[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด ตอนที่ 127 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด

Ch.127 - ตอนที่ 127 ความเป็นจริงที่ต้องการพึ่งพาผู้อื่น


คุณคาเรนมายังที่ ๆ ทีมอยู่


            『ช้าจังนะคาเรน! ชั้นรอจนเมื่อยแล้วเนี่ย!!』 (มิรัค)

            『พวกเรามองเห็นหนทางแต่ก็เจอปัญหากองเท่าภูเขาเหมือนกัน!! เพื่อมัดรากด้วยการรวมธาตุของฉันกับซาซาเอะ พวกเราต้องเข้าไปใกล้ ๆ มันในระดับหนึ่ง! แต่เพื่อการนั้นโกเลมเลยเป็นอุปสรรคที่พวกเราคิดว่าจะทำยังไงกับมันดี!!』 (ซิลติส)

            『จะเอายังไงล่ะ!? ให้ชั้นกับคาเรนที่ว่างอยู่ล่วงหน้าไปก่อน พร้อมกับเตะพวกมันให้กระเจิงไหม!?』(มิรัค)


เมื่อทั้งสี่คนมารวมตัวกัน ความฮึกเหิมของเหล่าฮีโร่ก็เพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ

พอทุกคนรวมพลังกัน ความมุ่งมั่นที่จะก้าวข้ามวิกฤติก็เอ่อล้นออกมา


            『......อืม นั่นน่าจะไม่ทันนะ อีกไม่นานคุณไฮเนะก็จะเตรียมการเสร็จแล้ว』 (คาเรน)


ผมรู้สึกถึงสายตาของคุณคาเรนจากพื้นดิน


            『คุณไฮเนะ กำลังบีบอัดสสารมืดด้วยพลังที่น่ากลัว และเขาคงจะปลดปล่อยมันออกมาทีเดียว บางทีการบีบอัดคงใกล้จะเสร็จแล้ว การที่พวกเราจะหันไปมัดทีละรากคงจะไม่ทันการแน่ ดังนั้น...... มาเดิมพันกับความเป็นไปได้สุดท้ายกันเถอะ』 (คาเรน)

            『ความเป็นไปได้สุดท้าย?』 (มิรัค)

            『ใช่ ยังเหลือการรวมธาตุที่พวกเรายังไม่ได้ลองอยู่อีกอย่างหนึ่ง ใช่ไหม?』 (คาเรน)


ผมได้ยินเสียงที่เต็มไปด้วยพละกำลังมากมายในคำพูดนั้นจากเครื่องสื่อสารไร้สาย


            『เข้าใจล่ะ! ถ้างั้นชั้นกับซิลติสจะหยุดโกเลมเอง!』 (มิรัค)

            『ซาซาเอะจิ! พยายามให้เต็มที่ล่ะ! ที่นี่คือเมืองหลวงแห่งดินอิชตาร์เบลซ! มันเป็นเวทีหลักของเธอที่เป็นฮีโร่แห่งดิน!』 (ซิลติส)


ผมได้ยินเสียงการต่อสู้อันดุเดือดจากเครื่องสื่อสารไร้สาย

แต่ผมก็รู้ ว่าเขตหนึ่งในนั้น ยังคงเงียบสนิทอยู่


            『ไปกันเถอะซาซาเอะจัง การรวมธาตุของดินและแสง พวกเราจะค้นพบทางออกด้วยสิ่งนั้น』 (คาเรน)

            『เข้าใจล่ะ ฉันเข้าใจประเด็นที่มาเบียดเสียดกันตั้งแต่เมื่อกี้นี้พอสมควรแล้วล่ะ......!』 (ซาซาเอะ)


แล้วพลังศักดิ์สิทธิ์ที่ต่างชนิดทั้งสองก็มารวมกัน พลังศักดิ์สิทธิ์ที่ผสมกันนั้น ได้เปลี่ยนแปลงเป็นพลังศักดิ์สิทธิ์แบบใหม่อีกชนิดหนึ่ง


            『......!? อะไรน่ะ!?』 (มิรัค)

            『โกเลมมัน......!?』 (ซิลติส)


คนที่สังเกตุเห็นปรากฏการณ์ประหลาดก่อนใครเพื่อนก็คือ มิรัคกับซิลติสที่ต่อสู้อยู่ในแนวหน้า


            『การเคลื่อนไหวของโกเลมหยุดแล้ว! เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย!?』 (มิรัค)

            『อย่าประมาทนะมิรัคจิ! มันอาจจะเป็นลางบอกเหตุว่าไอ้เจ้าต้นไม้นั่นมันกำลังเตรียมการที่รุนแรงแบบใหม่อยู่ก็ได้!』 (ซิลติส)


แต่มันไม่ได้เป็นอย่างนั้น

ตอนที่โกเลมซึ่งหยุดเคลื่อนไหวไปชั่วครู่กลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง เป้าหมายของพวกมันก็ไม่ใช่พวกฮีโร่อีกแล้ว

แต่เป็นรากของแกรนด์มาวูด

เหล่าโกเลมกระโดดด้วยร่างยักษ์ แล้วใช้พวกมันเองเป็นบันไดเพื่อไปเกาะรากยักษ์ จากนั้นพวกโกเลมก็พยายามลากมันลงมาที่พื้นดิน

เพราะในระหว่างที่พวกมันกำลังล้อมพวกฮีโร่อยู่ โกเลมส่วนใหญ่ได้กระจายไปรอบ ๆ ต้นไม้ใหญ่ การโจมตีสวนกลับจึงเกิดขึ้นที่รากหลักทั้งหมดในคราวเดียว

เพื่อไม่ให้คนที่ถูกจับอยู่ตรงผิวของมันบาดเจ็บ พวกมันจึงกดผิวของรากเอาไว้เบาๆ แต่ก็เหนียวแน่น

พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ พวกโกเลมทำตามความรู้สึกของพวกผมโดยสมบูรณ์แบบไม่ใช่เหรอ?

ทำไมคราวนี้โกเลมถึงได้กลับมาเป็นเพื่อนของมนุษย์อีกครั้งล่ะ?

 
            『หรือว่า...... เป็นฝีมือของคาเรนกับซาซาเอะ?』 (มิรัค)


มิรัคได้ข้อสรุปนั้นเป็นคนแรก


            『แสงสว่าง ไม่ได้มอบแค่พลังงานความร้อนเพียงอย่างเดียว แต่มันยังใช้เป็นตัวส่งผ่านข้อมูลได้เหมือนกัน สิ่งที่พวกเราเห็น เป็นการรับแสงสะท้อนจากดวงตา ดังนั้นแสงจึงส่งผ่านข้อมูลทุกอย่าง』 (มิรัค)

            『ถ้าจำไม่ผิดตอนที่ซาซาเอะจิสั่งโกเลมน่ะ เธอบรรจุพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งดินใช่ไหม? ตอนที่พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งดินและแสงรวมกัน พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งดินเดินทางไปกับแสงที่อยู่ในอากาศ นั่นหมายความว่ามันไปถึงโกเลมจำนวนมากที่อยู่ระยะไกลภายในเวลาเดียวกันงั้นเหรอ? นั่นคือการรวมธาตุของดินและแสง?』 (ซิลติส)


ซิลติสก็มาร่วมสันนิษฐานเช่นกัน

ถึงแม้ว่าการสันนิษฐานนั่นจะถูกต้อง เหล่าโกเลมในตอนนี้ก็ถูกควบคุมโดยผู้ที่ครอบครองอำนาจหน้าที่สูงสุด พวกมันควรจะเคลื่อนไหวด้วยคำสั่งโดยตรงของพระแม่ธรณีแมนเทิล

หมายความว่าพวกเธอปฏิเสธอำนาจในการควบคุมนั่น? โดยมนุษย์?


            『ฉัน...... ไม่อยากเชื่อเลย』 (ซาซาเอะ)


ผมได้ยินเสียงเล็ก ๆ จากเครื่องสื่อสารไร้สาย

เสียงของซาซาเอะจัง


            『โกเลมน่ะ อยู่กับฉันมาตั้งแต่ตอนที่ฉันเกิด พวกเราอยู่ด้วยกันมาตลอด พวกมันช่วยเหลือ และปกป้องฉัน มันเป็นเพื่อนของมนุษย์ทุกคนในอิชตาร์เบลซ เพราะแบบนั้นฉันถึงไม่มีทางเชื่อได้เลยว่าพวกมันจะกลายเป็นศัตรู!!』 (ซาซาเอะ)


ฮีโร่ผู้อยู่ในที่แห่งนี้และรู้จักที่แห่งนี้ยิ่งกว่าใคร ๆ เปล่งเสียงขึ้นมาพร้อมกับอารมณ์อันรุนแรง

แสงได้นำพาเสียงนั้นไปยังทุกซอกทุกมุมของโลก


            『ซาซาเอะจัง ไม่เป็นไรหรอก ตะโกนออกมาอีกสิ เอาอีก.......!!』 (คาเรน)

            『ขอร้องล่ะโกเลม!! ได้โปรดช่วยพวกฉันด้วย!!』 (ซาซาเอะ)


เหล่าโกเลมแต่ละตัวได้มาซ้อนทับกันแล้วรวมตัวเป็นโกเลมยักษ์

มันใหญ่กว่าโกเลมที่ผมเคยเห็นมาจนถึงตอนนี้ ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามองจากด้านหน้ามันก็เปรียบได้กับวัวเพลิงฟาลาริสและไฮดร้าเซอเพนท์ และยังเทียบได้กับอีกหลาย ๆ ตัว

มันกดรากยักษ์ของแกรนด์มาวูดด้วยรูปร่างมหึมานั่น ส่วนผู้คนตรงพื้นผิวยังคงปลอดภัยอยู่

ราวกับมันหยุดปลายักษ์ที่อาละวาดด้วยน้ำหนักตัวทั้งหมด


โกเลมกำลังช่วยเหลือมนุษย์อีกครั้ง

พวกเขาเอาแต่พึ่งพาพวกมันมาจนถึงตอนนี้ และสุดท้ายพวกเขาก็ถูกทรยศ  มีเพียงซาซาเอะจังเท่านั้นที่ยังเชื่อใจอีกฝ่ายที่ไม่มีใครเชื่อใจอีกแล้วอย่างไม่ลืมหูลืมตา แล้วหัวใจที่เชื่อมั่นนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นความจริง


ฮีโร่วัยเยาว์ ฮีโร่แห่งชนบท ฮีโร่ผู้โง่เขลาที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวและเอาแต่สร้างปัญหาให้กับคนอื่น

แต่ความโง่เขลานั้น กลับกลายเป็นความโง่เขลาที่ทำให้เธอเชื่อใจพวกมันตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนสุดท้ายอยู่คนเดียว

โกเลมอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เกิด และเป็นเพื่อนกันตั้งแต่ตอนที่เธอจำความได้

เพราะเชื่อใจโกเลม เธอจึงเชื่อใจแกรนด์มาวูดที่สร้างมันขึ้นมา

เพราะเชื่อใจโกเลม เธอจึงเชื่อใจพระแม่ธรณีที่มันทำงานให้

ถึงแม้ว่าเธอจะไม่เชื่อใจทั้งสองอย่างนั่นแล้ว สุดท้ายก็มีเพียงโกเลมเท่านั้นที่เธอไม่อาจเลิกเชื่อใจได้

เพราะว่าเธอยังเด็ก มันจึงเป็นความโง่เขลาอันโดดเด่นที่เธอคงจะลืมมันไปในสักวันหนึ่ง

เสียงของซาซาเอะจัง ได้ส่งไปยังที่ ๆ ควรจะไปถึง


            『ให้ตายเถอะ...... ฮีโร่ดันมาขอให้คนอื่นช่วยเปลี่ยนแปลงสถานการณ์เนี่ยนะ......』 (มิรัค)

            『ก็ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่นา ซาซาเอะจิ ปล่อยออร่าที่ทำให้เธอดูน่าสนใจนะ นั่นก็เป็นพรสวรรค์ของฮีโร่ผู้ยอดเยี่ยมเหมือนกันใช่ไหมล่ะ?』 (ซิลติส)


แม้แต่มิรัคและซิลติส ก็ฝืนยิ้มให้กับปาฏิหารย์อันโง่เขลาที่ซาซาเอะจังได้ทำลงไป

แต่แบบนั้นก็ดีนะ

ผมรักความโง่เขลาอย่างต่อเนื่องและความเชื่อใจอันยิ่งใหญ่ที่ทำให้เกิดปาฏิหารย์นี้

ถ้าตัวผมที่บอกรักมนุษย์อยู่เสมอดันรักและเลือกชอบเพียงแค่ส่วนหนึ่งของมนุษย์ล่ะก็ มันคงจะกลายเป็นเรื่องโกหก


และตอนนี้สิ่งที่อยู่ในมือของผมก็เสร็จเรียบร้อย ผมบีบอัดสสารมืดจนเกินขีดจำกัดแล้วสร้าง [Micro Black Hole] ขึ้นมา

ความจริงแล้วผมไม่อยากใช้มันหรอก

มันคือวิธีทำลายล้างที่แข็งแกร่งและยิ่งใหญ่ที่สุดที่ผมซึ่งเป็นเทพแห่งความมืดใช้ได้ เดิมทีมันเป็นสิ่งที่ควรจะใช้เพื่อรีเซ็ตโลกที่ไม่ตรงกับความรู้สึก

ผมลดพลังจนเหลือหนึ่งส่วนแสนล้าน ไม่สิลดพลังจนเหลือหนึ่งส่วนพันล้านล้าน แล้วปล่อยทักษะนี้ออกไป

แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ยังหนักหนาสาหัสสำหรับสภาพของผมในตอนนี้ที่ถูกจำกัดอยู่ในร่างกายมนุษย์


            “......ถึงอย่างนั้น มันก็เพียงพอที่จะลบร่างกายครึ่งหนึ่งของแก!!” (ไฮเนะ)


ต้นไม้ยักษ์!

ต้องขอบคุณพวกฮีโร่ ความกลัวที่ไม่อยากให้เกิดความเสียหายของผมจึงหายไปโดยสมบูรณ์

ไม่ต้องกังวลอีกแล้ว ผมควบคุมสสารมืดที่อยู่ในมือข้างนี้ แล้วปลดปล่อยออกไปโดยเล็งไปที่มัน


            “เดี๋ยวก่อน!!”


แต่ก่อนหน้าที่ผมจะเล็ง ผมก็พบแสงสว่างที่เรืองแสงเจิดจ้าอยู่ที่จุด ๆ หนึ่ง บนลำต้นสีน้ำตาลอ่อนของแกรนด์มาวูดที่ใหญ่ถึงขนาดบดบังการมองเห็น 

แสงสว่างนั่นอยู่ในรูปร่างของมนุษย์


นั่นก็คือ ‘แฟรี่’ ของพระแม่ธรณีแมนเทิล

◆◆◆◆◆




NEKOPOST.NET