[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด ตอนที่ 138 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด

Ch.138 - ตอนที่ 138 - ตอนที่ 140


ตอนที่ 138 เมืองเร่ร่อน

 

            “นี่คือ......เมืองหลวงแห่งลมรูดร้าสเตท!?” (ไฮเนะ)


ตอนที่เมฆสีดำถูกขจัดออก สิ่งที่ซ่อนอยู่ก็เผยออกมาภายใต้แสงอาทิตย์ แต่สุดท้ายทัศนวิสัยของผมก็ถูกขัดขวางด้วยสิ่งที่มีขนาดใหญ่อยู่ดี


ถ้าจะให้พูดล่ะก็ มันเป็นเมืองที่มีล้อรถยนต์

แน่นอน ถึงจะพูดว่าล้อรถยนต์ มันก็ใหญ่กว่าอันที่ติดอยู่กับเครื่องยนต์อีเธอเรียลทั่วไปหลายเท่า มิหนำซ้ำด้านหนึ่งก็มีถึงหกล้อ ส่วนที่ขับเคลื่อนก็ถูกยกให้สูงขึ้น? และเมืองก็อยู่ข้างบนนั้น

สรุปแล้ว...... นี่คือ.......


            “เมืองหลวงแห่งลมรูดร้าสเตท?” (ไฮเนะ)


ผมตกใจมากก็เลยถามถึงสองครั้ง

โยริชิโระที่เป็นผู้ก่อตั้งจึงตอบคำถามของผมที่เผลอพูดออกมาอย่างตรงไปตรงมา


            “ใช่ค่ะ มันถูกสร้างด้วยรูปแบบวิศวกรรมอีเธอเรียลที่สุดยอด และเครื่องมือขับเคลื่อนที่ใหญ่มาก ๆ เมืองที่อยู่ข้างบนนั้นก็คือ เมืองหลวงแห่งลมรูดร้าสเตทที่บูชาเทพวายุเควซาร์ค่ะ” (โยริชิโระ)


สุดยอด.......!

ต้องใช้แรงงาน, ทรัพยากร และเวลาขนาดไหนถึงจะสร้างไอ้เจ้านี่ได้เนี่ย?

มันเป็นการรวบรวมอารยธรรมของมนุษย์อย่างแท้จริง


            “เอ่อ ฉัน......! ได้ข้อมูลมาก่อนไม่เหมือนกับคุณไฮเนะ......! ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังควบคุมอาการตกตะลึงไม่ได้เลยค่ะ......!” (คาเรน)


คุณคาเรนที่ทำหน้าตกตะลึงข้าง ๆ ผมพูด

ขนาดเธอยังเป็นแบบนั้นเลย เพราะงั้นผมที่ไม่ได้ยินอะไรมาก่อนก็เลยตกตะลึงสุดขีด

นั่นหมายความว่า แผนการของโยริชิโระประสบความสำเร็จอย่างใหญ่หลวง


            “อุ-อุฟุฟุ......! ตะ-ตะ-ตก-ตก-ตกใจ สะ-สะ-สะ-สินะคะ? คะ-คะ-คะ-คะ-คุณไฮเนะ!” (โยริชิโระ)

            “เธอเองก็ตกใจเหมือนกันไม่ใช่เหรออ!?” (ไฮเนะ)


เป็นอะไรมากรึเปล่าเนี่ยคุณโยริชิโระ!?


            “อะแฮ่ม......ช่วยไม่ได้นี่คะ ก็ดิฉันพึ่งจะเห็นเมืองเคลื่อนที่นี้เป็นครั้งแรกนี่นา” (โยริชิโระ)


เอาเถอะ โยริชิโระเองก็มีมุมน่ารักตอนที่ทำท่าหวาดกลัวอยู่เหมือนกันล่ะนะ มันอาจจะเป็นกับดักที่ทำให้ผมเชื่อแบบนั้นก็ได้


แต่ว่า ใช่แล้ว เมืองเคลื่อนที่


โยริชิโระวิจารณ์เมืองที่ติดล้อรถยนต์ว่าอย่างนั้น แต่มันก็คงเป็นแบบนั้นจริง ๆ

เป้าหมายของพวกผมก็คือเมืองที่อยู่ข้างบนล้อรถยนต์

เมืองหลวงแห่งลมรูดร้าสเตท เป็นเมืองที่มีสถานที่ตั้งไม่ชัดเจนมานานแล้ว

เหตุผลนั้น ตอนนี้มันชัดเจนแล้ว

เมืองนี้เคลื่อนที่อยู่ตลอด ไม่ได้หยุดอยู่ที่เดียว มันจึงไม่สามารถระบุสถานที่ที่แน่นอนของเมืองนั้นได้

เพียงแต่ ผมยังไม่รู้เหตุผลที่พวกเขาต้องทำถึงขนาดนั้นเพื่อทำให้ที่ตั้งของเมืองไม่สามารถระบุได้


            “ความลับที่พวกเขาทำแบบนั้นเพื่อให้เมืองเคลื่อนที่น่ะ มันเหนือกว่าแนวคิดที่ดิฉันจะเข้าใจได้ค่ะ” (โยริชิโระ)


โยริชิโระพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูสับสน

จริง ๆ แล้วผู้คนของศาสนจักรแห่งลมกำลังจะทำอะไรกันแน่นะ?


            “อืม ไหน ๆ ก็มีโอกาสแล้ว พวกเรามาถามเจ้าตัวกันเถอะค่ะ” (โยริชิโระ)

            “เอ๋?” (ไฮเนะ)

            “กำลังลงมาค่ะ” (โยริชิโระ)


โยริชิโระเงยหน้าขึ้นเหมือนกับสังเกตุเห็นอะไรบางอย่าง ผมเองก็มองตามสายตาของเธอเหมือนกัน

สิ่งที่ผมเห็นตรงหน้านั่นก็คือ สถานที่ที่เหมือนจะเป็นส่วนที่ยื่นออกมาของเมืองเคลื่อนที่ขนาดยักษ์นั่น

สิ่งที่เหมือนกับกระเช้ากอนโดล่าถูกติดตั้งอยู่ที่นั่น จากนั้นกระเช้ากอนโดลาก็เริ่มหย่อนลงมาพร้อมกับเสียง ‘แคร้ง’ ที่ส่งมาถึงหูของพวกผม

มันถูกขึงด้วยลวดและเชือก จึงไม่ต้องกังวลว่ามันจะร่วงลงมาระหว่างทาง

มันลงมาจนถึงพื้นด้วยความเร็วที่เหมาะสม แล้วประตูของกระเช้ากอนโดลาก็เปิดออก

จากนั้นคนที่แต่งกายแบบเดียวกันประมาณ 5 – 6 คนก็ออกมาจากข้างในนั้น—— บางทีพวกเขาคงจะเป็นทหาร—— พวกเขาวิ่งออกไปเรียงแถวทางซ้ายและทางขวา จากนั้นผู้ที่ปรากฏตัวอยู่ตรงกลางพวกเขาก็คือ......

ชายหนุ่มที่ดูเด็ดขาด


            “คนที่หยุดกระแสลมที่เคลื่อนไหวก็คือ พวกแกงั้นเหรอ?”


ผู้ชายพูดออกมาด้วยท่าทางบอกบุญไม่รับ


            “เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบค่ะ ดิฉันคือผู้ก่อตั้งศาสนจักรแห่งแสงสว่าง มีชื่อว่าโยริชิโระค่ะ” (โยริชิโระ)


ตรงกันข้าม โยริชิโระทักทายชายหนุ่มด้วยท่าทางสง่างามและเหมาะสมกับมารยาท


            “ผู้ก่อตั้งศาสนจักรแห่งลม ทอร์โดเรด ชีวา” 「TL: トルドレイド=シバ ชื่อเหมือนหมาชิบะเลย」


ชายหนุ่ม—— ชีวาแนะนำตัว และเปิดเผยฐานะว่าตนเองคือผู้ก่อตั้งแห่งลม

พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ เขาเป็นผู้นำของเมืองเคลื่อนที่นี้


            “เป็นเกียรติที่ได้พบค่ะ เพียงเท่านี้ ดิฉันก็ได้เข้าพบท่านผู้ก่อตั้งท่านอื่นทั้งหมดนอกจากตัวเอง นับตั้งแต่ที่ดิฉันได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ก่อตั้งแห่งแสงสว่างสักที” (โยริชิโระ)


เอ๋?

คุณคาเรนที่อยู่ข้าง ๆ ก็กำลังทำหน้า ‘เอ๋?’ อยู่เหมือนกัน

ศาสนจักรแห่งลมขาดการติดต่อมานานแค่ไหนกันเนี่ย


            “บัญญัติแห่งลมของพวกเรา ไม่ต้องการให้พวกเราไปติดต่อกับพวกนอกศาสนา หากไม่มีเหตุผลที่สำคัญมาก ๆ ก็ไม่มีทางที่พวกเราจะยกเลิกเบลเซ่ บูลส์ และหยุดรูดร้าสเตท” (ชีวา) 「TL: ベルゼ・ブルズ」


อื๋อ?


            “ข้ารับใช้ของเทพธิดาแห่งแสงอินเฟลชั่นเอ๋ย พวกเราได้ปฏิบัติตามสัญญาอย่างเคร่งครัดมาตั้งแต่ในอดีต และได้หยุดสายลมที่เดิมทีไม่ควรหยุดแล้ว ขอฟังธุระหน่อย ถ้าเป็นเรื่องงี่เง่าล่ะก็ พวกเราจะเปลี่ยนสายลมให้เป็นพายุ และจะทำให้พวกแกต้องชดใช้” (ชีวา)


เป็นวิธีพูดแกมบังคับจริง ๆ

แต่โยริชิโระก็ไม่ได้ถูกชักนำด้วยความแข็งกร้าวของฝ่ายตรงข้าม และท่าทางอันสง่างามของเธอก็ไม่ได้พังทลาย


            “การเรียกประชุมฉุกเฉินของผู้ก่อตั้งทั้งห้า ดิฉันเองก็พึ่งใช้มันเป็นครั้งแรก ดิฉันก็เลยลุ้นว่ามันจะติดต่อได้รึเปล่า แต่ดิฉันดีใจนะคะที่มันเป็นไปตามที่คิดไว้ ส่วนเรื่องธุระนั้น..... อ๊ะ จริงสิ คุณคาเรน” (โยริชิโระ)

            “คะ?” (คาเรน)

            “ท่านผู้ก่อตั้งแห่งลมคะ ท่านนี้คือฮีโร่ของศาสนจักรแห่งแสงสว่างของเรา เธอชื่อว่าคุณคาเรนค่ะ เธอเป็นคนที่แข็งแกร่ง, น่ารัก และเป็นความภาคภูมิใจสูงสุดของศาสนจักรเราค่ะ นี่เป็นโอกาสดีดิฉันจึงแนะนำเธอค่ะ” (โยริชิโระ)

            “อ๊ะ เอ่อ! ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ!” (คาเรน)


คุณคาเรนที่จู่ ๆ ก็ถูกโยนไปรับแข้งพยายามทักทายอย่างเต็มที่ทันที

ส่วนผู้ก่อตั้งแห่งลมชีวานั้น......


            “.................” (ชีวา)


กำลังหงุดหงิดอยู่!

เขากำลังหงุดหงิดเพราะธุระถูกบ่ายเบี่ยง!

สมกับเป็นโยริชิโระ ไม่มีใครกวนประสาทฝ่ายตรงข้ามได้ยอดเยี่ยมไปกว่าเธออีกแล้ว


            “ถ้าท่านไม่ว่าอะไรล่ะก็ ดิฉันขอแนะนำเธอให้กับคุณฮีโร่แห่งลมของทางนั้นได้ไหมคะ?” (โยริชิโระ)

            “การเปิดเผยข้อมูลของศาสนจักรมันไร้ความหมาย เหมือนกับกฎแห่งลม ฮีโร่ไม่มีความจำเป็นในการประชุมครั้งนี้” (ชีวา)

            “แหม ๆ ท่านเทพวายุเนี่ยเป็นคนที่ขี้เหนียวจังนะคะ” (โยริชิโระ)

            “ว่าไงนะ.......!” (ชีวา)


คุณโยริชิโระคร้าบ คุณโยริชิโระคร้าบ

คุณยั่วอีกฝ่ายมากไปแล้วนะครับ

ถึงแม้ว่าผู้ก่อตั้งแห่งลมคนนี้จะกำลังทำหน้าเหมือนไม่เข้าใจการล้อเล่นอยู่ก็เถอะ


            “เดี๋ยว! เดี๋ยว, เดี๋ยวก่อน!” (ไฮเนะ)


ผมทนไม่ไหวก็เลยกระโจนออกไป แล้วพยายามทำให้ทั้งสองคนใจเย็น

ต้องขอบคุณเรื่องนั้น มันดึงดูดความระมัดระวังของผู้ก่อตั้งแห่งลมได้


            “อะไรกัน แกคือ.......!?” (ชีวา)

            “อ๊ะ เอ่อขอโทษนะครับ ผมเป็นแค่ผู้ช่วยเท่านั้นครับ......!?” (ไฮเนะ)


แต่แล้วโยริชิโระก็พูดเรื่องที่ไม่จำเป็นออกมา

 
            “คน ๆ นั้นก็คือคุณคุโรมิยะ ไฮเนะค่ะ เขาแข็งแกร่งกว่าคุณ และฮีโร่ของคุณลิบลับเลยค่ะ” (โยริชิโระ)

            “โยริชิโระะะะะะะะะะะะ!?” (ไฮเนะ)


ไปยั่วเขาทำไมเนี่ย!?

เธอไปยั่วเขาโดยไม่ระมัดระวังทำไมเนี่ย!?


            “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ยังไงตอนนี้พวกเราก็พูดธุระที่ว่าไม่ได้หรอกค่ะ” (โยริชิโระ)

            “เอ๋?” (ไฮเนะ)

            “การประชุมผู้ก่อตั้งทั้งห้า ไม่สามารถเริ่มได้นอกเสียจากผู้ก่อตั้งทั้งห้าจะมารวมตัวกันครบทุกคนค่ะ” (โยริชิโระ)

◆◆◆◆◆

 

ตอนที่ 139 การประชุมสุดยอด

 

ไม่รู้ว่าทำไมมันถึงได้กลายเป็นเรื่องใหญ่โตไปได้

ศาสนจักรทั้งห้าที่ปกครองโลกใบนี้—— ศาสนจักรทั้งห้าแห่งดิน, น้ำ, ไฟ, ลม และแสงสว่าง ผู้นำพวกนั้นจะมาชุมนุมในที่เดียวกัน?


            “นั่นคือการประชุมของผู้ก่อตั้งทั้งห้าค่ะ” (โยริชิโระ)


โยริชิโระบรรยาย แต่ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากให้เธอบอกเรื่องทุกอย่างกับผมล่วงหน้า


            “ศาสนจักรทั้งห้า คือผู้ที่ปกครองมนุษย์ทั้งหมดที่อาศัยอยู่ในโลกใบนี้ เพราะความรับผิดชอบนั้น พวกดิฉันจึงต้องแบกรับอำนาจและหน้าที่ต่าง ๆ นา ๆ ถ้าจำเป็นล่ะก็ พวกดิฉันจะสร้างกฎ หรือเป็นหัวหน้าผู้นำพากำลังทหารในการสู้รบค่ะ และอำนาจอย่างหนึ่งที่พวกดิฉันได้รับก็คือ การเปิดประชุมผู้ก่อตั้งทั้งห้าค่ะ” (โยริชิโระ)


ยามที่ความวุ่นวายซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในโลกใบนี้ได้เกิดขึ้น และพลังของศาสนจักรแต่ละแห่งไม่อาจรับมือได้นั้น ศาสนจักรจำเป็นต้องปรับการทำงานให้เข้ากับอีกฝ่าย และสื่อสารทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน

การประชุมผู้ก่อตั้งทั้งห้าถูกจัดขึ้นเพื่อการนั้น

ผู้ก่อตั้งซึ่งอยู่ ณ จุดสูงสุดของศาสนจักรจะมาชุมนุมกันในที่เดียว และหารือกันโดยตรง


            “.......หมายความอย่างนั้นค่ะ” (โยริชิโระ)


จบการอธิบายของโยริชิโระ


            “ข้อห้ามในการใช้อาวุธอีเธอเรียลที่ศาสนจักรทั้งห้าตกลงกัน และข้อห้ามในการดำเนินการเผยแผ่ศาสนาในกองบัญชาการของศาสนจักรอื่น ๆ ก็เป็นการลงมติในการประชุมผู้ก่อตั้งทั้งห้าเช่นกันค่ะ เนื่องจากใช้การเข้าร่วมของผู้ก่อตั้งศาสนจักรทั้งห้าทุกท่านเป็นหลักเกณฑ์ ดังนั้นหากในเวลาเช่นนี้ศาสนจักรแห่งลมไม่ปรากฏตัวมันจะเป็นปัญหาเอาได้ค่ะ” (โยริชิโระ)

            “เพราะแบบนั้นพวกเราถึงได้หยุดสายลมที่พัดพาไงล่ะ พวกเราจะทำหน้าที่ในฐานะศาสนจักรทั้งห้าให้ลุล่วง” (ชีวา)


ผู้ก่อตั้งแห่งลมชีวาพูดโดยไม่มีหางเสียง


            “มันเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้ศาสนจักรแห่งลมซึ่งปกติมีที่ตั้งไม่ชัดเจนตอบรับการเรียกของทางนี้ค่ะ ผู้ก่อตั้งของศาสนจักรต่าง ๆ ได้ถูกสอนสัญญาณพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งความลับ เพื่อประกาศเปิดงานประชุมผู้ก่อตั้งทั้งห้า หากส่งสัญญาณนั้นออกไป โครงสร้างที่เรียกว่าการประกาศก็จะไปถึงศาสนจักรแห่งลมที่พวกดิฉันไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนค่ะ” (โยริชิโระ)

            “และถ้าพวกเรารับสัญญาณ มันก็จะกลายเป็นสัญญาว่าพวกเราจะมาที่นี่ ผู้ที่มารับพวกเราก็คือ ตัวตั้งตัวตีที่ส่งสัญญาณพลังศักดิ์สิทธิ์ พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ ผู้ก่อตั้งแห่งแสงเอ๋ย คนที่ริเริ่มการประชุมผู้ก่อตั้งในคราวนี้ก็คือแกสินะ?” (ชีวา)

            “ถูกต้องค่ะ ผู้ก่อตั้งแห่งลม” (โยริชิโระ)

            “งั้นชั้นจะให้แกบอกวาระการประชุมผู้ก่อตั้ง ชั้นถามแกมาตั้งแต่เมื่อครู่นี้ตั้งหลายครั้งแล้วนะ ธุระน่ะ” (ชีวา)


น้ำเสียงของผู้ก่อตั้งแห่งลมชีวาแหลมคมขึ้น มันส่งผ่านความหนาวเย็นในอากาศและความเย็นยะเยือกของคมดาบมา


            “หากเนื้อหาของวาระการประชุม ไม่เป็นที่ยอมรับว่ามันสำคัญพอที่จะต้องรวบรวมศาสนจักรทั้งห้ามาถกเถียงกันล่ะก็ พวกเราจะทำให้กระแสลมกลับคืนมาทันที นี่เป็นสิทธิพิเศษที่ศาสนจักรอื่น ๆ อนุมัติให้กับศาสนจักรแห่งลมของพวกเรา ในตอนที่จัดตั้งระบบการประชุมผู้ก่อตั้งทั้งห้า ผู้ก่อตั้งแห่งแสงโยริชิโระ รีบ ๆ ให้คำตอบมาได้แล้ว แกเรียกพวกเราสายลมที่พัดพามาด้วยธุระใดกัน?” (ชีวา)


น้ำเสียงอันแข็งกร้าวนั่นราวกับจะบอกว่า ‘ถ้าเป็นธุระงี่เง่าล่ะก็ พวกเราจะเชือดพวกแกให้ตายเป็นการชดใช้’

จะบอกว่าเป็นจิตสังหารก็ได้

โยริชิโระของพวกผมที่ถูกจิตสังหารแบบนั้นจะโอเคไหมนะ?

คุณคาเรนเฝ้าดูเหตุการณ์พลางลุ้น มีเพียงโยริชิโระเท่านั้นที่สงบนิ่ง


            “ถ้าเช่นนั้นดิฉันขอพูดตรง ๆ นะคะ ศาสนจักรแห่งแสงสว่างของพวกเรา จะลบสัตว์ประหลาดไปจากโลกไม่ให้เหลือแม้แต่ตัวเดียวค่ะ” (โยริชิโระ)

            “!?”


ผู้ก่อตั้งแห่งลมเปลี่ยนสีหน้าเพราะคำประกาศนั่นตามคาด


            “พวกเราอยากจะขอความร่วมมือจากศาสนจักรอื่น ๆ อย่างดิน, น้ำ, ไฟ และลมค่ะ การประชุมผู้ก่อตั้งทั้งห้าจัดขึ้นเพื่อการนั้น ด้วยเหตุนี้ดิฉันจึงรวบรวมผู้ก่อตั้งทั้งห้า และเรื่องที่จะหารือก็คือ การสร้างแผนการสิ้นสุดสัตว์ประหลาดที่ทำให้มวลมนุษย์เดือดร้อนมาประมาณหนึ่งร้อยปีค่ะ” (โยริชิโระ)

            “บ้าน่า.......? บ้าน่า.......!?” (ชีวา)


สีหน้าของผู้ก่อตั้งชีวา ถูกแต่งแต้มด้วยความตกใจไปเรียบร้อยแล้ว

การถอนรากถอนโคนสัตว์ประหลาด คงเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อสำหรับผู้คนของโลกใบนี้ถึงขนาดนั้น

.......แต่ถึงอย่างนั้น


            “คุณโยริชิโระ? คุณโยริชิโระ!?” (ไฮเนะ)


ผมรีบร้อนเข้าไปใกล้ ๆ โยริชิโระสุด ๆ


            “จู่ ๆ ก็พูดอะไรออกมาน่ะครับ? ลบสัตว์ประหลาด หรือว่าคุณ......!?” (ไฮเนะ)

            “นั่นแหละค่ะ คุณไฮเนะ ดิฉันตั้งใจว่าจะเสนอให้พวกเราใช้พลังของศาสนจักรทั้งห้าค้นหามารดาสัตว์ประหลาดค่ะ” (โยริชิโระ)


อะไรนะ......!?


            “คุณไฮเนะ คุณตั้งใจจะสะสางเรื่องราวโดยการกำจัดมารดาสัตว์ประหลาดด้วยตัวคนเดียว แต่ดิฉันมีความเห็นที่แตกต่างกันค่ะ สุดท้ายแล้ว สัตว์ประหลาดก็คือปัญหาที่มนุษย์ทั้งหมดเผชิญหน้า เพราะแบบนั้นมนุษย์ทั้งหมดจึงต้องร่วมมือกันและก้าวข้ามมันไป แล้วมนุษย์ก็จะสามารถเรียนรู้พลังใหม่ผ่านเหตุการณ์นั้นได้ค่ะ” (โยริชิโระ)


สมกับเป็นคนที่ปกครองหนึ่งในศาสนจักรที่แบ่งโลกออกเป็นห้าส่วน และราชินีผู้สร้างและดูแลนครรัฐที่เก่าแก่ที่สุดในโลก สิ่งที่เธอพูดจึงต่างออกไป

บางครั้ง ผมก็ไม่แน่ใจว่า เธอคือผู้ที่รักและเชื่อใจมนุษย์ยิ่งกว่าใครในหมู่เทพรึเปล่า?


            “มารดา-สัตว์ประหลาด งั้นเหรอ? ......เป็นไปไม่ได้” (ชีวา)


ส่วนอีกฝ่ายหนึ่ง ผู้ก่อตั้งแห่งลมชีวายังคงตัวสั่นเพราะความวิตกกังวล


            “ว่ายังไงคะ คุณชีวา? คุณจะยอมรับการเปิดประชุมผู้ก่อตั้งทั้งห้ารึเปล่าคะ?” (โยริชิโระ)


โยริชิโระขอการอนุมัติจากชีวา

ตอนนั้นเอง......


            “เรื่องนั้นไม่จำเป็นหรอก”


เสียงแหบแห้งของหญิงชราดังขึ้น

เสียงนั้นมัน......!


            “คุณคือ!?”


แผลอแป๊บเดียวหญิงชราที่สวมชุดผู้ก่อตั้งแห่งดินก็มายืนอยู่ใกล้ ๆ พวกผมแล้ว

เธอพาคนรับใช้มาหลายคน หนึ่งในนั้นมีฮีโร่แห่งดินซาซาเอะจังรวมอยู่ด้วย


            “พี่ไฮเนะ! พี่คาเรน! ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ!” (ซาซาเอะ)


ซาซาเอะจังที่อยู่ข้าง ๆ หญิงชราโบกมืออย่างร่าเริง

จริงสิ คุณยายคนนั้นคือคนที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ก่อตั้งคนใหม่ เมื่อตอนที่ต่อสู้กับแกรนด์มาวูดซึ่งเป็นความปั่นป่วนครั้งล่าสุดในอดีต คุณยายของฮีโร่แห่งดินซาซาเอะจัง

ตัวเธอเองก็เป็นฮีโร่แห่งดินในสมัยก่อนเหมือนกัน มิหนำซ้ำเธอยังมีทั้งความสามารถและผลงานจนถึงขั้นที่ได้รับสมญานามว่า ‘ผู้ถอนรากถอนโคนชาคารุมะ’


            “ผู้ก่อตั้งแห่งดินคนใหม่ใช่ไหมคะ? ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” (โยริชิโระ)

            “อะไรกัน คนที่ต้องแสดงการทักทายก็คือผู้ก่อตั้งแห่งดินที่พึ่งเข้ารับตำแหน่งทางนี้ต่างหาก แต่เธอก็ช่วยฉันลดเวลาลงนะ ......โอ๊ะโอ๋ ศาสนจักรแห่งแสงสว่างมีผู้ก่อตั้งและฮีโร่ที่สวยงามเหมือนกันเลยนะ” (ชาคารุมะ)


ผู้ก่อตั้งแห่งดินและผู้ก่อตั้งแห่งแสงที่ได้พบกันเป็นครั้งแรกจับมือกัน

ผู้ก่อตั้งแห่งลมโกรธท่าทีของพวกเธอจนหน้าแดงก่ำ


            “แกคือผู้ก่อตั้งแห่งดิน? ตั้งใจจะทำอะไรกัน!? ข้อตกลงของการประชุมผู้ก่อตั้งทั้งห้าก็คือ จนกว่าศาสนจักรแห่งลมของพวกเราจะอนุมัติ ผู้ก่อตั้งคนอื่นต้องไม่มายุ่มย่าม......!” (ชีวา)

            “การประชุมผู้ก่อตั้งทั้งห้าถูกจัดขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว” (ชาคารุมะ)


คุณยายปฏิเสธตรง ๆ


            “มันก็จริงที่ว่าการประชุมผู้ก่อตั้งทั้งห้า ได้มอบหมายการตัดสินใจเปิดงานให้กับศาสนจักรแห่งลม แต่ว่า ถ้าศาสนจักรทั้งหมดนอกเหนือจากนั้นยินยอมให้จัดงานล่ะก็ มันก็ไม่เกี่ยวข้องกันแล้ว การตัดสินจากเสียงข้างมากคือหลักสำคัญของการตัดสินใจนะ” (ชาคารุมะ)


พอผมรู้สึกตัว ก็มีสัมผัสของอีกสองกลุ่มเข้ามาใกล้ ๆ พวกผมจากทิศทางอื่น


            “ไม่ไหว ๆ ...... ผู้ก่อตั้งของศาสนจักรอื่นนี่ใจร้อนกันจังเลยนะ นี่คงจะเป็นการประชุมที่กินแรงน่าดู”


ผู้ก่อตั้งศาสนจักรแห่งน้ำ รู อาซูร์

ผู้ก่อตั้งที่ไม่เหมือนใครที่ได้รับการต้อนรับจากศาสนจักรแห่งน้ำ เพราะเป็นผู้ปกครองกิจการขนส่งทางทะเลที่มีอิทธิพลในเมืองหลวงแห่งน้ำไฮดร้าวิลเลจมาก่อน

เพราะเดิมทีมีประวัติว่าเคยเป็นพ่อค้า เขาจึงมีความคิดเอาแต่ได้ และใช้อำนาจจากฐานะผู้ก่อตั้งเช่นกัน


            “ลูกผู้ชายต้องเลือดร้อน”


ผู้ก่อตั้งศาสนจักรแห่งไฟ ซารุโอ เอ็นโอ 「TL: 猿王エンオウ ซารุโอ เอ็นโอ = ราชาวานร จ้าวอัคคี」

นักสู้อาชีพขนานแท้ ที่ถูกเลื่อนขั้นมาเป็นผู้ก่อตั้งจากการนำพากองกำลังนักสู้เพลิงกรรม เขาฝึกฝนนักสู้มากมายด้วยวิธีนั้น มิรัคเองก็เป็นลูกศิษย์ก้นกุฏิของเขา


ดิน, น้ำ, ไฟ, ลม, แสง

ผู้ก่อตั้งทั้งห้าคนได้มารวมตัวกันอยู่ที่นี่ตอนนี้แล้ว

◆◆◆◆◆

 

ตอนที่ 140 รวมพลผู้ก่อตั้ง

 

            “นี่มัน......!?”


ผู้ก่อตั้งแห่งลมชีวาเผลอสะดุ้ง

พวกที่ล้อมรอบเขาอยู่ก็คือ เหล่าผู้ก่อตั้งของศาสนจักรทั้งห้าที่มีชื่อเสียง


ผู้ก่อตั้งแห่งดิน ‘ผู้ถอนรากถอนโคนชาคารุมะ’

ผู้ก่อตั้งแห่งน้ำ รู อาซูร์

ผู้ก่อตั้งแห่งไฟ ซารุโอ เอ็นโอ

และผู้ก่อตั้งแห่งแสง โยริชิโระ


            “งาย คาเรนจิ” (ซิลติส)

            “ไม่เหงาใช่ไหมคาเรน!?” (มิรัค)


ฮีโร่แห่งน้ำซิลติสและฮีโร่แห่งไฟมิรัคก็มาเหมือนกัน


            “อ๊ะ มิรัคจัง ซิลติสจัง! พวกเธอเป็นคนพาคุณผู้ก่อตั้งมาสินะ!!” (คาเรน)


คุณคาเรนที่ได้กุมมือกับพวกเพื่อน ๆ ก็มีความสุขเหมือนกัน

โยริชิโระมองดูท่าทางของพวกเธอพลางยิ้มแป้น


            “การเตรียมการล่วงหน้าได้ผลค่ะ สมาพันธ์ฮีโร่ แสดงประสิทธิภาพได้อย่างยอดเยี่ยมแม้จะอยู่ในสภาพแบบนั้น” (โยริชิโระ)


งั้นเหรอ เธอใช้พวกฮีโร่ที่มารวมตัวกันพูดพร่ำทำเพลงในเมืองอโพรอนอยู่ประจำในฐานะทูตสินะ


            “ท่านผู้ก่อตั้งทั้งสามแห่งดิน, น้ำ, ไฟ ได้รับแจ้งข้อเรียกร้องของดิฉันผ่านฮีโร่แล้ว ด้วยข้อความที่ว่า ถ้าพวกเขาเห็นชอบล่ะก็ พวกเขาจำเป็นต้องมาที่นี่ การที่ดิฉันได้พบกับพวกท่านในวันนี้ หมายความว่าทุกท่านโอเคใช่ไหมคะ?” (โยริชิโระ)


โยริชิโระที่อายุน้อยที่สุดอย่างเห็นได้ชัดในหมู่ผู้ก่อตั้ง มองไปรอบ ๆ ผู้คนที่อยู่ในระดับเดียวกันแต่อาวุโสกว่ามาก ๆ


            “.......ก็นะ เพราะฉันติดหนี้อย่างใหญ่หลวงในเหตุการณ์คราวก่อน ความรู้สึกที่อยากตอบแทนเรื่องนั้น จึงทำให้ฉันเข้าร่วมการหารือครั้งนี้” (ชาคารุมะ)

            “ไม่ว่าจะเป็นผู้ก่อตั้งหรือว่าพ่อค้า เราก็ต้องคิดถึงผลกำไรในอนาคตครับ ข้ารู้สึกถึงโอกาสทางธุรกิจในข้อเรียกร้องของท่านโยริชิโระครับ” (อาซูร์)

            “ลูกผู้ชายต้องเลือดร้อน” (เอ็นโอ)


คำพูดในเชิงยอมรับของผู้ก่อตั้งทั้งสามแห่งดิน, น้ำ, ไฟ

ผู้ก่อตั้งแห่งลมชีวาที่รับทราบเรื่องนั้นทำหน้าไม่พอใจ


            “เอาล่ะ ว่าไงคะ ผู้ก่อตั้งแห่งลม? สี่ในห้าคนเห็นพ้อง ถ้าคุณคัดค้านอยู่คนเดียวล่ะก็ มีแต่จะถูกมองว่าเป็นเด็กที่เอาแต่ใจเท่านั้นนะคะ?” (โยริชิโระ)

            “.......เหอะ ก็ได้” (ชีวา)


ชีวาพูดแบบไม่พอใจ


            “ไม่ใช่ว่าชั้นไม่สนใจข้อเรียกร้องของผู้ก่อตั้งแห่งแสงหรอกนะ ขอดูรายละเอียดหน่อยแล้วกัน ว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระแค่เปลือกนอกรึเปล่า?” (ชีวา)

            “ขอบคุณมากค่ะ ถ้าเช่นนั้น การประชุมผู้ก่อตั้งทั้งห้าได้รับการยอมรับอย่างเป็นเอกฉันท์ ดิฉันตัดสินใจเปิดการประชุมอย่างเป็นทางการ...... เอ่อ สถานที่จัดงานจริง ๆ เอาตามความต้องการของทางนั้นได้ไหมคะ?” (โยริชิโระ)


ความต้องการ? สถานที่จัดงาน?

ขณะที่ผมกำลังมึน ๆ อยู่ ผู้ก่อตั้งแห่งลมชีวาก็ประกาศอย่างโอเวอร์


            “ย่อมได้ การประชุมผู้ก่อตั้งครั้งนี้จะจัดขึ้นที่กองบัญชาการของพวกเรา รูดร้า สเตท เพราะแบบนั้นพวกเราถึงได้เอาเมืองมาด้วยไงล่ะ” (ชีวา)


เอ๋?

สรุปว่าพวกผม จะต้องเข้าไปในเมืองเคลื่อนที่นั่นงั้นเหรอ?

คุณคาเรนกับโยริชิโระที่อยู่ข้าง ๆ ผมปรึกษากันด้วยเสียงกระซิบเบา ๆ


            “นี่มัน....... เป็นเรื่องที่สุดยอดเลยนะคะ? สามารถเข้าไปดูเมืองหลวงแห่งลมที่เต็มไปด้วยปริศนาได้.......!” (คาเรน)

            “ค่ะ เมืองหลวงแห่งลมที่ปฏิเสธคนนอกอย่างต่อเนื่องมานานได้เชื้อเชิญพวกเรา แถมพวกเรายังไม่ได้ขออีกต่างหาก นั่นถือเป็นสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นกับเราโดยไม่คาดคิดค่ะ......” (โยริชิโระ)


ยังไง ๆ มันก็ดูเหมือนเป็นเรื่องเหลือเชื่อสินะ

ในตอนที่ผมรู้สึกว่าบรรยากาศมันผิดปกติ การสนทนาของบุคคลระดับสูงก็เดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว


            “ท่านผู้ก่อตั้งแห่งลมชีวา ขอบคุณในความหวังดีของท่านนะคะ แต่พวกท่านมีความลับมานาน และเมืองหลวงแห่งลมที่เป็นกองบัญชาการนั้นก็ควรจะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ให้ใครย่างกราย ดิฉันขอถามจุดประสงค์ที่แท้จริงที่ท่านจะพาพวกเราไปที่นั่นได้หรือไม่คะ?” (โยริชิโระ)

            “ชั้นคงพูดได้แค่ว่า มันเป็นพระราชดำริของเทพวายุ” (ชีวา)


ความคิดของเควซาร์งั้นเหรอ?

เทพที่เหมือนอากาศนั่นคิดอะไรอยู่นะ?


            “แต่ว่า” (ชีวา)


ชีวาพูดอย่างหนักแน่น


            “แน่นอนว่า พวกชั้นจะให้ผู้มาเยือนยอมรับข้อจำกัด เงื่อนไขหลักอันดับแรก มีเพียงผู้ก่อตั้งที่จะเข้าไปได้ และอนุญาตให้มีผู้คุ้มกันแต่ละศาสนจักรหนึ่งคน ไม่คัดค้านนะ?” (ชีวา)


ผู้คุ้มกันคนเดียว

นั่นหมายความว่า ฮีโร่จะต้องเป็นคนแบกรับหน้าที่นั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


            “โอ๊ยหยา ๆ ใจแคบจังนะครับ เพราะว่ามันเป็นโอกาสที่หาได้ยาก ข้าก็เลยพาผู้ติดตามมามากมายเพื่อปรับความเข้าใจของแต่ละฝ่ายให้ลึกซึ้งแท้ ๆ” (อาซูร์)

            “ลูกผู้ชายต้องเลือดร้อน” (เอ็นโอ)


ดูเหมือนพวกผู้ก่อตั้งก็ไม่พอใจเหมือนกัน

แต่ถึงอย่างนั้นมันก็เป็นการเยี่ยมเยือนอย่างยิ่งใหญ่ของผู้ก่อตั้ง

แต่ละศาสนจักรได้พากลุ่มคนหนึ่งร้อยคนมาในฐานะคนคุ้มกัน และพวกเขาก็พาคนจากในนั้นร่วมเดินทางไปด้วยได้เพียงคนเดียว พูดได้เลยว่าขี้เหนียวจริง ๆ


            “คนที่เหลือ ให้ตั้งค่ายอยู่บริเวณรอบ ๆ เมืองเคลื่อนที่ พวกเราจะสนับสนุนอาหารและเครื่องอำนวยความสะดวกเพื่อการนั้นให้ เท่านี้ก็คงจะไม่บ่นแล้วสินะ” (ชีวา)

            “ถ้าเกิดว่า......”


คนที่พูดแบบนั้นก็คือ คุณยายผู้ก่อตั้งแห่งดิน

ถึงจะเบา แต่มันก็เป็นเสียงที่แหลมคมราวกับเคียวที่ทิ่มแทงคอหอย


            “ถ้าเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นในเมืองจะทำยังไงล่ะ? คนที่เข้าไปในเมืองก็คือผู้ก่อตั้งกับฮีโร่ สำหรับศาสนจักรแล้ว พวกเขาเป็นคนที่ไม่สามารถแทนที่กันได้ ถ้าเกิดอะไรขึ้นมา เจ้าจะรับผิดชอบไหวเหรอ?” (ชาคารุมะ)

            “ตอนนั้น.......” (ชีวา)


ผู้ก่อตั้งแห่งลมชีวาผุดรอยยิ้มจาง ๆ


            “ก็โจมตีรูดร้าสเตทด้วยทหารทั้งหมดที่เตรียมพร้อมอยู่ข้างนอกได้เลย ถึงจะเทียบฮีโร่ไม่ได้ แต่ถ้าเป็นนักสู้หลายร้อยคนที่ควบคุมพลังศักดิ์สิทธิ์ล่ะก็ คงจะทำลายล้อรถยนต์ของเมืองเคลื่อนที่ได้ง่าย ๆ ถ้าทำแบบนั้นพวกเราก็จะหยุดนิ่ง” (ชีวา)


การสนทนาของสองคนนี้บ่งบอกถึงอันตรายที่แฝงอยู่

สถานการณ์ที่สมมติว่าจะเกิดขึ้นในเมืองรูดร้าสเตทน่ะ มีอยู่ไม่มากหรอก

ถ้าจะมีก็แค่อย่างเดียว

คือศาสนจักรแห่งลมใช้โอกาสนี้จับกุมฮีโร่และผู้ก่อตั้งของศาสนจักรอื่น ๆ มาไว้ในกระเป๋าของตัวเอง

ถ้ามาลองคิดดู การที่จู่ ๆ เขาก็พูดว่าจะพาผู้ก่อตั้งท่านอื่นเข้าไปในกองบัญชาการ ทั้ง ๆ ที่บ่ายเบี่ยงเป็นความลับมาสักพักหนึ่งแล้วน่ะ มันดูน่าสงสัย

มันช่วยไม่ได้ที่พวกผมจะระแวงว่าพวกเขามีเจตนาบางอย่างแอบแฝงอยู่

คุณยายที่เคยเป็นฮีโร่ผู้ปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขันได้พูดเป็นนัยถึงความเป็นไปได้นั้นและเตือนว่า ‘อย่าทำอะไรแปลก ๆ นะเฟ้ย’ ตรงกันข้าม ผู้ก่อตั้งแห่งลมตอบรับว่า ‘ถ้าคิดว่ามีพิรุธจะโจมตีมาเมื่อไหร่ก็ได้’

ราวกับประกายไฟกระจัดกระจาย


            “จะให้พูดเองมันก็ดูยังไง ๆ อยู่ แต่เมืองหลวงแห่งลมรูดร้าสเตทของพวกเรามีขนาดเล็กที่สุดในหมู่เมืองหลวงทั้งห้า จำนวนประชากรที่มีก็น้อยที่สุดเช่นกัน ถ้าต่อสู้กันซึ่ง ๆ หน้าล่ะก็ ฝั่งที่จะแพ้เป็นคนแรกคงจะเป็นพวกเรา” (ชีวา)

            “เพราะแบบนั้นพวกเจ้าถึงทำให้มันเป็นความลับเต็มที่ และเดินหน้าวิจัยอีเธอเรียลยิ่งกว่าที่ไหน ๆ หากสู้กันซึ่ง ๆ หน้าล่ะก็ แน่นอนว่าพวกเจ้าอ่อนแอที่สุด แต่ยังไงพวกเจ้าก็ไม่มีทางสู้กันซึ่ง ๆ หน้าหรอก พวกเจ้าเป็นศัตรูที่พวกเราประมาทไม่ได้น่ะนะ” (ชาคารุมะ)


ดูเหมือนประกายไฟที่กระจัดกระจายบริเวณรอบ ๆ จะลุกไหม้แล้ว!


            “อะ-เอาน่า มันก็โอเคไม่ใช่เหรอครับ?” (อาซูร์)


ผู้ก่อตั้งแห่งน้ำที่ดูจิตใจอ่อนแอที่สุดพูดแทรก เพราะไม่สามารถทนกับบรรยากาศแบบนั้นได้


            “ไม่ว่าจะหารือเรื่องใด หรือตัดสินใจเรื่องใดก็ตาม สิ่งที่จำเป็นก็คือความเชื่อใจของเหล่าศาสนจักรใช่ไหมครับ? ถ้าไม่มีความเชื่อใจล่ะก็ ต่อให้ตัดสินใจอะไรไปมันก็ไม่มีความหมายครับ” (อาซูร์)

            “ลูกผู้ชายต้องเลือดร้อน” (เอ็นโอ)


จากนั้นผู้ก่อตั้งแห่งไฟก็พูดเสริม


            “ฟู่ว เอาเถอะ อย่างที่เจ้าน้ำพูด ฉันจะ ‘เชื่อใจ’ ลมสักครั้ง ถ้าหักหลังกันล่ะก็ การเชือดทิ้งก็เป็นไปตามหลักเหตุผลนะ” (ชาคารุมะ)

            “เหอะ ย่อมได้” (ชีวา)


ดูเหมือนเรื่องราวในตอนนี้จะได้ข้อสรุปแล้ว


            “ซาซาเอะ เจ้าก็มาด้วยกันกับฉันสิ การมองดูเมืองที่อยู่ภายนอกถือเป็นการเรียนรู้เพื่ออนาคตข้างหน้านะ” (ชาคารุมะ)

            “เข้าใจแล้วจ้ะยาย!” (ซาซาเอะ) 「TL: คราวนี้ซาซาเอะพูดว่า 祖母ちゃん โซโบะจัง!」


            “แน่นอนว่าข้า จะให้ซิลติสเป็นคนคุ้มกัน ถ้ามีเธออยู่ด้วย ข้าก็จะรู้สึกปลอดภัย” (อาซูร์)

            “โอเค! วางใจได้เลยป๊ะป๋า!” (ซิลติส)


            “ลูกผู้ชายต้องเลือดร้อน” (เอ็นโอ)

            “รับทราบ” (มิรัค)


ผู้คนของศาสนจักรอื่น ๆ เลือกคนคุ้มกันอย่างรวดเร็ว

ถึงจะพูดแบบนั้น ยังไง ๆ ผู้ที่ถูกเลือกให้ทำหน้าที่คุ้มกันก็คือพวกฮีโร่โดยไม่มีข้อยกเว้น


เพราะงั้นปัญหาก็คือพวกเรา ศาสนจักรแห่งแสงสว่าง

คนที่ถูกเลือกให้ไปด้วยในฐานะคนคุ้มกันของโยริชิโระนั้น ถ้าเป็นตามปกติก็คือฮีโร่แห่งแสงคุณคาเรนถึงจะเหมาะสม แต่โยริชิโระก็มีโดโรฮะที่เป็นเหมือนกับบอดี้การ์ดเฉพาะอยู่ด้วย

คงจะเพิ่มผม เข้าไปเหมือนกัน


โยริชิโระจะเลือกใครในนี้มาเป็นคนคุ้มกันนะ?

◆◆◆◆◆




NEKOPOST.NET