[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด ตอนที่ 126 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด

Ch.126 - ตอนที่ 126 ฮีโร่ปะทะต้นไม้เทพ


ผมควบคุมสสารมืดแล้วบินขึ้นไปบนท้องฟ้า

ผมมองลงมาจากความสูงระดับนั้น แล้วทำความเข้าใจภาพรวมของแกรนด์มาวูดอีกครั้ง

ถึงผมจะรู้ว่ารากที่ขึ้นมาจากพื้นดินเป็นอาวุธที่บิดไปมาเหมือนกับหนวด แต่พอลองมองดูแล้ว รากมันแตกสาขาออกไปในระดับหนึ่ง ถึงอย่างนั้นส่วนสำคัญของมันก็มีแค่ห้าส่วนเท่านั้น

บางทีจำนวนของมันที่ฝังอยู่ในพื้นดินคงจะมีมากมายหลายเท่า แต่ที่พวกมันไม่ได้ขยับก็เพื่อรักษาสมดุลเอาไว้

เดิมที การสนับสนุนลำต้นที่ตั้งสูงตระหง่านคือบทบาทสำคัญของราก ถ้ามันเอาหนวดทั้งหมดขึ้นมาบนพื้นดิน ต้นไม้ก็จะเสียสมดุลและโค่นลงมา

บางทีส่วนสำคัญทั้งห้านั่นคือขีดจำกัดของส่วนเกินที่แยกออกมาจากพื้นดิน พลางรักษาการทรงตัวเอาไว้เพื่อให้แกรนด์มาวูดยืนบนพื้นดินได้อย่างมั่นคง

ผมอยากจะคิดอย่างนั้น เพราะถ้ามันเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ล่ะก็ ต่อให้กำลังเสริมที่พึ่งพาได้มาถึงก็ไม่อาจสนับสนุนสถานการณ์การสู้รบได้

เสียงตะโกนดังสนั่นในหูของผม


            『แล้ว จะเอายังไงล่ะ!? แค่หยุดรากของต้นไม้เบ้อเริ่มเทิ่มนั่น ก็เป็นงานที่สาหัสสากรรจ์แล้ว! บอกเลยว่ามันเป็นไปไม่ได้!』 (ซิลติส)

            『คิดว่าพวกเธอน่าจะรู้อยู่แล้วแต่ชั้นบอกเผื่อไว้ก่อนแล้วกัน! อย่าไปสัมผัสกับรากนั่นเป็นอันขาด! ไม่งั้นพวกเราได้ถูกจับตัวไปด้วยแน่!』 (มิรัค)

            『เอ๋——!? ถ้าไม่ฟันมันตรง ๆ ฉันก็ทำอะไรมันไม่ได้น่ะสิ!?』 (ซาซาเอะ)

            『ใจเย็น ๆ ก่อนซาซาเอะจัง! ถ้าโจมตีแล้วถอยกลับมาอย่างรวดเร็วเธอก็จะไม่ถูกจับนะ!』 (คาเรน)


เสียงของพวกเธอลอยมายังเครื่องสื่อสารไร้สาย

เพราะการดำเนินงานของเหล่าฮีโร่ จึงไม่มีผู้คนอยู่ในขอบเขตการต่อสู้เลย ดูเหมือนพวกเขาจะอพยพได้อย่างปลอดภัย

แต่พวกโกเลมที่ไม่มีหน้าที่ให้ทำได้มารวมตัวกันแล้วพุ่งเป้าไปที่พวกคุณคาเรน ยิ่งใช้เวลามากเท่าไหร่พวกมันก็ยิ่งรวมตัวกันมากขึ้นเท่านั้น


            “ทุกคน! เท่าที่ผมเห็นจากด้านบน โกเลมมันเปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นพวกเธอ! การเคลื่อนไหวของพวกมันเชื่องช้า แต่พวกมันพยายามล้อมพวกเธอทีละตัว ๆ อย่างเห็นได้ชัด! ถ้ามัวเสียเวลาอยู่พวกเธอจะปลีกตัวออกมาไม่ได้นะ!” (ไฮเนะ)

            『ข้างบน!? นายอยู่ที่ไหนเนี่ย!?』 (ซิลติส)

            “จากนี้ไปผมจะเริ่มเตรียมตัว ดังนั้นผมไม่สามารถช่วยเหลือพวกเธอได้! ขอย้ำ! ผมไม่สามารถช่วยเหลือพวกเธอได้! ช่วยหยุดการเคลื่อนไหวของรากด้วยตัวพวกเธอเองที! ฝากด้วยนะ!” (ไฮเนะ)


ผมอยู่ในช่วงบีบอัดสสารมืดแล้ว

กว่าเจ้านี่มันจะพร้อมก็ต้องใช้เวลานับพัน จนกว่าจะถึงตอนนั้นเหล่าฮีโร่จะต้องหยุดการเคลื่อนไหวของรากไว้ให้ได้


            『ทุกคน ฟังนะ!』 (คาเรน)


เสียงของคุณคาเรนดังขึ้นมาในเครื่องสื่อสารไร้สาย


            『ถ้าแยกกันไปทีละคนล่ะก็ หยุดการเคลื่อนไหวของรากไม่ได้หรอก! ตอนนี้พวกเรามารวมตัวกัน, ร่วมมือ แล้วมองหาวิธีจัดการมันกันเถอะ!』 (คาเรน)

            『ร่วมมือที่ว่า พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ......!?』 (มิรัค)

            『การรวมธาตุในยามคับขันสินะ!』 (ซิลติส)


ใช่ ในประวัติศาสตร์ที่ยาวนานของศาสนจักรทั้งห้า เหล่าฮีโร่พร้อมกับศาสนจักรที่เป็นกลุ่มหลักเกิดความขัดแย้งกัน

ตอนที่เหล่าฮีโร่ผ่านความขัดแย้ง มีน้ำหนึ่งใจเดียวกันแล้วรวมธาตุของแต่ละฝ่าย ธาตุใหม่ก็จะถูกสร้างขึ้นมา

ปาฏิหารย์นั่นได้ช่วยเหลือพวกเธอจากวิกฤติมาหลายต่อหลายครั้งจนกระทั่งมาถึงตอนนี้


            『เอ๋? นั่น? พวกเธอกำลังพูดเรื่องอะไรกันอยู่น่ะ?』 (ซาซาเอะ)


ซาซาเอะจังที่พึ่งมาได้ไม่นานตามเรื่องราวกับเขาไม่ทัน


            『ไอ้นั่นไง! ที่พวกชั้นทำลายโกเลมของเธอที่เมืองอโพรอนน่ะ!』 (มิรัค)

            『แต่จะเอาอะไรมารวมกันล่ะ!? [Mirage] ของฉันกับคาเรนจิที่ใช้ก่อก่วนดูท่าจะไม่ตรงกับคำสั่งของแฟนหนุ่มที่ให้หยุดการเคลื่อนไหวนะ!?』 (ซิลติส)

            『‘สายฟ้า’ กับ ‘ระเบิด’ ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าจะกระทบผู้คนที่ถูกรากจับตัวไว้ เพราะงั้นพวกเราก็เลยใช้ไม่ได้ พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือสิ่งที่พวกเราใช้มาจนถึงตอนนี้จะต้องมองข้ามไปทั้งหมด ดังนั้นพวกเราต้องฝากความหวังไว้กับ ความเป็นไปได้ใหม่!!』 (คาเรน)


ความเป็นไปได้ใหม่?


            『.............เข้าใจล่ะ ซาซาเอะ! ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน!?』 (มิรัค)

            『อะไรนะ!? งั้นฉันจะส่งตำแหน่งให้ละกัน!』 (ซาซาเอะ)


ทันใดนั้น สถานที่แห่งหนึ่งที่อยู่ในสมรภูมิก็มีฝุ่นตลบอบอวนจำนวนมากเกิดขึ้นมา


            『『『......ดีล่ะ!』』』


ไม่นานนัก


            『......งั้น! ชั้นเป็นคนเปิดเอง! เอาล่ะนะซาซาเอะ!』 (มิรัค)

            『ฮิย้าา!? อะไรเนี่ย จู่ ๆ ก็มากอดฉัน!? ทำไมเธอถึงเติมพลังศักดิ์สิทธิ์ในร่างกายของฉันล่ะ!?』 (ซาซาเอะ)

            『เอาเหอะน่า หายใจให้ตรงกับชั้นซะ! ผสานพลังศักดิ์สิทธิ์! แล้วร่ายคำพูดที่ลอยขึ้นมาใจ! ......เข้าใจนะ!』 (มิรัค)

            『ฟุเอ๋——!?』 (ซาซาเอะ)

            『『[Magma Ocean]!!』ดะสึ!!』 「TL: ซาซาเอะพูดลงท้ายว่า だす ประจำ」


พื้นดินถูกย้อมด้วยสีแดงฉาน

ผมรู้เรื่องนั้นเพราะกำลังรอจังหวะอยู่บนท้องฟ้า ของเหลวอันเจิดจ้าที่แตกต่างจากเพลิงถูกปลดปล่อยออกมา แล้วพื้นดินก็ส่องแสงสีแดง

หรือว่านั่นคือลาวา!?

การรวมธาตุไฟและดินได้สร้างของเหลวที่เผาผลาญขึ้นมา ลาวางั้นเหรอ!?

ของเหลวที่มากกว่าหนึ่งพันองศาเอ่อท่วมพื้นดิน มันทำให้รากของแกรนด์มาวูดผ่อนคลายการโจมตีและอ่อนแรงเพราะความร้อน แต่ว่า......


            『ขืนเป็นแบบนี้.......!』 (มิรัค)

            『ผู้คนที่ถูกจับต้องโดนเผาทั้งหมดแน่.......!』 (ซาซาเอะ)


ใช่แล้ว ถ้าสาดคลื่นยักษ์ลาวาที่สร้างขึ้นมาใส่แกรนด์มาวูดล่ะก็ คงจะมอบความเสียหายให้กับมันได้อย่างใหญ่หลวง แต่ผู้คนมากมายที่ถูกขังอยู่ในผิวของรากจะต้องตายอย่างแน่นอน

‘สายฟ้า’ และ ‘ระเบิด’ จึงถูกมองข้ามไปด้วยเหตุผลเดียวกัน และธาตุ ‘แม็กม่า’ ที่มาใหม่ก็มากเกินไปอย่างเห็นได้ชัด


            『ให้ตายเถอะนี่ล่ะน้าธาตุไฟ! รวมกับอะไรมันก็ป่าเถื่อนไปซะหมด!』 (ซิลติส)


เสียงที่ผมได้ยินจากเครื่องสื่อสารไร้สายก็คือเสียงของซิลติส เธอคือคนต่อมาที่วิ่งไปหาซาซาเอะจัง


            『ดูซะ! ไอดอลฮีโร่ท่านซิลติสผู้นี้ จะสร้างสรรค์สิ่งที่งดงามและหรูหราด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งน้ำ และเพิ่มเมคอัพให้เด็กบ้านนอกคนนี้เอง!』 (ซิลติส)

            『ฮี้! ฉันกลายเป็นที่ต้องการมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ!』 (ซาซาเอะ)


มันยากที่จะเข้าใจด้วยเสียงเพียงอย่างเดียว แต่ตอนนี้ซาซาเอะจังคงจะกลายเป็นแมวเหมียวที่ถูกล้อมรอบด้วยกลุ่มของเด็กสาว

มันเป็นรูปแบบที่เธอถูกเอาใจใส่มาก ๆ และเหนื่อยล้าในวันต่อมา

จากนั้นก็รวม ‘น้ำ’ กับ ‘ดิน’


            『『[Tree Plant]!!』』


สิ่งที่เห็นได้จากมุมมองของผมโดยโฟกัสไปที่ทั้งสองคนก็คือ หมอกสีเขียวถูกปลดปล่อยออกมา

หมอกนั่นมันอะไรน่ะ?

แล้วมันก็ตกลงสู่พื้นดินเพราะถูกแรงดึงดูดลากลงมา จากนั้นมันก็เกิดการเปลี่ยนแปลงที่น่าตกใจอีกครั้ง

หญ้าได้เติบโตขึ้นมาจากพื้นดินอย่างรวดเร็ว มิหนำซ้ำมันยังแผ่ขยายไปอย่างไร้ขีดจำกัด

ต้นไอวี่หรือเถาวัลย์ที่ใหญ่สุด ๆ ผมรู้สึกว่ามันจะเป็นพืชอย่างนั้น

มันพันรอบรากของแกรนด์มาวูด แล้วลากมันลงพื้นดิน

ด้วยความที่มันเป็นพืชเหมือนกัน ผมจึงเตรียมพร้อมรับมืออยู่ชั่วขณะเพราะนึกว่ามันคือการโจมตีของศัตรู แต่ดูเหมือนมันจะเป็นการรวมธาตุของซาซาเอะจังกับซิลติส

ดินกับน้ำรวมกันเป็น ‘พฤกษา’ มันทำให้พื้นดินชุ่มชื้นด้วยของเหลว และทำให้การเคลื่อนไหวของพืชคึกคัก


            『บิงโก! ดูสิ พอถูกไอวี่พันไอ้เจ้ารากของต้นไม้ยักษ์นั่นก็อยู่ในสภาพที่ทำอะไรไม่ได้แล้ว! เติมเต็มความต้องการของไฮเนะจิได้ 100% เลยไม่ใช่เหรอ!? ตาต่อตาฟันต่อฟัน พืชมันก็ต้องเจอกับพืช!? สมกับเป็นไอดอล ซิลตัน!』 (ซิลติส)

            『เลิกโม้ได้แล้ว! ถ้าการรวมธาตุของเธอกับซาซาเอะสำเร็จ ก็เอาเจ้าไอวี่ไปพันกับรากอื่นซะสิ』(มิรัค)

            『จ้าจ้า เข้าใจแล้ว พวกเราจะไป....... เอ๋————!?』 (ซิลติส)


แต่เธอทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะว่าเหล่าโกเลมที่มารวมตัวกันจากบริเวณรอบ ๆ นั้น ตอนนี้กำลังโอบล้อมพวกซิลติสอยู่

แกรนด์มาวูดมีรากยักษ์ที่กำลังเหวี่ยงอยู่บนพื้นดินทั้งหมดห้าราก ตอนนี้รากที่ถูกพันอยู่มีเพียงรากเดียวเท่านั้น

หากจะมัดรากที่เหลืออีกสี่ราก พวกเธอก็ต้องเข้าไปใกล้ ๆ พวกมันแล้วทำให้ธาตุ ‘พฤกษา’ ทำงาน

แต่เพื่อที่จะทำแบบนั้น พวกเธอต้องตีฝ่าโกเลมที่โอบล้อมพวกเธออยู่ และถึงจะออกไปได้ พวกเธอก็ต้องใช้เวลาเป็นอย่างมาก


            『เฮ้ยซาซาเอะ! เธอควบคุมโกเลมในเมืองอโพรอนใช่ไหม!? เธอทำให้พวกมันถอยไปด้วยวิธีนั้นไม่ได้เหรอ!?』 (มิรัค)

            『เป็นไปไม่ได้หรอก! พวกมันไม่ยอมรับคำสั่ง! สิทธิ์ในการสั่งพวกมันถูก ‘ท่านเสาหลัก’ ขโมยไปแล้ว!!』 (ซาซาเอะ)


สิ่งที่ให้กำเนิดโกเลมก็คือมารดาสัตว์ประหลาด แกรนด์มาวูด

มันถูกชาวบ้านเรียกว่า ‘ท่านเสาหลัก’ และซาซาเอะจังเองก็คงจะรู้ว่ามันมีอิทธิพลต่อโกเลมเป็นอย่างมาก

แต่นั่นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการคลี่คลายปัญหา

พวกเธอต้องทำอะไรสักอย่างกับรากทั้งสี่ที่เหลืออยู่ให้ไว ๆ ก่อนที่การเตรียมการของผมจะเสร็จสิ้น!


            『มิรัคจิ เธอไม่มีบทบาทแล้วนี่ งั้นเธอไประเบิดพลีชีพแบบสะดุดตาเพื่อเปิดเส้นทางให้กับพวกเราเป็นไง?』 (ซิลติส)

            『ตอนนั้นชั้นจะลากเธอไปด้วย......! แต่คราวนี้เรื่องนั้นคงไม่จำเป็นแล้วล่ะนะ』 (มิรัค)


เงาคนสีเงินได้มุ่งไปหาทั้งสามคนโดยฝ่าช่องว่างแคบ ๆ ของเหล่าโกเลมที่โอบล้อมอยู่ และวิ่งผ่านยักษ์ไปทีละตัว ๆ 


            『คาเรน!』 『คาเรนจิ!』 『พี่สาวคาเรน!』


ฮีโร่แห่งแสง มาถึงที่นี่แล้ว

◆◆◆◆◆




NEKOPOST.NET