[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด ตอนที่ 156 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด

Ch.156 - ตอนที่ 156 - ตอนที่ 160


ตอนที่ 156 มังกรดำ ปะทะ ฝูงดำ

 

            “คุณไฮเนะคะ พวกเราเหล่าฮีโร่ ก็จะไปกับพวกท่านผู้ก่อตั้งเหมือนกันค่ะ” (คาเรน)


คุณคาเรนพูดกับผม


            “พวกฉันจำเป็นต้องคอยคุ้มกันจนกว่าพวกท่านโยริชิโระจะหนีออกไปจากรูดร้าสเตทค่ะ เพื่อช่วยเหลือหน่วยคุ้มกันทุกคนที่ตกอยู่ในวิกฤตการณ์ครั้งนี้ พลังฮีโร่ของพวกฉันเป็นสิ่งจำเป็นค่ะ” (คาเรน)

            “เข้าใจแล้วครับ ฝากทางนั้นด้วยนะครับ คุณคาเรน” (ไฮเนะ)

            “ขอโทษด้วยนะคะคุณไฮเนะ......! คราวนี้ พวกฉันก็ฝากเรื่องที่สำคัญที่สุดไว้กับคุณไฮเนะคนเดียวอีกแล้ว” (คาเรน)

            “ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ เพราะพวกคุณคาเรนคุ้มกันข้างหลัง ผมก็เลยต่อสู้โดยมุ่งไปข้างหน้าอย่างเดียวได้ครับ” (ไฮเนะ)


จากนั้นผมก็คลายบาเรียสสารมืดที่ขยายอยู่ ในเวลาเดียวกันก็สร้างแรงต้านที่เท้าแล้วกระโดดออกไป

ในเวลาเดียวกันผมก็แผ่ขยายสสารมืดไปทั่วสารทิศ แล้วลบฝูงแมลงวันปีศาจที่โจมตีมาหลายพันตัวในคราวเดียว


......ความจริงแล้ว ผมตัดสินว่าการค้นหาชีวาที่ซ่อนไปตัวอีกรอบหนึ่งมันยากมาก


เพราะตัวหมอนั่นรู้ว่า ถ้าตัวเองถูกจับในการโจมตีและการป้องกันนี้ผลแพ้ชนะก็จะถูกตัดสิน หมอนั่นจึงหายตัวไปต่อหน้าพวกผม

หมอนั่นที่กำลังซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่งคงจะพูดว่า ‘หาชั้นให้เจอสิ’ โดยเตรียมใจไว้แล้ว


ถ้าผมค้นหาอย่างละเอียดมันก็จะเสียเวลา และมนุษย์ของฝั่งนี้ก็จะถูกแมลงวันปีศาจจับตัวไปทั้งหมด

เพราะแบบนั้น ผมจึงปรับเปลี่ยนวิธีค้นหาให้เหมาะสม......


            “ต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม!!” (ไฮเนะ)


ผมใช้การเปลี่ยนทิศทางแรงดึงดูดของสสารมืดเป็นตรงกันข้าม แล้วบินไปในท้องฟ้า

สูงขึ้นไป สู่ด้านบน

สิ่งที่อยู่เหนือขึ้นไปก็คือ เมฆสีดำที่ปกคลุมท้องฟ้า ซึ่งเรียกกันว่าร่างหลักของฝูงแมลงวันเบลเซ่ บูลส์

ผมบินไปที่นั่น

จากนั้น......


            “Dark Matter Set!!” (ไฮเนะ)


สสารมืดระเบิดออกมาจากมือทั้งสองข้างราวกับสายน้ำเชี่ยวกรากของแม่น้ำขนาดใหญ่ แล้วแผ่ขยายไปทางซ้ายและทางขวา

กระแสน้ำสีดำได้ผสมผสานกับเมฆสีดำ แต่มันไม่ได้รวมเป็นหนึ่ง ฝ่ายหนึ่งมันแผ่ขยายพลางกลืนกินอีกฝ่ายหนึ่ง


            “เอาอีก Dark Matter Set!!” (ไฮเนะ)

 
ผมกระตุ้นตัวเอง แล้วปลดปล่อยสสารมืดอีกครั้ง

สสารมืดนั้น ส่วนประกอบหลักของมันเป็นเพียงอนุภาคเล็ก ๆ แต่เมื่ออนุภาคหลายร้อยล้านมารวมตัวกัน มันก็กลายเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ที่น่าสะพรึงกลัว และอาละวาดอยู่ในอากาศ

มันกระโดดเข้าไปหาฝูงแมลงวันเบลเซ่ บูลส์ ในสภาพที่กัดกินทีละนิด ราวกับมังกรดำที่แหวกว่ายไปมาอยู่ในเมฆสีดำ

จากนั้นเมฆสีดำก็ถูกมังกรดำกัดกินโดยที่ทำอะไรไม่ได้เลย เมฆสีดำจึงสูญเสีย 1 ใน 10 ของปริมาณเดิมไปอย่างรวดเร็ว


            “ไม่ดูถูกผมไปหน่อยเหรอเควซาร์?” (ไฮเนะ)


ถึงจะเรียกว่ามารดาสัตว์ประหลาดก็เหอะ ถ้ามาซัดกันตรง ๆ มันก็คือชัยชนะของฝั่งผม

เบลเซ่ บูลส์จะหยุดก็ต่อเมื่อจัดการชีวาที่เป็นผู้บงการมัน แต่ถ้าทำให้ฝูงแมลงวันหลายแสนล้านหายไปมันก็หยุดเหมือนกัน

ถึงอย่างนั้น ผมก็ไม่สามารถทำอะไรกับพวกที่บุกเข้าไปในร่างกายของมนุษย์แล้วได้......

เพราะแบบนั้นมันจึงเป็นปัญหาหากชีวาไม่ออกมา

ต้องทำให้เขาออกมาหยุดผม ที่ทำลายล้างมารดาสัตว์ประหลาดอันน่ารักของเขา


            “อย่าดูถูกผมนะเควซาร์!!  นายเอาผมเป็นเป้าหมาย และฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง 1,600 ปี ถึงอย่างนั้นนายก็ยังไม่ใช่ศัตรูของผม ผู้ที่เป็นเทพสูงสุดและแข็งแกร่งที่สุด!! ตราบใดที่นายยังหลบซ่อนตัวอยู่ ผมก็จะลบสัตว์ประหลาดที่นายสร้างขึ้นมาต่อไป!!” (ไฮเนะ)


ยิ่งไปกว่านั้นสสารมืดที่ถูกปลดปล่อยก็เพิ่มมากขึ้น

ท้องฟ้าที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีเดียวเพราะเมฆสีดำ ได้กลายเป็นแผนภาพที่เหมือนจะถูกแก้ใหม่ด้วยพลังอำนาจเมื่อไหร่ก็ได้


            “เควซาร์ นายดูถูกผม ต่อให้นายที่เป็นธาตุทั้งสี่, ศึกษาค้นคว้ามา 1,600 ปี และทำซ้ำ ๆ อย่างต่อเนื่อง 1,600 ครั้ง นายก็ไม่มีทางเทียบกับผมได้หรอก!!” (ไฮเนะ)


สีดำถูกทาด้วยสีดำ

◆◆◆◆◆

 

ตอนที่ 157 มือซุ่มยิง

 

            “สุดยอด......!?”


ฉัน—— ฮีโร่แห่งแสงโครีน คาเรนมองขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วตกใจมาก

สิ่งที่คุณไฮเนะทำมันบ้าบิ่นเหลือเกิน

ฉันคิดว่าเขาจะตามหาผู้ก่อตั้งแห่งลมชีวาที่วิ่งไปมาในรูดร้าสเตทซะอีก

ไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาจะบินขึ้นไปข้างบน......!?


            “คงจะประมาณ กลยุทธ์ล่อศัตรูออกมาจากรังน่ะค่ะ” (โยริชิโระ)


ท่านโยริชิโระที่เป็นเพื่อนและผู้ก่อตั้งซึ่งอยู่ข้าง ๆ ฉันก็มองขึ้นไปบนท้องฟ้าเหมือนกัน

ข้างบนท้องฟ้า เป็นสภาพที่เหมือนกับมังกรดำฉีกกระชากเมฆสีดำเป็นชิ้น ๆ

มันเป็นภาพที่แปลกสุด ๆ จนฉันคิดว่าตัวเองคงจะไม่ได้เห็นมันอีกเป็นครั้งที่สอง


            “ล่อศัตรูออกมา......” (คาเรน)

            “มารดาสัตว์ประหลาดนั่นต้องเป็นสิ่งสำคัญสำหรับชีวาค่ะ ถ้ามันจะถูกถอนรากถอนโคนละก็ เขาจะต้องออกมาอย่างไม่มีทางเลือก มันคงจะจบเร็วกว่าการค้นหาเขาในเมืองหลวงแห่งลมโดยตรงค่ะ” (โยริชิโระ)


ถึงจะบอกว่าเร็วกว่าก็เถอะ แต่ต่อให้ค้นหาจนทั่วโลก คนที่ทำแบบนั้นได้ก็มีแค่คุณไฮเนะคนเดียวเท่านั้น นอกจากนั้น คนที่จะกำจัดสัตว์ประหลาดร่างเล็กที่อยู่ตรงหน้านั่นได้นอกจากคุณไฮเนะก็ไม่มีอีกแล้ว

ถ้าไม่ระวังให้ดี ๆ ละก็ ความรู้สึกของฉันคงจะด้านชาโดยไม่รู้ตัว


            “แต่คุณไฮเนะน่ะ มีเหตุผลอีกอย่างหนึ่งที่อาละวาดในท้องฟ้าอยู่ค่ะ” (โยริชิโระ)

            “เอ๋?” (คาเรน)

            “เรื่องง่าย ๆ ค่ะ ถ้าอาละวาดที่ศูนย์กลางของพวกแมลงวันและลดจำนวนพวกมันละก็ แมลงวันที่อยู่บนพื้นก็จะลดลงเล็กน้อยเหมือนกัน สาเหตุที่รอบ ๆ ตัวพวกเราแทบจะไม่มีพวกมันอยู่เลยก็คือหลักฐานนั้นใช่ไหมคะ?” (โยริชิโระ)


จะว่าไป......

มิรัคจังยังคงพยายามปล่อยไฟออกมา แต่มันก็ไม่มีสัมผัสของควันดำเหลืออยู่รอบ ๆ เลย


            “คุณไฮเนะโจมตีไปที่นั่น ก็เพื่อหยุดยั้งพวกแมลงวันที่รุกรานพวกมนุษย์แม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตาม ......เอาละ อย่าทำให้ความกังวลของคุณไฮเนะสูญเปล่าเลยค่ะ พวกเรารีบหนีออกไปจากเมืองให้เร็วที่สุด แล้วรวมตัวกับพวกอัศวินแห่งแสงข้างนอกเถอะค่ะ” (โยริชิโระ)


เหล่าอัศวินของกองกำลังแห่งแสงออโรร่าที่ตามมาในฐานะผู้คุ้มกันของพวกฉัน และเตรียมพร้อมอยู่นอกเมืองเพราะเงื่อนไขตั้งขึ้นโดยศาสนจักรแห่งลม ต้องรับการโจมตีของพวกแมลงวันในตอนนี้อยู่แน่ ๆ

กองกำลังนักสู้เพลิงกรรม, กองทัพเรือกระแสน้ำ และกองกำลังทำลายล้างสรรพสิ่งให้เป็นเถ้าถ่านก็เช่นกัน

ต้องรีบกลับไปหาพวกเขา แล้วทำหน้าที่ในฐานะฮีโร่ให้ลุล่วง!


            “ทุกคน รีบหน่อย! ......?” (คาเรน)


พอจะเร่งให้ทุกคนรีบรุดไปข้างหน้า ฉันก็สังเกตุเห็นว่าท่าทางของทุกคนมันดูแปลก ๆ

ทั้ง ๆ ที่ฉันพูดไปตั้งหลายครั้งแล้วว่า ต้องรีบกลับไป แต่ทุกคนก็ไม่ขยับ


            “เป็นอะไรไปน่ะ? รีบไปกันเถอะทุกคน! ตอนนี้ทรายของนาฬิกาทรายมันมีค่ายิ่งกว่าผงทองอีกนะ?” (คาเรน)

            “อย่าขยับนะ!!”


จู่ ๆ ฉันก็ถูกซิลติสจังตะโกนใส่

ไม่เห็นต้องทำเสียงดังขนาดนั้นเลย......!?


            “......รู้แล้วน่า เธอมัวแต่จดจ่ออยู่กับเจ้าชายอันเป็นที่รักก็เลยไม่รู้ตัวสินะ?” (ซิลติส)

            “เอ๋!?” (คาเรน)


ที่รัก......! เธอพูดว่าที่รัก......!?


            “ซาซาเอะจิ ฉันยืมไอ้นั่นแป๊บนะ” (ซิลติส)

            “อ๊า ของว่างของฉานน!?” (ซาซาเอะ)


ซิลติสจัง เอามือล้วงเข้าไปในกระเป๋าของซาซาเอะจังโดยไม่ได้รับอนุญาต แล้วดึงมันออกมา จากนั้นในมือซิลติสจังก็ถือถุงขนมขบเคี้ยวที่วางขายกันอย่างแพร่หลายในเมืองอโพรอน

ซิลติสจังโยนมันไปข้างหน้า

จากนั้น......


ปัง!! ปังปัง!!


ถุงขนมร่ายรำไปในอากาศแล้วกระจัดกระจายเป็นชิ้น ๆ พร้อมกับเสียงอันดังสนั่นที่เหมือนจะทะลุทะลวงแก้วหู


            “!?”

            “คิย้าาาา!! ของว่างของฉานนน!?” (ซาซาเอะ)


ซาซาเอะจังร่ำร้อง

ถ้าถูกทำให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ ถึงขนาดนั้นละก็ ต่อให้เป็นพวกคุณอัศวินแห่งแสงก็กินมันอย่างเอร็ดอร่อยหลังจากนั้นไม่ได้หรอก


            “มันช่วยไม่ได้นี่ ไม่มีทางที่ฉันจะสาธิตโดยใช้มนุษย์ใช่ไหมล่ะ? ......ใครบางคนกำลังเล็งพวกเราจากที่ไหนสักแห่ง และพยายามหยุดพวกเราที่กำลังจะหนีออกไปจากที่นี่” (ซิลติส)

            “หยุด......? เล็ง......!?” (คาเรน)

            “เธอน่ะ ไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ ๆ มิรัคจิถึงปล่อยไฟออกมาใช่ไหม? เธอนี่เอาแต่มองคนรักจริง ๆ! นี่ มิรัคจิ ยังไง ๆ เธอก็ไม่ได้อยู่ในสายตาของยัยเด็กนี่หรอก” (ซิลติส)

            “หยุดนะ ถ้าชั้นเสียใจ พลังไฟมันจะอ่อนลง!!” (มิรัค)


มิรัคจังตะโกนอย่างน่าเศร้า


            “หรือว่า...... ที่มิรัคจังยังปล่อยไฟออกมาทั้ง ๆ ที่ไม่มีควันแมลงวันก็เพราะ......!?” (คาเรน)

            “อำพรางไงละ มันเป็นการรับมือคนซุ่มยิงที่เล็งพวกเราจากที่ไหนก็ไม่รู้” (ซิลติส)


ซุ่มยิง

ที่ขนมของซาซาเอะจังกระจัดกระจายเมื่อกี้นี้ เพราะถูกใครบางคนโจมตีจากที่ไหนสักแห่งงั้นเหรอ?

เหมือนกับกระสุนอากาศ ที่ชีวาซึ่งเป็นฮีโร่และผู้ก่อตั้งใช้ในการต่อสู้กับคุณไฮเนะเมื่อครู่นี้เลย......!?


            “เป็นไปไม่ได้!? ตัวคุณชีวางั้นเหรอ!?” (คาเรน)

            “มันยังไงกันน้า? ถ้าที่ไฮเนะจิพูดถูกต้องละก็ หนุ่มมาดเท่ห์หลบซ่อนตัวเพื่อปกป้องชัยชนะ ฉันไม่คิดว่าเขาจะออกมาแบบไม่รู้ไม่ชี้ทันทีหรอก ฉันรู้สึกว่ามันแตกต่างจากสไตล์ของเขาเล็กน้อยด้วยนะ” (ซิลติส)

            “สไตล์?” (คาเรน)

            “ถึงไอ้พ่อหนุ่มสุดหล่อคนนั้นจะใช้อาวุธไกล เขาก็โจมตีจากด้านหน้า และต่อสู้ในระยะกลางถึงระยะประชิดในขณะที่ผสมผสานศิลปะป้องกันตัว แต่บางที ใครบางคนที่กำลังเล็งพวกเราตอนนี้ จะเป็นการซุ่มโจมตีอย่างแม่นยำจากระยะไกล” (ซิลติส)


อย่างงี้นี่เอง

มีความเป็นไปได้ที่คุณชีวาจะเปลี่ยนสไตล์ แต่ความจริงแล้วโอกาสมันต่ำ


ฉันลองมองไปรอบ ๆ

มีที่กำบังอยู่ในสนามแข่งที่สร้างขึ้นมาเพื่อใช้ฝึกฝนเล็กน้อย มิหนำซ้ำบริเวณรอบ ๆ นั่นก็มีหอสูงอยู่จำนวนหนึ่ง

หากมีคนแอบอยู่ที่ไหนสักแห่งในนั้น แล้วกำลังเล็งพวกเราอยู่ละก็......

            “มิรัคจังขยายเปลวเพลิงไปรอบ ๆ ก็เพื่อสร้างกำแพงป้องกันมาอำพราง...... หากสิ่งที่ยิงออกมาเป็นกระสุนอากาศจริง ๆ ไฟก็จะได้เปรียบด้วยประเด็นเรื่องธาตุ” (คาเรน)

            “ในที่สุดพวกเราก็อยู่ในสถานการณ์ที่ได้เปรียบเรื่องธาตุสักที แต่พอมองภาพรวมแล้ว สถานการณ์มันไม่สู้ดีเลยนะ” (ซิลติส)


ถึงมิรัคจังจะสร้างกำแพงไฟขึ้นมา แต่ถ้าพวกเราก้าวออกจากที่นี่แม้เพียงเล็กน้อย พวกเราก็จะถูกยิง

เป้าหมายของอีกฝ่ายก็คือ ไม่ให้พวกเราไปรวมตัวกับผู้คนที่อยู่ข้างนอก ......ไม่สิ ไม่ให้พวกเราหนีไป?


            “จะยังไงก็เถอะ ใครเป็นคนจัดเตรียมเรื่องนี้กันนะ......?” (คาเรน)

            “เรื่องนั้นน่ะ นึกได้แค่อย่างเดียวไม่ใช่เหรอ?” (ซิลติส)


ซิลติสจังผุดรอยยิ้มชั่วร้ายที่ปรากฏบ่อย ๆ ในโหมดฮีโร่ ไม่ใช่เวลาที่เป็นไอดอล


            “ที่นี่คือเมืองหลวงแห่งลมรูดร้าสเตท อำนาจทหารของศาสนจักรแห่งลมที่ประจำอยู่ในกองบัญชาการแห่งนี้ กองกำลังจู่โจมพายุหมุนไงละ” (ซิลติส)

◆◆◆◆◆

 

ตอนที่ 158 พวกเด็ก ๆ ของชีวา

 

กองกำลังจู่โจมพายุหมุน


อำนาจทหารของศาสนจักรแห่งลมที่เทียบเท่ากองอัศวินแห่งแสงออโรร่าของศาสนจักรแห่งแสงสว่าง และกองกำลังนักสู้เพลิงกรรมของศาสนจักรแห่งไฟ

มีเพียงชื่อนั้นที่ถูกส่งผ่านไปยังศาสนจักรอื่น แต่ส่วนที่เป็นรายละเอียดมีแต่ความลับแบบเดียวกับตัวศาสนจักร


วันนี้ ตั้งแต่ที่พวกฉันก้าวเข้ามาในรูดร้าสเตทเป็นกรณีพิเศษ พวกฉันก็ไม่เห็นเงาของคนอื่นนอกจากชีวาที่เป็นผู้ก่อตั้งเลย

บางทีพวกเขาคงจะออกมาติดต่อกับเมืองทั้งหมด แล้วหลบซ่อนตัวเพื่อไม่ให้พวกฉันเห็น


            “.......อ๊ะ จะว่าไป พวกคนที่นำทางพวกเรา......?” (คาเรน)


นอกจากผู้ก่อตั้งแล้ว ก็มีคนที่ทำหน้าที่นำทาง, หน้าที่ดูแล และหน้าที่สังเกตุการณ์มาด้วยหลายคน แต่ว่า.......

พวกเขาก็หายไปโดยที่พวกฉันไม่รู้ตัว


อีกด้านหนึ่ง ซิลติสจังยังคงโยนขนมจำนวนหนึ่งออกไป และมือซุ่มยิงที่อยู่ที่ไหนสักแห่งก็คอยยิงพวกมัน


            “ทำอะไรเนี่ยพี่ซิลติส! อย่าสังเวยขนมของฉันมากไปกว่านี้เลยน้าา~~!!” (ซาซาเอะ)

            “หนวกหูน่า! ถ้ากลับไปแบบมีชีวิตละก็ฉันจะซื้อให้สองเท่าเลยเอ้า! ......แต่ว่า หนอย ฉันพยายามคำนวณตำแหน่งที่ยิงมาจากมุมตกกระทบแล้ว แต่ก็ไม่รู้อะไรเลย!” (ซิลติส)


สิ่งที่ยิงออกมาคือกระสุนอากาศ มันก็เลยไม่มีรูปร่างและสี......

ที่สำคัญกว่านั้น


            “ตอนนี้มาให้ความสำคัญกับวิธีหลบหนีเถอะ ......มิรัคจัง” (คาเรน)

            “ว่าไงคาเรน!?” (มิรัค)


มิรัคจังปกป้องพวกฉันด้วยกำแพงไฟอย่างต่อเนื่อง

พอถูกฉันเรียกชื่อเธอก็ดูมีความสุขมาก


            “เธอเคลื่อนที่ในระหว่างที่กางกำแพงไฟได้ไหม? ถ้าทำได้ละก็ ฉันอยากให้เธอไปจนถึงที่กำบังที่ป้องกันการซุ่มยิงทั้ง ๆ อย่างนั้น?” (คาเรน)

            “ไม่มีปัญหา! ถ้าเป็นคำสั่งของเธอละก็ ชั้นไปจนสุดเส้นขอบฟ้าทั้ง ๆ อย่างนี้ก็ยังได้เลย!!” (มิรัค)


ความมุ่งมั่นของเธอมันไม่ดูโอเวอร์ไปหน่อยเหรอ.......

เอาเถอะ ก็ยังดีกว่าไม่กระตือรือร้นละนะ งั้นพวกเราก็ค่อย ๆ เคลื่อนที่ไป ในขณะที่มิรัคจังปกป้องทั้ง ๆ อย่างนี้.......


            “......ดูท่าทางมันจะไปได้ไม่สวยนะ” (ซิลติส)

            “บริเวณรอบ ๆ ท่าจะแย่แล้วละ!” (ซาซาเอะ)


ดูเหมือนซิลติสจังและซาซาเอะจังจะสังเกตุเห็นอะไรบางอย่าง


            “อะไรน่ะ? เกิดอะไรขึ้น?” (คาเรน)


พอถูกทั้งสองคนกระตุ้น ฉันก็กวาดตามองไปรอบ ๆ

พวกเราถูกล้อม

โดยผู้คนที่ดูแข็งแรงบึกบึนจริง ๆ หลายสิบคน เพราะว่าพวกเขาแต่งกายเหมือนกัน ฉันก็เลยรู้ได้ด้วยการเหลือบมองว่าพวกเขาเป็นทีมที่ควบคุมดูแล

พวกเขาไม่ได้แต่งกายด้วยโลหะอย่างชุดเกราะ แต่เครื่องแต่งกายของพวกเขามันห่อหุ้มด้วยเสื้อผ้าที่ไม่มีช่องว่างเหมือนกับหน่วยสอดแนมตั้งแต่ศรีษะจรดปลายเท้า

พวกนี้คงจะเป็นกองกำลังจู่โจมพายุหมุน

สัตว์ป่าที่ปกปิดสัมผัส ได้ปรากฏตัวขึ้นมาพลางเปิดเผยคมเขี้ยว


            “แย่แล้ว....... พวกเราถูกล้อมอย่างสมบูรณ์แบบเลย การโจมตีจนถึงเมื่อกี้ เป็นการถ่วงเวลาเพื่อทำให้พวกเราถูกล้อมอย่างสมบูรณ์แบบสินะ” (ซิลติส)

            “จำนวนคนพวกนี้ นอกจากจะหยุดพวกเราไว้แล้ว ยังให้ความรู้สึกเหมือนจะฆ่าพวกเราไปทั้ง ๆ แบบนี้ด้วยไม่ใช่เหรอ? ฉันคิดได้แค่ว่าศาสนจักรแห่งลมเป็นบ้าไปแล้ว” (ซาซาเอะ)


ทางนี้มีผู้ก่อตั้ง และฮีโร่ฝ่ายละสี่คน ถ้าเพิ่มคุณโดโรฮะด้วยก็เป็นเก้าคน

อีกฝั่งนั้น ส่วนใหญ่มีคนที่แข็งแรงบึกบึนจนเรียกว่าผู้มีประสบการณ์ในการต่อสู้ได้เลย


            “......มิรัคจัง ถ้าฉันให้สัญญาณก็คลายกำแพงไฟนะ” (คาเรน)

            “ได้เลย แถวหน้าให้เป็นหน้าที่ของชั้นเถอะ ยังไงชั้นก็มีความได้เปรียบเรื่องธาตุ” (มิรัค)

            “ถูกล้อมแบบนี้คงต้องต่อสู้กันอย่างชลมุนและก็ไม่มีกองหน้าด้วย? ถึงอย่างนั้นซาซาเอะจิก็ต่อสู้อย่างระมัดระวังได้สินะ เพราะว่าลมเป็นศัตรูโดยธรรมชาติของดิน” (ซิลติส)

            “เข้าใจแล้ว! ได้เวลาที่ฉัน จะแสดงผลการฝึกกับคุณยาย หลังจากการต่อสู้กับ 'ท่านเสาหลัก' ให้ดูแล้ว! ฉันจะสร้างอนุสาวรีย์ไว้ที่รูดร้าสเตทแห่งนี้!” (ซาซาเอะ)


หรือว่า ที่หมู่นี้ความมืดของซาซาเอะจังเข้มข้น เป็นเพราะการฝึกฝนของคุณยาย?


            “ซิลติสจังพูดไว้แล้ว แต่ถ้าสถานการณ์เป็นแบบนี้ พวกเราคงหลีกเลี่ยงการต่อสู้ชลมุนไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นมือยิงเองก็ต้องกังวลที่จะทำร้ายพวกเดียวกันและหายตัวไป พวกเรามาทุ่มเทให้กับการจัดการศัตรู และทำตามเป้าหมายแรกที่วางไว้ มุ่งมั่นกับการหนีไปจากเมืองหลวงแห่งลมในขณะที่ต่อสู้กันเถอะค่ะ ......คุณโดโรฮะคะ” (คาเรน)

            “ค่ะ” (โดโรฮะ)


เด็กสาวผิวแทนที่ดูโดดเด่นคนหนึ่ง คุณโดโรฮะ


            “ฉันขอให้คุณช่วยเป็นคนคุ้มกันของพวกท่านผู้ก่อตั้งโดยตรงค่ะ พวกเราจะเปิดทางให้เอง” (คาเรน)

            “ทราบแล้วค่ะ” (โดโรฮะ)


คุณไฮเนะกำลังต่อสู้อย่างเต็มที่บนท้องฟ้า พวกฉันมัวมาเอ้อระเหยไม่ได้หรอก


            “ไปกันเลย!” “โอ้ว!” “ค่ะท่าน!” “ค่า!”


มิรัคจังคลายกำแพงไฟ

ฉันใช้การโจมตีนั่นเป็นสัญญาณทันที ถึงกองกำลังจู่โจมพายุหมุนจะเป็นอำนาจทหารของศาสนจักรแห่งลม มันก็ไม่มีตรรกะที่ทหารทั่วไปจะชนะฮีโร่อยู่หรอก

โทษทีนะ แต่พวกฉันคงต้องอัดพวกเธอให้กระเจิงแล้วละ!


            “กุอ๊าา!?”


ในตอนนั้น

เสียงเมื่อกี้เป็นของมิรัคจัง!


            “ไม่เป็นไรนะมิรัคจิ!?” (ซิลติส)

            “อา ป้องกันด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งไฟ......! แต่มันยังยิงอยู่!? มันไม่กลัวว่าจะยิงโดนเพื่อนเลยเหรอ!?” (มิรัค)


ไม่หยุดซุ่มยิง?

มันอยู่นอกเหนือการคาดคะเนของฉันที่จะเปลี่ยนวิธีต่อสู้ให้ตรงกับการต่อสู้แบบชลมุน

แต่พวกกองกำลังจู่โจมที่โอบล้อมพวกฉันก็ถาโถมเข้ามาเหมือนเป็นเรื่องปกติ แล้วการต่อสู้แบบชุลมุนที่คาดคะเนไว้ก็เริ่มต้นขึ้น

นี่เป็นไปตามที่ฉันคาดคะเนไว้ แต่พวกกองกำลังจู่โจมที่ใช้พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งลม ไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนั้น เท่าที่พวกฉันเห็นพวกเขาเป็นคู่ต่อสู้ที่ไม่ได้เป็นปัญหา แต่ว่า.......


            “ฮิย้า!? อันตรายจัง!?” (ซาซาเอะ)


กระสุนอากาศลอดผ่านขาของซาซาเอะจัง โชคดีที่เธอเคลื่อนไหวไปรอบ ๆ จังหวะก็เลยคลาดเคลื่อน ฉันรู้สึกอย่างนั้น

ว่าแล้วเขียว มือซุ่มยิงไม่ยอมจบ ถึงจะอยู่ในการต่อสู้ชลมุนแบบนี้ ก็มีความเชื่อว่าตัวเองจะยิงถูกเป้าหมายในขณะที่หลีกเลี่ยงพวกพ้องได้งั้นเหรอ!?

มิหนำซ้ำกระสุนที่บินออกมาจริง ๆ ก็แม่นยำจนน่ากลัว และส่วนใหญ่ก็แทบจะไม่ผิดพลาดเลย


            “ลูกผู้ชายต้องเลือดร้อน!?” (เอ็นโอ)

            “อาจารย์!? ปลอดภัยรึเปล่าคะ!?” (มิรัค)

            “ลูกผู้ชายต้องเลือดร้อน” (เอ็นโอ)

            “ค่อยยังชั่ว! โชคดีที่ตอนนั้นป้องกันด้วยกล้ามเนื้อหน้าอก!?” (มิรัค)


คนที่ถูกยิงแล้วยังโอเคอยู่ มีเพียงฮีโร่แห่งไฟมิรัคจังและท่านผู้ก่อตั้งแห่งไฟ สองคน

ทั้งสองคนมีความได้เปรียบในเชิงความสัมพันธ์ของธาตุต่อธาตุลม เพียงห่อหุ้มพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งไฟบาง ๆ ไว้ที่ผิวก็ทำให้กระสุนอากาศไม่มีพิษสงได้แล้ว

แต่คนอื่น ๆ ไม่ได้เป็นแบบนั้น

ตรงกันข้าม ซาซาเอะจังและท่านผู้ก่อตั้งแห่งดินที่อ่อนแอกับธาตุลม มีความเป็นไปได้ว่าจะตายทันทีตามตำแหน่งที่ถูกยิง

......พอฉันคิดอย่างนั้น คุณยายผู้ก่อตั้งแห่งดิน


            “......หืม”


ก็ฟาดกระสุนอากาศที่บินมาให้ร่วงลงไปด้วยไม้เท้าที่ถืออยู่ในมือ!?


            “มันก็จริงอยู่ที่เล็งได้อย่างแม่นยำ แต่วิธีนั้น มันทำให้วิถีกระสุนเถรตรงเกินไป” (ชาคารุมะ)

            “............”


ความยอดเยี่ยมของคน ๆ นี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพลังศักดิ์สิทธิ์เลย


            “ซิลติสจัง!!” (คาเรน)


ฉันเอาหลังชนกับเด็กสาวที่สะบัดผ้าไหมน้ำโมเสส


            “ถ้ายื้อเวลาไว้ พวกเราก็จะยิ่งเสียเปรียบ!! ต้องทำให้มันจบทันที!!” (คาเรน)

            “โอเค พวกเราเข้าใจสถานการณ์พอสมควรแล้วนี่นะ!? จากนี้ไปพวกเราจะบุกโดยไม่หวาดหวั่น!!” (ซิลติส)


ฉันกับซิลติสจังประสานเสียง


            ““[Mirage]!!””

◆◆◆◆◆

 

ตอนที่ 159 โต้กลับ

 

เสียง *บับ* ดังขึ้นมาพร้อมกับหมอกที่แผ่ขยาย จากนั้นพวกฉันจำนวนหลายคนก็โผล่ขึ้นมาจากข้างในหมอกนั้น

การรวมธาตุของน้ำและแสง [Mirage]

พลังของ ‘ภาพลวงตา’ สร้างภาพเสมือนขึ้นมา โดยทำให้แสงสว่างหักเหด้วยน้ำเม็ดเล็ก ๆ ที่กระจัดกระจายอยู่ในอากาศ

ภาพเสมือนที่ถูกสร้างขึ้นมาในหมอกไม่ได้มีแค่ฉันกับซิลติสจังเท่านั้น มิรัคจังและซาซาเอะจัง รวมถึงจำนวนร่างของพวกท่านผู้ก่อตั้งก็เพิ่มขึ้นมาเช่นกัน


            “.......!?” “!? !?”


พวกฉันไม่ได้ยินเสียงจากผู้คนของกองกำลังจู่โจมพายุหมุน ที่พวกเขายังเงียบอยู่คงพยายามสื่อสารและทำความเข้าใจในหมู่พวกพ้อง มีกฎที่เข้มงวดอย่างนั้นด้วยเหรอ?

ฉันไม่รู้สีหน้าของพวกเขาเพราะหน้ากากปิดบังใบหน้าทั้งหมดไว้ แต่ความสับสนที่สื่อออกมาก็มากมายพอควร


            “...............!!”


คนหนึ่งในกองกำลังจู่โจมยกมีดขึ้นมาอย่างกล้าหาญ แล้วโจมตีพวกฉัน แต่ว่า......

*ควับ* มันก็พลาดเป้า

น่าเสียดาย นั่นเป็นภาพเสมือนที่ [Mirage] สร้างขึ้นมา

ความปั่นป่วนเพราะ ‘ภาพลวงตา’ จะแสดงประสิทธิภาพได้ดีเมื่ออีกฝ่ายมีจำนวนมาก การโจมตีหยุดลงเพราะความสับสน ตอนนี้คือโอกาสดี


            “พร้อมแล้วใช่ไหมซาซาเอะ!! ต้องขอบคุณคาเรน พวกเราก็เลยมีเวลาตั้งสมาธิ!” (มิรัค)

            “ค่า!! ขอโทษด้วยนะที่ฉันต้องใช้เวลารวมพลังศักดิ์สิทธิ์ ไม่เหมือนกับคนอื่น!” (ซาซาเอะ)


ที่ด้านในนั้น มิรัคจังกับซาซาเอะจังกำลังกอด และรวมพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งไฟและดิน

ฮีโร่สี่คนที่รวมตัวกันสามารถสนับสนุนการรวมธาตุด้วยการรวมธาตุได้


            “[Magma Ocean]!!”


พื้นผิวของดินที่ทั้งสองคนสัมผัสได้ส่องประกายสีแดง แล้วของเหลวหลอมละลายอันเหนอะหนะก็ไหลออกมาเป็นคลื่น

การโจมตีของลาวาที่มาจากการรวมธาตุไฟและดิน ‘แม็กม่า’

พื้นของสนามแข่งนี้ น่าจะเป็นหินที่ถูกนำมาจากภูเขาที่ไหนสักแห่ง ถ้าทำให้มันร้อนจนกลายเป็นของเหลว มันจะมีอุณหภูมิหลายพันองศา มันคืออาวุธอันตรายที่มีสภาพเป็นของเหลว


            “ธาตุดิน รับการควบคุมของธาตุลม แต่ถ้ามันรวมเข้ากับธาตุไฟที่ควบคุมธาตุลมละก็ มันจะเป็นยังไงกันนะ!?” (มิรัค)

            “ความสัมพันธ์ของธาตุ เป็นฝ่ายที่ได้เปรียบพอสมควร!! เท่านี้ กำแพงป้องกันที่แผ่ขยายซึ่งมีความหนาพอสมควร และปฏิเสธธาตุลมก็เสร็จสมบูรณ์!” (ซาซาเอะ)


เดิมที ธาตุดินที่ควบคุมความแข็ง มีประสิทธิภาพในการป้องกันที่โดดเด่นเหนือใครเพื่อน

มันถูกทำให้ไร้พลังด้วยปัญหาความสัมพันธ์ของธาตุในคร้ังนี้ แต่เมื่อผสมผสานเข้ากับธาตุไฟ กลับกลายเป็นว่ามันรุนแรงยิ่งขึ้น


            “ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! ไอ้หน้าไหนที่อยากถูกลาวาคลุมทั้งตัวก็เข้ามาได้เลย!!” (มิรัค)

            “ฮี้! พี่มิรัค! มันมีความจำเป็นที่ต้องหมุนไปรอบ ๆ ทั้ง ๆ ที่กอดฉันไว้ด้วยเหรอ!?” (ซาซาเอะ)


มิรัคจังเอาแขนไว้ตรงรักแร้ของซาซาเอะจัง แล้วล็อกมือซ้ายมือขวาไว้แน่น สุดท้ายพวกเธอก็หมุนไปรอบ ๆ ยกใหญ่

ลาวาเองก็กลายเป็นคลื่นและหมุนวนให้ตรงกับการเคลื่อนไหวนั้นเช่นกัน


            “ไม่ว่าจะพูดยังไง มิรัคจังก็ชอบซาซาเอะจังมาก ๆ เลยไม่ใช่เหรอ?” (คาเรน)

            “เธอจะบอกว่าเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ เป็นของโปรดของยัยนั่นงั้นเหรอ?” (ซิลติส)


ซิลติสจังพูดแบบนั้นด้วยสีหน้าตกตะลึง

ฉันอยากจะเชื่อว่ารอยยิ้มทั่วทั้งใบหน้าของมิรัคจังนั่น มาจากความต้องการที่จะปกป้อง

ต้องเป็นแบบนั้นแน่


ยังไงก็ตาม การโจมตีของลาวาโดยมิรัคจังและซาซาเอะจัง ได้ทำให้สถานการณ์กลายมาเป็นชัยชนะของพวกฉันทันที

เหล่ากองกำลังจู่โจมพายุหมุนไม่สามารถเข้ามาใกล้พวกฉันได้เพราะความร้อนสูง ส่วนพวกผู้ก่อตั้งถูกแมกม่าล้อมอยู่ที่ด้านใน

ด้วยวิธีนั้น ไม่มีทางที่พวกเขาจะได้รับความเสียหายมากกว่านี้อย่างแน่นอน

กระสุนอากาศที่ซุ่มยิงมาจากที่ไหนสักแห่งตั้งแต่เมื่อครู่ เมื่อถูกคลื่นของแม็กม่าก็เป็นได้แค่กระสุนที่ไร้ประโยชน์เท่านั้น


            “แต่ว่า...... สิ่งที่ยังเป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุดก็คือ การซุ่มยิงนั่น จริง ๆ เลยโจมตีมาจากตรงไหนกันเนี่ย?” (ซิลติส)


มันก็จริง พวกเราไม่รู้ตำแหน่งที่ยิง และมันก็แม่นยำมาก ถ้าพวกฉันไม่มีความเหนือชั้นของคุณสมบัติที่มิรัคจังผลักดันออกมาทางด้านหน้าละก็ มีความเป็นได้ที่พวกฉันจะถูกถอนรากถอนโคนด้วยเรื่องแค่นั้น

ที่ตอนนี้พวกฉันซึ่งอยู่ด้านนอกกำแพงแม็กม่าปลอดภัยอยู่ ก็เพราะอีกฝ่ายไม่สามารถแยกแยะภาพเสมือนของ [Mirage] ได้


            “ปัญหานั้น ก็คลี่คลายแล้วเช่นกัน ....... [Holy Light Slash]!!” (คาเรน)


ฉันปลดปล่อยเส้นแสงออกมาจากดาบศักดิ์สิทธิ์นักบุญจอร์จ มันบินห่างออกไป, ห่างออกไป ห่างออกไป.......

......มันโดนที่ว่าง ๆ ที่ไม่มีอะไรอยู่ และส่งเสียงระเบิดดังเปรี้ยง


            “......!?!?”


จากนั้นผู้ที่ปรากฏ ก็แต่งชุดพรางตัวของกองกำลังจู่โจมพายุหมุน

มิหนำซ้ำที่มือนั่น ก็มีกระบอกรูปทรงเครื่องจักรแบบเดียวกับที่คุณผู้ก่อตั้งชีวาถือ


            “โหว!? เอ๋ อะไรน่ะ!? มีคนออกมาจากที่ไหนสักแห่ง!?” (ซิลติส)

            “เหมือนกับ ‘Mirage’ ของพวกเราไงละ ซิลติสจัง บางที คน ๆ นั้นคงจะทำให้แสงสว่างหักเหด้วยการเติมพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งลมในอากาศ เพื่อทำให้พวกเราเห็นเหมือนกับว่ามันไม่มีอะไรอยู่” (คาเรน)

            “เพราะแบบนั้นก็เลยยิงแล้วก็แอบสินะ? เธอรู้ดีเหมือนกันนะเนี่ยคาเรนจิ” (ซิลติส)

            “ฉันน่ะ ยังไงก็เป็นฮีโร่แห่งแสงนะ ถ้ามีที่ ๆ แสงสว่างบิดเบี้ยวอย่างไม่เป็นธรรมชาติ ฉันก็จะสังเกตุเห็น” (คาเรน)


อย่าบอกเธอว่า ความจริงแล้วฉันสังเกตุเห็นโดยบังเอิญตอนที่ใช้ [Mirage] จะดีกว่า

แต่ถึงอย่างนั้น ที่อยู่ของคุณมือซุ่มยิงก็อยู่ค่อนข้างไกลจากพวกฉัน พวกฉันต้องวิ่งออกไปด้วยพลังทั้งหมดพลางนับถึงสิบจึงจะไปถึงที่นั่น

บางที ถ้าไม่ได้อยู่ห่างขนาดนั้น ดูเหมือนการพรางตาที่บิดเบือนอากาศจะไม่มีผล

ถึงอย่างนั้น ความแม่นยำที่ทำให้ยิงร้อยนัดก็เข้าเป้าร้อยนัดจากที่ ๆ ห่างไกลขนาดนั้นมันก็น่าอัศจรรย์


            “อย่างงั้นเหรอ...... คนที่เอาแต่ซุ่มยิงพวกเราอย่างน่ารังเกียจนั่น เจ้านี่ก็คือตัวการสินะ ......อะไรกัน เจ้านี่มันผู้ช่วยที่นำทางพวกเราในตอนแรกไม่ใช่เหรอ?” (ซิลติส)


ฉันคิดว่าคนนำทางคงจะหายตัวไปในช่วงที่คุณผู้ก่อตั้งชีวาคุ้มคลั่ง แต่คน ๆ นั้นกลับมาซ่อนตัวอยู่ในที่แบบนี้


            “คาเรน” (มิรัค)

            “ฮิย้าา!? มิรัคจัง!? จู่ ๆ ก็อะไรของเธอเนี่ย ตกอกตกใจหมดเลย!?” (คาเรน)


มิรัคจังมาอยู่ด้านหลังโดยที่ฉันไม่รู้ตัว


            “เปล่าหรอก แบบว่าพวกมันยอมแพ้อย่างรวดเร็ว พวกเราไม่สามารถฆ่าพวกมันได้ ตอนนี้ซาซาเอะก็เลยมัดพวกมันไว้” (มิรัค)


เอ๋? กะทันหันไปไหม?

นั่นน่ะ คือสถานการณ์ที่ฮีโร่เอาจริง มันก็เลยเป็นความได้เปรียบเพียงฝ่ายเดียว แต่การตัดใจอย่างนั้นมันเร็วเกินไปรึเปล่า......?


            “ก็ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่ จะบอกว่านี่คือสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงก็ได้ ถ้าไปได้สวยละก็ พวกเราอาจจะคว้าชัยชนะในรวดเดียวเลยก็ได้นะ!” (ซิลติส)

            “หมายความว่ายังไงเหรอ? ซิลติสจัง?” (คาเรน)

            “พวกเราให้เจ้าพวกนี่บอกที่ซ่อนของฮีโร่และผู้ก่อตั้งก็ได้! การต่อสู้นี้ ถ้าจับตัวผู้ก่อตั้งชีวาได้พวกเราก็ชนะ! ตอนที่ไฮเนะจิพยายามอย่างเต็มที่ในท้องฟ้า พวกเราก็จะจัดการข้างในไงละ!” (ซิลติส)


ซิลติสจังพูดอย่างนั้น แล้วจับคอเสื้อของคนหนึ่งในกองกำลังจู่โจมพายุหมุนแล้วดึงขึ้นมา

นั่นคือคนที่ซุ่มยิงพวกฉันอยู่ตลอด ในขณะที่หลบซ่อนตัวและบิดเบือนอากาศ

คน ๆ นั้นหมดสติ เพราะ [Holy Light Slash] ของฉัน ......ฉันปรับระดับไว้เพราะแบบนั้นคน ๆ นั้นจึงไม่ควรจะบาดเจ็บ


            “โอ๊ะโอ๋ ขอริบอาวุธหน่อยนะ คาเรนจิถือไว้ที” (ซิลติส)

            “ค-ค่ะ......!” (คาเรน)


ซิลติสจังโยนกระบอกเหล็กมา

นี่คงจะเป็นสิ่งที่ยิงกระสุนอากาศที่ถูกบีบอัด ถึงสิ่งที่คุณผู้ก่อตั้งแห่งลมคนนั้นใช้จะเป็นประเภทเดียวกัน รูปร่างของมันก็แตกต่างกันพอสมควร

ปืนนี้? มีขนาดค่อนข้างยาว มันยาวกว่าคมดาบศักดิ์สิทธิ์นักบุญจอร์จของฉันอีก เหมือนกับแท่งเหล็กเลย

คน ๆ นี้ใช้ปืนกระบอกนี้ ยิงจากระยะทางค่อนข้างไกลได้อย่างแม่นยำ

พอทำให้มันเป็นกระบอกยาว ๆ แล้ว ก็จะเล็งในระยะไกลได้ง่าย ๆ งั้นเหรอ?


            “เอาล่ะ พูดออกมาหน่อยสิ? หัวหน้าของพวกแกอยู่ที่ไหน?” (ซิลติส)


ถึงจะถูกซิลติสจังข่มขู่ คุณหน่วยจู่โจมฝ่ายตรงข้ามก็ไม่ปริปากพูดเลยสักคำ

เดิมทีคนพวกนี้ก็เงียบอยู่แล้วนี่นะ

การทำให้พวกเขาปริปากพูดท่าทางจะลำบาก และในสถานการณ์ที่ต้องแข่งกับเวลานี้ก็หนักหนาสาหัสเช่นกัน


            “โอ้ว อยู่ต่อหน้าฮีโร่แห่งน้ำซิลติสจังผู้นี้ก็ยังเงียบอยู่ มองโลกในแง่ดีเหมือนกันนะ? เอาเถอะ เวลามีน้อย พวกเรามาคุยกันแล้วสะสางปัญหาให้มันเสร็จ ๆ ไปดีไหม?” (ซิลติส)

            “เอิ่มมม คือว่าซิลติสจัง? อย่าทำรุนแรงเกินไปนะ......!?” (คาเรน)

            “อันดับแรก มาคุยกันแบบเห็นหน้าเห็นตาก่อนก็แล้วกัน หน้ากากนั่น......” (ซิลติส)


ซิลติสจังเอามือวางตรงหน้ากากที่อีกฝ่ายสวมอยู่ แล้วกระชากมันออกมาทันที

ผมสีดำยาวจากข้างในหน้ากากไหลลงมา ผมหน้าม้าพริ้วไหว, คิ้วบาง ๆ และขนตายาวเผยให้เห็น


            “เอ๋?”

            “เอ๋?”


กองกำลังจู่โจมที่ถูกถอดหน้ากากออกมาก็คือ สตรีผู้งดงามที่ทำให้พวกฉันตกตะลึงจนตาค้าง

◆◆◆◆◆

 

ตอนที่ 160 ซิลฟ์

 

            “เอ๋?”

            “เอ๋?”

            “นะ-น่ารักจัง......!?”


นั่นคือปฏิกิริยาตอบรับของฉัน, ซิลติสจัง และมิรัคจัง

เมื่อจัดการอำนาจทหารของศาสนจักรแห่งลมที่โจมตีพวกฉัน กองกำลังจู่โจมพายุหมุนได้แล้ว พวกฉันก็ถอดหน้ากากของมือซุ่มยิงซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญที่สุดในกลุ่มนั้น เธอคือเด็กสาว

แถมยังค่อนข้างน่ารักอีกต่างหาก

สันจมูกเรียวยาว รูปร่างก็ผอมบางและดูนุ่มนิ่ม

ผมสีดำคล้ายกับท่านโยริชิโระ แต่ฝั่งนี้รวบผมไว้ข้างหลังและให้ความรู้สึกที่ดูเอาจริงเอาจัง


            “......ชิ” (ซิลติส)

            “ทำไมซิลติสจังถึงทำเสียงเดาะลิ้นล่ะ!?” (คาเรน)

            “นิสัยของไอดอลน่ะ พอเห็นผู้หญิงที่น่ารักกว่าตัวเองก็จะทำเสียงเดาะลิ้น” (ซิลติส)

            “ฉันไม่คิดอย่างนั้นนะ!? ทั้งสองคนเป็นคนสวยที่มีแนวทางแตกต่างกัน!?” (คาเรน)


ซิลติสจังเป็นคนสวยในแบบที่เปล่งประกาย ส่วนทางนี้เป็นคนสวยในแบบที่ดูสงบและเรียบง่าย........มั้ง?


            “....................อืมม ดีละ!” (มิรัค)


ฉันไม่คุยกับมิรัคจังดีกว่า

รับประกันได้เลยว่ามันต้องซับซ้อนแน่


ที่สำคัญกว่านั้น ฉันอยากได้ยินเรื่องราวจากเจ้าตัวที่เป็นตัวการสำคัญ


            “คือว่า โอเคไหมคะ? ฉันมีเรื่องที่อยากจะถาม......?” (คาเรน)

            “ฆ่าเลย!!”


เอ๋——————?

นั่นคือคำพูดคำแรกของเด็กผู้หญิงคนนี้


            “ไม่มีอะไรจะพูด รีบ ๆ ฆ่าซะ”

            “ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่...... ไม่ฆ่าเธอหรอก พวกฉันไม่ทำเรื่องอันตรายอย่างนั้น พวกฉันมีเรื่องที่อยากให้เธอบอกพวกฉันให้ได้......!” (คาเรน)


ที่อยู่ของผู้ก่อตั้งศาสนจักรแห่งลมชีวา

พวกฉันอยากรู้ให้ได้


            “ฟู่วว มัดทุกคนเสร็จสักที ไม่นึกเลยว่าเชือกที่ใช้มัดในชนบทจะมีประโยชน์ขนาดนี้” (ซาซาเอะ)


แล้วซาซาเอะจังก็มา

ดูเหมือนเธอจะมัดคนอื่น ๆ ของกองกำลังจู่โจมพายุหมุนเสร็จแล้ว

จากนั้นเธอก็ดูสถานการณ์การโต้เถียงของเด็กผู้หญิงกับฉัน


            “โอ๊ยหยา? ยังไงกันเนี่ย ทรมาน? จะดึงเล็บออกมาเหรอ?” (ซาซาเอะ)

            “ไม่ดึงออกมาหรอกน่า!?” (คาเรน)


ซาซาเอะจังกลับมาจากความมืดเร็ว ๆ เถอะ!


            “เหอะ......! คงไม่อยากให้ตายง่าย ๆ งั้นสิ ก็ดี จะทรมานแบบไหนก็เอาเลย แต่ข้าน้อย จะไม่พูดสิ่งที่ทำให้ท่านพี่เสียเปรียบเป็นอันขาด” 「TL: 拙者 เซทชะ」

            “ไม่หรอก ๆ! เธอเองก็อย่ายอมรับสถานการณ์ง่าย ๆ สิ!” (คาเรน)


ไม่ทำหรอกน่า! การทรมานน่ะ!


            “......เน่ เด็กคนนี้” (ซิลติส)

            “อา ยัยงี่เง่านี่ดูคึกคักนะ” (มิรัค)


ดูเหมือนซิลติสจังกับมิรัคจังจะบ่นพึมพำอะไรบางอย่าง แต่ทั้งสองคนมาช่วยฉันควบคุมสถานการณ์นี้ทีเหอะ!

ฉันคนเดียวรับมือไม่ไหวหรอกนะ!


            “คุณคาเรนคะ คุณคาเรนคะ” (โยริชิโระ)

            “หา!? ท่านโยริชิโระ!?” (คาเรน)


จะว่าไปฉันลืมเธอไปซะสนิทเลย แต่พวกท่านผู้ก่อตั้งทุกคนก็ปลอดภัย

เพราะว่ามิรัคจังกับซาซาเอะจังปกป้องพวกเธอด้วยลาวา


            “ดูเหมือนผู้ศรัทธาแห่งลมทางนี้ มีเรื่องจะพูดนะคะ” (โยริชิโระ)

            “เอ๋?” (คาเรน)


ฉันสังเกตุเห็นว่า คน ๆ หนึ่งของกองกำลังจู่โจมที่ยอมแพ้ เดินมาทางนี้ทั้ง ๆ ที่ถูกมัดอยู่

เพื่อให้คุยกันได้สะดวก คน ๆ นี้เองก็ถอดหน้ากากออกเหมือนกัน  แต่ทางนี้เป็นผู้ชายธรรมดา


            “ชั้นขอร้องพวกคุณ ชั้นจะพูดเรื่องที่พวกคุณอยากรู้ ดังนั้นชั้นต้องการให้พวกคุณไม่ทำร้ายพวกพ้องคนนั้น”

            “แก เสียสติไปแล้วเหรอไง!?”


เด็กผู้หญิงต่อว่าคำพูดของเพื่อนอย่างรุนแรง แต่เธอก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้


            “ยกโทษให้ชั้นด้วยเถอะ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับคุณละก็ ชั้นคงไม่มีหน้าไปพบท่านชีวาแน่......!”


คุณกองกำลังจู่โจมว่านอนสอนง่ายจัง

ท่านโยริชิโระโน้มน้าวเขาในระหว่างที่ฉันกำลังลำบากลำบนกับสมาชิกนิสัยเพี้ยน ๆ นี้ยังไงกันนะ?


            “งั้น ฉันขอถามก่อน” (ซิลติส)


ซิลติสจังถามเป็นคนแรก


            “เด็กคนนี้ที่พวกนายพยายามปกป้องถึงขนาดนั้น เป็นใคร?” (ซิลติส)


ชายที่ให้สัญญาว่าจะบอกทุกเรื่องนิ่งเงียบด้วยความสับสนอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงพูดขึ้นมา


            “คน ๆ นั้นก็คือ ท่านทอร์โดเรด ฮิวเอะ (ヒュエ) น้องสาวของท่านผู้ก่อตั้งชีวา ผู้ใช้ปืนยาวที่มีความสามารถเป็นอันดับหนึ่งหรือสองในหน่วยพรางตัวคาซามะของพวกเรา”

            “อย่างงั้นเหรอ เธอก็เลยพูดว่า ‘ท่านพี่’ ......” (มิรัค)

            “ดูเหมือนพวกเราจะจับตัวคนที่สำคัญกว่าที่คิดนะ......” (ซิลติส)


ท่าไม่ดีแล้ว ซิลติสจังกำลังทำหน้าตาชั่วร้ายในแบบที่ไม่สมกับเป็นไอดอล

แต่คนที่ชั่วร้ายไม่ได้มีแค่ซิลติสจังเท่านั้น


            “......ในเมื่อเป็นแบบนี้ พวกเราก็ใช้เด็กคนนี้เป็นเหยื่อล่อท่านผู้ก่อตั้งแห่งลมเถอะค่ะ” (โยริชิโระ)

            “ท่านโยริชิโระะ————-!?” (คาเรน)


ท่านโยริชิโระพูดเรื่องทีทุกคนพูดยากและรู้สึกผิดออกมาหน้าตาเฉย!

มันไม่ได้น่าปลื้มหรือว่าหลงใหลเลย!?


            “วิธีฉุกเฉินที่เหมาะสมกับสถานการณ์ฉุกเฉินสินะ!? เจ๋งไปเลย!!” (ซาซาเอะ)

            “ซาซาเอะจังเองก็อย่ารับอิทธิผลจากคน ๆ นี้สิ!! มันไม่ดีต่อการเรียนรู้แน่นอน!” (คาเรน)


ไม่ไหวท่าทางทุกคนจะเพี้ยนกันหมดแล้ว!

การรับมุขของฉันไม่เพียงพอ รีบ ๆ กลับมาเถอะค่ะคุณไฮเนะ!


            “…………………………ขอร้องละ!!” (ฮิวเอะ)


ขณะที่พวกฉันกำลังเจี๊ยวจ๊าวกันอยู่ ผู้หญิง—— ที่ยืนยันว่าชื่อคุณฮิวเอะก็ร้องขึ้นมาด้วยเสียงอันโศกเศร้า


            “ขอร้องละ! แค่เพียงเล็กน้อยก็ได้ อย่าขัดขวางท่านพี่เลยนะ! ปล่อยให้เขาทำเป้าหมายของตัวเองให้สำเร็จเถอะ!!” (ฮิวเอะ)

            “เอ๋————?” (คาเรน)


ฉันรู้สึกงุนงงกับการอ้อนวอนของคุณฮิวเอะ


            “วิธีพูดอะไรกันเนี่ย? เหมือนกับพวกฉันเป็นตัวเกะกะเลยไม่ใช่เหรอ?” (ซิลติส)

            “เป้าหมายของผู้ก่อตั้งแห่งลมชีวา คือใช้มารดาสัตว์ประหลาดควบคุมตัวแทนของศาสนจักรทั้งห้า แล้วกระจายภัยพิบัติไปในโลก เธอคิดว่าพวกชั้นจะอยู่เงียบ ๆ แล้วปล่อยให้หมอนั่นทำเรื่องแบบนั้นสำเร็จงั้นเหรอ?” (มิรัค)


*กิริกิริ* ฉันได้ยินเสียงขบฟันดัง

มันเป็นเสียงที่ดังจนฉันคิดว่าฟันจะหักหรือบิ่นไหมนะ?


            “ไม่ใช่นะ ท่านพี่ไม่ได้อยากทำเรื่องแบบนั้น! เขาน่ะความจริงแล้วเป็นคนที่ใจดีมาก ๆ แต่ข่าวนั้นได้ทำให้ท่านพี่แปลกไปทันที.......! เพื่อให้ท่านพี่กลับมาเป็นคนที่ใจดีเหมือนเดิม พวกเราต้องโค่นชายคนนั้น และทำให้เป้าหมายของเขาสำเร็จ!!” (ฮิวเอะ)

            “ชายคนนั้น......!” (คาเรน)


ตอนที่ฉันพยายามจะคัดค้านและถามรายละเอียดมากกว่าเดิม ก็มีคนเข้ามาแทรก

นั่นก็คือท่านโยริชิโระ


            “......ดูเคารพรักท่านพี่มากเลยนะคะ” (โยริชิโระ)

            “...............!”


เธอที่ได้รับคำพูดแบบไม่คิดหน้าคิดหลังของท่านโยริชิโระ คงจะรู้สึกแปลกใจจนพูดไม่ออก คุณฮิวเอะก็เลยนิ่งเงียบ


            “ถ้าเช่นนั้นดิฉันขอถามคุณหน่อยได้ไหมคะ? เป้าหมายที่คุณชีวาพยายามโค่น? ความวุ่นวายเพราะมารดาสัตว์ประหลาดแห่งลม ความจริงแล้วมีสาเหตุและเป้าหมายอะไร? ความจริงแล้วเขาเป็นคนแบบไหน? คุณช่วยบอกดิฉันหน่อยได้ไหมคะ......?” (โยริชิโระ)

◆◆◆◆◆




NEKOPOST.NET