[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด ตอนที่ 129 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด

Ch.129 - ตอนที่ 129 การเกิดใหม่ของเมืองหลวงแห่งดิน


            “ทำได้ดีมากที่ช่วยเหลือวิกฤติการณ์ของเมืองหลวงแห่งดินเอาไว้”


ผู้ก่อตั้งแห่งดินกล่าวคำชมเชยแก่เหล่าฮีโร่ที่นั่งอยู่

กองบัญชาของศาสนจักรชั่วคราวถูกสร้างขึ้นมาอย่างกะทันหันแทนพระบรมมหาราชวังสีชาดแห่งดินที่พังทลายไป และสิ่งที่ทำเป็นอย่างแรกก็คือ พิธีสรรเสริญเหล่าฮีโร่ที่ทำการต่อสู้


            “ถือเป็นโชคดีสำหรับพวกเราศาสนจักรแห่งดิน ที่พวกเธออยู่ในสถานการณ์วิกฤตินี้ด้วย ศาสนจักรแห่งแสงสว่าง, ศาสนจักรแห่งไฟ, ศาสนจักรแห่งน้ำ ศาสนจักรของพวกเธอไม่ลงรอยกับพวกเรามาเป็นเวลานาน แต่พวกเธอก็ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือพวกเราโดยไม่ลังเล ความหวังดีของพวกเธอนั้น ในฐานะผู้ก่อตั้งที่ปกครองศาสนจักรแห่งดิน ฉันรู้สึกซาบซึ้ง.......”

            “…………”

            “.......ว่าแล้วเชียวพอเถอะ”

            “ยาย!?” (ซาซาเอะ)


ผู้ก่อตั้งของศาสนจักรแห่งดิน—— คุณยายของซาซาเอะจังที่เข้ารับตำแหน่งผู้ก่อตั้งคนใหม่ ไม่อาจทนท่าทีในการพูดอย่างเป็นทางการในฐานะผู้ก่อตั้งได้เลยแม้แต่น้อย

ผู้ก่อตั้งแห่งดินคนเก่า คน ๆ นั้นที่ถูกแกรนด์มาวูดจับตัวไปก่อนเพื่อนถูกช่วยออกมาโดยปลอดภัย แต่เขาก็ตกอยู่ในสภาพเหม่อลอยเพราะจิตใจกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง เขาจึงถูกตัดสินว่าเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะทำหน้าที่ผู้ก่อตั้งได้อีก

ก็นะ ถ้าจะให้ผมที่อยู่ในเหตุการณ์พูดล่ะก็ เขาได้พบกับพระแม่ธรณีที่ตนเองศรัทธามาทั้งชีวิตตรง ๆ และเกือบจะถูกฆ่า เพราะแบบนั้นผมถึงคาดเดาได้ว่าการกระทบกระเทือนที่เขาได้รับเป็นสิ่งที่เกินกว่าจินตนาการ

ดังนั้น ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกในฐานะผู้ก่อตั้งคนใหม่ซึ่งแทนที่เขาก็คือ คนที่ทำหน้าที่ฮีโร่มายาวนาน ตำนานที่แข็งแกร่งที่สุดผู้มีสมญาณามที่ว่าจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เคยพ่ายแพ้เลย ‘ผู้ถอนรากถอนโคนชาคารุมะ’ นั่นก็คือคุณยายของซาซาเอะจัง


            “ไม่ไหว ยังไง ๆ ฉันก็ไม่ชินกับการทำเรื่องแบบนี้ด้วยอายุปูนนี้ ไหล่ที่กำลังตึงอยู่มันตึงยิ่งกว่าเดิมอีกนะเนี่ย”

            “แต่ยาย! ความน่าเกรงขามในฐานะผู้ก่อตั้งมันจำเป็นนะ! โดยเฉพาะการพบปะผู้คนของศาสนจักรแห่งดินอย่างเป็นทางการในวันนี้! ถ้าไม่ทำตัวให้ดี ๆ จะขายหน้าเอาได้นะ!!” (ซาซาเอะ)

            “เจ้าพูดแบบนั้นหลังจากที่ตัวเองไปทำเรื่องขายหน้าอยู่ข้างนอกน่ะนะ”

            “อึก!?” (ซาซาเอะ)


ผู้ที่แต่งตัวในฐานะฮีโร่วันนี้ ซาซาเอะจัง ทำผิดพลาด


            “เอาเถอะ การบอกความรู้สึกด้วยคำพูดสวยหรูมันยาก ขอพูดตรง ๆ แล้วกัน ......คราวนี้ ขอบใจมากนะ”


เห็นได้ชัดว่าคำพูดนั้นมันซึมซับเข้าไปในหัวใจได้ลึกยิ่งกว่าคำพูดสวยหรูใด ๆ

คุณคาเรน, มิรัค และซิลติสที่เข้าร่วมพิธีก็ดูเขินอายเหมือนกัน


            “ถึงแม้ว่าอิชตาร์เบลซจะอยู่ในสภาพยับเยิน ก็นะ ถึงอย่างนั้นฉันก็คิดว่ามันคือการจ่ายค่าตอบแทนที่พวกเราไปพึ่งพาสิ่งที่ไม่รู้ความเป็นมา แล้วเริ่มต้นใหม่ตั้งแต่หนึ่ง โชคยังดี ฟาร์มที่อยู่รอบ ๆ เมืองไม่เสียหาย ฉันพูดได้เลยว่ามันคือส่วนสำคัญของเมือง ไม่ว่ายังไงมันก็เป็นแบบนั้น ที่สำคัญที่สุดก็คือ ไม่มีคนตายปรากฏเลย”

            “แล้ว โกเลมล่ะครับ......?” (ไฮเนะ)


ผมที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถามแทรก

คุณคาเรนแนะนำว่าผมควรเป็นตัวเอกของงานพิธีอย่างเต็มที่ แต่ผมก็ปฏิเสธเต็มที่เพราะว่าตัวเองไม่ได้เป็นฮีโร่


.......โกเลมเป็นศัตรูที่น่าสะพรึงกลัวในคราวนี้

และแกรนด์มาวูดที่เป็นเจ้าของพวกมัน—— ต้นไม้ใหญ่นั่นที่ได้รับการสรรเสริญจากพวกมนุษย์ว่า ‘ท่านเสาหลัก’ ก็เป็นศัตรูที่น่าสะพรึงกลัวเช่นกัน

โกเลมที่ช่วยเหลือการดำรงชีวิตของผู้คนมาจนถึงตอนนี้ ทั้งพรวนดิน, ขนสินค้า และช่วยเหลือผู้คนถึงขนาดที่เอาตัวเองกลายเป็นบ้านได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างกะทันหัน พวกมันจับตัวผู้คน แล้วส่งพวกเขาไปเป็นอาหารของต้นไม้ใหญ่

สำหรับผู้คนของอิชตาร์เบลซแล้ว ‘ท่านเสาหลัก’ ได้รับการเชิดชูในฐานะพรของพระแม่ธรณี จนถึงขั้นเป็นผู้พิทักษ์ การทรยศของเหล่าโกเลมตัวน้อยพวกนั้น เป็นการกระทบกระเทือนถึงขนาดที่เรื่องจริงเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องโกหกได้เลย

การโต้เถียงกันอย่างรุนแรงในศาสนจักรแห่งดินที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นั้นได้เกิดขึ้นจนบานปลายไปถึงขั้นที่ว่า ‘‘พระแม่ธรณี’ ส่ง ‘ท่านเสาหลัก’ มาเพื่อทำลายมนุษย์’

นั่นเป็นการโต้เถียงที่รุนแรงที่สุด ที่นำพาศาสนจักรแห่งดินไปสู่การล่มสลายได้ แต่ด้วยคำพูดของเหล่าฮีโร่แห่งศาสนจักรอื่นที่มาจากภายนอกได้ชี้ให้เห็นว่า สัตว์ประหลาดเป็นศัตรูของมนุษย์มาตั้งแต่แรกแล้ว การโต้เถียงจึงยุติลง


ท้ายที่สุด ข้อสรุปที่ออกมาก็คือ ‘พระแม่ธรณีกับ ‘ท่านเสาหลัก’ ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน’ และ ‘ท่านเสาหลัก’ ใช้แผนชั่วร้ายวางกับดักมนุษย์ในฐานะสัตว์ประหลาด แล้วเข้าใกล้มนุษย์เพื่อการนั้น’


แน่นอนว่าในความเป็นจริงมันแตกต่างกัน สาเหตุที่แท้จริงของความโกลาหลนี้ก็คือ ความปรารถนาดีของพระแม่ธรณีที่มีต่อมนุษย์ และค่านิยมที่ผิดเพี้ยนจนถึงขั้นที่ไม่รู้ว่าจะเอายังไงกับเธอดี

แต่มันก็ดีกว่าผมไปเปิดโปงเรื่องนั้น เพื่อให้พวกมนุษย์ยืนหยัดได้อีกครั้งในเร็ววัน มันจึงเป็นกุศโลบายที่จำเป็น

เพื่อทำให้พวกมนุษย์เข้าใจ, เหนี่ยวรั้งความศรัทธา และเป็นที่พึ่งพาของพวกเขาแล้ว ผมคิดว่ามันเป็นกุศโลบายที่สะดวกสุด ๆ


แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น มันก็ยังมีปัญหาที่ผมไม่อาจปล่อยไว้อย่างนั้นได้

นั่นก็คือโกเลม

ถึงแม้ว่าแกรนด์มาวูดจะถูกทำลายไปแล้ว แต่โกเลมที่เป็นเด็กของมันยังเหลืออยู่พอสมควร

ในฉากสุดท้ายของการต่อสู้ พวกซาซาเอะจังได้ช่วงชิงการควบคุมกลับคืนมา และพวกมันก็กลายเป็นพวกพ้องของมนุษย์อีกครั้ง แต่ว่า......


            “เกี่ยวกับเรื่องนั้น ......ซาซาเอะ”

            “คะ?” (ซาซาเอะ)

            “เจ้าเป็นคนพูดเถอะ”


ซาซาเอะจังที่ถูกคุณยายรบเร้าพูด


            “......พวกเราได้ตรวจสอบแล้วว่า อิชตาร์เบลซในตอนนี้ มีไลฟ์บล็อกเหลืออยู่ประมาณ 4,300 ก้อน เนื่องจาก ‘ท่านเสาหลัก’ หายไปแล้ว พวกมันจะไม่เพิ่มขึ้นมากกว่านี้อีก แต่เพราะเหตุการณ์ในครั้งนี้ การไม่เชื่อถือโกเลมจึงเพิ่มมากขึ้น และมีความเห็นให้เอาพวกมันทั้งหมดไปทำลายทิ้ง” (ซาซาเอะ)


นั่นคงจะเป็นสภาพจิตใจตามปกติของมนุษย์....... สภาพจิตใจตามปกติของสิ่งมีชีวิตที่มาถึงทางตันมากกว่า

หากถูกหลอกให้เข้าสู่วิกฤติการณ์ของชีวิตสักครั้ง ความรู้สึกที่จะปล่อยให้สิ่งที่เป็นสาเหตุนั่นเข้ามาใกล้อีกเป็นครั้งที่สองย่อมไม่เกิดขึ้นเป็นธรรมดา


            “ผู้ที่หยุดยั้งมันด้วยตัวคนเดียวก็คือเจ้านี่”


คุณยายพูดแทรกในขณะที่ซาซาเอะจังอธิบาย


            “มันก็จริงที่ว่าพวกฉันอาจจะถูกทรยศ แต่ที่พวกฉันพัฒนามาจนถึงตอนนี้ได้เป็นเพราะโกเลมอย่างแน่นอน การลืมเรื่องนั้นเพราะ ‘พวกมันเชื่อถือไม่ได้แล้ว ทิ้งพวกมันไปเหอะ’ ถือเป็นการอกตัญญูยิ่งนัก”

            “ฉันเข้าใจค่ะ ซาซาเอะจังชอบโกเลมมากจริง ๆ” (คาเรน)


คุณคาเรนพูด


            “ตอนที่รวมพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งดินและแสงกัน ฉันได้ยินเสียงของซาซาเอะจังอ้อนว้อนโกเลมทั้งหมดค่ะ ถึงจะไม่มีวิญญาณ, ไม่มีความรู้สึก ขอเพียงมนุษย์ให้ความรักพวกเขา โกเลมก็จะไม่ทรยศพวกคุณอีกเป็นครั้งที่สองแน่นอน” (คาเรน)

            “พี่คาเรน......! ฉันเอง ก็ชอบพี่คาเรนมาก ๆ เหมือนกันนะ!!” (ซาซาเอะ)


ซาซาเอะจังกอดคุณคาเรน

เด็กผู้หญิงสองคนกอดกันอย่างแนบแน่น


            “......ยัยนี่ ชั้นเผาเธอด้วยไฟอ่อน ๆ ที่ดังเปรี๊ยะ ๆ ได้ไหมนะ” (มิรัค)

            “ก็บอกว่าอย่าหึงไงล่ะฮีโร่ไฟ” (ซิลติส)


คุณยายถอนหายใจออกมาอย่างรุนแรงราวกับจะบอกว่า ช่างเป็นเด็กที่ไร้เหตุผลจังนะ


            “ไม่ว่าจะพูดยังไงพวกเราก็พึ่งพาโกเลมมาหลายสิบปีแล้ว มันเป็นไปไม่ได้หรอกที่พวกเราจะยืนหยัดขึ้นมาอีกครั้งโดยไม่มีโกเลม ตอนนั้น ผู้ที่มอบคำสั่งชั่วช้าให้กับโกเลมก็คือ ‘ท่านเสาหลัก’ ตอนนี้ ‘ท่านเสาหลัก’ นั่นไม่อยู่อีกแล้ว โกเลมคงจะไม่ทำเรื่องชั่วช้าอีกแล้วล่ะนะ”


ดูเหมือนมันจะเป็นข้อสรุป


            “จะเรียกว่าโชคดีได้รึเปล่านะ ตอนนี้ ‘ท่านเสาหลัก’ ไม่อยู่แล้ว โกเลมตัวใหม่จะไม่เกิดขึ้นอีกต่อไป คงจะใช้เวลายี่สิบปีโกเลมที่มีอยู่ในตอนนี้ถึงจะแก่และแตกสลาย จนพวกมันหายไปทั้งหมด”

            “ในคืนวันที่ยาวนานนั่น คุณวางแผนที่จะเอาเครื่องจักรอีเธอเรียลมาแทนที่พวกมันอย่างช้า ๆ เหรอครับ?” (ไฮเนะ)


ก็เข้าท่าดีนะ

พูดตามตรงนะ ถึงแม้ว่าตอนนี้ผมจะลบพระแม่ธรณีแมนเทิลให้หายไปในความมืด ผมก็ไม่อาจโยนความรู้สึกที่เชื่อว่า เมืองที่เธอสร้างขึ้นมานี้คือโลกในอุดมคติทิ้งไปได้

สัตว์ประหลาดและมนุษย์ที่เดิมทีควรจะเป็นศัตรูได้ร่วมมือกันมาจนถึงตอนนี้

นั่นเป็นเรื่องที่วิเศษมาก ผมไม่อยากคิดว่ามันเป็นเรื่องผิดพลาด

วันเวลาที่เทพดำรงอยู่มันยาวนาน

หลังจากนั้นอีกหลายพันปี ผมจะได้พบกับแมนเทิลที่ไปยังฝั่งตรงข้ามของกาลเวลาอีกครั้งใช่ไหม?


            “ใช่แล้ว! เพราะงั้นโกเลมจะเป็นเพื่อนของมนุษย์ไปอีกสักพักไงล่ะ!!” (ซาซาเอะ)


ซาซาเอะจังพูดด้วยพละกำลังเต็มเปี่ยม

อิชตาร์เบลซที่พังพินาศนี้ คงจะเอาความรุ่งเรืองแบบเดิมกลับคืนมาได้ในไม่ช้า ถ้าขอยืมความช่วยเหลือของโกเลม

วันนี้โลกของมนุษย์, โลกของธรรมชาติ ได้จารึกช่วงเวลานี้เอาไว้ด้วยความไม่ประมาท

◆◆◆◆◆




NEKOPOST.NET