[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด ตอนที่ 169 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด

Ch.169 - ตอนที่ 169 - ตอนที่ 172


ตอนที่ 169 หากสายลมมาถึง มันก็กลายเป็นเส้นทาง

 

 

เสียง *ปัง!* ดังไปทั่ว

สิ่งที่ถูกปลดปล่อยออกมาแทนกระสุนก็คือ พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งแสงที่ฉันมอบให้กับคุณฮิวเอะ

พลังแห่งแสงที่มีความเหนือชั้นกว่าธาตุอื่นเล็กน้อย ได้ทะลวงกำแพงป้องกันที่ราฟาเอลกางออกมาโดยอัตโนมัติตามที่พวกฉันคาดการณ์ไว้

มันไหลผ่านศีรษะที่เป็นจุดสำคัญ และเป่าศีรษะของศัตรูกระจัดกระจายจากข้างใน

นอกจากส่วนหัวที่หลงเหลืออยู่ เขาก็ยังลอยอยู่ในอากาศ แต่ความรู้สึกคุกคามอันน่ากลัวกับกำแพงลมก็หายไปเช่นกัน และการบีบอัดอากาศที่คุณชีวาปลดปล่อยออกมาก็หยุดลง


            “.......สำเร็จ? ..................สำเร็จไหม!?” (คาเรน)


ฉันกับคุณฮิวเอะใช้เวลาสักพักถึงเข้าใจ

สุดท้ายสัมผัสของความสำเร็จหรือที่ควรจะเรียกว่าความรู้สึกแห่งชัยชนะ ก็แผ่ขยายไปทั่วทั้งร่างกายทีละนิด


            “สำเร็จ! พวกเราจัดการมันได้!”

            “สำเร็จ! สำเร็จ! สำเร็จ!”


ฉันกับคุณฮิวเอะกอดกันพลางดีใจกับความสำเร็จ แต่คุณฮิวเอะก็นึกถึงสิ่งที่น่าเป็นห่วงมากกว่านั้นขึ้นมาทันที


            “ท่านพี่! ปลอดภัยรึเปล่าคะ!?” (ฮิวเอะ)


คุณฮิวเอะวิ่งเข้าไปหาคุณชีวาที่เป็นพี่ชาย

คุณชีวาที่ไม่จำเป็นต้องปลดปล่อยพลังศักดิ์สิทธิ์จำนวนมาก และตอนนี้ได้หมดเรี่ยวแรงแล้วได้แต่งุนงง


            “พวกแก.......!?” (ชีวา)

            “ท่านพี่!” (ฮิวเอะ)


ตอนที่คุณฮิวเอะวิ่งเข้าไปใกล้ ๆ คุณชีวาที่ไม่มีแรงก็ล้มลงไปทั้งอย่างนั้น คุณฮิวเอะจึงรีบช่วยพี่ชายอย่างตาลีตาลาน ฉันเองก็วิ่งตามเข้าไปช่วยเธอเหมือนกัน

......ทั่วทั้งร่างกายของคุณชีวาอยู่ในสภาพเหือดแห้ง และดูเหมือนเขาจะล้มลงไปเมื่อไหร่ก็ได้

การปลดปล่อยพลังศักดิ์สิทธิ์เกินขีดกำจัดที่ร่างกายจะทนไหว มันทำให้ร่างกายย่ำแย่ถึงเพียงนี้.......!

ความจริงแล้ว การปลดปล่อยพลังศักดิ์สิทธิ์ถึงขนาดนั้นโดยไม่มีฟังก์ชั่นในการขยายของอาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่จะมารองรับ มันไม่มีทางเป็นไปได้เลย

ถึงอย่างนั้น ผู้ที่ควบคุมพลังศักดิ์สิทธิ์ที่จู่โจมและอดทนต่อการต่อสู้ได้โดยไม่มีอาวุธศักดิ์สิทธิ์ ในความทรงจำของฉัน มีเพียงคุณไฮเนะ, ท่านโยริชิโระ และคุณโดโรฮะ สามคนเท่านั้น

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า คุณชีวาเองก็เป็นคนหนึ่งที่ก้าวเข้าไปในขอบเขตนั้นด้วย

และความเป็นจริงข้อนั้น ก็เชื่อมโยงเข้ากับความน่าสะพรึงกลัวของราชาปีศาจราฟาเอลที่ทำให้คุณชีวาบาดเจ็บได้ถึงขนาดนี้ และยิ่งทำให้ความน่าสะพรึงกลัวเพิ่มมากยิ่งขึ้น


            “...........ถูกพวกแกช่วยไว้แบบนี้ ชั้นเองก็คงเสื่อมสภาพแล้วสินะ” (ชีวา)

            “ท่านพี่ ......ต้องขอบคุณคนผู้นี้ค่ะ ต้องขอบคุณที่คนผู้นี้ช่วยข้าน้อย ข้าน้อยถึงทำใจให้มั่นคงและยิงมันได้” (ฮิวเอะ)


สายตาของคุณฮิวเอะหันมาทางฉัน

อื๋อ?


            “มนุษย์กับมนุษย์ช่วยเหลือกัน มนุษย์ งั้นเหรอ......” (ชีวา)


ไม่หรอก ฉันไม่ได้ทำ ที่ยิงโดนทั้งหมดเป็นเพราะความสามารถในการยิงของคุณฮิวเอะมันสูงต่างหากละ


            “ฮิวเอะน่ะ สำเร็จทักษะแล้ว แต่หัวใจของแกมันยังบอบบาง ในสถานการณ์สำคัญแกมักจะคิดมากเกินไปเสมอ มันทำให้จิตใจหวั่นไหว, ปลายนิ้วสั่น และเป้าหมายก็คลาดเคลื่อน แต่วันนี้ดูเหมือนแกจะเอาชนะมันได้นะ” (ชีวา)

            “ท่านพี่......” (ฮิวเอะ)

            “ถึงจะอยู่ในที่ ๆ ชั้นไม่รู้จัก มนุษย์ก็เติบโตอยู่เสมอ พวกมันสั่งสมประวัติศาสตร์ของตัวเองไว้ เพราะแบบนั้นมนุษย์ถึงได้น่าสนใจ” (ชีวา)


คุณชีวาที่อยู่เคียงข้างคุณฮิวเอะมีความอบอุ่นที่แตกต่างจากก่อนหน้านั้นลิบลับ และบุคลิกของเขาก็เหมือนกับผู้ก่อตั้งที่สมบูรณ์แบบ

แต่บางทีคนที่อยู่ตรงนั้น อาจจะเป็นคุณทอร์โดเรด ชีวา ผู้ก่อตั้งแห่งลมตัวจริงก็ได้


            “การแสดงห่วย ๆ พอแค่นั้นแหละ เจ้าพวกมนุษย์”


——!?

เอ๋!?

เมื่อหันกลับไปหาความหนาวเย็นที่น่าขนลุกขนพอง ร่างของราชาปีศาจราฟาเอลที่ไร้ศีรษะก็ยังอยู่ที่นั่นและลอยอยู่ในอากาศ

ตายไปแล้ว...... นี่?

ทั้ง ๆ ที่ไม่มีหัวแล้วแท้ ๆ ถ้าเป็นมนุษย์ละก็ มันคือบาดแผลฉกรรจ์ที่ถึงแก่ชีวิตอย่างแน่นอน ถ้าเป็นมนุษย์ละก็......

แต่มันไม่ใช่มนุษย์ มันเป็นสัตว์ประหลาด


            “......มันทำให้ฉันได้เรียนรู้ แม้ว่ามนุษย์จะเป็นแมลงที่ไร้ค่า แต่ถ้าปล่อยปะละเลย เราก็จะไม่รู้ว่าพวกมันจะทำอะไร ไม่ว่าพวกมันจะเป็นกากเดนแบบไหน ฉันก็ต้องลบพวกมันด้วยพลังที่มีอำนาจนี้ เพื่อสร้างยุคใหม่ของสัตว์ประหลาด” (ราฟาเอล)

            “อมตะงั้นเหรอ......! แก......!” (ชีวา)


ดูเหมือนคุณชีวาเอง ก็หวาดกลัวราฟาเอลที่ถูกเป่าหัวกระเจิงไปแล้วยังไม่ตายเหมือนกัน


ในขณะที่พวกฉันกำลังคิดว่านี่มันเรื่องบ้าอะไรกันอยู่นั้น

หมอกดำก็ปรากฏขึ้นมาบริเวณพื้นที่หน้าตัดตรงคอของราฟาเอลที่ถูกเป่ากระเจิง แล้วหมอกดำนั่นก็มารวมตัวกันและก่อรูปร่างขึ้นมา......!?

และสุดท้าย หัวของราฟาเอลก็กลับมาเป็นเหมือนก่อนหน้าที่ถูกเป่ากระเจิงโดยไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยสักนิด

ฟื้นคืนมาโดยสมบูรณ์.......!?


            “แก......! พลังนั้นมัน......!” (ชีวา)

            “อย่างที่เจ้าคาดเดา มันคือหนึ่งในความสามารถที่ฉันสืบทอดมาจากมารดา ฉันสามารถเปลี่ยนแปลงเซลล์ต่าง ๆ ให้กลายเป็นแมลงและฟื้นฟูตัวเองได้ ถึงแม้ว่าร่างกายนี้จะถูกทำลายทั้งหมด ฉันก็สามารถรวบรวมเซลล์ที่กระจัดกระจายมาเปลี่ยนเป็นแมลงวันหรือว่าเห็บหมัด แล้วฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง” (ราฟาเอล)

            “พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ ถ้าจะฆ่าแกจริง ๆ พวกชั้นก็ต้องทำลายแกไม่ให้เหลือแม้แต่เซลล์เดียวงั้นเหรอ......! ไอ้สัตว์ประหลาดเวร......!!” (ชีวา)


ไม่นะ......!

มันเหมือนกับมารดาสัตว์ประหลาดแห่งลมเบลเซ่ บูลส์ ไม่สิ พลังของมันเหนือกว่านั้น......!?


            “ถึงการซุ่มยิงเมื่อกี้จะทำลายเซลล์ไปได้จำนวนหนึ่ง มันก็ยังไม่มีประโยชน์ แต่นั่นคือขีดจำกัด ถึงแม้ว่ามนุษย์ตัวเล็ก ๆ อย่างพวกเจ้าจะทำให้ฉันบาดเจ็บได้ แต่พวกเจ้าก็ไม่สามารถฆ่าฉันได้ นั่นคือความแตกต่างของเผ่าพันธุ์ ที่มีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงไงละ” (ราฟาเอล)


ราฟาเอลยื่นมือออกมา

ตอนนี้พวกฉันมารวมตัวกันเพื่อช่วยเหลือคุณชีวา มันจึงเป็นไปได้ที่ศัตรูจะบดขยี้พวกฉันในคราวเดียว

พอคิดถึงความแตกต่างของพลังกับฝ่ายตรงข้าม การโจมตีกะทันหันเมื่อกี้คือโอกาสแรกและโอกาสสุดท้าย

พวกฉันไม่สามารถจัดการราฟาเอลที่ไม่ประมาทได้อีกแล้ว

พวกฉัน


            “แต่คุณไม่เข้าใจเรื่องสำคัญ” (คาเรน)

            “อะไรนะ?” (ราฟาเอล)


ฉันพูด


            “ใครคือศัตรูที่คุณควรจะกลัวจริง ๆ คุณในตอนนี้อยู่ในข่วงวิกฤตแห่งความเป็นความตาย คุณทำให้ร่างกายฟื้นฟูอย่างใจเย็นโดยที่ไม่รู้เรื่องนั้น ดูถูกกลั่นแกล้งพวกฉัน และมอบเวลาอันมีค่าให้กับพวกฉัน เท่านี้โชคชะตาของคุณ ก็จบสิ้นแล้วค่ะ” (คาเรน)

            “เจ้ากำลังพูดอะไรอยู่น่ะ ฉันไม่เห็นเข้าใจความหมายเลย” (ราฟาเอล)


ฉันรู้สึกว่าพลังศักดิ์สิทธิ์ที่รวบรวมอยู่ในมือของราฟาเอล

ได้ทำให้อากาศมันแพร่กระจาย คงตั้งใจบดขยี้พวกฉันไปพร้อม ๆ กันด้วยการอากาศที่บีบอัดขนาดมหึมาสินะ

แต่ว่า......


            “ที่นายไม่เข้าใจ ก็เพราะว่านายพึ่งจะเกิดขึ้นมาโดยไม่รู้อะไรเลยน่ะสิ”

            “!?” (ราฟาเอล)

            “เพราะงั้นผมจะสอน ถึงความน่ากลัวที่ถูกบดขยี้ด้วยพลังที่ไม่มีสิ่งใดเทียบ คนที่เอาแต่ภาคภูมิใจในพลัง ทุกคนล้วนเป็นเพียงคนอ่อนแอที่ได้แต่พ่ายแพ้ให้กับคนที่แข็งแกร่งกว่าและหายหัวไปเท่านั้น”

            “น่ะ!?” (ราฟาเอล)

            “Dark Matter Set”

◆◆◆◆◆

ชื่อตอนที่ 169 นี้ 風至れば道成る ผมคิดว่ามันคล้ายกับ 
水到れば渠成る (ถ้าน้ำมาถึงมันก็จะกลายเป็นคูน้ำ)
ถ้าเราจัดเตรียมเงื่อนไขเพื่อสร้างคูน้ำไว้ละก็ ตอนที่สายน้ำไหลมา ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะสำเร็จตามธรรมชาติ
เป็นการเปรียบเปรยว่า เราจะบรรลุผลสำเร็จ หากสร้างรากฐานเอาไว้
คงหมายถึงคาเรน, ฮิวเอะ, ชีวาที่ถ่วงเวลาจนไฮเนะมาตบราฟาเอล

◆◆◆◆◆

 

ตอนที่ 170 ถ้าขัดแย้งละก็

 

            “Dark Matter Set!!”


ผมปล่อยคำพูดโต้ตอบตอนที่กลับมา

สสารมืดปริมาณมากซัดใส่ไอ้เด็กเปรตผีเสื้อนั่น


            “อ๊าก!?”


สีหน้าของเจ้านั่นที่อาบสสารมืดไปทั่วร่างกายบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด


            “เจ้า? .......ไม่ใช่ว่าหนีไปคนแรกหรอกเหรอ!! ทำไมเจ้าถึงกลับมาตอนนี้.......!?” (ราฟาเอล)


เด็กเปรตที่สวมปีกผีเสื้อพูดแบบนั้นแล้วจ้องผม— คุโรมิยะ ไฮเนะ


            “นายคิดอย่างงั้นเหรอ? ทางนี้วิ่งไปเก็บกวาดการเล่นซุกซนตามที่ต่าง ๆ ที่นายทำไว้ แล้วสุดท้ายก็กลับมาไงละ!!” (ไฮเนะ)

            “ว่าไงนะ!?” (ราฟาเอล)


ราฟาเอลมองไปรอบ ๆ ทั้งซ้ายและขวาในขณะที่ถูกปกคลุมด้วยสสารมืด เขามองหาอะไรบางอย่าง


            “บ้าน่า!? ‘ภัยพิบัติหมุนวนทั้งสี่’ หายไป!? ไม่เหลือเลยสักลูก!?” (ราฟาเอล)


มันคงจะเป็นพายุหมุนสี่ลูกที่หมอนั่นปล่อยออกมา

แต่ละลูกอยู่ในระดับภัยพิบัติครั้งใหญ่ นายรู้รึเปล่า ว่าการไล่ตามพวกมันที่ทำลายล้างภายในเมืองรูดร้า สเตท ด้วยความรุนแรงที่ทำให้พื้นที่ที่มันผ่านไปกลายเป็นที่ดินว่างเปล่าทีละลูก และทำให้พวกมันหายไปด้วยสสารมืดมันลำบากแค่ไหน


            “เจ้าบอกว่าลบพวกมันงั้นเหรอ? มนุษย์ทำเรื่องแบบนั้นได้ด้วยเหรอ!? ‘ภัยพิบัติหมุนวนทั้งสี่’ ที่บรรจุพลังศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดของฉันไว้.......!?” (ราฟาเอล)

            “โห เมื่อกี้คือทั้งหมดของนายแล้วงั้นเหรอ? ถ้างั้นนายก็ควรจะพึงพอใจกับสิ่งที่ตัวเองทำนะ หายไปทั้งอย่างนี้ซะเถอะ!!” (ไฮเนะ)


ราชาปีศาจราฟาเอล

ความผิดพลาดของนายก็คือ การดูถูกมนุษย์จนถึงตอนสุดท้าย 

คงคิดว่า ‘จะฆ่าทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้’ สินะ

คงคิดว่า ‘ใช้เวลาเล่นสนุกกับพวกมันสักหน่อยแล้วค่อยฆ่าทิ้ง’ สินะ

ความโง่นั้นมันฆ่านาย

นายควรจะหนีไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้

แต่นายก็มองภาพรวมผิดพลาดเพราะมั่นใจในตัวเองเกินไป เสียเวลาไปกับการต่อต้านแบบทุ่มสุดตัวของคุณคาเรน, ฮิวเอะ, ชีวา และใช้เวลาที่มีจนหมดเกลี้ยง

มันคือเวลาสำคัญจนกระทั่งเทพแห่งความตายของนายกลับมา!


            “อะไรกัน!? พลังนี้มันอะไรกัน!? ถูกลบ? พลังศักดิ์สิทธิ์ที่ไร้คู่ต่อกรของฉันถูกลบบบบบบ!?” (ราฟาเอล)

            “คิดว่าตัวเองไร้คู่ต่อกรด้วยระดับนี้เนี่ย เป็นเด็กอมมือขนานแท้!” (ไฮเนะ)


สสารมืดห่อหุ้มราฟาเอลมากยิ่งขึ้น

การต่อต้านด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งลมในตอนนี้ยังคงดุเดือดอยู่ แต่ผมจะให้มันถูกบดขยี้ทั้ง ๆ ที่ดิ้นรนแบบนี้นี่แหละ!


            “อย่าประมาทสิไฮเนะ!” (ชีวา)


การตำหนิของชีวาลอยมา!


            “เจ้านั่นสืบทอดความสามารถของเบลเซ่ บูลส์มา! มันสามารถเปลี่ยนร่างกายเป็นแมลงตัวเล็ก ๆ และหลบหลีกโดยการแตกตัวได้! ถ้าปล่อยให้มันหลุดไปสักตัวละก็ แกไม่มีทางจบชีวิตของมันได้แน่!!” (ชีวา)

            “!?”


ความสามารถแบบนั้น.......!?

อย่างงั้นเหรอ ถ้างั้นผมจะระมัดระวังให้มากขึ้นแล้วปกคลุมเจ้านั่นด้วยสสารมืดแบบไม่ให้มีช่องว่างเลย

ตอนที่คิดแบบนั้น พลังศักดิ์สิทธิ์ที่เหมือนจะโอบล้อมบริเวณรอบ ๆ และมากกว่าผมก็มาจากด้านนอก


            “......ชีวา!?” (ไฮเนะ)


อะไรกัน? ชีวาห่อหุ้มสสารมืดที่ห่อหุ้มราฟาเอลจากด้านนอกด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งลม

การโอบล้อมสองชั้นที่ไม่ปล่อยให้น้ำเล็ดลอด


แต่ถ้ามองดูใกล้ ๆ ละก็ ร่างกายของชีวามันยับเยินยิ่งกว่าเดิม และผมก็รู้ว่ามันเกินขีดจำกัดไปไกลแล้ว

ถ้ายังปล่อยพลังศักดิ์สิทธิ์ออกมาด้วยร่างกายนั้นละก็.......!


            “นี่คือการแสดงความรับผิดชอบของชั้น.......! ผู้ที่สร้างสัตว์ประหลาดโดยไม่มีความรับผิดชอบก็คือพวกชั้นธาตุทั้งสี่ ถ้าปล่อยให้แกทำลายมันที่เป็นบทสรุปเพียงคนเดียว มันจะกระทบกับเกียรติยศของเทพ.......!” (ชีวา)

            “นาย.......!?” (ไฮเนะ)

            “อย่าประมาทจนกว่าจะถึงตอนสุดท้ายแล้วกัน.......! ถ้าคิดถึงลักษณะพิเศษของเบลเซ่ บูลส์ที่เป็นพ่อแม่ของมันละก็ หากปล่อยให้มันเหลืออยู่แม้เพียงชิ้นเดียว พวกเราก็ไม่อาจทำลายมันได้ ตัวมันเองก็ดิ้นรนเต็มที่เหมือนกัน ถ้าร่างกายที่แยกออกมาพยายามหนีผ่านช่องว่างเล็กน้อย พวกเราก็จะปิดมันให้เรียบ!!” (ชีวา)

            “......เข้าใจแล้ว” (ไฮเนะ)


เดิมทีการทำให้หายไปโดยไม่เหลือแม้แต่ซาก คือสิ่งที่เป็นจุดแข็งที่สุดของสสารมืด

ผมจะแสดงลักษณะพิเศษนั้นอย่างอิสระตามที่สั่ง และทำให้ราฟาเอลหายไปโดยสมบูรณ์แบบ


            “ของสีดำนี่มันอะไรกัน......? พลังที่ฉันซึ่งเป็นราชาปีศาจไม่รู้จัก? มีของแบบนั้นอยู่ด้วยเหรอ.......!?” (ราฟาเอล)


ราฟาเอลในตอนนี้ถูกสสารมืดปกคลุมแทบจะทั่วทั้งร่างกาย สิ่งที่ออกมาข้างนอกคือศีรษะกับมือเท้าที่พยายามดิ้นรน และปลายปีกผีเสื้อ

ถึงแม้ว่าเจ้านั่นพยายามจะหนีโดยเปลี่ยนร่างกายส่วนที่เปิดเผยให้เป็นแมลงวันตัวเล็ก มันก็ถูกยับยั้งด้วยอากาศที่ไหลเวียนของชีวาซึ่งกดดันจากด้านนอก จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่เจ้านั่นจะหนี เผลอ ๆ เจ้านั่นที่กลายเป็นแมลงวันตัวเล็กจะถูกสายลมรุนแรงพัดพา และถูกสสารมืดกดดันให้จมลงไปง่ายขึ้นด้วยซ้ำ


            “......หยุดนะ! หยุดนะ! พวกเจ้ารู้รึเปล่า ว่าตัวเองกำลังทำเรื่องที่บาปมากแค่ไหน!?” (ราฟาเอล)

            “?”


ราฟาเอลตะโกนพลางดิ้นรน


            “ฉันคือราชาของผู้ที่เป็นปีศาจ! ราชาปีศาจ! ฉันที่เป็นผู้ชี้นำแห่งยุคใหม่ที่สัตว์ประหลาดสร้างขึ้น คือตัวตนที่จำเป็นอย่างแน่นอน! พวกเจ้ารู้รึเปล่า ว่าการทำลายฉันมันเป็นการสูญเสียมากแค่ไหน!?” (ราฟาเอล)

            “ไอ้เจ้านี่......!!”

            “ทำไมพวกเจ้าถึงไม่เข้าใจ ว่ายุคสมัยของมนุษย์มันจบสิ้นแล้ว!? พวกโบราณควรจะหายไปแต่โดยดีสิ! พวกเจ้าควรจะหายไป ไม่ใช่พวกเรา! นับจากวันนี้ไป พวกเราจะเดินไปบนยุคสมัยแห่งเกียรติยศ.......!” (ราฟาเอล)

            “อย่าพูดจาเอาแต่ได้สิ!!” (ไฮเนะ)


การจู่โจมของสสารมืดที่ถูกปล่อยออกมา ได้ปกคลุมศีรษะและแขนทั้งสองข้างของราฟาเอล จากนั้นมันก็ถูกฝังทั้งหมด

อากาศที่ถูกบีบอัดทั่วสารทิศของชีวา ไม่ปล่อยกระทั่งแมลงวันตัวเล็กที่มองด้วยตาไม่เห็นหลุดรอด และผลักดันเจ้านั่นกลับไปสู่กลุ่มก้อนของสสารมืด

ราชาปีศาจราฟาเอลมีแต่ต้องตายเท่านั้น

ความรู้สึกผ่านสสารมืด ได้ทำให้ผมรู้ว่ามันบดขยี้สิ่งที่อยู่ข้างในนั้นให้เป็นผุยผงทีละนิด และทำให้มันหายไป

สิ่งที่อยู่ข้างในตัวเล็กลงอย่างรวดเร็ว และสูญเสียรูปร่างของมนุษย์ กลายเป็นอนุภาคเล็กจ้อย ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ปรานี มันลบทุกสิ่งทุกอย่าง


            “ถ้าพวกเราไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ละก็ พวกเราก็ต้องต่อสู้กันจนกว่าจะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหายไป มันมีกรณีที่ผู้แพ้หายตัวไปเป็นพวกนายอยู่เหมือนกัน นายควรจะทำความเข้าใจเรื่องนั้นก่อนที่จะเริ่มต่อสู้นะ” (ไฮเนะ)


ราชาปีศาจราฟาเอลหายไป

โดยไม่เหลือกายเนื้อแม้แต่ชิ้นเดียว และสสารมืดที่เชื่อฟังความตั้งใจของผมและเสร็จหน้าที่ ก็หายไปในความว่างเปล่า

ทุกสิ่งทุกอย่างหายไปหมด ไม่มีอะไรอยู่บนพื้นเลย

ผมกับชีวาหันมามองหน้ากันสองคน

คุณคาเรนกับฮิวเอะเฝ้ามองพวกผมอยู่ห่าง ๆ ยังไงก็ตาม พวกผมไม่รู้ว่าจะเคลื่อนไหวต่อไปยังไงดี แต่เพื่อบอกว่าทุกสิ่งทุกอย่างจบลงแล้ว ผมกับชีวายกมือขวาขึ้นมา

แล้วเอามันมาตบกันเหนือศีรษะอย่างแรง

◆◆◆◆◆

 

ตอนที่ 171 การประชุมเทพ

 

            “ผู้ก่อตั้งแห่งลมทอร์โดเรด ชีวา ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของสัตว์ประหลาดค่ะ”


จู่ ๆ ก็พูดอะไรออกมาเนี่ย?


            “มารดาสัตว์ประหลาดแห่งลมเบลเซ่ บูลส์ เข้าไปข้างในและยึดครองร่างกายของมนุษย์ สามารถควบคุมมนุษย์ได้อย่างอิสระ คนที่เห็นความสามารถนั้นมีอยู่มากมาย ผู้ก่อตั้งแห่งลมชีวาเองก็ถูกรุกรานอย่างรวดเร็ว และทำให้ฝูงเบลเซ่ บูลส์มาเกาะที่รูดร้า สเตทในฐานะ 'เขตแดนวายุ' และเขา ก็ถูกทำให้กลายเป็นตัวหมากเพื่อทำลายล้างมนุษยชาติ ในการประชุมที่ผู้ก่อตั้งของศาสนจักรทั้งห้ามารวมตัวกันครั้งนี้”

            “ไม่นะ นั่น......?” (ไฮเนะ)

            “ผู้ก่อตั้งแห่งลมชีวาที่ถูกสัตว์ประหลาดควบคุม ได้ใช้ผู้ศรัทธาแห่งลมโจมตีพวกเราโดยไม่อธิบายสถานการณ์ และพยายามช่วยเหลือกาฝากที่อยู่ในตัวผู้คนทั้งหมดของศาสนจักรทั้งห้าเพราะเบลเซ่ บูลส์ .......ทว่า แสงแห่งความหวังก็ปรากฏขึ้นที่นั่น”

            “คุณโยริชิโระครับ?” (ไฮเนะ)

            “คุณคุโรมิยะ ไฮเนะ ได้กำจัดเบลเซ่ บูลส์ และบดขยี้แมลงวันแบบพิเศษที่ฝังอยู่ในตัวผู้ก่อตั้งชีวาด้วยความสามารถอันหายาก ดังนั้นชีวาที่กลับมาเป็นตัวของตัวเอง จึงให้ความร่วมมือในการกำจัดเบลเซ่ บูลส์ พวกเขาสามารถจัดการวิกฤตการณ์ได้อย่างงดงาม” (โยริชิโระ)


…………


            “......แล้ว เป็นยังไงบ้างคะ?” (โยริชิโระ)


ถึงจะบอกว่า เป็นยังไงบ้าง? ก็เถอะ


ณ ยามรุ่งอรุณ หลังจากที่ผ่านการต่อสู้อย่างต่อเนื่องกับราชาปีศาจราฟาเอลและเบลเซ่ บูลส์ที่น่าขนลุก พวกผมยังคงพักอยู่ในเมืองหลวงแห่งลมรูดร้า สเตท

และถ้าจะบอกสถานที่อย่างละเอียดละก็ ที่นี่คือห้องนอนของผู้ก่อตั้งชีวา

เขาที่ได้รับบาดแผลเต็มตัวในการต่อสู้เมื่อวานกำลังนอนอยู่บนเตียงอย่างสงบ

เพราะปลดปล่อยพลังศักดิ์สิทธิ์เกินขีดจำกัดของระดับความแข็งแกร่งทางร่างกาย เขาจึงตกอยู่ในสภาพร่อแร่ แต่เขาก็ผ่านช่วงวิกฤตมาได้ด้วยความร่วมมือระหว่างผมกับโยริชิโระ

คนที่อยู่ที่นี่ตอนนี้ มีเพียงผม, โยริชิโระ และชีวาสามคนเท่านั้น มันคือการประชุมของเทพเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


            “คุณชีวา จากนี้ไปศาสนจักรทั้งห้าจะก้าวไปพร้อมกัน และจัดตั้งโครงสร้างความร่วมมือขึ้นมาค่ะ” (โยริชิโระ)


ผู้ก่อตั้งแห่งแสงโยริชิโระซึ่งเป็นเทพธิดาแห่งแสงอินเฟลชั่นผู้มาจุติพูด


            “ถึงอย่างนั้น มันก็มีศาสนจักรที่ทำให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้ง และเปิดฉากโจมตีเพียงฝ่ายเดียวอยู่ ด้วยเหตุนี้ทั่วทั้งโลกจึงไม่สามารถก้าวต่อไปได้ ถึงจะขอโทษและยอมรับผิดฝ่ายเดียว ความรู้สึกไม่พอใจก็ยังเหลืออยู่ ที่สำคัญที่สุดก็คือ ถ้าคุณถูกถามถึงเหตุจูงใจว่าทำไมถึงทำเรื่องรุนแรงอย่างนั้นละก็ คุณคงบอกความจริงไม่ได้ใช่ไหมคะ?” (โยริชิโระ)


มันก็จริงนะ

ถึงจะอธิบายว่า ทุกอย่างคือผลลัพธ์ของการท้าทายที่เทพวายุเควซาร์เตรียมการโดยใช้เวลา 1,600 ปี ถึงขั้นที่ตัวเองมาจุติเป็นมนุษย์ มันก็มีผลกระทบอยู่มากมายเหมือนกัน


            “พวกเรามอบความรับผิดชอบทั้งหมดให้กับสัตว์ประหลาดก็ได้ค่ะ หากความสงบของมนุษย์แผ่ขยายออกไปด้วยเหตุนี้ละก็ สิ่งมีชีวิตเทียมนั่นก็จะมีความหมายในการมีชีวิตอยู่ค่ะ” (โยริชิโระ)

            “…………”

            “…………”


มันยากที่ผมกับชีวาจะยอมรับข้อเสนอของโยริชิโระทั้งหมด

พวกผมนึกถึงตัวตนที่ผิดปกติมาก ๆ ซึ่งปรากฏตัวระหว่างการต่อสู้


            “ราชาปีศาจวายุราฟาเอลงั้นเหรอ......” (ไฮเนะ)


ตัวตนนั้นประกาศตัวว่าเป็นราชาของสัตว์ประหลาด, ทำลายล้างมนุษย์ และจะปกครองโลกด้วยน้ำมือของสัตว์ประหลาด


            “ชีวา นายคิดว่าไง?” (ไฮเนะ)

            “ทำไมแกถึงมาถามชั้นวะ?” (ชีวา)

            “ก็ผู้ที่ให้กำเนิดสัตว์ประหลาดคือพวกนายธาตุทั้งสี่นี่ พวกนายไม่มีคำพูดอะไรเกี่ยวกับสัตว์ประหลาดเลยเหรอ?” (ไฮเนะ)


คงจะแทงใจดำสินะ ผู้ก่อตั้งชีวาที่เป็นเทพวายุเควซาร์มาจุติถึงได้นิ่งเงียบราวกับรวบรวมความคิดอยู่ชั่วขณะ แล้วจึงเปิดปากพูด


            “บอกตามตรงนะ ชั้นไม่ได้นึกเลย” (ชีวา)

            “ว่าสัตว์ประหลาดจะได้ความตั้งใจ และมีเป้าหมายที่ตนเองอยากจะทำเหรอคะ?” (โยริชิโระ)


โยริชิโระที่ไม่ได้เห็นราฟาเอลจริง ๆ ท่าทางจะยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งอยู่


            “สัตว์ประหลาดคือชิ้นส่วนอันไร้ค่า ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรักษาความศรัทธาเอาไว้เท่านั้น มันไม่ได้มากไม่ได้น้อยไปกว่านั้นเลย ดังนั้น พวกชั้นจึงสร้างมันขึ้นมาในฐานะสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีดวงวิญญาณ เพื่อไม่ให้พวกมันออกนอกวัตถุประสงค์ของทวยเทพด้วยความตั้งใจของตัวเอง ถึงอย่างนั้น.......!” (ชีวา)

            “มันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไปซะหมด ใช้เวลายาวนานถึงร้อยปี หรือมากกว่านั้นสินะ” (ไฮเนะ)


สัตว์ประหลาดถูกสร้างขึ้นมาโดยธาตุทั้งสี่ หนึ่งร้อยปี

ในระหว่างนั้น สัตว์ประหลาดแต่ละตัวที่ถูกสร้างขึ้นมา ถูกเหล่าฮีโร่กำจัดไปมากแค่ไหนกันนะ?

กี่หมื่น? กี่ร้อยล้าน?

และในระหว่างนั้น มารดาสัตว์ประหลาดที่เป็นต้นกำเนิดของสัตว์ประหลาดก็มีชีวิตอยู่อย่างต่อเนื่องในฐานะตัวอย่างมาตลอด

เพราะแบบนั้นพวกมันจึงมีความตั้งใจของตัวเอง


            “พอมาลองคิดดูมันก็เป็นเรื่องปกติสุด ๆ เลยนะ ผมลืมไปแล้วว่าเรื่องราวมันมาจากที่ไหน แต่ถ้าใช้เครื่องมืออย่างต่อเนื่องหนึ่งร้อยปีมันก็จะมีดวงวิญญาณสถิตย์อยู่ ถ้าเป็นอย่างนั้นละก็ สัตว์ประหลาดของสิ่งมีชีวิตที่เรียกกันว่าสิ่งมีชีวิตเทียมก็คงจะเป็นอะไรที่มากกว่านั้น” (ไฮเนะ)

            “ให้ตายสิ พวกคุณธาตุทั้งสี่นี่ คิดอะไรตื้น ๆ ประจำเลย” (โยริชิโระ)


โยริชิโระทำหน้าเอือมระอา


            “หนวกหูโว้ย!! ถ้าจะพูดแบบนั้นก็ไปบอกโนวาหรือคอร์โซเวทโน่น! พวกที่ลงมือโดยที่คิดตื้น ๆ อยู่เสมอก็คือพวกมัน..............................แต่ว่า” (ชีวา)


ที่เดือดขึ้นมาเป็นเพราะเจ็บแผลหรอกเหรอ? ชีวาทำหน้าบิดเบี้ยวแล้วจมร่างกายลงไปบนเตียงเต็มที่


            “ชั้นที่ยอมรับการกระทำชั่ว ๆ ของพวกมันก็มีความผิดเหมือนกันสินะ ......เท่านี้ก็จบแล้ว?” (ชีวา)

            “อื๋อ?” (ไฮเนะ)

            “ตัวตนที่เรียกว่าราชาปีศาจนั่น จะจบลงที่ราฟาเอลสินะ พวกเราสามารถจัดการมันได้ แต่ชั้นไม่คิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างจบลงแบบนั้น” (ชีวา)


นั่นสินะ

ราชาปีศาจวายุราฟาเอล คือลูกของเบลเซ่ บูลส์ มารดาสัตว์ประหลาดแห่งลมที่ได้เจตนารมณ์มาด้วยการใช้เวลาอันยาวนาน เพราะเจตนารมณ์นั้น มันจึงถามหาความหมายของพวกตัวเอง และสิ่งที่เป็นคำตอบก็ปรากฏ


            “ถ้ามีมารดาสัตว์ประหลาดที่มาถึงขอบเขตเดียวกันนอกจากเบลเซ่ บูลส์อยู่ละก็.......” (ชีวา)

            “มารดาสัตว์ประหลาดแห่งดิน แกรนด์มาวูดถูกกำจัดไปแล้ว แต่มารดาสัตว์ประหลาดแห่งไฟและน้ำยังอยู่ โลกอาจจะพบเจอสถานการณ์ที่รุนแรงยิ่งกว่าที่พวกเราคาดคิดก็ได้นะคะ” (โยริชิโระ)


สัตว์ประหลาดซึ่งเป็นเครื่องมือของเทพที่คิดได้แค่ว่าพวกมันคือสิ่งรบกวนของโลก เริ่มพัฒนาเป็นศัตรูของมนุษย์อย่างเห็นได้ชัด
การกำจัดสัตว์ประหลาดคือเป้าหมายเดิมของพวกผม แต่พวกผมต้องเอาจริงเอาจังให้มากกว่านี้


            “ถ้าเช่นนั้นคุณชีวาคะ ดิฉันขอถามคุณในฐานะผู้ก่อตั้งแห่งแสง เกี่ยวกับการกำจัดมารดาสัตว์ประหลาด และอาจจะโยงไปถึงราชาปีศาจด้วย ศาสนจักรแห่งลมของคุณ.......?” (โยริชิโระ)

            “จะให้ความร่วมมือแน่นอน” (ชีวา)


ในขณะที่ยังนอนอยู่บนเตียง น้ำเสียงแห่งการตัดสินใจของชีวาก็หนักแน่น


            “ถ้าใช้เหตุผลว่าชั้นถูกสัตว์ประหลาดควบคุม มันก็มีสิ่งที่พวกเราต้องสะสางกันก่อน มารดาสัตว์ประหลาดแห่งลมและราชาปีศาจถูกทำลาย แต่สิ่งที่ต้องช่วยเหลือก็มีอยู่มากมาย” (ชีวา)


ชีวาดันร่างกายท่อนบนขึ้นมาจากเตียง หมอนั่นไม่ยอมอยู่นิ่ง ๆ ตามแบบฉบับของคนป่วยเลย


            “เหมือนกับสัตว์ประหลาดที่พยายามเปลี่ยนแปลง โลกของมนุษย์ก็พยายามเปลี่ยนแปลงเหมือนกัน ศาสนจักรแห่งลมของพวกชั้น ก็ได้เวลาปิดฉากความลับแล้วเช่นกัน” (ชีวา)

            “อุ้ย นั่นหมายความว่าศาสนจักรแห่งลมจะเปิดเผยเรื่องนั้นเรื่องนี้ที่เก็บซ่อนไว้มากมายเหรอคะ? อย่างเมืองเคลื่อนที่กับปืนคู่วายุ และเทคโนโลยีอีเธอเรียลของลมที่ล้ำหน้าศาสนจักรอื่นอยู่รุ่นถึงสองรุ่นด้วยสินะคะ การแลกเปลี่ยนเทคนิคจะช่วยพวกเราได้มากเลยค่ะ” (โยริชิโระ)

            “ก็ไม่ขัดข้องหรอกนะ แต่มันก็ต้องจ่ายด้วยราคาที่สมน้ำสมเนื้อ ผู้ที่รู้คุณค่าของเทคโนโลยีมากที่สุดก็คือพวกชั้น ศาสนจักรแห่งลม” (ชีวา)

            “อุฟุฟุฟุฟุ......” (โยริชิโระ)

            “ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า.....” (ชีวา)


พวกเขากำลังสนทนาทางการเมือง

เมื่อมันกลายเป็นเนื้อหาแบบนั้น สุดท้ายมันก็ถูกผมก็เปลี่ยนเรื่อง

ยังไงผมก็อิจฉา ผมเองก็อยากมีส่วนร่วมในการสร้างเมืองที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนามนุษยชาติในระยะแรกเหมือนกัน


            “.......ชีวา ร่างกายนายเป็นยังไงบ้าง?” (ไฮเนะ)

            “ชั้นเหรอ?” (ชีวา)


ชีวาเข้าใจเจตนาที่ผมถามจึงทำหน้ามืดมน

เพราะการต่อสู้อย่างต่อเนื่องกับผมและราชาปีศาจราฟาเอล ร่างกายของชีวาจึงพังทลายถึงขั้นที่ไม่ไหวแล้ว

โดยเฉพาะการแสดงพลังศักดิ์สิทธิ์เพื่อจับราฟาเอลเอาไว้ ร่างกายมนุษย์ของชีวาไม่น่าจะทนไหว


            “ร่างกายนี้คงใช้การไม่ได้แล้ว เดิมทีชั้นก็ตั้งใจจะแลกชีวิตอยู่เหมือนกัน ดังนั้นจะเรียกว่ากำไรก็ได้นะ” (ชีวา)

            “ทำไมคุณถึงปลดปล่อยพลังทั้งหมดและอยู่ในสภาพยับเยินล่ะคะ? สิ่งที่น่าจะทำได้มันก็มีอยู่หลายอย่างนี่คะ อย่างเช่นการปรับร่างกายให้เข้ากับพลังศักดิ์สิทธิ์” (โยริชิโระ)

            “หนวกหูน่า! ถึงจะจุติเหมือนกัน แต่เรื่องที่ธาตุทั้งสี่กับสองขั้วสามารถทำได้มันแตกต่างกันมากเลยนะโว้ย!! มาแสดงความแตกต่างในที่แบบนี้ทำให้ชั้นรู้สึกหงุดหงิดชะมัด!!” (ชีวา)


ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจของชีวาที่สงบไปแล้วได้เดือดขึ้นมาอีกครั้ง

แต่สำหรับชีวาที่ควบตำแหน่งผู้ก่อตั้งและฮีโร่แห่งลม ความสม่ำเสมอของพลังต่อสู้ที่ลดลงคงจะเป็นปัญหาที่ร้ายแรงน่าดู

ผู้ที่ยืนอยู่แถวหน้าในตอนที่ต่อสู้กับสัตว์ประหลาดคือหน้าที่ของฮีโร่ ถ้าไม่อาจเติมเต็มหน้าที่นั้นได้ละก็.......


            “....... ความจริง ชั้นเองก็มีเรื่องที่คิดไว้อยู่” (ชีวา)

◆◆◆◆◆

 

ตอนที่ 172 สายลมลูกใหม่

 

นับจากวันนั้น เวลาก็ผ่านมาหลายวัน และพิธีก็ถูกจัดขึ้นที่เมืองหลวงแห่งลมรูดร้า สเตท

พิธีแต่งตั้งฮีโร่คนใหม่


            “ฮีโร่แห่งลมคนใหม่ ทอร์โดเรด ฮิวเอะ”

            “ค่ะ” (ฮิวเอะ)


คุณฮิวเอะที่ถูกเรียกชื่อยืนขึ้นมา

เธอเดินไปที่บริเวณเท้าของทอร์โดเรด ชีวา พี่ชายผู้ฝืนสังขารเข้าร่วมพิธี


            “นับจากวันนี้เป็นต้นไป เธอคือฮีโร่แห่งลมผู้ปกป้องเมืองหลวงแห่งลมรูดร้า สเตทและศาสนจักรแห่งลม ชั้นขอมอบอาวุธศักดิ์สิทธิ์ ปืนยาววายุเอ็นโนะโอซูโนะนี้ให้เธออีกครั้ง” (ชีวา)

            “ขอน้อมรับด้วยความเต็มใจค่ะ” (ฮิวเอะ)


ชีวายื่นปืนรูปทรงยาวที่ฮิวเอะใช้มันในการต่อสู้จากเก้าอี้ผู้ก่อตั้ง


            “พวกชั้นได้ใส่แร่ที่มีระดับความบริสุทธิ์สูงซึ่งรวบรวมมาจากปืนคู่วายุฟูมะ โคทาโร่ที่แตกกระจายไว้ และยกเลิกขีดจำกัดแต่ละอย่างออกไป มันจะดื้อกว่าเมื่อก่อนเป็นพิเศษ แต่ถ้าเป็นเธอในตอนนี้คงใช้มันได้” (ชีวา)


ปืนยาวถูกส่งจากมือของพี่ชายสู่มือของน้องสาว

สิ่งที่เธอได้รับไม่ได้มีแค่นั้น


ผมได้ยินเรื่องการคัดเลือกที่ชีวาให้น้องสาวฮิวเอะเป็นฮีโร่แห่งลมคนใหม่ ในการประชุมเทพที่มีผม, ชีวา และโยริชิโระเป็นครั้งแรก

ชีวาที่สภาพร่อแร่ในการต่อสู้กับราชาปีศาจราฟาเอล มีสภาพร่างกายที่ยากจะเข้าร่วมการต่อสู้โดยตรง

ยิ่งไปกว่านั้น เขาคงจะตัดสินว่ามันยากที่ตัวเองจะควบตำแหน่งฮีโร่และผู้ก่อตั้ง ในความร่วมมือของศาสนจักรทั้งห้าที่คาดว่าจะคึกคักนับจากนี้

เขาจึงมอบสมญานามฮีโร่คนใหม่ให้กับฮิวเอะผู้สร้างผลงานในการต่อสู้ครั้งนี้ ส่วนตัวชีวาเองก็จะทุ่มเทให้กับหน้าที่ผู้ก่อตั้ง

การประกาศนั้นได้ทำให้ผู้คนทั้งหมดที่อาศัยอยู่ในรูดร้า สเตทแตกตื่น แต่หลังจากความหวั่นไหวเล็กน้อยผ่านไป พวกเขาก็ยอมรับ

นั่นคงจะพูดได้ว่า มันคือหลักฐานว่าชีวาได้รับความเชื่อถือจากผู้คนในฐานะผู้ก่อตั้งอย่างแรงกล้า

งานพิธีในวันนี้ มีผู้คนมากมายที่ไม่ได้ปรากฏตัวและหลบซ่อนเมื่อตอนการประชุมผู้ก่อตั้งทั้งห้าเข้าร่วม ข้างในนั้น ผู้ที่เกี่ยวข้องของศาสนจักรอื่น ๆ อย่างพวกผม ก็ได้รับเก้าอี้ในฐานะแขกผู้มีเกียรติเช่นกัน

ศาสนจักรแห่งลมถูกปิดด้วยความลับ

ทิศทางของสายลมนั้นกำลังเปลี่ยนแปลงไปทีละนิด


* * * * *


            “จากนี้ไป ก็ขอฝากตัวด้วยนะ” (ฮิวเอะ)


เมื่องานพิธีจบลง และเปลี่ยนเป็นงานเลี้ยงฉลองการแต่งตั้งฮีโร่ของฮิวเอะ ท่านฮีโร่คนใหม่ก็เข้ามาทักทายทางนี้

ในปาร์ตี้ที่มีแต่ผู้เกี่ยวข้องของศาสนจักรแห่งลมอยู่บริเวณรอบ ๆ ฮีโร่ทั้งสี่ คุณคาเรน, มิรัค, ซิลติส และซาซาเอะจังเป็นกลุ่มหนึ่งที่อยู่ในฐานะแขก

ไม่สิ ถ้าเพิ่มฮิวเอะเข้าไป ก็จะเป็นฮีโร่ทั้งห้าสินะ

ในที่สุดฮีโร่ทั้งห้าแห่งดิน, น้ำ, ไฟ, ลม, แสง ก็มารวมตัวกัน

ผมเฝ้าดูรูปการณ์นั้นจากที่ ๆ ห่างออกมาหนึ่งก้าว


            “ในเมื่อข้าน้อย ได้สืบทอดหน้าที่ฮีโร่นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าน้อยจึงอยากขอคำแนะนำ ในฐานะที่พวกเราเป็นคนรุ่นเดียวกัน” (ฮิวเอะ)

            “ไม่ต้องเป็นทางการถึงขนาดนั้นก็ได้ฮิวเอะจัง! จากนี้ไปพวกเราก็เป็นฮีโร่เหมือนกัน และก็เป็นเพื่อนกันด้วย!” (คาเรน)


ว่าแล้วเชียว คนที่พูดจาสนิทสนมกับฮิวเอะที่เริ่มสนทนาก่อนก็คือคุณคาเรน

แล้วสามคนที่เหลือก็พูดต่อจากเธอ


            “ทางนี้ก็ขอฝากตัวเช่นกัน ไม่สิ แต่แบบนี้ก็เท่ากับว่าฮีโร่ทั้งห้ารวมพลกันแล้วสินะ พอคิดถึงตอนที่ชั้นกับคาเรนเริ่มต้นกันสองคนแล้ว มันช่างลึกซึ้งจริง ๆ ......!” (มิรัค)

            “ตอนนั้น ฉันเองก็ไม่นึกว่ามิรัคจังจะเป็นคนที่หลงใหลผู้หญิงถึงขนาดนี้เหมือนกัน” (คาเรน)

            “การที่เธอเป็นฮีโร่ในวันนี้ สำหรับฉัน นั่นหมายความว่าเธอเป็นรุ่นน้อง! ถ้ามีเรื่องที่ไม่เข้าใจละก็ มาถามฉันได้ทุกเมื่อเลยน้า!” (ซาซาเอะ)

            “ซาซาเอะจังเองก็อย่าได้ใจไปนักเลยนะ” (คาเรน)


สกิลการตบมุขของคุณคาเรนพัฒนาขึ้น.......!


            “ม่ายน้าา ฉันคิดว่ามันจะเป็นยังไงไปชั่วขณะจริง ๆ เพราะดันถูกบอกว่าฮีโร่แห่งลมเป็นผู้ชายอะไรนั่น แต่ตอนสุดท้าย ที่แม่สาวนินจาผู้อ่อนหวานผมสีดำเพิ่มเข้ามาฉันนี่ไชโยเลยละ!” (ซิลติส)

            “......ซิลติสจัง?” (คาเรน)

            “เพราะงั้น ฉันก็เลยอยากให้ทุกคนรีบดู.......” (ซิลติส)


พอพูดแบบนั้น ซิลติสก็แจกอะไรบางอย่างให้กับเหล่าฮีโร่นอกจากตัวเอง

ปึกกระดาษบาง ๆ ...... หนังสือเหรอ?


            “............อะไรเนี่ย?”


            “เอกสารการประกอบคอนเสิร์ตที่ประกาศว่าฮีโร่ทั้งห้าปรากฏตัวพร้อมกันไงละ! ถ้าคิดถึงสังกัดของแต่ละคนละก็ มันเป็นไปไม่ได้ที่พวกเราจะเปิดการแสดงในเมืองเดียว เพราะงั้นมันก็เลยกลายเป็นทัวร์คอนเสิร์ตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้! เรื่องกำหนดการคงจะยาก แต่พวกเธอก็จะมากันสินะ!? ฉันคิดเรื่องจำนวนคนมากมายมาเต้นรำประกอบเพลงอย่างสง่างามกันห้าคนไว้แล้ว เพราะงั้นอ่านแผนการที่เขียนไว้ในข้อเสนอด้วยละ! แล้วก็แจ้งขนาดของคนตัวสูงสามคนทีนะเพราะว่าฉันต้องเตรียมเสื้อผ้าไว้! อย่าโกหกเรื่องขนาดจริง ๆ ละ เพราะว่ามันน่าอาย ไม่มีใครคาดหวังว่าเสื้อผ้าที่สวมไม่ตรงกับขนาดจะหลุดในการแสดงรอบจริงหรอก! จากนั้น......!!” (ซิลติส)

            ““““............”“““

            “โอ้ย!? เอาเอกสารเขวี้ยงกลับมาทำไมเนี่ย!? อย่าทำให้ฉันเจ็บสิ! ใครบอกว่าเขวี้ยงมันออกไปแล้วมันจะหมุนกลับมาเหมือนบูมเมอแรงกันหา!? ถ้าโดนตรงหัวมุมทิ่มมันจะเจ็บมากเลยนะยะ!!” (ซิลติส)


…………

ก็รู้อยู่หรอก แต่พวกเธอก็เป็นกลุ่มที่มีเอกลักษณ์จริง ๆ

การนำพาพวกเธอที่เป็นทีม มันลำบากน่าดูเลยไม่ใช่เหรอ

เอาเถอะ สิ่งที่ผมคิดว่าเป็นตัวช่วยเพียงอย่างเดียว คือฮิวเอะที่เข้าร่วมคราวนี้เป็นคนมีเหตุผลสินะ......?


            “เอ่อ....... แล้ว” (ฮิวเอะ)


ไม่รู้ว่าทำไมฮิวเอะถึงได้ยึกยักทันที


            “จากนี้ไปศาสนจักรแห่งลมของพวกข้าน้อย ตัดสินใจว่าจะแผ่ขยายความร่วมมือของศาสนจักรอื่น ๆ และเป็นศูนย์กลางในการปราบมารดาสัตว์ประหลาด แนวทางและความลับที่มีมาจนถึงตอนนี้ก็จะถูกแก้ไขเช่นกัน และข้าน้อยก็คิดว่าการเชื่อมความสัมพันธ์ให้ลึกซึ้งจะทำให้พวกเราพัฒนายิ่งขึ้น” (ฮิวเอะ)

            “อือ ดูเหมือนจะยังงั้นนะ” (ซิลติส)

            “ฉันคิดว่ามันดีมากเลยค่ะ! โลกจะเข้าใกล้ความสงบสุขมากขึ้นค่ะ!” (คาเรน)


ความลับของศาสนจักรแห่งลม เป็นแผนการปกป้องตัวเองในตอนที่ศาสนจักรแต่ละแห่งต่อสู้กัน

ถ้าศาสนจักรก่อตั้งความสัมพันธ์แบบร่วมมือละก็ เห็นได้ชัดว่ามันไม่จำเป็นอีกต่อไป


            “จริงสิ! .......อาจจะพูดกะทันหันไปหน่อย แต่ในเมื่อมันเป็นงานเลี้ยง  ข้าน้อยจึงอยากให้พวกท่านสัมผัสกับวัฒนธรรมอาหารการกินในรูดร้าสเตทของพวกข้าน้อย ก็เลยเตรียมอาหารขึ้นชื่อไว้มากมาย อาหารที่ข้าน้อยทำเองกับมือ!” (ฮิวเอะ)

            “อาหารที่ทำเอง!? เยี่ยมไปเลยไม่ใช่เหรอ!?” (คาเรน)

            “อร่อยไหมอะ!? ชักจะตื่นเต้นซะแล้วสิ!!” (ซาซาเอะ)

            “คาแรคเตอร์เชิงครอบครัวที่มีทักษะงานบ้านเข้าร่วมในที่นี้......! ก็ดีนะ! ตัวเลือกจะได้เพิ่มขึ้น!” (ซิลติส)

            “รูปลักษณ์ข้างหลังของผู้หญิงที่ทำอาหารมันก็เข้าท่าเหมือนกันนะ” (มิรัค)


ปฏิกิริยาตอบรับของเหล่าฮีโร่เป็นที่น่าพอใจเสียส่วนใหญ่

ตัวฮิวเอะเองก็ทำหน้าเป็นประกายราวกับพวกเพื่อน ๆ มาเล่นที่บ้านของตัวเองเป็นครั้งแรกยังไงยังงั้น


            “งั้นเหรอ.......! งั้นเหรอ! งั้นข้าน้อย จะรีบไปเอามาให้ทานนะ!” (ฮิวเอะ)


พอเธอพูดแบบนั้น อาหารแต่ละชนิดก็ถูกนำมาที่โต๊ะ


ตั๊กแตนจักรพรรดิตุ๋นซอสถั่วเหลือง 「TL: テイオウバッタの佃煮」

ตัวอ่อนราชาด้วงระเบิดทอด 「TL: ブラストオオカブトの幼虫の姿揚げ」

ด้วงทอดราดเนย 「TL: エリマイマイバターソテー (舞舞) ดูเหมือนจะเป็นด้วงประเภทหนึ่งที่เลี้ยงตัวอ่อนในหอยทาก」

หนอนแช่นมผึ้ง 「TL: น่าจะเป็นหนอนชนิดหนึ่ง ライセンバチのローヤルゼリー漬け」

ข้าวอบตัวอ่อนของหนอนประเภทเดียวกัน

ตั๊กแตนหมักเกลือ 「TL: ไม่ชัวร์นะครับ ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นแมลงประเภทไหน」

ขนมปัง


            ““““....................!?!?!?”“““


มันเป็นอาหารแมลง

ฮิวเอะเข้าสู่การอธิบายด้วยท่าทางคึกคักสุด ๆ ซึ่งเธอแสดงออกมาเป็นครั้งแรก


            “ศาสนจักรแห่งลมของพวกข้าน้อย พบว่าอาหารและการแพทย์มีแหล่งกำเนิดเดียวกัน และพวกข้าน้อยก็ทำการศึกษาเพื่อทำให้สมรรถภาพร่างกายพัฒนา และเติมเต็มความอยากอาหาร! ผลลัพธ์ของการลองผิดลองถูกมากมาย แมลงจึงถูกนำมาใช้ในฐานะที่พวกมันมีคุณค่าของโปรตีนและคุณค่าทางโภชนาการสูง สิ่งที่ข้าน้อยเอามาทำในวันนี้ คือสิ่งที่ดีที่สุดในหมู่พวกนั้น!!” (ฮิวเอะ)


คุณคาเรนและเหล่าฮีโร่ผุดเหงื่อไหลและใบหน้าซีดผาดให้กับการอธิบายนั้น


            “จ-จะเอายังไงกับเจ้าพวกนี้ดีล่ะ......!? พวกเราดูถูกการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมสินะ สิ่งกีดขวางทางค่านิยมมักจะสูงกว่าจินตนาการเสมอ......!?” (ซิลติส)

            “แต่ว่า คนที่แจ้งความประสงค์ที่จะร่วมมือก็คือทางนี้ เพราะงั้นพวกเราจึงปฏิเสธไม่ได้.......! อย่างน้อย ๆ ก็ต้องมีใครสักคนกิน.......!!” (คาเรน)


…………

ให้ตายเถอะ

หลังจากการต่อสู้กับเบลเซ่ บูลส์ นี่เป็นสิ่งที่หนักหนาสาหัสมาก

ผมเลิกเฝ้ามองจากข้างหลังหนึ่งก้าว แล้วโยนตั๊กแตนตัวหนึ่งที่จมในน้ำซุบเข้าไปในปากก่อนใคร


            “คุณไฮเนะ!?” (คาเรน)

            “……………………”


ผมเคี้ยวหมับ ๆ

.......อื๋อ? อ้าว?


            “เจ้านี่ อร่อยแฮะ!? คิดว่ามันจะแค่เค็มอย่างเดียว มันกลับมีรสหวานและเผ็ดผสมอยู่ เป็นรสชาติที่ซับซ้อนกว่าที่คิด! เปลือกของตัวตั๊กแตนก็ให้รสชาติดีเหมือนกัน!” (ไฮเนะ)

            “น้ำซุปที่ใช้ต้มตั๊กแตนจักรพรรดินี้ เป็นซอสปรุงรสชั้นสูงสุดที่ทำขึ้นโดยการผสมวัตถุดิบพิเศษมากกว่ายี่สิบชนิด ถึงจะมีเพียงแค่นั้นมันก็เป็นสินค้าชั้นดี พอผสมเข้ากับตัวตั๊กแตนจึงทำให้รสชาติออกมาลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม! มันคือผลลัพธ์ของการวิจัยหลายร้อยปีของศาสนจักรแห่งลมค่ะ!” (ฮิวเอะ)


ตอนที่ตัวผมเข้าไปในภูเขาเพื่อล่าสัตว์อาหารที่หามามันหมด เพราะแบบนั้นผมก็เลยจับแมงมุมหรือกิ้งก่ามากินแบบไม่เต็มใจ ทั้ง ๆ ที่ผมกินโดยคิดว่าเป็นแพะรับบาปแท้ ๆ แต่ความอร่อยที่ไม่รู้จักพอนี้มันอะไรกัน!?


            “อาหย่อย ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ......! อร่อยจัง!” (ซาซาเอะ)

            “แม้แต่ซาซาเอะจังก็ด้วยเหรอ!?” (คาเรน)


สมกับเป็นคนที่เกิดในชนบท ซาซาเอะจังยัดตัวอ่อนของราชาด้วงที่ใส่จนพูนชามใบใหญ่เต็มปากอย่างเมามัน


            “คุณยายก็มีฝีมือในการทำอาหารแมลงเหมือนกัน แต่ทางนี้อร่อยอย่างเห็นได้ชัดเลย!” (ซาซาเอะ)

            “งั้นเหรอ ๆ! ราชาด้วงระเบิดเป็นที่รู้จักกันว่ามันมีภูมิคุ้มกันสูง และว่ากันว่าถ้ากินมันเข้าไปก็จะทำให้มีความต้านทานโรค! ปกติมันเป็นของที่เพาะเลี้ยง แต่วันนี้ข้าน้อยอยากให้แขกทุกคนได้กินของดี ๆ ก็เลยสั่งตัวที่สดใหม่มา! ตัวที่ถูกฝึกฝนและเติบโตในป่าเขาย่อมมีความแตกต่างทางรสชาติแน่นอน!” (ฮิวเอะ)

            “มันอร่อยตอนที่เคี้ยวและทำเสียงกรุ๊บ ๆ นี่แหละ!! กะแล้วเชียวเนื้อมันนุ่มตอนที่ยังรุ่นอยู่!!” (ซาซาเอะ)


ซาซาเอะจังอวยเต็มที่

แต่มันดันเป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม เพราะสีหน้าของพวกคุณคาเรนแข็งทื่อ


            “อะ-เอายังไงดีล่ะ......!? พอฟังคำอธิบายในการทำอาหารแล้ว ฉันเข้าใจว่ามันใช้เงินและเวลามากเลย.......!!” (คาเรน)

            “แถมยังใส่ใจลงไปมากมายด้วยสิ....... พอเห็นใบหน้ายิ้มแย้มน่ารักนั่นแล้ว ฉันพูดว่าไม่อยากกินไม่ลงเลยละ.......!” (ซิลติส)


คุณคาเรนและซิลติสถูกไล่ต้อน

ในขณะที่เฝ้าดูพวกเธอ ผมก็กัดขนมปังที่อยู่ในรายการ


            “.......จะว่าไป มีแค่ขนมปังนี้ที่ปกติเหรอเนี่ย?” (ไฮเนะ)

            “ขนมปังนี้ เป็นของที่ทำขึ้นมาโดยบดตัวอ่อนของแมลงวันแห้งกับแป้งสาลีให้เป็นผง ปริมาณโปรตีนก็เลยสูงเป็นพิเศษ แต่ยังไง ๆ ตัวอ่อนของแมลงวันก็คือตัวอ่อนของแมลงวัน มันมีอันตรายจากอาหารเป็นพิษอยู่ ข้าน้อยจึงใช้เฉพาะตัวอ่อนของแมลงวันที่เกิดขึ้นมาในวัตถุพิเศษภายใต้สภาพแวดล้อมที่สะอาดและถูกควบคุม มันใช้เวลาและความพยายามอยู่เหมือนกัน.......” (ฮิวเอะ)


แถมเจ้านี่ก็ยังสดใหม่.......! ความร้อนของเตายังคงเหลืออยู่ในขนมปังและมันก็อร่อยอีกต่างหาก


            “บางครั้งมีรัคก็กินมันตามปกติสินะ?” (ไฮเนะ)

            “คิดว่าชั้นเป็นใครกัน ชั้นคือฮีโร่แห่งไฟนะ? นายรู้รึเปล่า ว่าชั้นต้องจัดการกับพวกรุ่นน้องสาว ๆ ในการฝึกฝนที่ปลื้มชั้น และมอบของที่ทำโดยขาดฝีมือทำอาหาร และชั้นต้องเอาพวกมันเข้าไปในท้องมากแค่ไหน? เปรียบเทียบกับพวกนั้นแล้ว ถึงรูปร่างของอาหารนี้จะดูน่าเกลียด แต่มันก็อร่อยสุด ๆ เลยไม่ใช่เหรอ?” (มิรัค)

            “งั้นเหรอ อ๊ะ คิดอะไรดี ๆ ออกแล้ว ถ้ากินขนมปังนี้ด้วยการจุ่มกับน้ำผึ้งนั่น เธอว่ามันจะอร่อยไหม?” (ไฮเนะ)

            “ชั้นก็คิดเหมือนกัน รีบ ๆ ลองกันดูเถอะ” (มิรัค)


โต๊ะอาหารแสนสนุก

อีกด้านหนึ่ง คุณคาเรนกับซิลติสมัวแต่ตัวสั่นกันอยู่


            “เพื่อมิตรภาพของศาสนจักร, เพื่อมิตรภาพของศาสนจักร, เพื่อมิตรภาพของศาสนจักร, เพื่อมิตรภาพของศาสนจักร, เพื่อมิตรภาพของศาสนจักร, เพื่อมิตรภาพของศาสนจักร.......!!” (คาเรน)

            “ถ้าคิดว่ามันเป็นญาติของกุ้งกับปูละก็, ถ้าคิดว่ามันเป็นญาติของกุ้งกับปูละก็, ถ้าคิดว่ามันเป็นญาติของกุ้งกับปูละก็, ถ้าคิดว่ามันเป็นญาติของกุ้งกับปูละก็, ถ้าคิดว่ามันเป็นญาติของกุ้งกับปูละก็......!!” (ซิลติส)


พวกเธอตัวแข็งทื่อทั้ง ๆ ที่ถือช้อนกับส้อม พลางบ่นพึมพำอะไรบางอย่าง

เอาเถอะ ยังไงสามในห้าคนก็กินกันจนอิ่ม ฝั่งของฮิวเอะที่ได้เลี้ยงรับรองก็มีความสุขมากเหมือนกัน และงานเลี้ยงก็ดำเนินไปเรื่อย ๆ

◆◆◆◆◆◆◆◆◆◆
จบบทที่ 5 การแก้ไขฮีโร่แห่งลม
◆◆◆◆◆◆◆◆◆◆




NEKOPOST.NET