NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด

Ch.125 - ตอนที่ 125 การโจมตีและการป้องกันเมืองหลวงแห่งดิน


            “[Holy Light Slash]!!”

            “[Flame Haken]!!”

            “[Alchemical Strengthening] และ [Edge Tornado]!!”


คุณคาเรน, มิรัค และซาซาเอะจังได้ต่อสู้อยู่ในที่ต่าง ๆ เพื่อหยุดยั้งการรุกรานของราก แต่สถานการณ์มันไม่สู้ดี

เพราะอีกฝ่ายคือต้นไม้ยักษ์ที่โดดเด่น ต้นไม้ยักษ์ที่ตั้งตระหง่านราวกับมันค้ำจุนท้องฟ้า แกรนด์มาวูด ถึงจะเป็นฮีโร่ก็เถอะ แต่การโจมตีของมนุษย์คนหนึ่งมันทำความเสียหายได้แค่ในระดับที่ถูกหนามอันหนึ่งทิ่มแทงเท่านั้น

ยิ่งไปกว่านั้น รากของต้นไม้ขนาดยักษ์ที่เป็นอาวุธของแกรนด์มาวูดก็จับตัวมนุษย์มาได้พอสมควรแล้ว ถึงขนาดที่ผิวของรากมีลวดลายของมนุษย์มากมายลอยขึ้นมา

แน่นอนว่าพวกเธอโจมตีได้ไม่เต็มที่ การโจมตีมันดูครึ่ง ๆ กลาง ๆ

พวกเธอกำลังถูกต้อนให้จนมุมอย่างช้า ๆ สถานการณ์การต่อสู้ค่อย ๆ แย่ลงทีละนิด


            “ว่าแล้วเชียว ....... ผมไม่ออกไปไม่ได้หรอก.......!?” (ไฮเนะ)

            “ฉันก็บอกไปแล้วนี่ว่าไม่ได้ ฟังกันบ้างสิ! แผลเกือบจะปิดแล้วนะ!!” (ซิลติส)


บาดแผลตรงสีข้างที่ถูกเคียวปฐพีสีดาฟัน กำลังปิดลงอย่างรวดเร็วด้วยความสามารถของซิลติส แต่มันก็ไม่ได้ฟื้นฟูเต็มที่

ถ้าเป็นตามปกติล่ะก็ มันคือบาดแผลที่ต้องเย็บควบคู่ไปกับการพักรักษาตัวหลายสัปดาห์ ถึงอย่างนั้นมันกลับฟื้นฟูด้วยความเร็วที่น่าอัศจรรย์ แต่ตอนนี้ทุกนาทีที่ผ่านไปมันน่าหงุดหงิดชะมัด


            “.......พวกฉัน พึ่งพาในสิ่งที่ไม่ใช่ของ ๆ ตัวเองมากเกินไป”


คุณยายที่นั่งอยู่ข้าง ๆ พวกผมพูด

คนผู้นี้ได้พิสูจน์แล้วว่าตนเองเคยเป็นนักรบในสมัยก่อน ด้วยความที่ตัวเองอายุมากแล้ว เธอจึงไม่อาจเคลื่อนไหวได้มากนัก แต่ท่าทางที่ไร้การป้องกันนั่นราวกับจะบอกว่า ‘อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด’ รู้สึกเหมือนเธอจะไม่แคร์อะไรแล้ว


            “พวกฉันรู้จักสิ่งที่เรียกว่าอีเธอเรียลซึ่งถูกใช้ในเมืองอื่นที่อยู่ห่างไกล มันถูกค้นพบด้วยฝีมือมนุษย์, ถูกประยุกต์ใช้อย่างหลากหลายด้วยฝีมือมนุษย์ และถูกพัฒนามาหลายสิบปี มันแตกต่างจากโกเลม”


คุณยายพูด


            “พวกฉันได้รับสิ่งที่ไม่เข้าใจ แล้วพึ่งพามันทั้ง ๆ ที่ไม่เข้าใจ ฉันคิดว่าปล่อยให้มันเป็นแบบนี้คงจะแย่แน่ ๆ แต่ฉันก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงมันได้”

            “......ถึงจะพูดแบบนั้น มันก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะยอมรับความพินาศนี้นะครับ” (ไฮเนะ)


บาดแผลใกล้จะปิดแล้ว

ผมหยุดการรักษาแล้วยืนขึ้นมา


            “เดี๋ยวสินาย!” (ซิลติส)


ซิลติสพยายามดึงผมกลับไปโดยเร็ว แต่ผมไม่ฟัง


            “ผมจะจัดการแกรนด์มาวูด—— ‘ท่านเสาหลัก’ แล้วช่วยเหลือผู้คนมากมายที่ถูกจับตัวไป ทุกคนยังมีชีวิตอยู่ หากเป้าหมายของมันก็คือดูดกลืนการสวด—— พลังวิญญาณอย่างมั่นคงล่ะก็ มันจะไม่มีความหมายถ้ามันเผลอฆ่าพวกเขา” (ไฮเนะ)

            “นายจะจัดการไอ้ตัวเบ้อเริ่มเทิ่มนั่นยังไงล่ะ!? แล้วการช่วยเหลือมนุษย์ที่กำลังดูดซึมอยู่ก็เป็นไปไม่ได้ด้วย นายจะแยกพวกเขาจากรากของต้นไม้ที่บิดไปมาอย่างรุนแรงนั่นโดยปลอดภัยได้ยังไงกัน......!? ......แถมพวกเขาก็มีกันตั้งหลายร้อยคน......!” (ซิลติส)

            “ลำต้น” (ไฮเนะ)


ผมชี้ไปที่แกรนด์มาวูด


            “ร่างกายของต้นไม้ก็คือลำต้น มันใช้แต่รากจับตัวพวกมนุษย์ และพวกมนุษย์ที่ถูกจับตัวก็รวมกันอยู่ที่นั่น พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ ถ้ากำจัดลำต้นทิ้งซะ พวกมนุษย์ก็จะปลอดภัย” (ไฮเนะ)


แน่นอนว่าพืชมีพลังชีวิตอยู่เต็มเปี่ยม ถึงจะตัดแค่ใบทิ้งก็ตาม แต่ถ้ารากของมันยังอยู่มันก็จะเติบได้อีกหลายครั้งเหมือนกับวัชพืช มันน่าจะมีความเป็นไปได้กับเจ้านี่

แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น ถ้าเรากำจัดลำต้นทิ้ง แล้วทำลายล้างกิ่งก้านสาขาทั้งหมด มันก็จะไม่สามารถเปลี่ยนแสงอาทิตย์ให้กลายเป็นสารอาหารด้วยโครงสร้างของต้นไม้แบบนั้นได้ มันจะต้องได้รับความเสียหายอย่างแน่นอน


            “ไม่ ๆๆๆๆ ......! เดี๋ยว เดี๋ยวก่อน ๆ!” (ซิลติส)


ซิลติสคัดค้านแผนการของผมทันที


            “นายพูดออกมาง่าย ๆ แต่นายจะกำจัดต้นไม้ยักษ์นั่นได้เหรอ!? มันใหญ่ไม่ใช่เล่นเลยนะ! สัตว์ประหลาดตัวใหญ่ที่สุดที่ฉันรู้จักก็คือมังกรทะเลยักษ์ที่สู้ด้วยเมื่อคราวก่อน นายต้องรวมมันไปอีกหลายร้อยตัวเลยนะมันถึงจะใหญ่เท่ากับต้นไม้ในตอนนี้!? นายบอกว่าจะกำจัดมัน......!” (ซิลติส)

            “ทำได้สิ” (ไฮเนะ)


พอผมยืนกราน ซิลติสก็พูดไม่ออก


            “แต่เพื่อที่จะทำแบบนั้น พวกเราต้องเอารากที่กำลังอาละวาดอยู่ทั้งหมดลงมา ตอนนี้มันกำลังบิดตัวและกระเด้งไปมา และก็มีตอนที่มันเข้าไปใกล้ ๆ ลำต้นด้วย แต่มันก็มีความเสี่ยงที่ผมจะไปติดพันอยู่กับมัน ผมไม่สามารถกำจัดลำต้นตอนที่มันอยู่ข้างบนได้......!” (ไฮเนะ)


ซิลติสทำสีหน้าเหมือนกับว่า ‘หมอนี่ถูกตีหัวด้วยใช่ไหมเนี่ย?’ อย่างชัดเจน


            『เข้าใจแล้วค่ะ! หน้าที่นั้น ทางนี้จะรับทำเองค่ะ!!』


เสียงที่ดังขึ้นมาจากเครื่องสื่อสารไร้สายก็คือเสียงของคุณคาเรน

ดูเหมือนการสนทนาของทางนี้จะส่งไปถึงทางนั้น


            『พวกเราเหล่าฮีโร่จะล่อรากให้ลงไปที่พื้นค่ะ! คุณไฮเนะได้โปรดโฟกัสการโจมไปที่ร่างกายของมันเถอะค่ะ! มิรัคจัง! ซาซาเอะจัง! ทำได้ไหม!?』 (คาเรน)

            『ชั้นเคยปฏิเสธข้อเสนอของเธอรึไงคาเรน!』 (มิรัค)

            『ฉันไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่หรอก แต่เข้าใจล่ะ!!』 (ซาซาเอะ)

            “เดี๋ยวก่อนสิพวกเธอ!?” (ซิลติส)


ซิลติสแสดงท่าทีไม่ยอมรับอยู่คนเดียว แต่มันก็หายไปในทันที

เธอคงรู้แล้วสินะ คุณคาเรนมีนิสัยที่ ถ้าพูดออกไปสักครั้งหนึ่งล่ะก็ เธอจะไม่กลับคำพูดเด็ดขาด


            “......เข้าใจแล้ว! ทำตามแผนนั้นกันเถอะ! ดีจังนะไฮเนะจิ นี่หมายความว่าชีวิตของพวกฉันสี่คนฝากไว้กับนายเลยนะ!? ถ้าทำสำเร็จก็เท่ากับว่าพวกฉันทุกคนกลายเป็นภรรยาของนาย พยายามให้เต็มที่ล่ะ!!” (ซิลติส)


ช่วงที่เธอรู้สึกอึดอัดที่จะพูด จู่ ๆ คุณซิลติสก็พูดเรื่องเหลือเชื่อออกมา


            『แบบนั้นก็เข้าท่าดีนะคะ! งั้นมาทำแบบนั้นกันเถอะค่ะ!!』 (คาเรน)


คุณคาเรนเองก็อย่าพูดเล่นแบบไม่คิดหน้าคิดหลังสิครับ


            “ยังไงก็ตาม ผมจะย้ายไปยังจุดที่ลอบโจมตีแกรนด์มาวูดได้ ช่วยบอกทุกคนด้วยว่าอย่าเข้ามาใกล้มันโดยไม่จำเป็น เพราะถ้าขืนพวกเขาเข้ามาพัวพันล่ะก็ไม่รอดแน่” (ไฮเนะ)

            “ฉันไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ แต่ฉันเข้าใจว่านายมั่นใจสุด ๆ เลย โอเค นายเอานี่ไปด้วยแล้วกัน!” (ซิลติส)


พอพูดแบบนั้น ซิลติสก็เอาอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋า แล้วโยนมันมาให้ผม

ของแบบเดียวกับที่ซิลติสติดไว้ที่หู เครื่องสื่อสารไร้สาย?


            “มันเป็นรุ่นล่าสุดของสำนักงานใหญ่บริษัทเบต้าในไฮดร้าวิลเลจ ติดตะขอที่เหมือนกับรอยข่วนนั่นไว้ที่หูซะ ถ้าทำอย่างนั้นนายก็จะสื่อสารในขณะที่ต่อสู้ด้วยมือทั้งข้างได้อย่างอิสระ เมื่อกี้ฉันก็พูดไปแล้วล่ะนะ แต่คนที่ทำให้มันเล็กขนาดนี้ได้ก็มีแค่พวกฉันเท่านั้น” (ซิลติส)


แน่นอนว่าการสื่อถึงความตั้งใจในขณะที่แยกจากกันได้เป็นเรื่องที่ดี

ผมติดอุปกรณ์สื่อสารไว้ที่หูขวาตามที่เธอบอก


            『คุณไฮเนะคะ ฉันมีเรื่องที่จะคุยกับคุณหลังจากนี้ค่ะ』 (คาเรน)


และตอนที่ผมติดมัน ผมก็ได้ยินเสียงของคุณคาเรน


            『ฉันจะให้คุณอธิบายเหตุผลที่คุณทิ้งฉันไว้ในครั้งนี้ แล้วเดินทางไปคนเดียวค่ะ』 (คาเรน)


ไม่รู้ว่าทำไมมันถึงกลายเป็นเรื่องน่ากลัวไปได้

แต่เพื่อเชื่อมโยงกับเหตุการณ์น่ากลัวหลังจากนี้ ผมจะต้องคว้าชัยชนะมา

เมื่อทุกคนเข้าใจสิ่งที่ตัวเองควรจะทำแล้ว พวกผมก็มุ่งหน้าไป

◆◆◆◆◆




NEKOPOST.NET