

ในตอนนั้น มันคือสัตว์ประหลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ซึ่งได้พบในขณะที่ศาสนจักรทั้งห้าอยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียด

ความแข็งแกร่งของมันก็อยู่ในระดับสูงสุดเหมือนกัน ศาสนจักรแห่งไฟส่งคนไปปราบมันหลายครั้ง แต่ก็ถูกมันจัดการและหนีกลับมาทุกครั้ง


แต่การคุกคามของวัวเพลิงก็ไม่มีอยู่ในตอนนี้

เพราะว่ามันถูกจัดการไปแล้ว


            “โดยฮีโร่แห่งไฟมิรัค กับฮีโร่แห่งแสงคุณคาเรน” (ไฮเนะ)

            “อะไรนะ!? บ้าน่า!? อย่างเจ้าพวกนี้เนี่ยนะ สามารถจัดการสัตว์ประหลาดนั่นได้......!?” (เคียวกะ)

            “เรื่องจริงครับ ฮีโร่แห่งไฟกับฮีโร่แห่งแสงที่ ‘ร่วมมือ’ กัน จัดการวัวเพลิงฟาลาริสที่คุณไม่สามารถจัดการได้” (ไฮเนะ)


......งั้น


            “ขอถามอีกครั้งได้ไหมครับ? ว่าใครแข็งแกร่งกว่าใคร? คุณฮีโร่กระจอกงอกง่อยที่จัดการวัวเพลิงฟาลาริสไม่ได้? ไม่สิ คุณอดีตฮีโร่กระจอกงอกง่อย? หรือว่าคุณฮีโร่กระจอกงอกง่อยดีนะ?” (ไฮเนะ)

            “กะ-กรอดดดดดด.......!?” (เคียวกะ)


ผมคิดว่าตัวเองพูดเกินไปหน่อย แต่ผมก็ไม่รู้สึกว่าจะโอนอ่อนให้เธอ

มันเป็นสายสัมพันธ์ที่พวกคุณคาเรนสร้างขึ้นมาด้วยความทรงจำและความมานะบากบั่น พวกที่ยึดติดกับธรรมเนียมปฏิบัติในอดีตและพยายามทำลายมันสมควรโดนตอกกลับให้ถึงที่สุด


            “พี่เคียวกะ” (มิรัค)


มิรัคเข้ามาขัดจังหวะ ในตอนที่ผมพยายามตอกย้ำให้หนักกว่าเดิม


            “มันก็จริงอยู่ที่พวกชั้นจัดการวัวเพลิงฟาลาริส ชั้นคนเดียวไม่มีทางจัดการมันได้หรอก ต้องขอบคุณที่เจ้าไฮเนะกับคาเรนที่อยู่ที่นั่นให้ความร่วมมือ” (มิรัค)

            “มิรัค! เธอยังจะพูดจาไร้สาระแบบนั้นอีกเหรอ......!” (เคียวกะ)

            “ยิ่งไปกว่านั้น ชั้นอยากจะบอกว่า ยุคสมัยมันเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ฮีโร่ไม่ได้เคลื่อนไหวโดยคิดถึงแต่ศาสนจักรของตัวเองอีกต่อไป ฮีโร่อย่างนั้นไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นฮีโร่หรอก!” (มิรัค)


สมกับเป็นฮีโร่ผู้ทำหน้าที่ในตอนนี้ เธอไม่ได้หวาดกลัวเพียงอย่างเดียว เวลาที่ควรพูดเธอก็พูด

และนั่นก็ไม่ได้มีแค่มิรัคเท่านั้น

ซิลติสเองก็ฮึกเหิมเหมือนกัน


            “ความเป็นอยู่ของไฮดร้าวิลเลจมันทันสมัยดีเนอะ คุณซาราซา? คุณเองก็รู้สินะ? ความวุ่นวายของมังกรทะเลยักษ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ในเมืองที่ตัวเองอาศัยอยู่ คุณแต่งงานกับพ่อค้าของตระกูลที่มีชื่อเสียงที่สุดในไฮดร้าวิลเลจ ไม่มีทางที่คุณจะไม่รู้ข้อมูลหรอก” (ซิลติส)

            “ละ-แล้วเธอจะพูดทำไมกันคะ?” (ซาราซา)


เธอคงจะพูดถึงเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับมังกรทะเลยักษ์ ไฮดร้าเซอเพนท์ สัตว์ประหลาดธาตุน้ำขนาดมหึมาที่บุกเข้ามาในงานแสดงสดของซิลติส

มันกระหน่ำโจมตีเพราะเทพวารีคอร์เซอเวทชักใยอยู่เบื้องหลัง และได้ล่อลวงพวกผมด้วยวิกฤตการณ์แห่งการทำลายล้างเมืองหลวงแห่งน้ำ ไฮดร้าวิลเลจ โดยทำให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิขึ้น แต่ฮีโร่แห่งแสง, ไฟ และน้ำทั้งสามคนก็ช่วยเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด


            “ตอนที่คุณปฏิบัติหน้าที่ มีสัตว์ประหลาดที่แข็งแกร่งกว่ามังกรทะเลยักษ์นั่นปรากฏตัวรึเปล่า? ฉันนึกไม่ออกเลยว่ามันมีอยู่ในความทรงจำของฉัน เพราะมังกรทะเลยักษ์ที่ว่านั่น ถ้าคาเรนจิกับมิรัคจิไม่ให้ความร่วมมือพวกฉันก็จัดการมันไม่ได้ ถ้าเป็นคุณจะจัดการมันได้? ด้วยตัวคนเดียว?” (ซิลติส)

            “อุก.......” (ซาราซา)

            “ถ้าฮีโร่ทั้งสามคนไม่ได้อยู่ที่นั่นละก็ ไฮดร้าวิลเลจในตอนนี้คงพินาศย่อยยับไปแล้ว คุณกับตระกูลของสามีคงจะตกระกำลำบาก .......ฉันเองก็ขอพูดเหมือนกัน ยุคสมัยมันเปลี่ยนแปลงไปแล้ว!” (ซิลติส)


คนเก่าไม่มีทางเข้าใจความรู้สึกที่แท้จริงที่สถิตอยู่กับคนใหม่ 

ดูท่าทางผมคงไม่จำเป็นต้องพูดแทรกมากกว่านี้อีก แม้แต่คุณคาเรนก็ฮึกเหิมเหมือนกัน


            “วัวเพลิงฟาลาริสกับมังกรทะเลยักษ์ และพวกมารดาสัตว์ประหลาดทั้งสี่ ตั้งแต่ที่พวกฉันถูกแต่งตั้งเป็นฮีโร่ ไม่รู้ว่าทำไมภัยพิบัติสัตว์ประหลาดระดับสูงสุดถึงได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะรับมือกับมันและลดความเสียหายของผู้คนให้น้อยที่สุด พวกเราต้องทำให้การเคลื่อนไหวของฮีโร่แต่ละคนทันเวลาค่ะ” (คาเรน)


แต่ก่อนหน้าที่พวกคุณคาเรนจะต่อสู้ มันไม่มีสัตว์ประหลาดประเภทวัวเพลิงและมังกรทะเลยักษ์ปรากฏตัวเลย

สรุปแล้ว เคียวกะกับซาราซา สิ้นสุดหน้าที่ด้วยการต่อสู้อย่างต่อเนื่องกับสัตว์ประหลาดปริมาณมากที่มารดาสัตว์ประหลาดสร้างขึ้นมาเท่านั้น


            “พวกฉันน่ะ ไม่เคยร่วมมือกันเพื่อกลบเกลื่อนความอ่อนแอของตัวเองเลยค่ะ ที่พวกฉันทำแบบนั้น ก็เพื่อก้าวข้ามความยากลำบากที่ตัวเองไม่อาจก้าวข้ามมันไปได้ พวกฉันที่เป็นฮีโร่ในปัจจุบัน เคารพและรักใคร่กลมเกลียวกันค่ะ” (คาเรน)


ถ้าเป็นตามปกติละก็ เธอจะอับอายนิดหน่อยและไม่พูดอะไร แต่เธอกลับพูดออกมาอย่างหน้าตาเฉย

คนที่น่ายกย่องในตอนนี้ก็คือคุณคาเรน


            “และก็พูดได้ว่า จากนี้ไปศาสนจักรทั้งห้ามีแนวทางที่จะพัฒนาด้วยค่ะ ถ้าหากศาสนจักรยุติความขัดแย้ง และยอมรับความคิดเห็นของกันและกัน โลกก็จะพัฒนาไปในทางที่ดีได้ค่ะ ถึงจะเป็นแนวคิดพื้นฐาน มันก็เป็นหน้าที่ที่เหมาะสมกับฮีโร่ที่เป็นตัวแทนศาสนจักรใช่ไหมล่ะคะ?” (คาเรน)

            “......คึ่ก” (เคียวกะ)

            “อุก......” (ซาราซา)


คำพูดของคุณคาเรนตรงไปตรงมาสุด ๆ มันทำให้คุณเคียวกะกับคุณซาราซาหาคำพูดโต้แย้งไม่ได้

จากนั้นก็มีผู้คนมาข้างหลังผม แล้วพูดเบา ๆ


            “........ชั้นคิดว่ามันจะเป็นยังไงกันนะอยู่พักหนึ่ง แต่ดูท่าทางมันจะไปได้สวยนะ สมกับเป็นคาเรน กล่อมพี่เคียวกะได้อยู่หมัดเลย” (มิรัค)

            “คนที่จุดประเด็นตอบโต้ขึ้นมาก็คือไฮเนะจิน้า สามีภรรยาคู่นี้แข็งแกร่งจริง ๆ พวกเธอไร้คู่ต่อสู้เฉพาะปากกับหมัดเท่านั้น” (ซิลติส)

            “ข้าน้อย เป็นคนมาใหม่ก็เลยพูดแทรกไม่ได้เลย.......” (ฮิวเอะ)


มิรัค, ซิลติส, ฮิวเอะ

พวกเธอเองก็แสดงวาจาอันคมคายเหมือนกันนี่ ถึงจะโต้แย้งได้เล็กน้อยโดยใช้ประโยชน์จากพวกผมก็เถอะ


            “แต่ยังไง รุ่นก่อนก็เป็นคนที่ฮีโร่ต้องเกรงกลัว ต้องเคารพ และโดยพื้นฐานก็อยู่เหนือกว่า” (ซิลติส)

            “ชั้นเองก็เป็นหุ่นเชิดของพี่สาวเหมือนกัน ลำบากตั้งแต่ตอนที่เข้าร่วมเลย และเพราะโดนรู้จุดอ่อนทุกอย่าง ชั้นก็เลยรู้สึกว่าไม่มีทางเอาชนะเธอได้เลย โชคดีจริง ๆ ที่พวกคาเรนอยู่ด้วย......!” (มิรัค)


พวกรุ่นก่อนเป็นศัตรูที่ฟ้าลิขิตสำหรับพวกเธอจริง ๆ

แต่สุดท้าย มันก็เป็นเรื่องราวที่จำกัดภายในศาสนจักรเดียวกัน คุณคาเรนไล่ต้อนฮีโร่รุ่นก่อนของที่อื่นอย่างช้า ๆ


            “ถ้าหากพวกคุณไม่มีความเห็นอื่นละก็ ช่วยออกไปได้แล้วค่ะ ปัญหาของโลกในตอนนี้ เหล่าฮีโร่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในปัจจุบันจะรับฝากไว้เองค่ะ” (คาเรน)


แล้วชัยชนะก็มาถึง

ตอนที่พวกมิรัคร้องห่มร้องไห้ ผมก็หวาดกลัวว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่โชคดีที่มันจบลงด้วยปัญหาเล็กน้อย

......พอคิดแบบนั้น


            “คงฝากให้ไม่ได้หรอกค่ะ กับเด็กสาวที่เพ้อฝันอย่างคุณ”


คนมาใหม่ก็ปรากฏตัวที่ห้องนั่งเล่นอีกครั้ง

เธอเป็นคนที่ผมเห็นเป็นครั้งแรก และผมไม่รู้จักเธอเลย


            “อ๊ะ คุณคือ......!” (คาเรน)


พอเห็นคนที่มาใหม่คนนั้น คุณคาเรนก็ตัวเกร็ง

ราวกับเธอเป็นงูหรือกบ หรือเหมือนกับเธอเป็นศัตรูที่ฟ้าลิขิตยังไงยังงั้น


            “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ คุณคาเรน เดิมทีฉันไม่ได้มีตำแหน่งที่จะมาเหยียบมหาวิหารแห่งแสงได้อีก แต่เพราะคุณที่เป็นผู้สืบทอดได้ปลุกเร้าความไม่สบายใจถึงขนาดนั้น ฉันจึงต้องกลับมาอย่างไม่มีทางเลือกค่ะ”


ลักษณะของคนที่มาใหม่นั้น—— คือสตรีผมสั้นสีทอง ที่รุ่นราวคราวเดียวกับเคียวกะและซาราซา มิหนำซ้ำเธอยังมีบรรยากาศคล้ายกับคุณคาเรนอีก แต่พอผมลองมองดู มันก็เหมือนจะตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง

เป็นไปไม่ได้ เธอคือ......!?


            “ฮีโร่แห่งแสงรุ่นก่อน ท่านซันนี่โซล อาเทส......!?” (คาเรน)

◆◆◆◆◆




NEKOPOST.NET