[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด ตอนที่ 134 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด

Ch.134 - ตอนที่ 134 - ตอนที่ 135


ตอนที่ 134 พิจารณามารดาสัตว์ประหลาด

 

ปัญหาที่ต้องจัดการก่อนปราบมารดาสัตว์ประหลาด

นั่นก็คือ......


            “ผมไม่รู้ที่อยู่ของมารดาสัตว์ประหลาด” (ไฮเนะ)

            “เอ๋?”

            “หา?”

            “โมะ?”

            “ง่ะ?”


ใช่ เมื่อกวาดล้างแกรนด์มาวูด มารดาสัตว์ประหลาดที่เหลืออยู่ก็กลายเป็นสามตัว

ผมไม่รู้ที่อยู่ของพวกมันจริง ๆ

มันเป็นไปไม่ได้หรอกที่ผมจะฆ่าพวกมันโดยไม่รู้ว่าพวกมันอยู่ที่ไหน


            “สุดท้ายก็กลับมาที่ปัญหานี้อีกครั้ง” (ไฮเนะ)


ความทรงจำที่ทำให้สมองวุ่นวายแบบเดียวกับคราวก่อน......


            “เอ๋? พวกฉันกำลังคาดหวังเพราะคิดว่านายมีข้อมูลทั้งหมดนะ เป็นผู้ชายที่ไร้ค่าชะมัด” (ซิลติส)

            “ก็ผมไม่ได้รู้ไปซะทุกเรื่องนี่ครับ......” (ไฮเนะ)


ผมตอบกลับซิลติสที่หาเรื่องบ่นอย่างไร้เรี่ยวแรง


            “ให้ตายเถอะ แค่ทำให้คาดหวังหรอกเหรอ เจ้าคนไร้ค่า” (มิรัค)

            “ไร้ค่า” (ซาซาเอะ)


อย่าเอาแต่พูดว่าไร้ค่าในช่วงสำคัญสิคร้าบ


            “เอาน่า ๆ ...... แต่คุณไฮเนะคะ ถ้าอย่างนั้น คุณรู้ที่อยู่ ‘ท่านเสาหลัก’ ที่เป็นมารดาสัตว์ประหลาดแห่งดินได้ยังไงล่ะคะ?” (คาเรน)

            “เรื่องนั้น นั่นน่ะ มาจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้น่ะครับ.......” (ไฮเนะ)


ไม่มีทางที่ผมจะบอกว่าตัวเองได้รับข้อมูลโดยตรงจากเทพแห่งธาตุทั้งสี่ ซึ่งเป็นตัวตั้งตัวตีในการให้กำเนิดมารดาสัตว์ประหลาดได้หรอก

มิหนำซ้ำเทพอัคคีโนวาซึ่งเป็นเทพที่พูดถึงนั่น ก็ตัดสินใจลดเกียรติมาจุติในสัตว์ประหลาดรูปร่างวัวในตอนนี้อีก......

..............................อ๊ะ


            “จะว่าไป ข้อมูลจากแหล่งนั้นยังมีอีกอย่างหนึ่ง มารดาสัตว์ประหลาดแห่งไฟ ผมรู้แค่ชื่อของมันกับลักษณะเด่นของรูปลักษณ์ภายนอก” (ไฮเนะ)

            “โห ความรับผิดชอบของชั้นงั้นเหรอ?” (มิรัค)


‘แห่งไฟ......’ มิรัคที่ได้ยินแบบนั้นก็พูดจาจิกกัดทันที


            “ชื่อของมารดาสัตว์ประหลาดแห่งไฟก็คือนกอมตะฟีนิกซ์ สัตว์ประหลาดรูปร่างนกยักษ์ ที่ห่อหุ้มร่างกายด้วยเปลวเพลิง และเผาผลาญร่างกายของตัวเองเสมอ มันเป็นสัตว์ประหลาดธาตุไฟที่เกิดขึ้นมาจากข้างในเถ้าถ่านนั่นนับครั้งไม่ถ้วน” (ไฮเนะ)

            “นกไฟเหรอ.......? อื๋อ? ..............อ๊ะ!?” (มิรัค)


มิรัคพูดขึ้นมาราวกับจะบอกว่าเธอรู้อะไรบางอย่าง


            “หรือว่าจะเป็นเจ้านั่น!? พอได้ยินนายพูดแล้ว มันก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ....... แต่ว่า......!” (มิรัค)

            “มิรัคจิรู้เหรอ!? ถ้าอย่างงั้นก็เลิกเล่นตัวแล้วบอกมาได้แล้ว!” (ซิลติส)


มิรัคที่ถูกซิลติสรบเร้าจึงพูดขึ้นมา


            “มีรายงานจากผู้เห็นเหตุการณ์เกี่ยวกับนกประหลาดรอบ ๆ เมืองหลวงแห่งไฟมุสเปลไฮม์ ซึ่งเป็นกองบัญชาการของพวกชั้นอยู่บ่อย ๆ ลักษณะเด่นของมันก็คือ นกไฟที่ห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงทั่วทั้งร่างกาย ตามที่หมอนั่นพูดมาเมื่อกี้ แถมยังใหญ่ยักษ์อีก พยานบอกว่าสังเกตุเห็นมันทั้ง ๆ ที่มันบินอยู่ค่อนข้างไกลน่ะ” (มิรัค)

            “อื้อ ๆ แล้ว!?” (ซิลติส)

            “จากความแปลกประหลาดของรูปลักษณ์ภายนอก ผู้เห็นเหตุการณ์ตัดสินว่ามันคือสัตว์ประหลาดทันที แต่อีกฝ่ายเป็นนก เมื่อรายงานเข้ามาในมุสเปลไฮม์ และฮีโร่แห่งไฟกับกองกำลังนักสู้เพลิงกรรมรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ มันก็บินไปที่อื่นนานแล้ว” (มิรัค)


ดังนั้นศาสนจักรแห่งไฟ จึงไม่มีบันทึกการต่อสู้ที่เกี่ยวข้องกับนกไฟนั่นเลย มีเพียงผู้เห็นเหตุการณ์เท่านั้น

ถ้ามีปีกที่บินไปในท้องฟ้าได้อย่างอิสระล่ะก็ ที่อยู่ของมันก็อิสระเช่นกัน

แตกต่างจากแกรนด์มาวูดที่ฝังรากอยู่ที่เดียวและไม่เคลื่อนไหว


            “แต่ว่า ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับนกไฟนั่นยังมีต่ออีกนิดหน่อย แถมมันยังเป็นเรื่องไร้สาระอีก.......” (มิรัค)

            “รีบ ๆ เล่ามาเหอะน่า มารดาสัตว์ประหลาดที่ว่ายังอยู่ในระดับที่ไร้สาระหรือไม่ไร้สาระเลยนี่” (ซิลติส)

            “......เรื่องราวลึกลับที่เกี่ยวข้องกับนกไฟนั่นมันไม่มีหลักฐานแน่ชัด จากเรื่องราวที่ว่า สถานที่ที่นกไฟถูกพบ จะมีภัยพิบัติสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่เกิดขึ้นใกล้ ๆ เสมอ” (มิรัค)


!?


            “ความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องมันไม่สามารถอธิบายได้ เพราะแบบนั้นเจ้านกนั่นเลยถูกเรียกว่า ‘นกที่แจ้งเหตุร้าย’ และ ‘ลางบอกเหตุแห่งภัยพิบัติ’ แต่ถ้าเอาตามที่ไฮเนะพูด ที่ว่านกนั่นคือ ‘สัตว์ประหลาดที่ให้กำเนิดสัตว์ประหลาด’ ล่ะก็......” (มิรัค)

            “มันก็ลงตัวพอดีไม่ใช่เหรอ!?” (ซิลติส)


จริงด้วย

ถ้าภัยพิบัติสัตว์ประหลาดเกิดขึ้นหลังจากที่เจ้าฟีนิกซ์ผ่านมาเสมอล่ะก็ นั่นหมายความว่าเจ้าฟีนิกซ์มันให้กำเนิดสัตว์ประหลาดธาตุไฟ

นกไฟไม่ใช่ ‘ลางบอกเหตุแห่งภัยพิบัติ’ แต่เป็นผู้ ‘นำพาภัยพิบัติ’ มาต่างหาก


            “......หนอยแน่! ไอ้นกไฟนั่น! ถ้าชั้นรู้ว่ามันเป็นอย่างนั้นล่ะก็ ชั้นคงให้ความสำคัญในการกำจัดมันเป็นอันดับแรกแล้ว!” (มิรัค)

            “แต่เพราะว่ามันเป็นนก มันก็เลยไม่ได้หยุดอยู่ที่เดียว ดังนั้นพวกเธอก็เลยไม่ได้ต่อสู้กันสักทีใช่ไหมล่ะ? ถึงตอนนี้จะรู้ว่ามันจำเป็นก็เถอะ......” (ซิลติส)

            “การฆ่ามันคงจะเป็นไปไม่ได้หรอก ต่อให้มีรายงานผู้เห็นเหตุการณ์ และบินไปที่นั่นโดยเครื่องจักรที่บินไปในท้องฟ้าคันจิ๋วด้วยความเร็วสูงสุดทันทีที่ได้รับรายงาน มันก็เป็นที่น่าสงสัยว่า มันจะอยู่ที่นั่นตอนที่พวกเราไปถึงรึเปล่า แถมผู้เห็นเหตุการณ์ก็มีเพียงครั้งเดียวในรอบหลายปี......” (มิรัค)


ยังไงก็ไม่มีทางจับนกอมตะฟีนิกซ์ได้งั้นเหรอ?

แล้วในขณะที่มิรัคกำลังพูดอยู่ ซิลติสที่อยู่ข้าง ๆ ก็ทำสีหน้าซีเรียสขึ้นเรื่อย ๆ ......


            “นี่ ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับมารดาสัตว์ประหลาดแห่งน้ำเลยเหรอ?” (ซิลติส)

            “อะ-อา...... สถานที่ที่มันอยู่หรือ รูปร่างและลักษณะเด่นก็ไม่มีเหมือนกัน......” (ไฮเนะ)


มันยังเป็นปริศนาอยู่


            “ฉันแค่ลองคิดดู...... ฉันคิดว่ามารดาสัตว์ประหลาดแห่งน้ำมันน่าจะอยู่ในทะเลไม่ใช่เหรอ?” (ซิลติส)

            “เอ๋?” (ไฮเนะ)

            “สัตว์ประหลาดธาตุน้ำทั้งหมดมันเลียนแบบสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในท้องทะเล ดังนั้นสถานที่ที่พวกมันปรากฏตัวก็คือริมน้ำหรือไม่ก็ในน้ำ ยิ่งไปกว่านั้นส่วนใหญ่เราก็พบพวกมันในทะเลซึ่งเป็นแอ่งน้ำขังที่ใหญ่ที่สุด สมมติว่ามารดาสัตว์ประหลาดแห่งน้ำอยู่ในทะเล และมันก็แพร่กระจายสัตว์ประหลาดไปในท้องทะเล โดยให้พวกมันกระจัดกระจายไปในโลกตามแม่น้ำล่ะ.......” (ซิลติส)


มันก็เป็นอย่างที่เธอพูดนะ


            “นอกจากนี้ก็มีพยานที่เห็นพวกมันอย่างต้นไม้ยักษ์กับนกไฟอยู่ แต่เท่าที่ฉันพอนึกออก ฉันไม่เคยเห็นสัตว์ประหลาดธาตุน้ำขนาดยักษ์แบบเดียวกันอยู่ในความทรงจำของฉันเลย ถ้าจะมีอยู่อย่างหนึ่งล่ะก็ มันก็คือมังกรทะเลยักษ์ที่ต่อสู้ด้วยเมื่อคราวก่อนเท่านั้น มันไม่ใช่มารดาสัตว์ประหลาดใช่ไหม?” (ซิลติส)

            “อา ไม่ใช่ มีแค่เรื่องนั้นที่ผมพูดได้เต็มปาก” (ไฮเนะ)

            “ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็พูดได้ว่าไม่เคยมีคนเห็นมารดาสัตว์ประหลาดแห่งน้ำ พอลองคิดดูให้ดี ๆ แล้วเหตุผลที่มีดินและไฟแต่ไม่มีน้ำก็เพราะว่า......” (ซิลติส)

            “มันซ่อนตัวอยู่ในทะเล สินะ?” (ไฮเนะ)

            “ใช่ ก็ท้องทะเลมันกว้างขนาดนั้นเลยนี่ ถึงมารดาสัตว์ประหลาดแห่งน้ำจะมีขนาดเท่ากับต้นไม้ยักษ์นั่น ทะเลก็กลืนมันทั้งหมดได้สบาย ๆ และมันก็สามารถหลบซ่อนจากสายตาของมนุษย์ได้มากกว่าหลายร้อยปี” (ซิลติส)


ผมซูฮกเลย การคาดเดาของซิลติสมันมีความสามารถในการโน้มน้าวสุด ๆ

เทพวารีคอร์เซอเวทพูดไว้ว่า ‘ท้องทะเลมันกว้างใหญ่ มันสามารถเก็บทุกสิ่งทุกอย่างไว้ในนั้นได้’ ถ้าเป็นเทพผู้ชั่วช้า และเป็นตัวตั้งตัวตีที่ให้กำเนิดมารดาสัตว์ประหลาดแห่งน้ำนั่น มันก็เป็นไปได้ที่เขาจะใช้ความกว้างใหญ่ของท้องทะเลให้ถึงที่สุด


แต่ข้อสรุปที่ได้จากการคาดเดานั่นก็คือ......


            “การค้นหามารดาสัตว์ประหลาดแห่งน้ำ มันยากยิ่งกว่าการค้นหานกไฟ.......” (ไฮเนะ)


พวกเราต้องดำลงไปในท้องทะเลที่กว้างใหญ่ยิ่งกว่าผืนดินมากนัก ดังนั้นแค่คิดอย่างเดียวผมก็ท้อแล้ว

ถึงจะทุ่มชีวิตในฐานะคุโรมิยะ ไฮเนะไปหลายสิบรอบ ผมก็ไม่มีความมั่นใจว่าจะเจอมัน


การค้นหามารดาสัตว์ประหลาดแห่งไฟ นกอมตะฟีนิกซ์มันยากลำบาก

การค้นหามารดาสัตว์ประหลาดแห่งน้ำที่ไม่รู้แม้แต่ชื่อก็เป็นไปไม่ได้


ถึงจะมีลางสังหรณ์อยู่เล็กน้อย แต่พวกผมก็มืดแปดด้าน

พวกผมแค่จัดการแกรนด์มาวูดที่ไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับมนุษย์เท่านั้น แผนการของพวกผมมาถึงทางตันแล้วเหรอ?


            “ถ้างั้นพวกเราก็ต้องเดิมพันกับเจ้าตัวสุดท้ายที่เหลืออยู่ค่ะ” (คาเรน)


จู่ ๆ คุณคาเรนก็พูดขึ้นมา


            “มารดาสัตว์ประหลาดแห่งลมค่ะ” (คาเรน)

◆◆◆◆◆

ตอนที่ 135 สู่ทางที่สายลมพัดพา

 

            “แห่งลม......” (มิรัค)

            “......มารดาสัตว์ประหลาด?” (ซิลติส)

            “น่ะเหรอ?” (ซาซาเอะ)


มิรัค, ซิลติส และซาซาเอะจังทำตาโตใส่คุณคาเรนที่เริ่มพูด แน่นอนว่าผมก็เหมือนกัน


            “......มันก็จริงอยู่ที่การค้นหาทั้งไฟและน้ำได้ข้อสรุปว่าเป็นไปได้ยากอย่างเห็นได้ชัด จะพูดว่าการโฟกัสกับอีกตัวหนึ่งที่เหลืออยู่เหมาะสมก็ได้ แต่......” (มิรัค)

            “เพราะการค้นหามารดาสัตว์ประหลาดแห่งลมที่เป็นตัวเลือกสุดท้าย มันไม่มีข้อมูลเหมือนกับตัวอื่นเลยนี่? หรือมันอาจจะมีข้อมูลอยู่นิดหน่อย? เพราะแบบนั้นพวกเราก็เลยไม่ได้ยกมันขึ้นมาเป็นหัวข้อ ถึงจะบอกให้ค้นหามันแบบมักง่ายก็เถอะ......” (ซิลติส)


ในขณะที่ซิลติสแสดงความคิดเห็นโต้แย้ง คุณคาเรนก็พูดแทรกขึ้นมา


            “ไม่ค่ะ มันมีวิธีที่จะได้ข้อมูลของมารดาสัตว์ประหลาดแห่งลมอยู่ค่ะ ซิลติสจัง พูดให้ถูกต้องก็คือ มันอยู่ในระดับที่พวกเราพอมีความหวังค่ะ......” (คาเรน)

            “ความหวัง?” (ซิลติส)

            “พวกเราจะไปพบฮีโร่แห่งลม จากนั้นก็จะให้ฮีโร่แห่งลมมาเป็นเพื่อนของพวกเราค่ะ!” (คาเรน)


กะ-กำลังพูดเรื่องอะไรอยู่ครับคุณคาเรน!?

ทั้ง ๆ ที่พวกเรากำลังพูดเรื่องของมารดาสัตว์ประหลาดมาจนถึงตอนนี้แท้ ๆ ทำไมจู่ ๆ คุณถึงได้เปลี่ยนมาเป็นเรื่องของฮีโร่ล่ะครับ?


            “......เอ๋? หรือว่า” (ซิลติส)

            “......เรื่องสมาพันธ์ฮีโร่งั้นเหรอ!?” (มิรัค)

            “เอ๋? อะไรอะ? มันคืออะไรอะ?” (ซาซาเอะ)


ทำไมมิรัคกับซิลติสถึงทำหน้าเหมือนรู้เรื่องล่ะ?

ผมไม่เห็นเข้าใจเลย ถ้าเป็นซาซาเอะจังที่มาใหม่ก็ว่าไปอย่าง แต่ผมที่ควรจะเป็นคนที่คบหากับคุณคาเรนมานาน จนถึงขั้นเป็นคู่แข่งอันดับหนึ่งหรืออันดับสองในนี้ได้แท้ ๆ รู้สึกเหินห่างชะมัด!


            “ทุกคนหารือกันตอนที่คุณไฮเนะไปที่อิชตาร์เบลซน่ะค่ะ ตอนที่คุณไฮเนะไปที่อิชตาร์เบลซ คนเดียวน่ะค่ะ” (คาเรน)


อา คุณคาเรนยังแค้นอยู่


            “เนื่องจากฮีโร่แห่งแสง, ไฟ และน้ำทั้งสามกลายเป็นเพื่อนกันแล้ว ดังนั้นพวกเราจะจับมือกับฮีโร่อีกสองคนที่เหลืออยู่ เพื่อทำให้โครงสร้างความร่วมมือของฮีโร่ทั้งห้ากลายเป็นจริงค่ะ!” (คาเรน)

            “ผะ-แผนการนั่น......!?” (ไฮเนะ)

            “และเมื่อคราวก่อนพวกเราก็ได้เป็นเพื่อนกับฮีโร่แห่งดิน ซาซาเอะจังอย่างไม่คาดฝัน ที่เหลือก็คือศาสนจักรแห่งลม ฮีโร่แห่งลมคนเดียวเท่านั้น ถ้ารับเธอมาได้ล่ะก็ สมาพันธ์ฮีโร่ก็จะสมบูรณ์ค่ะ!” (คาเรน)

            “ว้าย ฉันเองก็ชอบพี่คาเรนมาก ๆ เหมือนกันนะ” (ซาซาเอะ)

            “......ยัยนี่ ชั้นจะทำให้มันกรอบนอกนุ่มในด้วยการย่างทั้งสองด้านได้รึเปล่านะ?” (มิรัค)

            “อย่างี่เง่าน่าฮีโร่ไฟ” (ซิลติส)


ผมรู้สึกว่าสี่คนนี้มีรูปแบบการแสดงที่ดูมั่นคง


            “......อา ฉันว่าที่คาเรนพูดมันดูเพ้อฝันไปหน่อยนะ” (ซิลติส)


ซิลติสพูดเพื่อปกป้องคุณคาเรน


            “มันก็จริงนะ ฉันคิดว่าการขุดคุ้ยสิ่งที่น่าจะเป็นข้อมูลใหม่ ในสถานการณ์ปัจจุบันที่พวกเราไม่มีข้อมูลอยู่เลย มันก็ไม่เลวเหมือนกัน ฉันและมิรัคจิ สามารถคาดเดาและสนับสนุนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับมารดาสัตว์ประหลาดธาตุแบบเดียวกับตัวเองได้” (ซิลติส)

            “ถ้าไปเยือนศาสนจักรแห่งลมหรือว่าฮีโร่แห่งลมล่ะก็ โอกาสที่พวกเราจะได้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับมารดาสัตว์ประหลาดแห่งลมก็จะสูงสินะ?” (มิรัค)

            “บางที พวกนั้นอาจจะมีข้อมูลที่สำคัญมากกว่าพวกฉันก็ได้ ถ้าพวกเราไม่มีอย่างอื่นให้ทำล่ะก็ มันอาจจะคุ้มค่าที่พวกเราจะลองดู” (ซิลติส)

            “......เอ่อ คือว่า!” (ซาซาเอะ)


ซาซาเอะจังยกมือขึ้น 「TL: シュビパッ!」


            “ฉันขอพูดบ้างได้ไหม!?” (ซาซาเอะ)


ผมคิดใคร่ครวญ

จากนั้นก็ดูตาของซิลติส และดูตาของมิรัค......


            “““........................เอาเลย”””

            “เย่!? จากน้ำเสียงของพวกเธอมันไม่ได้บอกว่ามีความเชื่อมั่นอยู่เลยสักนิด! แต่ไม่เป็นไรหรอก! ฉันจะกอบกู้ชื่อเสียงกลับคืนมาด้วยความคิดเห็นที่จะแสดงนับจากนี้เอง!” (ซาซาเอะ)


ไม่มีการตบมุขแล้ว


            “เป้าหมายของพวกเรา ไม่ใช่การค้นหามารดาสัตว์ประหลาด แต่เป็นการกำจัดมารดาสัตว์ประหลาดต่างหากล่ะ! เพราะงั้นถึงพวกเราจะเพียรพยายามจนพบพวกมัน สิ่งที่รอต้อนรับพวกเราอยู่ก็คือการต่อสู้ที่ดุเดือดหลังจากนั้นอย่างแน่นอน!” (ซาซาเอะ)

            “นั่นมันก็ นะ......” (ซิลติส)

            “จนถึงตอนนี้ เธอไม่ได้พูดอะไรผิดเลยสักนิด.......” (มิรัค)


ซิลติสกับมิรัคตั้งใจฟังเต็มที่


            “ภายใต้สถานการณ์นั้น การเพิ่มพลังต่อสู้คือผลกำไรไม่ใช่การขาดทุนอย่างแน่นอน! เมื่อรับฮีโร่แห่งลมมาเป็นพรรคพวกของเราแล้ว การต่อสู้ของพวกเราก็จะได้เปรียบ! ของที่ใหญ่ย่อมมีประโยชน์ทั้งสองด้านอยู่แล้ว!” (ซาซาเอะ) 「TL: เป็นการเปรียบเปรยครับ 大は小を兼ねるだす!」


อุหวา น่ารำคาญชะมัด

ผมไม่สามารถโต้แย้งสิ่งที่ซาซาเอะจังพูดได้

มันก็จริงนะ ถ้าพวกเรามีพรรคพวกต่อสู้กับมารดาสัตว์ประหลาดหลังจากนี้มากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งช่วยเหลือพวกเราได้มากเท่านั้น

แน่นอนว่า ถ้าแค่จัดการพวกมัน ผมที่เป็นเทพแห่งความมืดมาจุติย่อมจัดการได้อยู่แล้ว แต่ถ้าไม่มีความช่วยเหลือของพวกคุณคาเรนในการต่อสู้กับแกรนด์มาวูดล่ะก็ ความเสียหายที่จะเกิดกับประชาชนคนทั่วไปจะมากแค่ไหนกันนะ

และยิ่งไปกว่านั้น การที่ซาซาเอะจังพูดทฤษฎีที่ถูกต้อง มันก็ยิ่งน่าตกใจเข้าไปใหญ่......


            “พี่คาเรน ตอนนี้โอเคไหม?” (ซาซาเอะ)

            “อื้อ จดจำคำพูดยาว ๆ ได้เยี่ยมเลยล่ะ ซาซาเอะจัง” (คาเรน)


อ๊ะ คุณคาเรนเป็นคนแนะนำหรอกเหรอ?

ค่อยวางใจได้หน่อย


            “แต่......มันก็จริงอย่างที่คุณคาเรนกับซาซาเอะจังพูดนะ พวกเราไม่มีวิธีอื่น และความหวังที่จะได้ข้อมูลของมารดาสัตว์ประหลาดแห่งลมก็มีอยู่เล็กน้อย การตั้งเป้าหมายไปที่ความสำเร็จของสมาพันธ์ฮีโร่ มันอาจจะดีก็ได้นะ” (ไฮเนะ)

            “สมกับเป็นคุณไฮเนะ! ยังไง ๆ ฉันก็ชอบคุณไฮเนะมาก ๆ ค่ะ!!” (คาเรน)


คุณคาเรนที่พูดแบบนั้นดูดีใจมาก

.......แต่การพูดตรง ๆ ต่อหน้าผู้คนมันทำให้ผมรู้สึกเขิน

โดยเฉพาะในที่ ๆ ฮีโร่แห่งไฟฟังอยู่ มีหวังเธอได้หึงทันทีแหง ๆ


            “ไฮเนะ ชั้นจะย่างแก” (มิรัค)

            “ทำไมคุณไม่พูดอ้อม ๆ แบบตอนที่บอกซาซาเอะจังล่ะครับ!?” (ไฮเนะ)


มิรัคน่ากลัว

ยังไงก็ตาม แผนการได้ตัดสินแล้ว นับจากนี้พวกเราจะไปที่กองบัญชาการของศาสนจักรแห่งลม เพื่อติดต่อกับฮีโร่และศาสนจักร

เมืองที่อยู่ในกองบัญชาการของศาสนจักรแห่งลมก็คือ...... เดี๋ยวนะ มีความทรงจำที่เหมือนกับผมจะได้ยินจากที่ไหนสักแห่งในอดีต เมืองหลวงแห่งลมรูดร้าสเตท รึเปล่านะ?


            “แล้ว เมืองหลวงแห่งลมรูดร้าสเตทมันอยู่ที่ไหนเหรอครับ?” (ไฮเนะ)

            “……” “……” “……” “……”


อื๋อ?


            ““““ไม่รู้””””

เรื่องราวกลับสู่จุดเริ่มต้น

◆◆◆◆◆




NEKOPOST.NET