NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด

Ch.161 - ตอนที่ 161 - ตอนที่ 166


ตอนที่ 161 ณ จุดสูงสุด

 

ผมฉีกกระชากเมฆสีดำที่ปกคลุมท้องฟ้าตามใจชอบต่อไป และตอนที่มันเหลือต่ำกว่าครึ่ง

ผม—— คุโรมิยะ ไฮเนะก็มายืนบนพื้นดิน

กองบัญชาการของเมืองหลวงแห่งลมรูดร้าสเตท โรงงานแห่งลม ที่นั่นคือข้างบนหลังคาของเขตที่สูงที่สุด


            “ในที่สุดก็ปรากฏตัว” (ไฮเนะ)


เหตุผลที่ผมลงมามีเพียงอย่างเดียว

เป้าหมายที่ต้องไปให้ถึง ผมพบเขาอยู่ที่นั่น

ฮีโร่และผู้ก่อตั้งศาสนจักรแห่งลม ทอร์โดเรด ชีวา เขาเป็นเทพวายุเควซาร์ผู้มาจุติเช่นกัน


            “ผมถือว่านั่นเป็นการยอมรับว่า การเล่นซ่อนหาจบลงแล้วได้สินะ?” (ไฮเนะ)


ที่หมอนั่นหลบพวกผม ก็เพราะตัวเองเป็นผู้ควบคุมมารดาสัตว์ประหลาดแห่งลม เบลเซ่ บูลส์

ถ้าจับตัวชีวาซึ่งเป็นตัวตั้งตัวตีที่ให้กำเนิดมันขึ้นมาละก็ แมลงวันปีศาจก็ควรจะหยุดเช่นกัน

ตัวชีวาคาดเดาเรื่องนั้นไว้ ก็เลยหลบซ่อนตัวเพื่อไม่ให้ตัวเองถูกพวกผมจับกุม

แต่ตอนนี้ เขาได้ปรากฏตัวต่อหน้าผม......?


            “แกทำลายเบลเซ่ บูลส์ของชั้นโดยใช้เวลาไม่ถึงครึ่งวัน......” (ชีวา) 「TL: 四半日 1/4 วัน?」


ชีวาพูดพลางมองขึ้นไปบนท้องฟ้า

ผมเหลือบดูและรู้สึกได้ถึงการปล่อยปะละเลยจากน้ำเสียงนั้น


            “แต่เบลเซ่ บูลส์และหน่วยพรางตัวคาซามะก็ทำหน้าที่ได้อย่างเหลือเฟือแล้ว พวกนั้นยับยั้งหน่วยคุ้มกันที่อยู่ด้านนอก, ยับยั้งเหล่าฮีโร่ที่ใกล้ชิดกับแกที่สุดและแยกตัวแกออกมาได้ เท่านี้ ชั้นก็ต่อสู้ตัวต่อตัวกับแกจริง ๆ ได้สักที” (ชีวา)

            “นาย......ตั้งใจจะสู้อีกเหรอ......?” (ไฮเนะ)

            “แน่นอน อย่าคิดนะว่า กะอีแค่การต่อสู้เหยาะแหยะเมื่อกี้จะแสดงการศึกษาค้นคว้า 1,600 ปีของชั้นทั้งหมด ชั้นยังไม่ได้แสดงพวกมันทั้งหมดเลย พลังของมนุษย์และเทพ” (ชีวา)


ชีวาตั้งท่าปืนคู่วายุ


            “ชั้นจะปลดปล่อยพลังศักดิ์สิทธิ์ในฐานะเทพวายุเควซาร์จนร่างกายนี้พังทลาย แล้วซัดแกด้วยทักษะทั้งหมดที่ร่างกายนี้เรียนรู้ พลังของเทพและทักษะของมนุษย์ ตอนที่ผสมผสานพลังทั้งหมด แม้แต่ตัวชั้นเองก็คาดเดาไม่ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น! ไม่มีคู่ต่อสู้คนไหนที่จะเหมาะสมให้ชั้นใช้มันเท่ากับแกอีกแล้ว เทพแห่งความมืดเอ็นโทรปี!” (ชีวา)

            “เพราะแบบนั้นนายก็เลยใช้มารดาสัตว์ประหลาด เพื่อแยกผมกับคนอื่น ๆ งั้นเหรอ? เพื่อต่อสู้กับผมตัวต่อตัวจริง ๆ” (ไฮเนะ)

            “จะไปรู้เรอะ แต่จากนี้ไปคือการต่อสู้ในขอบเขตของเทพ การแสดงให้มนุษย์เห็นมันน่าเสียดาย” (ชีวา)


คำพูดนั้นมันจริงจังแค่ไหนกันนะ?

มันก็จริงที่การต่อสู้โดยทุ่มพลังที่ซ่อนเร้นของเทพทั้งหมดนับจากนี้ ไม่ควรแสดงให้มนุษย์เห็นเป็นอย่างยิ่ง

หากตัวตนที่แท้จริงของพวกผมถูกเปิดเผย คงจะมีผลกระทบกับสังคมมนุษย์เป็นอย่างมาก

ยิ่งไปกว่านั้น......

ถ้ามนุษย์อยู่ใกล้ ๆ การต่อสู้ระดับเทพละก็ พวกเขาต้องติดร่างแหไปด้วยแน่

หรือว่าชีวา......


            “เอาละ! แกเองก็ทุ่มร่างกายมนุษย์นั่นเข้ามาซะ! การท้าทายที่เดิมพันทุกสิ่งทุกอย่างของเทพวายุเควซาร์! เพื่อให้ได้เป็นเทพสูงสุด!!” (ชีวา)


ผมตอบชีวาที่ฮึกเหิม......

 

            “ไม่เอาอะ” (ไฮเนะ)

 

ผมตอบอย่างชัดเจนทันที


            “อะไรนะ.......!?” (ชีวา)

            “ผมไม่อยากสู้กับนาย ถ้านายยกเลิกฝูงแมลงวันที่เกาะตัวพวกมนุษย์ผมก็โอเคแล้ว” (ไฮเนะ)

            “เหอะ...... ชั้นคิดไว้แล้วว่าแกต้องพูดแบบนั้น เพราะงั้นชั้นก็เลยให้เบลเซ่ บูลส์เกาะอยู่ในตัวมนุษย์ไงละ ถ้าจะช่วยเหลือพวกมันแกก็ต้องจัดการชั้น......!” (ชีวา)

            “ชีวา......!” (ไฮเนะ)

            “ชั้นได้สร้างรูปแบบนั่นไว้ ถ้าแกบดขยี้ร่างกายมนุษย์ของชั้นละก็ เบลเซ่ บูลส์จะถูกทำลายโดยอัตโนมัติ และแกก็จะช่วยเหลือผู้คนที่ถูกควบคุมไว้ได้ ......เป้าหมายเดิมของพวกแกก็คือการกำจัดมารดาสัตว์ประหลาดสินะ? มันก็ดีไม่ใช่เหรอ? ที่เป้าหมายทั้งหมดมันทับซ้อนกัน!” (ชีวา)


เขาคำนวณไว้ขนาดนั้นก็เลยทำให้มารดาสัตว์ประหลาดแห่งลมอาละวาดงั้นเหรอ?

ทั้งหมดก็เพื่อต่อสู้กับผมอย่างเอาจริงเอาจัง


            “ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่เอา ผมจะไม่สู้กับนาย” (ไฮเนะ)

            “มาถึงขั้นนี้แล้วยังจะลังเลอีกเรอะ.......!” (ชีวา)

            “ถ้าจะถามว่าทำไมละก็ นั่นเพราะว่านายเอาชนะผมไปแล้วไงละ” (ไฮเนะ)

            “อะไรนะ.......!?” (ชีวา)


หมอนี่ เอาชนะผมไปแล้ว

คำพูดเดียวนั้นจู่โจมหมอนั่นโดยไม่รู้ตัว


            “หลักฐานนั้นก็คือ เมืองนี้” (ไฮเนะ)


พวกผมทอดสายตามองสภาพบ้านเมืองของเมืองหลวงแห่งลมรูดร้าสเตท จากด้านบนของหลังคาที่พวกผมกำลังยืนกันอยู่ในตอนนี้

ผมที่ยืนอยู่บนท้องฟ้าตั้งแต่เมื่อครู่ ได้ทอดสายตามองลงไปสุดลูกหูลูกตา

อาคารขนาดมหึมา นั่นคือการจัดแบ่งเขตอย่างมีเหตุผล และจัดเรียงตามคำสั่ง พวกมนุษย์ที่อาศัยอยู่ที่นั่น ออกจากอาคารมาเพราะการสั่นไหวจากความวุ่นวายที่เกิดขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ไม่ได้แตกตื่นหรือวิตกกังวลเลย

มันเป็นหลักฐานว่า พวกเขามอบความเชื่อถือให้กับศาสนจักรแห่งลมที่เป็นผู้ปกครองเมืองเต็มที่


            “เมืองนี้ นายสร้างมันขึ้นมาสินะ? นายก่อตั้งเมืองนี้ในฐานะเทพ และพัฒนาเมืองนี้ในฐานะผู้ก่อตั้ง นั่นเป็นสิ่งที่ผมซึ่งหลับใหลอย่างต่อเนื่อง 1,600 ปีไม่สามารถทำได้” (ไฮเนะ)

            “......แกนี่ชอบมนุษย์จากก้นบึ้งของหัวใจเลยนะ แกรักมนุษย์ และพยายามชี้นำพวกมัน แต่แกที่ถูกผนึกไม่อาจทำแบบนั้นได้ ......รูดร้า สเตทนี้ เป็นสิ่งที่ตัวแกต้องการจะทำจริง ๆ!” (ชีวา)


ก็เข้าใจไม่ใช่เหรอ?


            “ชั้นได้ทำในสิ่งที่แกไม่สามารถทำได้ เพราะแบบนั้นแกก็เลยตั้งใจจะบอกว่ามันคือชัยชนะของชั้นงั้นเหรอ!? .......ก็แล้วมันยังไงล่ะ!?” (ชีวา)


ชีวาพูดด้วยท่าทางที่เหมือนกับจะเยาะเย้ย


            “ชั้นน่ะ สร้างเมืองนี้ขึ้นมาเพื่อโค่นแก ในด้านพลังของเทพจริง ๆ นั้น ไม่ว่ายังไงชั้นก็เทียบแกไม่ได้ ในขณะที่ทนกับการดูหมิ่นเหยียดหยาม ชั้นก็ตามหาพลังใหม่เพื่อโค่นแก เมืองนี้คือสถานที่ทดลองของชั้น ชั้นขัดเกลาพลังเพื่อโค่นแกมาหลายร้อยปี แต่มันก็ไปไม่ถึง” (ชีวา)

            “สิ่งที่นายได้จากเมืองนี้ มันไม่ใช่แค่นั้นหรอกนะ!” (ไฮเนะ)


ผมพูด

ศาสนจักรแห่งลมอยู่มาหลายร้อยปี ในระหว่างนั้นผู้คนเกิดและตายไปมากแค่ไหนกันนะ?

เทพวายุเควซาร์ ต้องใช้ชีวิตอยู่กับคนพวกนั้นมาโดยตลอด


            “ชีวา นายไม่ได้มาจุติเป็นมนุษย์แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวใช่ไหม?” (ไฮเนะ)

            “......ถ้าชั้นตายไปละก็ ชั้นจะมาจุติในเด็กทารกของเมืองนี้อีกครั้งทันที ชั้นใช้เวลาอยู่ในศาสนจักรแห่งลมโดยไม่ได้หยุดพัก ชั้นจำได้ไม่แม่นหรอกว่าตัวเองมาเกิดกี่ครั้ง” (ชีวา)

            “นั่น...... มิน่า เทพตนอื่นถึงได้ไม่รู้ที่อยู่” (ไฮเนะ)

            “ก็แล้วมันยังไงล่ะ!? จะต้องให้พูดอีกสักกี่ครั้งกัน!? สำหรับชั้น ที่นี่คือสถานที่ทดลองเพื่อให้ได้พลังที่โค่นแกมา! มนุษย์ทุกคน เป็นลูกมือที่ทำให้ชั้นแข็งแกร่ง เหมือนกับหนูทดลอง เลิกมองโลกในแง่ดีที่เหมือนกับทุกอย่างมันสวยหรูในแบบที่แกถนัดสักทีเหอะ!” (ชีวา)

            “ผมเห็นเมืองนี้จากข้างบนท้องฟ้า เมืองเรียงกันอย่างเป็นระเบียบราวกับกระดานโกะ มันดูเป็นที่ ๆ อึดอัดนิดหน่อยแต่ก็ดูเหมือนนายดี ถึงอย่างนั้นในเมืองก็มีโรงพยาบาล, โรงเรียน และสิ่งก่อสร้างไว้ให้มนุษย์เล่นอย่างสวนสาธารณะ” (ไฮเนะ)


ผู้ก่อตั้งแห่งลมชีวา ——เทพวายุเควซาร์


            “ถ้านายคิดว่ามนุษย์ในเมืองนี้เป็นหนูทดลองจริง ๆ ละก็ นายคงไม่สร้างของแบบนั้นหรอก ผมรู้นะ ว่านาย............!” (ไฮเนะ) 「TL: ไฮเนะคงอยากบอกว่า นายรักมนุษย์ お前は人間を…………!」

            “ท่านพี่!!”


ใครบางคนขัดขวางคำพูดที่ผมพยายามเอ่ย

เมื่อผมหันกลับไป ก็ปรากฏร่างของคนตรงบันไดที่จะขึ้นมาบนหลังคา ........คงจะเป็นผู้หญิงที่พึ่งพบเป็นครั้งแรก

แล้วคุณคาเรนก็ขึ้นมาด้วย


            “คุณไฮเนะ!!” (คาเรน)

            “คุณคาเรน!? มาที่นี่ได้ยังไง!?” (ไฮเนะ)


คุณคาเรนวิ่งเข้ามาใกล้ ๆ

ส่วนอีกฝ่าย ผู้หญิงที่น่าจะเคยเห็นเป็นครั้งแรกวิ่งเข้าไปทางชีวา


            “คุณไฮเนะ! พวกท่านผู้ก่อตั้งหนีออกไปจากรูดร้าสเตท และมุ่งหน้าไปรวมตัวกับพวกหน่วยคุ้มกันของแต่ละคนแล้วค่ะ มิรัคจัง, ซิลติสจัง และซาซาเอะจังก็ไปกับพวกเขาในฐานะคนคุ้มกันของท่านผู้ก่อตั้งเหมือนกัน.......!” (คาเรน)


คุณโอเคใช่ไหมครับคุณคาเรน?


            “ท่านโยริชิโระเอง ก็มุ่งหน้าไปหาหน่วยคุ้มกันกองอัศวินแห่งแสงออโรร่าที่เฝ้าระวังอยู่ด้านนอกกับคุณโดโรฮะในฐานะผู้ก่อตั้งแห่งแสงเหมือนกันค่ะ จริง ๆ แล้วท่านโยริชิโระเองก็อยากจะมาที่นี่ แต่ท่านไม่สามารถละทิ้งพวกพ้องได้........” (คาเรน)


ค่อยยังชั่ว ดูเหมือนมาตรฐานในฐานะผู้ก่อตั้งจะยังทำงานอยู่......!


            “แล้วก็...... ท่านโยริชิโระฝากข้อความมาถึงคุณไฮเนะด้วยค่ะ” (คาเรน)

            “ครับ?” (ไฮเนะ)

            “กุญแจที่จะเปิดใจของท่านผู้ก่อตั้งแห่งลมชีวาก็คือ คน ๆ นั้น.......!” (คาเรน)


ผมมองตามสายตาของคุณคาเรน ที่นั่นมีผู้หญิงปริศนาที่ปรากฏตัวกะทันหันอยู่

ดูเหมือนรูปลักษณ์ภายนอกจะคล้ายกับชีวา


            “น้องสาวของท่านผู้ก่อตั้งชีวา คุณฮิวเอะค่ะ” (คาเรน)

            “น้องสาว!?” (ไฮเนะ)


งั้น ถึงเขาจะเป็นเทพผู้มาจุติมันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเกิดมาจากกิ่งของต้นไม้ เขาเองก็มีพ่อมีแม่เหมือนกัน เพราะแบบนั้นมันจึงเป็นเรื่องธรรมชาติที่เขาจะมีพี่น้องอยู่

แม้จะเรียกว่าพี่น้องของผู้ที่มาจุติ อีกฝ่ายก็เป็นมนุษย์จริง ๆ

มีดวงวิญญาณของมนุษย์ ถ้าจะให้พูดในเรื่องดวงวิญญาณละก็ มันไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเทพเลย

แต่มนุษย์ไม่ได้ผูกพันกับผู้อื่นเฉพาะดวงวิญญาณเท่านั้น

กายเนื้อ—— ความสัมพันธ์ทางสายเลือดเอง ก็กลายเป็นความผูกพันทางจิตใจที่ยอดเยี่ยมเช่นกัน


            “......คุณไฮเนะคะ ฉันมีเรื่องที่ต้องการให้คุณรับฟังค่ะ” (คาเรน)

            “เอ๋?” (ไฮเนะ)

            “นี่เป็นเรื่องที่ได้ยินมาจากคุณฮิวเอะค่ะ....... ท่านโยริชิโระอยากให้ฉันบอกคุณไฮเนะว่า เมืองหลวงแห่งลมรูดร้าสเตทถูกสร้างขึ้น และอยู่อย่างต่อเนื่องมาจนกระทั่งวันนี้ได้ยังไง เธอบอกว่ามันเป็นเรื่องที่สำคัญมาก” (คาเรน)


ต้นกำเนิด และการพัฒนาของเมืองหลวงแห่งลม รูดร้า สเตท

ที่กลายเป็นประวัติ 1,600 ปีของเทพวายุเควซาร์ 

◆◆◆◆◆

 

ตอนที่ 162 เส้นทางที่สายลมผ่านมา

 

นี่คือเรื่องราวจุดเริ่มต้นของศาสนจักรแห่งลมที่ถูกเขียนไว้ในคำสอนแห่งลม

ว่ากันว่าคนที่เป็นผู้ก่อตั้งของศาสนจักรแห่งลม ไม่มีถิ่นที่อยู่ที่เรียกว่าบ้านเกิด และคน ๆ นั้นก็พเนจรจากที่แห่งหนึ่งไปสู่ที่แห่งหนึ่งอย่างไร้จุดหมาย

นำพาพวกพ้องร่อนเร่ไปพร้อมกัน และเดินทางตามหาผืนแผ่นดินเพื่ออยู่อาศัยเป็นเวลานาน

แต่พวกเขาก็ไม่ยอมรับที่ใดเลย และเดินทางต่ออย่างไร้จุดหมาย

ตอนที่พวกเขาเริ่มคิดว่าตัวเองคงจะกลายเป็นศพอยู่บนถนน ผู้หนึ่งก็ปรากฏตัว

เทพปรากฏตัว

เทพแนะนำตัว


ว่าเป็นเทพวายุเควซาร์


เทพผู้ปกครองสายลม ไม่สามารถมอบผืนแผ่นดินอันเป็นที่อยู่อาศัยให้แก่พวกเขาได้ แต่เทพองค์นั้นสามารถปกป้องนักเดินทาง โดยการพัดพาสายลมในทิศที่พวกเขาเดินทางไปได้

ถ้าบูชาเราเป็นราชาเทพละก็ เราจะพัดพาสายลมที่ปกป้องนักเดินทางให้ เราจักส่งคนผู้ทำหน้าที่นำทางไปสู่จุดหมายแห่งลม

จากนั้นผู้ที่เป็นผู้ก่อตั้งแห่งลมก็ยอมรับข้อเสนอนั้น และผู้คนที่ร่อนเร่ที่นั่นก็กลายเป็นศาสนจักรแห่งลม

ปาฏิหารย์เกิดขึ้นมาทันที

เมื่อทำตามคำพยากรณ์ที่ได้รับ ภรรยาของผู้ก่อตั้งที่ไม่อาจมีลูกมายาวนานก็ตั้งครรภ์ และให้กำเนิดเด็กผู้ชายที่สมบูรณ์แข็งแรง

เด็กผู้ชายที่กลายเป็นบุตรคนแรกของผู้ก่อตั้งคนนั้น ได้กลายเป็นผู้นำที่มีสติปัญญาเป็นเลิศตั้งแต่ยังเยาว์วัย เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เขาก็กลายเป็นผู้นำอันยอดเยี่ยมที่ฉลาดและแข็งแกร่งยิ่งกว่าใคร ๆ ในศาสนจักร

ที่ศาสนจักรแห่งลมเริ่มทำโครงสร้างให้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาจริง ๆ ได้ เป็นเพราะว่าชายคนนี้ได้เป็นผู้ก่อตั้ง


ในตอนนั้นศาสนจักรแห่งแสงสว่าง, ไฟ, น้ำ และดินก็เริ่มสร้างรูปแบบของศาสนจักรเช่นกัน พวกเขาตามหาผู้ศรัทธาใหม่ ๆ และผลักดันการแพร่กระจายอิทธิพลด้วยอำนาจทางทหาร

ศาสนจักรแห่งลมที่เล็กและอ่อนแอที่สุดในหมู่พวกนั้น อาศัยความได้เปรียบที่ตนเองไม่มีกองบัญชาการ ปรากฏตัวตามที่ต่าง ๆ แล้วหายตัวไปเพื่อปั่นหัวศาสนจักรอื่น ๆ ที่เป็นศัตรู


ยิ่งเวลาผ่านไป ศาสนจักรแห่งลมก็มีผู้ก่อตั้งอันยอดเยี่ยมที่มีความสามารถปรากฏตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่องมากมาย และรักษาตำแหน่งที่ไม่เหมือนใครในตอนที่ศาสนจักรทั้งห้าต่อสู้กันได้อย่างต่อเนื่อง


สุดท้ายอีเธอเรียลก็ถูกค้นพบ ด้วยการตัดสินใจของผู้ก่อตั้งในตอนนั้น พวกเขาจึงเริ่มต้นการวิจัยทันที

วิธีการของสาขาต่าง ๆ ที่สั่งสมมาโดยการชี้นำของผู้ก่อตั้งรุ่นก่อนทับซ้อนกัน สุดท้ายเมืองเคลื่อนที่รูดร้าสเตทก็เสร็จสมบูรณ์ในยุคของผู้ก่อตั้งคนล่าสุด


ในตอนนั้นประชาชนแห่งลม ก็ได้ผืนแผ่นดินอันเป็นที่อยู่อาศัยมา

สายลมได้ไปถึงจุดหมายแล้ว


* * * * *


            “.......ดูเหมือนว่าคุณชีวา จะเป็นผู้ก่อตั้งคนแรกที่สร้างเมืองเคลื่อนที่นี้สำเร็จค่ะ” (คาเรน)


คุณคาเรน บอกเรื่องราวตามที่ตัวเองได้ยินมาจากผู้หญิงที่ชื่อว่าฮิวเอะกับผม


            “คนที่นำพาศาสนจักรซึ่งยังใหม่อยู่ในทุก ๆ เรื่อง และรวบรวมศาสนจักรแห่งลมซึ่งเป็นคนร่อนเร่ที่ยังไม่เลิกพเนจรให้เป็นหนึ่งเดียว สำหรับผู้คนของรูดร้าสเตทนั้น ว่ากันว่าคุณชีวาคือผู้ก่อตั้งที่เป็นที่นิยมที่สุด......!” (คาเรน)


อีกด้านหนึ่ง ฝั่งชีวาถูกน้องสาวฮิวเอะกอดอยู่


            “ท่านพี่! ได้โปรดบอกความจริงกับพวกข้าน้อยด้วยเถอะ......!” (ฮิวเอะ)


ชีวายังคงนิ่งเงียบให้กับน้องสาวที่เข้ามากะทันหัน


            “ข้าน้อยรู้ว่าหมู่นี้ หน่วยพรางตัวคาซามะที่ส่งไปตามที่ต่าง ๆ นำข้อมูลกลับมา ทุก ๆ ครั้งที่ข้าน้อยดูผ่าน ๆ สีหน้าของท่านพี่มันอันตราย และเมื่อการเรียกของผู้ก่อตั้งคนอื่น ๆ ในครั้งนี้มาถึง มันก็เหมือนกับว่าเวลานั้นใกล้จะมาถึงแล้ว......!” (ฮิวเอะ)


ในเรื่องราวของทั้งสองคน มีอยู่คำพูดหนึ่งที่ผมติดใจ


            “คาซา-มะ......?” (ไฮเนะ) 「TL: จริง ๆ ไฮเนะพูดว่า ふう、ま ฟู-มะ แต่ตามเนื้อเรื่องใช้คำว่า 風間 คาซามะ ซึ่งเป็นนามสกุลเดิมของตระกูลฟูมะ (風魔) มาตั้งแต่แรก」

            “ดูเหมือนจะเป็นชื่ออย่างเป็นทางการของอำนาจทหารของศาสนจักรแห่งลม กองกำลังจู่โจมพายุหมุนค่ะ คาซามะหมายความว่าสายลับแห่งสายลม พวกเขาต่อสู้ได้ดีเหมือนกัน แต่ดูเหมือนหน้าที่หลักที่สำคัญกว่านั้น คือหลบซ่อนตัวอยู่ในศาสนจักรและขโมยข้อมูลค่ะ เพราะแบบนั้นพวกฉันถึงได้ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับศาสนจักรแห่งลมเลย ทั้ง ๆ ที่ศาสนจักรแห่งลมดูเหมือนจะรู้เรื่องของพวกฉันหลายอย่างค่ะ” (คาเรน)


ระบบแบบนั้น.......

ถ้างั้น หรือว่าการต่อสู้กับวัวเพลิงฟาลาริส, มังกรทะเลยักษ์ไฮดร้า เซอร์เพนท์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงนี้ การต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตายกับแกรนด์มาวูดก็เข้าหูชีวาเหมือนกัน.......

ในนั้น คงจะมีข้อมูลเกี่ยวกับชายที่ควบคุมวัตถุสีดำ.........


            “ข้าน้อยไม่เข้าใจว่า ทำไมท่านพี่ถึงได้ยึดติดกับชายที่ชื่อว่าคุโรมิยะ ไฮเนะถึงขนาดนั้น แต่มาจนถึงป่านนี้ ท่านพี่ก็ไม่เคยพูดอะไรผิดเลยแม้แต่ครั้งเดียว ดังนั้นคราวนี้ก็เช่นกัน พวกข้าน้อยทำหน้าที่หยุดฮีโร่และผู้ก่อตั้งคนอื่น ๆ เอาไว้ เพื่อสร้างสถานที่ดวลตัวต่อตัวของทั้งสองคนตามคำสั่งของท่านพี่ แต่ว่า......!!” (ฮิวเอะ)


สีหน้าของฮิวเอะบิดเบี้ยวเพราะความโศกเศร้า

ราวกับเธอตัดสินใจ จากนั้นเธอก็พูดต่อไป


            “พวกคนนอกพูดว่า! ตัวตนที่แท้จริงของ 'เขตแดนวายุ' ......คือสัตว์ประหลาดชั่วร้าย! ท่านพี่ใช้มันทำลายโลก! ข้าน้อยไม่เชื่อเรื่องแบบนั้นหรอก แต่ว่า แต่ว่า......!” (ฮิวเอะ)

            “ฮิวเอะ......!” (ชีวา)


ชีวาห้ามน้องสาวที่พยายามจะพูดมากกว่านี้

ถึงจะเป็นท่าทางที่สมัครใจหรือไม่ก็ตาม แต่เขาก็รู้สึกกังวลว่าอีกฝ่ายจะได้รับบาดเจ็บ


            “ชั้น พยายามทำหน้าที่ให้มันเสร็จสิ้น หน้าที่ที่ทำมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ......เอ็น ......ไม่สิ คุโรมิยะ ไฮเนะ สิ่งที่แกอยากรู้ คือวิธีหยุดเบลเซ่ บูลส์สินะ?” (ชีวา)

            “เอ๋?” (ไฮเนะ)


พอเขาหันมาพูดกับผมแทน ผมก็ตอบกลับไป


            “การหยุดมันก็ง่าย ๆ ถ้าชั้นสั่ง พวกมันก็จะเชื่อฟัง แต่แค่นั้นมันคลี่คลายสถานการณ์ไม่ได้หรอก” (ชีวา)

            “อะไรนะ......!?” (ไฮเนะ)

            “เบลเซ่ บูลส์เป็นฝูงแมลงวันที่มีจำนวนหลายสิบล้าน ในขณะที่มันเป็นสัตว์ประหลาดตัวหนึ่ง พวกมันแต่ละตัวไม่ได้มีความตั้งใจเป็นของตัวเอง พวกมันแชร์ความตั้งใจด้วยการส่งผ่านคลื่นของพลังศักดิ์สิทธิ์ เพราะแบบนั้นพวกมันที่อยู่กันเป็นฝูง จึงเชื่อฟังคำสั่งของชั้นทั้งหมด” (ชีวา)

            “งั้นนายอยากจะพูดอะไรล่ะ? อย่าเล่นตัวได้ไหม......!” (ไฮเนะ)

            “แต่การแชร์ความตั้งใจด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์มันไม่สมบูรณ์ ตอนที่มันออกไปจากฝูง และอยู่นอกพื้นที่การแชร์ความตั้งใจละก็ เจ้าตัวนั้นก็จะสูญเสียความตั้งใจของเบลเซ่ บูลส์ไป หากมันถูกกักขังด้วยอะไรบางอย่าง หรือถูกตัดคลื่นการแชร์ความตั้งใจมันก็จะอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน” (ชีวา)

            “น่ะ!? ถ้างั้น เป็นไปไม่ได้......!?” (ไฮเนะ)


แมลงวันปีศาจที่บุกรุกเข้าไปในร่างกายมนุษย์ และกลายเป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในตอนนี้.......!?


            “อย่างที่แกเดา ตัวที่ยึดครองมนุษย์และอยู่ข้างในร่างกายมนุษย์ มันจะแยกออกจากความตั้งใจทั้งหมดของเบลเซ่ บูลส์ เจ้าตัวนั้นมันจะเชื่อฟังคำสั่งที่ได้รับมาล่าสุด” (ชีวา)

            “คำสั่งที่ว่า คือวางไข่ในตัวมนุษย์ที่ยึดครองงั้นเหรอ!?” (ไฮเนะ)

            “ใช่แล้ว ตอนที่พวกมันออกจากร่างกายของมนุษย์ ก็คือตอนที่มันทำตามคำสั่งเรียบร้อย พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ ตอนที่ไข่ซึ่งวางอยู่ข้างในร่างกายฟักตัว พวกมันก็จะออกมากัดกินร่างกายพร้อมกับสัตว์ประหลาดที่กำเนิดขึ้นมา” (ชีวา)


งั้นมันก็ไร้ความหมายไม่ใช่เหรอ!

หน่วยคุ้มกันของศาสนจักรต่าง ๆ ที่เฝ้าระวังอยู่ข้างนอกรูดร้า สเตทต้องถูกเบลเซ่ บูลส์ยึดครองไปแล้ว

หมายความว่าคนพวกนั้นที่กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของแมลงวัน ยังไงก็ต้องตายงั้นเหรอ?


            “มีเพียงวิธีเดียวเท่านั้น ไม่ใช่การควบคุมเบลเซ่ บูลส์ แต่เป็นการทำให้พวกมันหายไป” (ชีวา)

            “หายไป!? ทำแบบนั้นได้ด้วยเหรอ!?” (ไฮเนะ)

            “เบลเซ่ บูลส์คือทั้งฝูงและตัวเดียว แมลงวันแต่ละตัวที่มีจำนวนหลายสิบล้าน พวกมันเป็นเหมือนกับส่วนหนึ่งของร่างกาย แต่ตัวที่ยืนอยู่ในตำแหน่งที่เหนือกว่าแมลงวันทั้งหมด มีเพียงตัวเดียวเท่านั้น ......จะเรียกมันว่าราชินีแมลงวันก็ได้” (ชีวา) 「TL: 女王蠅」

            “หมายความว่า ถ้าผมกำจัดมัน เบลเซ่ บูลส์ทั้งหมดก็จะตายงั้นเหรอ? แมลงวันที่ยึดครองพวกมนุษย์ข้างนอกก็ไม่มีข้อยกเว้นเหมือนกัน? ถ้างั้นผมจะไปตามหาราชินีแมลงวันนั่นแล้วกำจัดมันซะ! เดี๋ยวนี้เลย!” (ไฮเนะ)


คุณคาเรนที่ฟังด้วยกันก็เข้าใจหนทางแก้ไขที่ถูกชี้ให้เห็นเช่นกัน งั้นปัญหาต่อมาก็คือ ราชินีแมลงวันมันอยู่ที่ไหน......?


            “ไม่จำเป็นต้องตามหาหรอก” (ชีวา)


ชีวาพูด


            “ราชินีแมลงวันอยู่ที่นี่ ข้างในร่างกายของชั้น ข้างในหัวใจ” (ชีวา)


พอพูดแบบนั้น ชีวาก็ชี้ไปที่หน้าอกข้างซ้ายของตัวเอง


            “คุโรมิยะ ไฮเนะเอ๋ย ถ้าแกอยากจะกำจัดเบลเซ่ บูลส์ และช่วยเหลือผู้คนที่อยู่ข้างนอกละก็ แทงหัวใจของชั้นซะแล้วทำให้ราชินีแมลงวันหายไปได้เลย จากนั้นทุกสิ่งทุกอย่างก็จะจบสิ้น ทุกสิ่งทุกอย่าง” (ชีวา)

◆◆◆◆◆

 

ตอนที่ 163 การจู่โจมหนึ่งครั้งแห่งการยุติ

 

            “หัวใจ......!? ทำไมถึงไปอยู่ในที่แบบนั้น!?” (ไฮเนะ)

            『ก็บอกแล้วไง ว่านั่นคือรูปแบบที่เตรียมไว้』 (เควซาร์)


เขาไม่ได้พูดด้วยน้ำเสียง แต่ผ่านคลื่นวิญญาณ

เจ้าชีวา คงจะพูดเรื่องที่ไม่อยากให้ฮิวเอะและคุณคาเรนที่อยู่ใกล้ ๆ ได้ยิน


            『เพื่อให้แกสู้กับชั้นอย่างเอาจริงเอาจัง ชั้นได้ทำให้สถานการณ์ทุกอย่างที่ทับซ้อนกันคลี่คลายได้ด้วยความตายของชั้น เพราะแบบนั้นชั้นถึงได้เอาราชินีแมลงวันมาไว้ที่นี่』 (เควซาร์)


ชีวาทุบหน้าอกข้างซ้ายของตัวเองดังปึ้กอีกครั้ง


            “ไม่นะ.......!? งั้น ถ้าจะทำให้เบลเซ่ บูลส์หยุดโดยสมบูรณ์.......!?” (ฮิวเอะ)

            “ก็ต้องแทงหัวใจของคุณชีวา......!?” (คาเรน)


ฮิวเอะและคุณคาเรนที่อยู่ทางซ้ายและขวาหวาดกลัวกับข้อสรุปที่ได้มา


            “ไม่ได้นะ! ไม่ได้เด็ดขาด!! มันต้องมีทางอื่น......!?” (ฮิวเอะ)

            “ราชินีแมลงวัน อยู่ข้างในหัวใจของชั้น ดิน, น้ำ, ไฟ, ลม, แสง...... ไม่ว่าจะเป็นพลังศักดิ์สิทธิ์แบบไหน มันก็ไม่สามารถทำลายราชินีแมลงวันได้อย่างราบรื่น ......ไฮเนะ พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งความมืดของแกก็เหมือนกัน” (ชีวา)


สายตาของชีวาหันมาหาผมตรง ๆ

คลื่นวิญญาณสั่นไหวอีกครั้ง


            『นี่คือ วิธีแสดงความรับผิดชอบของชั้น』 (เควซาร์)


ชีวา—— เทพวายุเควซาร์พูด


            『ชั้นรู้สึกว่าสิ่งที่เรียกว่ามนุษย์เป็นภัยพิบัติครั้งแรก เมื่อตอนที่ประวัติศาสตร์ของมนุษย์เริ่มต้นขึ้นได้ไม่นาน มันเป็นเวลาที่เมืองหลวงแห่งความมืดอบิสล่มสลาย วินาทีแห่งการล่มสลายนั้น มนุษย์ผู้หนึ่งได้กินแสงสว่างพร้อมกับโกรธเกรี้ยว และตัวใหญ่ขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด』 (เควซาร์)


ฮีโร่แห่งเงาโดโรฮะงั้นเหรอ?

เธอเรียนรู้ทักษะที่เปลี่ยนพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งแสงให้กลายเป็นเงาจากราชินีอิซานามิ และกลายเป็นผู้ใช้ที่เหนือชั้นจนไม่มีใครเทียบ

แต่เธอก็อาละวาดเพราะความโศกเศร้าที่ประเทศชาติล่มสลาย และเอาแสงสว่างทั้งหมดมาเปลี่ยนเป็นเงา


            『พวกชั้นธาตุทั้งสี่ไม่มีใครทำอะไรมันได้เลย หากอินเฟลชั่นไม่ปรากฏตัวแล้วผนึกมันทันทีละก็ โลกในตอนนั้นคงจะพังทลายไปแล้ว ในตอนนั้น ชั้นรู้สึกถึงความน่ากลัวของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์อย่างรุนแรง ถ้าชั้นเอามันมาวิจัยได้ละก็ ชั้นต้องชนะแกแน่ เอ็นโทรปี......!』 (เควซาร์)


เพราะแบบนั้นนายก็เลยบอกว่าติดต่อกับมนุษย์สินะ?


            『ในเวลาเดียวกัน ชั้นก็ได้รู้ถึงพลังงานแห่งการสวดภาวนาจากอินเฟลชั่น ชั้นจึงหมกหมุ่นอยู่กับมนุษย์มากขึ้น ๆ ชั้นมาจุติเป็นมนุษย์ ถึงขั้นที่เลียนแบบอินเฟลชั่น ศึกษามนุษย์ และดูดพลังจากมนุษย์ ทุกสิ่งทุกอย่างก็เพื่อเอาชนะเอ็นโทรปี ............แต่ว่า』 (เควซาร์)


หมอนั่น ยิ้มแบบเยาะเย้ยตัวเองด้วยใบหน้าของชีวา


            『......อย่างที่แกพูด ชั้นหลงรักมนุษย์โดยไม่รู้ตัว เกิดขึ้นมาพร้อมกัน, ต่อสู้พร้อมกัน และล้มลุกคลุกคลานไปเรื่อย สุดท้ายเมืองนี้ก็ถูกสร้างขึ้นมา ไม่ใช่แค่พวกมนุษย์เท่านั้น สำหรับชั้นมันก็เป็นสิ่งที่ไม่อาจแทนที่ได้เช่นกัน』 (เควซาร์)


เมืองหลวงแห่งลม รูดร้า สเตท

เมืองที่สร้างขึ้นมาโดยเทพวายุ และประชากรแห่งลมสนับสนุนซึ่งกันและกัน


            『แต่ถึงอย่างนั้นชั้นก็คือเทพ ชั้นไม่สามารถทำเรื่องน่าละอายอย่างการบิดเบือนความตั้งใจเดิมได้ มันเป็นศาสนจักรแห่งลมเพื่อโค่นแก เป็นรูดร้า สเตทเพื่อโค่นแก เมื่อรู้ถึงการฟื้นคืนชีพของแก ชั้นไม่ท้าทายแกไม่ได้หรอก .......และวันนี้ ชั้นก็พ่ายแพ้อย่างงดงาม』 (เควซาร์)


ผมรู้สึกว่าจิตใจของหมอนั่นมันเคลื่อนย้ายมาข้างในตัวผมทีละนิด

หมอนั่นไม่ได้ตั้งใจทำลายล้างมนุษย์ตั้งแต่แรก ถึงจะสิ้นหวังที่พ่ายแพ้ให้กับผม หมอนั่นก็ไม่ได้ตั้งใจเอามนุษย์ตายตามไปด้วย

หมอนั่นไม่ได้ทำให้เบลเซ่ บูลส์อาละวาดเพราะเหตุผลนั้น


            『นาย...... อยากถูกผมฆ่างั้นเหรอ?』 (เอ็นโทรปี)

            『…………』 (เควซาร์)

            『เพื่อทำให้ตัวเองหายไปด้วยน้ำมือของผม นายก็เลยสั่งเบลเซ่ บูลส์ไปทำร้ายพวกมนุษย์ เพื่อต้อนผมไปสู่สถานการณ์ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้งั้นเหรอ?』 (เอ็นโทรปี)

            『ถ้าไม่สามารถก้าวข้ามแกที่เป็นเป้าหมายมาเป็นเวลา 1,600 ปี ละก็ อย่างน้อย ๆ ขอตายด้วยน้ำมือของแกก็ยังดี』 (เควซาร์)


การสนทนานี้ให้ฮิวเอะและคุณคาเรนได้ยินไม่ได้เป็นอันขาด

ถ้าข่มขู่ผมที่หลงรักมนุษย์สุด ๆ ว่าจะทำลายล้างมนุษย์ละก็ ผมต้องฆ่าชีวาด้วยมือของตัวเองเพื่อขัดขวางเรื่องนั้น

นายคิดอย่างนั้นเหรอ?


            『ศาสนจักรแห่งลม ตอนนี้ได้รับดินแดนแห่งสัญญาซึ่งเรียกว่ารูดร้า สเตทแล้ว ชั้นไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่อีกต่อไป มนุษย์ ควรจะเดินออกจากการควบคุมของเทพโดยไม่พึ่งพาใคร ความเอาแต่ใจครั้งสุดท้ายของชั้น คือเทพแห่งความมืดเอ็นโทรปี มันเป็นการปิดฉากด้วยน้ำมือของผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด หลังจากที่สังหารร่างกายนี้ แกจะผนึกดวงวิญญาณในฐานะเทพ หรือทำให้หายไปก็ตามใจเลย』 (เควซาร์)


เสียงของดวงวิญญาณหยุดลง


            “......เอาละ ถ้าจะทำก็รีบ ๆ หน่อย แมลงวันที่บุกรุกเข้าไปในร่างกาย จะวางไข่สัตว์ประหลาดภายใน 24 ชม. ถ้าถึงตอนนั้นแล้วต่อให้กำจัดเบลเซ่ บูลส์ไปก็ไร้ความหมาย” (ชีวา)

            “ก็ได้” (ไฮเนะ)


น้ำวนของสสารมืดจากมือทั้งสองข้างของผมฟุ้งตลบอบอวน พวกมันหมุนอยู่ในมือซ้ายและมือขวา


            “คุณไฮเนะ......!?” (คาเรน)

            “จะทำอะไรน่ะ!? หยุดนะ!” (ฮิวเอะ)


คุณคาเรนและฮิวเอะ มือซ้ายและมือขวาของผมได้ซัดไปที่หน้าอกของชีวา โดยไม่ให้เวลาทั้งสองคนมาห้ามปราม

เปรี้ยง!! เปรี้ยง!!


            “Dark Matter Set” (ไฮเนะ)


ชีวาปลิวกระเด็นไปด้วยแรงกระแทก

เขาล้มลงไปนอนหงายบนพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง

และในเวลาเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงอันน่าทึ่งบนท้องฟ้าเกิดขึ้น

ฝูงแมลงวันสีดำที่ปกคลุมท้องฟ้า พวกมันที่ถูกผมลบทิ้งไปราว ๆ ครึ่งหนึ่งได้หายไปราวกับขานรับชีวาที่ล้มลง

*ปะชิ้งปะชิ้ง* ผมได้ยินกระทั่งเสียงแมลงวันแต่ละตัวหายไป 「TL: パチンパチン」

มันเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องหลายล้านหลายสิบล้านครั้ง เพราะแบบนั้นมันจึงทำให้ผมรำคาญหู

แต่เพราะการหายตัวไปเกิดขึ้นพร้อมกัน ร่างกายที่ขับขานเสียงระเบิดจึงหยุดลงพร้อมกัน ฝาครอบสีดำได้หายไป แล้วท้องฟ้าสีน้ำเงินก็แผ่ขยาย


            “......เบลเซ่ บูลส์หายไปแล้ว หมายความว่า......!?” (คาเรน)

            “ท่านพี่!! ท่านพี่!!” (ฮิวเอะ)


ฮิวเอะกอดร่างของชีวา


            “ไม่นะท่านพี่! อย่าตายนะ!! ไม่ ไม่นะ!! โฮฮฮฮฮฮฮ!!” (ฮิวเอะ)


ปีศาจได้หายไปจากรูดร้า สเตทแล้ว

ตอนนี้ ผู้คนที่ถูกแมลงวันยึดครองร่างบริเวณรอบ ๆ เมือง ก็คงจะได้ความตั้งใจของตัวเองกลับคืนมาเช่นกัน

การต่อสู้ จบลง


            “คุณไฮเนะ!” (คาเรน)


คุณคาเรนมองผมด้วยสายตาที่เหมือนจะต่อว่า

เธอไม่ได้พูดอะไร แต่มันก็เป็นสายตาที่เหมือนกับจะตะโกนว่า ‘ทำไมถึงฆ่าเขาล่ะ?’


ถ้าไม่กำจัดชีวา—— ราชินีแมลงวันที่ซ่อนอยู่ข้างในนั้นละก็ ผมคงไม่สามารถคลี่คลายสถานการณ์ได้

เพราะว่าคุณคาเรนเองก็รู้เรื่องนั้น เธอจึงตำหนิผมไม่ได้ ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่สามารถยอมรับมันแต่โดยดีได้

ดังนั้น เธอจึงได้แต่จ้องมองผมเท่านั้น

เนื่องจากผมทนไม่ไหว ผมก็เลยพูดขึ้นมา


            “.....ตั้งใจจะอยู่อย่างนั้นไปจนถึงเมื่อไหร่กัน” (ไฮเนะ)

◆◆◆◆◆

 

ตอนที่ 164 ทิศทางของสายลม

 

คนผู้หนึ่งค่อย ๆ ลุกขึ้นมา

พลางลูบศรีษะของฮิวเอะที่กอดอยู่


            “!?”


พอเห็นแบบนั้น คุณคาเรนก็ทำหน้าเหมือนกับซอมบี้ปรากฏตัว


            “คุณชีวา!? มีชีวิตอยู่!? ทำไมกันล่ะ!?” (คาเรน)


ชีวาที่ควรจะตายเพราะถูกแทงหัวใจลุกขึ้นมาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น และดูเหมือนว่าคุณคาเรนจะสับสนยกใหญ่


            “ไฮเนะ......! แก......!?” (ชีวา)


ตัวชีวาเองก็ท่าทางจะงงจนทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน ดูเหมือนเขาจะไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงมีชีวิตอยู่

ก็คงงั้น

ที่พวกเขาเป็นแบบนั้น เพราะราชินีแมลงวันที่เป็นแกนกลางของเบลเซ่ บูลส์หลบซ่อนตัวอยู่ข้างในหัวใจของชีวา ถ้าจะลบให้หายไปก็ต้องบดขยี้มันจากด้านนอกเท่านั้น

ผมจึงอธิบาย


            “......คุณสมบัติที่สองของสสารมืด ควบคุมแรงดึงดูด” (ไฮเนะ)

            “?”

            “ผมใช้คุณสมบัตินั้น ปลดปล่อยคลื่นแรงโน้มถ่วงที่ปรับแต่งไว้ในทิศทางเดียว เรียกว่าเลเซอร์แรงดึงดูดได้ไหมนะ? มันเป็นการปรับพลังเพื่อไม่ให้ทำลายข้างในร่างกาย มันผ่านเข้าไปในข้างในร่างกาย ชีวา มันทะลุผ่านไปโดยไม่ทำร้ายร่างกายของนาย” (ไฮเนะ)

            “แกทำลายราชินีแมลงวันด้วยไอ้นั่นงั้นเหรอ? ตะ-แต่ถ้าทำลายข้างในร่างกายไม่ได้ ราชินีแมลงวันที่ถูกมันทะลุผ่านไปก็ไม่น่าจะบาดเจ็บเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?” (ชีวา)


ชีวาลุกขึ้นยืนอย่างโซซัดโซเซ

ถึงจะอ่อนแอ หมอนั่นก็มีความอดทนที่จะถามคำถามจุกจิกได้


            “ใช่ เพราะแบบนั้น ผมถึงได้ปลดปล่อยคลื่นแรงโน้มถ่วงจากจุดสองจุด ทั้งมือขวาและมือซ้าย” (ไฮเนะ)


ผมโชว์แขนทั้งสองข้างที่ยังมีสสารมืดเป็นเขม่าดำอยู่

คลื่นแรงโน้มถ่วงถูกปลดปล่อยออกมาจากสถานที่สองแห่ง ทั้งมือขวาและมือซ้ายได้เข้าไปในร่างกายของชีวา พวกมันไขว้กันแล้ววาดรูปกากบาท (X)

ราชินีแมลงวันอยู่ ณ จุดตัดที่มันไขว้กัน

ถ้าปล่อยออกไปข้างเดียว คลื่นแรงโน้มถ่วงก็จะไม่ทำให้วัตถุบาดเจ็บ แต่ถ้าซ้อนกันสองอันมันก็จะแสดงพลังที่เหนือกว่านั้น

ณ ที่ ๆ คลื่นแรงโน้มถ่วงทั้งสองทับซ้อนกัน ราชินีแมลงวันได้ถูกตัดและถูกบดขยี้เป็นผุยผง

โดยไม่ทำร้ายส่วนอื่นที่อยู่นอกเหนือจากนั้น


            “คุโรมิยะ ไฮเนะ......! แกนี่มัน......!?” (ชีวา)


ชีวาเข้ามาทางนี้ ในขณะที่ได้ฮิวเอะซึ่งยิ้มทั้งน้ำตาสนับสนุน

ถึงแม้ว่าจะปรับปริมาณให้พอดี ร่างกายที่ถูกสสารมืดซัดไม่มีทางที่ความเสียหายเป็นศูนย์


            “ทอร์โดเรด ชีวา” (ไฮเนะ)


เทพวายุเควซาร์


            “ขอบอกอีกครั้ง ดูเหมือนนายจะคิดว่าไม่ชนะผม แต่ผมกลับคิดว่าตัวเองแพ้นาย นายทำอะไรไว้หลายอย่างจริง ๆ” (ไฮเนะ)


ผมจับคอเสื้อของหมอนั่น แล้วดึงเข้ามาใกล้ ๆ อย่างแรง

นายจับตามองความเป็นไปได้ที่มนุษย์มี และเข้าใกล้มนุษย์เพื่อตัวเองจะได้ไปถึงตรงนั้น สุดท้ายนายก็อยู่ร่วมกับมนุษย์

บุกเบิกอารยธรรม, ชี้นำกลุ่มคน, แบ่งปันความสุขความทุกข์ และอยู่ร่วมกับมนุษย์มาจนถึงตอนนี้

นั่นคือสิ่งที่ผมอยากทำ

ระหว่างที่ผมถูกผนึก 1,600 ปี นายได้เติมเต็มความปรารถนาของผมอย่างล้นหลาม!


            “เมืองนี้ ผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองนี้! คือสิ่งที่ผมอยากจะสร้างไม่ใช่เหรอ!? นายที่ชิงสร้างมันก่อนเป็นฝ่ายแพ้เนี่ยนะ!? ตรงกันข้ามเลย! ตอนนี้ผมเต็มไปด้วยความรู้สึกพ่ายแพ้! เมืองที่นายสร้างขึ้นมานี้ เป็นสิ่งที่สมญานามว่าเทพที่แข็งแกร่งที่สุดเทียบไม่ติดเลย......!” (ไฮเนะ)


วิเศษ


ชีวาที่ถูกปล่อยคอเสื้อถอยไปข้างหลังพลางเซไปสอง-สามก้าว แล้วฮิวเอะก็พยุงหลังเขาอีกครั้ง


            “...................................แพ้แล้ว” (ชีวา)

            “ท่านพี่?” (ฮิวเอะ)


ชีวาเมินฮิวเอะที่ทำสีหน้าสงสัยในตอนนี้ แล้วบ่นพึมพำ


            “ยังไง ๆ แกก็ไม่เหมือนศัตรูเลยสักนิด แกทำให้ความพ่ายแพ้ของชั้น ส่องประกายในฐานะสิ่งที่มีคุณค่าถึงขนาดนี้ รูดร้า สเตท......!” (ชีวา)


เขามองลงไปยังสภาพบ้านเรือน จากจุดสูงสุดของกองบัญชาการศาสนจักรแห่งลมที่ตั้งตระหง่านอยู่


            “เมืองแห่งความพ่ายแพ้ที่ส่องประกายของชั้นงั้นเหรอ” (ชีวา)

            “ก็บอกว่าไม่ใช่ไงเล่า เรียกว่าเมืองแห่งชัยชนะดีกว่า” (ไฮเนะ)


สตรีสองคนมองพวกผมที่อยู่คู่กันสองคนอย่างงง ๆ โดยไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย

ยังไงก็ตาม ความโกลาหลของเมืองหลวงแห่งลมรูดร้าสเตท ได้มองเห็นข้อยุติ ณ ที่แห่งนี้


* * * * *


หลังจากที่การต่อสู้จบลง พวกผมที่เหนื่อยล้าสุด ๆ รู้สึกว่าจะขยับตัวไม่ได้ในทันที และพวกผมก็อยู่บนดาดฟ้าของชั้นที่สูงที่สุดในเขตกองบัญชาการศาสนจักรแห่งลม

คุณคาเรนและฮิวเอะคุยกันอยู่ ในที่ ๆ ห่างออกไปเล็กน้อย


            “.......ท้องฟ้าสีน้ำเงิน” (ฮิวเอะ)

            “เป็นอะไรเหรอคะคุณฮิวเอะ?” (คาเรน)

            “เพราะได้เห็นเป็นครั้งแรก...... ข้าน้อยไม่เคยออกไปจากรูดร้า สเตทเลยสักครั้ง และรูดร้า สเตทก็ถูกปกคลุมด้วย 'เขตแดนวายุ' อยู่เสมอ......” (ฮิวเอะ)

            “จริงเหรอคะ!? แบบนั้นก็แย่เลยสิ! คุณฮิวเอะไม่รู้เรื่องหลายอย่าง!” (คาเรน)


พวกผมได้ยินเสียงที่มีความคึกคักสูงจนเหมือนจะละลายสมอง


            “เมืองแห่งชัยชนะเอง ก็ดูเหมือนจะมีเวลาปรับปรุงให้ดีขึ้นอยู่เหมือนกัน” (ไฮเนะ)

            “เหอะ” (ชีวา)


แต่พอมันจบสิ้นแล้ว การทำลายมารดาสัตว์ประหลาดที่เป็นเป้าหมายใหญ่อันดับแรกสุด ก็ประสบความสำเร็จ ถือเป็นความสำเร็จที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งเลยไม่ใช่เหรอ?

มารดาสัตว์ประหลาดแห่งลม เบลเซ่ บูลส์

แมลงวันขนาดเล็กจำนวนนับไม่ถ้วนก่อตัวกันเป็นฝูงหลายสิบล้านตัว ทั้งหมดนั่นเป็นสัตว์ประหลาดพิเศษที่มีตัวหลักอยู่ตัวเดียว

สัตว์ประหลาดธาตุลมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเพราะพวกมันวางไข่ตามที่ต่าง ๆ แต่ดูเหมือนมันจะไม่เป็นแบบนั้นอีกแล้ว


            “แต่ทำไม นายถึงใช้มารดาสัตว์ประหลาดแทนกำแพงเมืองล่ะ? หรือว่านายทำเพื่อให้ได้ความศรัทธา เหมือนกับแมนเทิล.......?” (ไฮเนะ)

            “พูดเป็นเล่นไปได้ สำหรับชั้นสัตว์ประหลาดเป็นสินค้าที่มันจะเป็นยังไงก็ช่าง มันเป็นสิ่งที่สร้างขึ้นมาเพื่อฝึกฝนศาสนจักรแห่งลมของพวกเรา และทำให้การคบหาสมาคมกับพวกธาตุทั้งสี่ผ่านไป ที่ชั้นใช้เบลเซ่ บูลส์เป็น 'เขตแดนวายุ' ก็เพราะว่ามันดูใช้การได้เท่านั้น” (ชีวา)

            “งั้นเหรอ” (ไฮเนะ)


เป็นหัวข้อที่เข้มงวดมาก แต่ว่า.......

คุณคาเรนกับฮิวเอะที่กำลังจดจ่ออยู่กับการสนทนาของพวกเธอเองคงจะไม่ได้ยินสินะ


            “แต่เอ็น....... ไม่สิ คุโรมิยะ ไฮเนะ แกคงไม่คิดว่าจะจัดการเบลเซ่ บูลส์ไปทั้ง ๆ แบบนี้หรอกนะ?” (ชีวา)

            “เอ๋? ไม่ใช่เหรอ?” (ไฮเนะ)

            “ถึงจะมีจุดตายคือแกนกลาง แต่มารดาสัตว์ประหลาดที่ถูกถอนรากถอนโคนด้วยการทำลายราชินีแมลงวันเพียงตัวเดียว มันคงจะบอบบางเกินไปใช่ไหม? ชั้นเลยติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยอันยอดเยี่ยม สำหรับสถานการณ์แบบนั้นไว้” (ชีวา)


เอ๋?

ทั้ง ๆ ที่คิดว่ามันจบ


            “เบลเซ่ บูลส์จะวางไข่พิเศษอยู่ที่ไหนสักแห่งและซ่อนมันไว้ มันเรียกว่า 'ไข่จักรพรรดิเขียว' ตอนที่ราชินีแมลงวันตายมันจะฟักอัตโนมัติ และราชินีแมลงวันตัวใหม่ก็จะกำเนิดขึ้นมา” (ชีวา)

            “......งั้น ตราบใดที่ไม่ทำลายมัน?” (ไฮเนะ)

            “ไม่ว่าจะทำแบบนั้นซ้ำ ๆ อีกสักกี่ครั้ง มันก็จะเป็นเหมือนเดิม” (ชีวา)


อะ-ไร-กัน-ฟะ?

ทั้ง ๆ ที่ผมรู้สึกเต็มเปี่ยมด้วยความสำเร็จ ความรู้สึกอ่อนล้าก็โผล่ออกมาและแทนที่มันถึงสองเท่า


            “.......แต่ว่า มันจะใช้เวลาเล็กน้อย 'ไข่จักรพรรดิเขียว' จึงจะฟักตัวออกมาจากราชินีแมลงวันที่ตายไป ถ้าทำลายไข่ก่อนหน้านั้น เบลเซ่ บูลส์ก็จะจบสิ้น ต้องทำทันที” (ชีวา)


ชีวาที่ยืนโซซัดโซเซพูด


            “เอ๋? จะดีเหรอ? ทำลายมารดาสัตว์ประหลาด?” (ไฮเนะ)

            “แกไม่ได้ฟังเรื่องที่ชั้นพูดเลยเหรอไง? สัตว์ประหลาดมันจะเป็นยังไงก็ช่าง แต่ในฐานะผู้ก่อตั้งแห่งลม การไม่ยอมรับความเห็นของศาสนจักรทั้งห้ามันไม่ได้ประโยชน์อะไร ให้พวกมันเสร็จสิ้นหน้าที่ทันทีเถอะ” (ชีวา)


เป็นวิธีคิดในฐานะผู้ก่อตั้งที่เจ๋งดีนะ

สำหรับหมอนั่นที่ใช้ชีวิตล่วงเลยมาในฐานะมนุษย์ตั้งแต่แรก คงไม่ซีเรียสที่ความศรัทธาในฐานะเทพจะลดลง

เดิมทีหมอนั่นคงจะหาความศรัทธาตัวเองมามากกว่าเทพตนอื่น


            “......จากนี้ไป หากพวกเรากระชับความสัมพันธ์กับศาสนจักรอื่น ๆ ให้แน่นแฟ้น 'เขตแดนวายุ' ก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป” (ชีวา)

            “เอ๋? เมื่อกี้นายว่าไงนะ?” (ไฮเนะ)


ทิศทางของสายลมกำลังเปลี่ยนแปลง

◆◆◆◆◆

 

ตอนที่ 165 ภัยพิบัติยังไม่จบ

            “แล้ว ไข่นั่นมันอยู่ที่ไหนล่ะ?” (ไฮเนะ)

            “อยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของรูดร้าสเตทนี้ ที่ชั้นซ่อนไว้ก็เพื่อไม่ให้พวกมันถูกเจอได้ตามปกติ แต่มีแค่ชั้นที่เป็นข้อยกเว้น พวกมันไม่สามารถหลบซ่อนชั้นได้” (ชีวา)


ก็ตัวการที่สร้างมารดาสัตว์ประหลาดคือท่านเทพนี่นะ

ถ้ามันเป็นความจริง ความวุ่นวายอีกอย่างหนึ่งคงจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว


            “......แต่ว่า จะเอายังไงกับพวกสาว ๆ ตรงนั้นล่ะ? จะให้พาไปด้วยมันก็” (ไฮเนะ)

            “ถ้าพวกชั้นจะแยกตัวไปด้วยเหตุผลที่เหมาะสมบางอย่างมันก็ทำได้ ยังไงเปลือกนอกชั้นก็เป็นฮีโร่และผู้ก่อตั้งแห่งลม ชั้นมีสิทธิ์ที่จะมอบคำสั่งพวกนั้น” (ชีวา)


นั่นมันก็ใช่อยู่หรอก แต่หลังจากที่ถูกบอกให้อาละวาดตามใจชอบถึงขนาดนั้น พวกเขาคงลังเลที่จะยอมรับ

แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น การตบตาพวกคุณคาเรน ที่จะตามพวกผมไปตัดรากเหง้าของความชั่วร้ายชิ้นสุดท้ายที่เบลเซ่ บูลส์เหลือไว้ ด้วยการตอบคำถามที่พวกเธอคงจะถามออกมาตามปกติว่า ‘ไข่นี้คืออะไรเหรอคะ?’ และ ‘จะตามหามันยังไงเหรอคะ?’ มันก็ดูยุ่งยาก

ผมจึงทำตามความคิดของชีวาแต่โดยดี......


            “.............คุณไฮเนะ คุณไฮเนะคะ” (คาเรน)

            “อื๋อ?” (ไฮเนะ)


ตอนที่กำลังคิดอยู่ คุณคาเรนก็เรียกผม


            “ขะ-ไข่นั่น มันอะไรเหรอคะ?” (คาเรน)


เอ๋?

คำถามที่ผมคิดว่า ถ้าถูกถามเข้าคงจะยุ่งยากสุด ๆ ได้ออกมาจากปากของคุณคาเรน

แต่ทำไมถึงเป็นตอนนี้ล่ะ?

ทั้ง ๆ ที่ผมคิดว่าจะถูกถามคำถามนั้นตอนที่ย้ายไปที่อื่น!?


            “!?”


ตอนที่ผมหันไปหาคำถามแปลก ๆ นั่น มันก็มีไข่อยู่จริง ๆ

มันลอยอยู่ในอากาศ

ไข่ของแมลงถูกปกคลุมด้วยเปลือกที่เหมือนกับเยื่อหุ้มบาง ๆ ที่แค่เหลือบมองก็รู้ว่ามันแตกต่างจากไข่ไก่

มันลอยอยู่ในอากาศตามธรรมชาติ ราวกับมีพลังจิตอยู่ในนั้น

พื้นผิวมีสีเขียวทั้งหมด ราวกับอัญมณีสีมรกต หรือต้นไม้ที่ให้ความรู้สึกโปร่งใสอย่างสาหร่ายที่ขยายพันธุ์อยู่ในน้ำ

งั้น......


            “เฮ้ย...... หรือว่านั่นคือ ‘ไข่จักรพรรดิเขียว’?” (ไฮเนะ)

            “อะ-อา......! แต่ทำไมมันถึงมาอยู่ที่แบบนี้!? ชั้นควรจะซ่อน ‘ไข่จักรพรรดิเขียว’ ไว้ในหลืบของเขตเครื่องจักรกลรูดร้าสเตท เพื่อไม่ให้ถูกใครบางคนจับตามองแล้ว แถมขนาดนั่นมัน......! เดิมทีมันเป็นไข่สำหรับให้กำเนิดเบลเซ่บูลส์......? มันไม่ควรจะมีขนาดเกินนิ้วก้อยด้วยซ้ำ......!?” (ชีวา)


แต่ไข่ที่ลอยอยู่ต่อหน้าพวกผมในตอนนี้ มันมีขนาดมหึมาซึ่งแตกต่างจากคำอธิบายของชีวา

เพราะขนาดมหึมา ผมก็เลยสังเกตุเห็นว่ามันมาอยู่ตรงหน้าทันที และรู้สึกถึงเค้าลางไม่สู้ดีเหมือนกับมันมีอำนาจมาก

ขนาดของมัน ดูท่าทางจะเก็บมนุษย์ไว้ได้คนหนึ่งเลย


            “......คุโรมิยะ ไฮเนะ! โจมตี ‘ไข่จักรพรรดิเขียว’ ซะ! ถ้าเป็นสสารมืดของแกละก็ คงจะทำให้มันกลับสู่ความว่างเปล่าได้!!” (ชีวา)

            “เอ๋!? ทำไมถึงเป็นผมล่ะ!? นายจัดการเองไม่ดีกว่าเหรอ? นายรู้เรื่องของมันทุกอย่างใช่ไหมล่ะ!?” (ไฮเนะ)

            “นั่นก็เพราะ ชั้นตัดสินว่าการรับมือด้วยสสารมืดมันชัวร์ที่สุด! หรือควรจะพูดว่า ชั้นไม่รู้จะทำยังไงกับสถานการณ์นี้......! จะให้ชั้นลงมือด้วยตัวเอง กับสิ่งที่น่าขยะแขยงอย่างนั้นเนี่ยนะ!!” (ชีวา)

            “ไอ้หมอนี่มันเผยใจจริงออกมาแล้ว!!” (ไฮเนะ)


ระหว่างที่ผมกับชีวากำลังเอะอะโวยวายกันอยู่ สถานการณ์ก็ดำเนินต่อไป

บางทีอาจจะดำเนินไปในทางที่แย่ที่สุดด้วยซ้ำ


            『.......เจ้า เป็นใคร?』


ผมกับชีวา, คุณคาเรนและฮิวเอะรู้สึกไม่ดีกับเสียงนั้น


            “เสียง...... เมื่อกี้......?”

            “ไม่ใช่เสียงของใครบางคนในนี้......? งั้นที่พูดเมื่อกี้ก็คือ.......!?”


ไข่นั่น?


            “แกนั่นแหละเป็นใคร!? เป็นตัวอะไรกันแน่!?”


ใครบางคนถามกลับไปราวกับเป็นการตอบสนองของไขสันหลัง


            『ฉัน...... ฉันเป็นใคร?』


ไข่ถามยิ่งกว่าเดิม

แต่คำถามนั้นไม่ได้มุ่งไปหาใคร มันมุ่งไปหาตัวมันเอง


            『งั้นหรือ...... แม่ตายแล้วสินะ เพราะแบบนั้นฉันก็เลยเกิดมา โชคชะตาที่ถูกกำหนดไว้ได้เริ่มต้นขึ้น』


ไข่ที่ถูกปกคลุมด้วยเนื้อเยื่อสีเขียวเข้มเริ่มกะพริบ

อะไรบางอย่างที่พวกผมไม่รู้จักกำลังจะเริ่มต้นขึ้น


            『ฉันคิดมาตลอด ว่าพวกฉันเกิดมาทำไม』

            “อะไรนะ.......!?”

            『ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตแบบไหน มันก็ควรจะมีเหตุผลที่เกิดขึ้นมา ควรจะมีความหมายของการมีชีวิต ฉันคิดถึงเหตุผลนั้น ในขณะที่คิดต่อไป สิ่งแบบเดียวกันนับพันนับหมื่นก็เกิดขึ้นมา แล้วหายไป พวกฉันมันช่างไร้ความหมาย』


ระยะห่างการกะพริบของไข่มันรวดเร็วและยุ่งเหยิง

แสงในตัวมันเพิ่มความสว่างขึ้น


            『เกิดขึ้นมาอย่างไร้ความหมาย และตายไปอย่างไร้ความหมาย พวกฉันเป็นสิ่งที่ไร้ความหมายแบบนั้นงั้นหรือ? ......ไม่เอา ไม่เอาไม่เอาไม่เอาไม่เอาไม่เอาไม่เอาไม่เอาไม่เอาไม่เอาไม่เอาไม่เอาไม่เอาไม่เอาไม่เอาไม่เอาไม่เอา』


แสงสว่างก็ใหญ่ขึ้นราวกับแสดงความรู้สึกของผู้พูดเช่นกัน

.......ความรู้สึก?


            『พวกฉันเองก็มีชีวิตเหมือนกัน ต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อที่จะมีชีวิต ฉันคิดแบบนั้น คิดมาตลอด คิดอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายแม่ก็สร้างฉันขึ้นมา』


เสียง *แคร๊ก* ดังขึ้น

เสียงของการพังทลาย อะไรบางอย่างแตก

ในเวลาเดียวกันนั้น รอยแตกรอยหนึ่งก็วิ่งอยู่ตรงไข่สีเขียวขนาดมหึมา


            『เพื่อตามหาคำตอบ แค่คิดอย่างเดียวมันไม่ได้คำตอบมาหรอก ต้องลงมือ จำเป็นต้องมีร่างกายเพื่อลงมือ ที่สำคัญที่สุดคือความแข็งแกร่ง และร่างกายที่มีประสิทธิภาพรอบด้าน นั่นก็คือฉัน สิ่งที่มารดาปีศาจให้กำเนิด ก็คือฉัน』


รอยแตกเกิดขึ้นที่กลางไข่ มีอะไรบางอย่างออกมาจากตรงนั้น

ปีก......?

ปีกผีเสื้อ......!?


            “ฉัน เกิดขึ้นมาเพื่อชี้นำและปกครองสิ่งชั่วร้ายทั้งมวล ฉันถือกำเนิดขึ้นมาโดยมารดาปีศาจ เพื่อมอบความหมายทั้งหมดให้กับเหล่าสิ่งชั่วร้ายที่ถูกบังคับให้เกิดขึ้นมาและล้มตายไปอย่างไร้ความหมาย มารดาปีศาจได้เติมพลังชีวิตทั้งหมดให้กับฉัน และฉันก็ถือกำเนิดขึ้นมา”


เปลือกไข่สีเขียวเข้มปริแตกอย่างละเอียด แล้วสิ่งที่อยู่ข้างในนั้นก็ออกมา

นั่นก็คือเด็ก

เด็กตัวเล็ก ๆ

ผมคิดว่ามันดูเหมือนกับเด็กผู้ชายธรรมดาที่ไม่ได้แตกต่างไปจากปกติเลย แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่ผิดปกติ นั่นก็คือปีกผีเสื้อที่ประดับลวดลายน่ารังเกียจที่ด้านหลัง


แล้วเด็กก็พูด

คำพูดที่เขาปลดปล่อยออกมาจนถึงตอนนี้ต่อไป


            “ใช้เวลาหนึ่งร้อยปี พวกเราเหล่าปีศาจก็มีความคิด และมองหาความหมาย ฉันคือวิธีการเพื่อการนั้น และขั้นตอนเพื่อการนั้น สิ่งที่ถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อเป็นราชาของสิ่งชั่วร้าย และสิ่งที่ถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อชี้นำพวกเดียวกันที่ไม่มีดวงวิญญาณไปสู่อนาคต พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือฉัน......”


มันก็คือ......!?


            “ราชาปีศาจ”


มันพูด


            “ราชาปีศาจวายุราฟาเอล นั่นคือชื่อของฉัน, ความหมายของฉัน และสิ่งที่ฉันควรจะทำ” (ราฟาเอล)

◆◆◆◆◆

 

ตอนที่ 166 ปีศาจที่พึ่งเกิดใหม่

 

ราชาปีศาจวายุราฟาเอล


เด็กปริศนาที่ปรากฏตัวกะทันหันนั่น มีชื่อแบบนั้นจริง ๆ

เด็กผู้มีสีหน้าบริสุทธิ์ผุดผ่องที่เหมือนจะอยู่ที่ไหนสักแห่ง กับรูปร่างที่เล็กและบอบบาง แต่ปีกผีเสื้อที่แผ่ออกมาจากข้างหลังมันดูแปลกตา


มิหนำซ้ำเจ้านั่นก็ออกมาจากข้างในไข่ที่เรียกว่า ‘ไข่จักรพรรดิเขียว’

เดิมทีมารดาสัตว์ประหลาดแห่งลมเบลเซ่ บูลส์ ควรจะถือกำเนิดขึ้นมาจากไข่ใบนั้นโดยตรงไม่ใช่เหรอ?


            “แก........ เป็นสัตว์ประหลาดงั้นเหรอ?” (ชีวา)


ผู้ที่เอ่ยถามเด็กเร็วที่สุดก็คือชีวา

เจ้าหมอนั่น ดวงวิญญาณของเขาคือเทพวายุเควซาร์ ผู้สร้างพวกสัตว์ประหลาดแห่งลม ควรจะรู้จักพวกมันดียิ่งกว่าใคร ๆ

ชีวาผู้นั้นกำลังเอ่ยถาม


            “......สัตว์ประหลาด นั่นเป็นชื่อที่พวกมนุษย์เรียกฉันสินะ ถ้าฉัน—— ราฟาเอลผู้นี้ถูกถามว่าเป็นสัตว์ประหลาดรึเปล่าละก็ คำตอบมีอย่างเดียว ——ใช่” (ราฟาเอล)


คำตอบนั้นได้ทำให้ผิวหนังของทุกคนที่อยู่ที่นี่ขนลุกขนผอง


            “ฉันก็คือ ราชาปีศาจที่ถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อเป็นผู้นำของสัตว์ประหลาดธาตุลม ราฟาเอล” (ราฟาเอล)

            “บ้าน่า!” (ชีวา)


ชีวาตะโกนราวกับบ้าคลั่ง


            “สัตว์ประหลาดที่ใช้รูปร่างของมนุษย์ และพูดได้เนี่ยนะ!? สัตว์ประหลาดที่มีสติปัญญาน่ะ มันไม่มีหรอก! ชั้น.......!!” (ชีวา)


พอพูดถึงขนาดนั้น ชีวาก็ปิดปากเงียบ

คุณคาเรนและฮิวเอะอยู่ใกล้ ๆ เขาคงจะรู้สึกระมัดระวังคำพูดและการกระทำในฐานะเทพวายุเควซาร์


            “.......ช่างโง่เขลานักมนุษย์ สรรพสิ่งผันแปรอยู่เสมอ ไม่เคยหยุดเลยสักครั้ง พิจารณาการเปลี่ยนแปลงนั้นให้มากขึ้น และเข้าสู่การพัฒนา อย่าเข้าใจผิดว่ามันจะมีแค่มนุษย์อย่างพวกเจ้าสิ มิเช่นนั้นมันจะไม่ใช่อะไรเลยนอกจากความหยิ่งยโส” (ราฟาเอล)


ราฟาเอลที่แนะนำตัวว่าเป็นราชาปีศาจพูดจาไม่เกรงใจ


            “พวกเราสัตว์ประหลาดก็พัฒนา และก้าวเดินไปเช่นกัน ผู้ที่อยู่แถวหน้านั้นก็คือฉันผู้นี้ ราชาปีศาจราฟาเอล มารดาสัตว์ประหลาดที่เป็นแม่ของฉัน ได้ใช้ชีวิตมาเป็นเวลาร่วมร้อยปี และเมื่อพิจารณาด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาหลายหมื่นหลายสิบหมื่น ท่านก็ได้รับความคิดของตัวเองมา จากนั้นท่านก็ถามว่าพวกเราเป็นตัวอะไรกัน มีตัวตนอยู่เพื่ออะไร” (ราฟาเอล)

            “ว่า.......ไงนะ.......!?” (ชีวา)


ชีวาคงจะได้รับการกระทบกระเทือน เพราะสำหรับเทพแล้วมันเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมาย


            “และมารดาสัตว์ประหลาดก็ได้ข้อสรุปชั่วคราวว่า ‘ไม่อาจไปถึงคำตอบนั้นด้วยตนเอง’ เพราะแบบนั้นแม่จึงให้กำเนิดฉันซึ่งเป็นรุ่นถัดไปเพื่อให้ได้มาซึ่งคำตอบ พ่อแม่ถาม ลูกตอบ นั่นคือลำดับการพัฒนาของสิ่งมีชีวิต ดังนั้นฉันจะเป็นผู้ดำเนินการยุคใหม่ของสัตว์ประหลาดเอง ฉันจะทำหน้าที่นั้นให้สำเร็จ” (ราฟาเอล)

            “ตั้งใจจะทำยังไงล่ะ?” (ไฮเนะ)


คราวนี้ผมถามราฟาเอล

เนื่องจากมันกะทันหัน แถมสถานการณ์ก็ไม่สามารถจินตนาการได้ ความคิดจึงยังจับต้นชนปลายไม่ถูก ถึงอย่างนั้นผมก็ต้องทำความเข้าใจว่าจากนี้ไปอะไรจะเกิดขึ้น

จะว่าไป คุณคาเรนกับฮิวเอะกำลังสับสนและไม่อาจตามเรื่องราวได้ทั้งหมด


            “นายคือผู้นำทางของสัตว์ประหลาด จะสร้างยุคใหม่ของสัตว์ประหลาด อันนั้นผมเข้าใจ แต่เพื่อให้สิ่งนั้นเป็นรูปธรรม นายตั้งใจจะทำยังไงล่ะ? มีแผนการอะไรเหรอ?” (ไฮเนะ)

            “เรื่องนั้นได้ถูกตัดสินแล้ว” (ราฟาเอล)


ราชาปีศาจราฟาเอลพูด


            “ทำลายมนุษย์อย่างพวกเจ้าไงละ” (ราฟาเอล)


อาการช็อกแล่นผ่าน

ความรู้สึกเป็นศัตรูจากตัวตนแปลกหน้าอันเป็นปริศนาที่ไม่สามารถระบุได้ มุ่งเข้ามาหาพวกผมเป็นครั้งแรก


            “เดิมทีพวกเราสัตว์ประหลาด ได้รับคำสั่งมาจากใครสักคนว่า ‘เป็นศัตรูกับมนุษย์’ และ ‘โจมตีมนุษย์’ พวกเราไม่รู้ว่ามันเป็นคำสั่งของใคร แต่มันก็ถูกจารึกเอาไว้ที่ก้นบึ้งของหัวใจ นับตั้งแต่ตอนที่พวกเราเกิดมา พวกเราลงมือโดยยึดมันเป็นหลักการ” (ราฟาเอล)

            “นั่น......!” (ชีวา)


ชีวาพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ราฟาเฟลไม่สนใจเขาแล้วพูดต่อไป


            “เดิมที โลกใบนี้ไม่จำเป็นต้องมีเผ่าพันธุ์ที่เป็นผู้ปกครองสองเผ่า ดังนั้น พวกเราจะทำให้คำสั่งที่ถูกจารึกไว้ในก้นบึ้งของหัวใจลุล่วงเพื่อตัวของพวกเราเอง ตอนที่กำจัดพวกมนุษย์จนสิ้นซาก โลกใบนี้ก็จะกลายเป็นของพวกเราสัตว์ประหลาดโดยสมบูรณ์ และพวกเราก็จะมองเห็นความหมายในการเกิดของพวกเราตามธรรมชาติ” (ราฟาเอล)


*พรึ่บ!* ปีกผีเสื้อที่ด้านหลังของราฟาเอลแผ่ออกไป

จากนั้นมันก็กระพือปีกหนึ่งครั้ง

เพียงแค่นั้น พายุหมุนสี่ลูกก็เกิดขึ้นมาจากทั่วสารทิศของราฟาเอล


            “น่ะ!?”

            “อันตราย หลบเร็ว!”

            “คิย๊าาาาาา!?”


พวกผมแตกตื่นกับพายุหมุนที่เข้ามาใกล้ แต่เป้าหมายของมันไม่ใช่พวกผม พายุหมุนเคลื่อนไหวในขณะที่เป็นเกลียวคลื่น และกระจัดกระจายไปสี่ทิศ


            “ก่อนอื่น เริ่มด้วยการทำลายเมืองนี้ที่แผ่ขยายอยู่ที่เท้าของฉันก็แล้วกัน ไม่ให้มนุษย์มีชีวิตอยู่สักคน และไม่ให้เหลือแม้แต่ซากเช่นกัน เปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ให้เป็นเถ้าถ่าน แล้วสร้างศิลาฤกษ์แห่งยุคใหม่ของสัตว์ประหลาดอย่างพวกเรา!” (ราฟาเอล)

            “รูดร้าสเตท.......!!” (ไฮเนะ)


แย่แล้ว

พายุหมุนที่ราฟาเอลปลดปล่อย แต่ละลูกอยู่ในระดับภัยธรรมชาติ สิ่งที่ถูกมันกลืนกินเข้าไปไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือว่าตึกรามบ้านช่องล้วนพังพินาศในทันที

เพราะว่าราฟาเอลถือกำเนิดจากมารดาสัตว์ประหลาดแห่งลม และเรียกตัวเองว่าราชาปีศาจวายุ เจ้านั่นก็เลยแสดงพลังในรูปแบบนั้นได้งั้นเหรอ?

แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น การสร้างพายุหมุนที่มีพลังอย่างนั้นถึงสี่ลูกในเวลาเดียวกันมันก็ผิดปกติ

การที่มนุษย์ปกติ หรือว่าสัตว์ประหลาดจะปล่อยมันออกมาลูกเดียวมันเป็นไปไม่ได้เลย

พลังของเจ้านั่น...... ก้าวเข้ามาในส่วนของเทพ......!?


            “แกกกกกกกกก!!” (ชีวา)


ชีวาเตะพื้น แล้วท้าทายราฟาเอลที่ลอยอยู่ในอากาศด้วยปีกผีเสื้อ

เขาชักปืนคู่วายุฟูมะโคทาโร่ออกมา แล้วพยายามกราดกระสุนอากาศ แต่มันก็ถูกหยุดด้วยกำแพงที่มองไม่เห็น


            “กำแพงอากาศ!? อย่ามาดูถูกกันนะ!!” (ชีวา)


เมื่อเหนี่ยวไกปืนคู่วายุ กำแพงอากาศก็พังทลาย แล้วเขาก็พุ่งเข้าใส่ราฟาเอลอย่างไม่หวาดหวั่น


            “หยุดนะ! หยุดสิ่งที่แกทำเดี๋ยวนี้!! ผู้ที่สั่งให้สัตว์ประหลาดอย่างพวกแกโจมตีมนุษย์ก็คือเทพ! แต่เทพน่ะ ไม่ได้ต้องการให้พวกแกทำลายมนุษย์! สิ่งที่พวกแกกำลังทำอยู่ เป็นแค่การกระทำที่ออกนอกลูกนอกทางเท่านั้น!!” (ชีวา)

            “เทพ......? พวกที่มนุษย์อย่างพวกเจ้า เรียกว่าเทพทั้งห้าแห่งการสร้างโลกน่ะเหรอ? ไร้สาระ แล้วมันยังไงล่ะ?” (ราฟาเอล)


ท่าทางของราฟาเอลดูเฉยเมย


            “ผู้ที่สั่งพวกเรามันจะเป็นใครก็ตาม ผู้ที่ตัดสินใจทำลายล้างมนุษย์ก็คือตัวของพวกเราเอง มันเป็นความตั้งใจของพวกเรา การลงมือด้วยความตั้งใจของตนเองคือสิทธิตามธรรมชาติสำหรับสิ่งมีชีวิต ต่อให้เทพของพวกเจ้าจะเป็นผู้สร้างพวกเราก็ตาม พวกมันก็ไม่สามารถละเมิดสิทธิของพวกเราได้!” (ราฟาเอล)

            “อ้ากก!?” (ชีวา)


ชีวาถูกลมกรรโชกที่ราฟาเอลสร้างขึ้นมาเป่ากระเด็น

ผมจับตัวชีวาไว้ ก่อนหน้าที่เขาจะกระแทกเข้ากับพื้น


            “เป็นอะไรรึเปล่า......!?” (ไฮเนะ)


ในเมื่อมันกลายเป็นแบบนี้ ผมคงต้องกำจัดเจ้านั่นซะ

ราชาปีศาจราฟาเอล

เจ้านั่นเป็นภัยสำหรับมนุษย์อย่างชัดเจน ถ้าไม่กำจัดมันที่นี่ เจตนาร้ายของเจ้านั่น.......!


            “เดี๋ยวก่อน ไฮเนะ......!” (ชีวา)


ชีวาที่รู้สึกถึงจิตสังหารของผมได้ห้ามผมไว้


            “เจ้านั่นชั้นจะจัดการเอง เพื่อแสดงความรับผิดชอบที่สร้างมันขึ้นมา ชั้นคนนี้......!” (ชีวา)

            “แต่ว่า......!” (ไฮเนะ)


ชีวาสร้างสัตว์ประหลาดธาตุลมขึ้นมาในฐานะเทพวายุเควซาร์ และมันก็เป็นความจริงที่ราชาปีศาจราฟาเอลถือกำเนิดขึ้นมาด้วยผลลัพธ์นั้น

ดังนั้นไม่ใช่ว่าผมไม่เข้าใจความรู้สึกรับผิดชอบของนาย แต่นายในตอนนี้มาจุติเป็นมนุษย์ และนายก็สภาพยับเยินเพราะการต่อสู้อย่างต่อเนื่องในวันนี้ไม่ใช่เหรอ?

นายจะไปต่อกรกับพลังของราฟาเอลที่ทัดเทียมเทพมาก ๆ นั่น.......!


            “พายุหมุน.......! เริ่มจะแผ่ออกไป......!” (ชีวา)


อย่างที่ชีวาพูด พายุหมุนสี่ลูกที่ราฟาเอลปลดปล่อยออกมา ได้ทำลายตึกรามบ้านช่องของกองบัญชาการศาสนจักรแห่งลม และตอนนี้พวกมันก็กำลังเข้าสู่เขตตัวเมืองของรูดร้าสเตท

เจ้านั่นที่ถูกสร้างขึ้นมาด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ของราชาปีศาจ คงจะทำลายล้างรูดร้าสเตทอย่างเต็มที่โดยไม่ขยับไปไหนเลย

ในเมืองไม่ได้มีแค่ตึกรามบ้านช่องเท่านั้น แต่ยังมีพวกมนุษย์ที่มีชีวิตอยู่มากมาย


            “ผู้ที่จะหยุดพายุหมุนนั่นได้ มีแต่แกที่ควบคุมสสารมืดเท่านั้น ที่นี่ชั้นจะจัดการเอง ดังนั้นแกช่วยเหลือผู้คนในเมืองของชั้นทีนะ ขอร้องละ.......!” (ชีวา)

            “ชีวา......!” (ไฮเนะ)

            “ขอร้องละ......!!” (ชีวา)


……

ผมชักสีหน้าแล้วบินขึ้นไป

เริ่มจากพายุหมุนที่อยู่ใกล้ที่สุด

ถึงจะเป็นภัยธรรมชาติที่เหมือนกับความโกรธเกรี้ยวของเทพก็ตาม เมื่อมาอยู่ต่อหน้าผม มันก็ไม่ได้มากไปกว่าปัญหาที่ดูยุ่งยากเล็กน้อย

ผมจะจัดการมันทันที แล้วกลับมา

จนกว่าจะถึงตอนนั้น ผมจะฝากมันไว้กับนาย

ผู้พิทักษ์ประชาชนแห่งลม!!

◆◆◆◆◆




NEKOPOST.NET