[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด ตอนที่ 120 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด

Ch.120 - ตอนที่ 120 - ตอนที่ 121


ตอนที่ 120 ความสุขที่แท้จริง

จู่ ๆ ยัยเด็กนี่ก็พูดอะไรออกมาน่ะ?

แผนการแห่งความสุขสูงสุด


            “พูดตามตรงนะคะ แกรนด์มาวูดมันมีสองร่างค่ะ ร่างแรกคือการสร้างไลฟ์บล็อกขึ้นมาอย่างต่อเนื่องในฐานะมารดาสัตว์ประหลาดแบบที่มันเป็นอยู่นี้ แต่ฉันไม่ชอบสภาพที่เด็กคนนี้เป็นอยู่เลยค่ะ ฉันไม่สามารถยอมรับแผนการของพวกคุณคอร์เซอเวทที่จะทำให้สัตว์ประหลาดลุกลามไปทั่วได้.......” (แมนเทิล)


สำหรับแมนเทิลแล้ว นั่นเป็นวิธีการพูดที่ตรงไปตรงมามาก ๆ

หมายความว่าการให้กำลังใจของผมได้ทำเธอเปลี่ยนแปลงงั้นเหรอ??


            “เพราะงั้นฉันก็เลยเพิ่มฟังก์ชั่นให้กับเด็กคนนี้มากยิ่งขึ้นค่ะ” (แมนเทิล)


พอพูดแบบนั้น ‘แฟรี่’ ของแมนเทิลก็ลูบรากของแกรนด์มาวูดที่บุกเข้ามาข้างในห้อง


            “ฉันไม่ได้พึ่งพาทวยเทพองค์อื่น มันเป็นแผนการของตัวฉัน ที่จะทำให้แนวคิดในการอยู่ร่วมกันของมนุษย์และเทพเป็นไปได้ แผนการเปิดศักราชใหม่ค่ะ แต่ว่า ฉันไม่สามารถเปิดเผยมันได้ค่ะ ถ้าฉันเปิดเผยมันล่ะก็ พวกคุณโนวาและคุณคอร์เซอเวทจะต้องโมโหแน่นอนค่ะ แต่ว่า มันไม่มีความจำเป็นที่ฉันจะต้องไปแคร์เรื่องนั้นแล้วค่ะ!!” (แมนเทิล)


*ชิ้ง* ‘แฟรี่’ ของแมนเทิลแสดงรอยยิ้มอันเจิดจ้า


            “ต้องขอบคุณคุณเอ็นโทรปีนะคะ ฉันถึงได้เอาความสดชื่นออกมาได้! ฉันก็เลย คิดว่าจะมอบความสุขที่แท้จริงให้กับมวลมนุษย์แบบที่ตัวเองตั้งใจไว้ค่ะ และฉันที่เป็นเทพก็จะมีความสุขเหมือนกัน ทุก ๆ คนจะมีความสุขค่ะ! ในโลกใบนี้น่ะ มันจะมีสิ่งที่ดีกว่านี้อีกเหรอคะ!? ไม่มีหรอกค่ะ! เพราะนี่คือหน้าที่ของพระแม่ธรณีแมนเทิลค่ะ!!” (แมนเทิล)

            “เอ่อ คุณแมนเทิลครับ......?” (ไฮเนะ)


ผมถอยหลังไปเล็กน้อยให้กับแมนเทิลที่จู่ ๆ ก็คึกคักขึ้นมา


            “โอ้ว...... ทะ-ท่านพระแม่ธรณี......!?”


เสียงที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและความสับสนดังขึ้นมาจากด้านข้าง


            “ท่านคือ ท่านพระแม่ธรณีหรือครับ......?”


ผู้ก่อตั้งแห่งดิน

จะว่าไป ผมลืมไปแล้วว่าคน ๆ นี้อยู่ด้วย

ตาลุงที่อายุเกินห้าสิบปีประกบมือทั้งสองข้างไปทางแม่สาวยักษ์อันเจิดจ้า และตัวเขาก็กำลังสั่นอยู่

เอาเถอะ ก็เทพที่ตัวเองบูชามากว่าครึ่งชีวิต ได้มาอยู่ตรงหน้าโดยใช้รูปร่างของมนุษย์นี่นะ

เขาคงจะสั่นเพราะความปลื้มปิติ


            “ค่ะ ใช่แล้วค่ะ ฉันรู้เรื่องของคุณค่ะ คุณคือผู้ก่อตั้งคนที่หนึ่งร้อยห้าสิบเก้าของศาสนจักรแห่งดิน ที่เลื่อมใสศรัทธาฉันใช่ไหมคะ?” (แมนเทิล)

            “โอ้ว......! ท่านพระแม่ธรณี! เป็นเกียรติอย่างยิ่งครับ......!!”


ผู้ก่อตั้งแห่งดินซึมซับความรู้สึกปลื้มปิติทางศาสนาไปทั่วทั้งร่างกาย

แต่แบบนี้มันจะดีเหรอ?

การที่เทพมาปรากฏตัวง่าย ๆ แบบนี้ มันจะไม่เป็นปัญหาในอนาคตหรอกเหรอ?


            “ต้องขอโทษด้วยนะคะ แต่ฉันต้องขอเพิกถอนคำพยากรณ์ที่ให้ไปก่อนหน้านั้นค่ะ เทพแห่งความมืดคุณเอ็นโทรปีน่ะ เป็นผู้ที่รักและสนับสนุนมนุษย์มากที่สุดในหมู่เทพทั้งหกค่ะ ฉันถูกความเห็นแก่ตัวของเทพองค์อื่นกดดัน ให้กลายมาเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดต่อแผนการร้ายที่ทำให้มนุษย์กับคุณเอ็นโทรปีบาดหมางกัน มันเป็นการทำผิดที่น่าละอายสำหรับฉันค่ะ” (แมนเทิล)

            “ไม่จริง! ได้โปรดอย่าโทษตัวเองเลยนะครับท่านพระแม่ธรณี! ทราบแล้วครับ ฉันจะลืมคำพยากรณ์ก่อนหน้านั้นครับ ฉันจะเรียกฮีโร่ที่ส่งตัวไปกลับมาในทันทีเช่นกันครับ!”


ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงได้รู้สึกเหมือนกับว่าปัญหาทั้งหมดคลี่คลาย แต่ว่า.......?


            “ขอบคุณมากค่ะ ถ้างั้น หลังจากนี้ก็แค่เดินหน้าลุยแบบไม่ต้องเกรงใจ แผนการที่จะทำให้พวกคุณ—— ผู้คนทั้งหมดที่ศรัทธาฉัน มีความสุขอย่างสมบูรณ์แบบ” (แมนเทิล)

            “ท่านพระแม่ธรณี......! เป็นเกียรติอย่างยิ่งครับ แค่ฉันได้พบกับท่านตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ก็มีความสุขพอแล้............ ฮี้—!?”


ตอนนั้นเอง ผู้ก่อตั้งแห่งดินก็ตกใจเพราะเขาสังเกตุเห็นสิ่งแปลกประหลาดขึ้นมาบนร่างกายของตัวเอง

มันคือราก

รากของต้นไม้ที่บุกเข้ามาในห้องนี้เพื่อทำให้ดอกไม้ ‘แฟรี่’ ของแมนเทิลบาน มันพันไปรอบ ๆ ขาของผู้ก่อตั้งแห่งดินโดยที่เขาไม่รู้ตัว

อันดับแรก ไม่ผิดแน่ รากนั้นเกี่ยวข้องกับต้นไม้ยักษ์แกรนด์มาวูด


รากที่พันอยู่นั้น ได้ม้วนไปตั้งแต่ขาของผู้ก่อตั้งจนกระทั่งมันพันไปทั่วทั้งร่างกายของเขา ราวกับงูยักษ์ที่จับเหยื่อ


            “ทะ-ท่านพระแม่ธรณี!? นี่มัน!? หมายความว่า......!?”

            “ฉันจะทำให้พวกคุณมีความสุขค่ะ ฉันจะทำให้พวกคุณมีความสุขยิ่งกว่าที่พวกคุณเคยมีมาก่อนเลยค่ะ” (แมนเทิล)


รากไม่ได้หยุดแค่ได้พันผู้ก่อตั้งเท่านั้น รากที่เติบโตขึ้นมาจากพื้นผิวของรากประดุจเส้นเลือดฝอยเส้นเล็ก ๆ ได้แฝงตัวเข้าไปใต้ผิวหนังของผู้ก่อตั้ง แล้วมันก็ดูดซึม


            “ท่านพระแม่ธรณี!? ท่านพระแม่ธรณี——————!?”


ผู้ก่อตั้งอาละวาดและตะโกนราวกับคุ้มคลั่ง แต่ในไม่ช้าเขาก็เงียบไป

ตอนที่การดูดซึมกับรากสำเร็จ แสงสว่างจากดวงตาของเขาก็หายวับไป เรี่ยวแรงของแขนขาก็หายไปทันทีเช่นกัน

ราวกับว่าหัวใจของเขาถูกรากดูดไปยังไงยังงั้น

 
            “เฮ้ย เป็นไปไม่ได้......!? เขาตายแล้ว? เธอฆ่าเขาเหรอ!?” (ไฮเนะ)

            “เปล่าค่ะ เขายังมีชีวิตอยู่” (แมนเทิล)


แมนเทิลตอบผมที่สับสนและตกใจอย่างสงบ


            “ก็แค่เอาฟังก์ชั่นที่ไม่จำเป็นออกไปเท่านั้นค่ะ เมื่อเขาดูดซึมกับแกรนด์มาวูด เขาก็จะเก็บรักษาสารอาหารที่จำเป็นจากต้นไม้เพื่อรักษาชีวิตของตัวเองเอาไว้ได้ค่ะ ไม่จำเป็นต้องดูดซึมสารอาหารด้วยตัวเองอีกแล้ว, ไม่จำเป็นต้องพรวนดินหรือปลูกพืชผลเพื่อการนั้น และพวกเขาก็ไม่ต้องต่อสู้กับศัตรูภายนอกที่ช่วงชิงของพวกนั้นด้วยค่ะ ดังนั้นพวกเขาไม่จำเป็นต้องไปคิดเรื่องพวกนั้นอีกต่อไป” (แมนเทิล)

            “เธอ......!?” (ไฮเนะ)


คำพูดที่แมนเทิลพูดเมื่อครู่มันย้อนกลับมาในสมองของผม

ความสุขสูงสุด

นั่นหมายความว่าแบบนี้หรอกเหรอ?


            “นี่คือร่างที่สองของแกรนด์มาวูดค่ะ มันจะจับตัวมนุษย์นับไม่ถ้วน แล้วส่งสารอาหารไปให้พวกเขา ต้องขอบคุณมันนะคะ พวกมนุษย์ถึงใช้ชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องทำงาน ไม่ต้องทำเรื่องยุ่งยากน่ารำคาญเพื่อดำรงชีวิตอย่างการทะเลาะเบาะแว้ง, ความกังวล นี่คือความสุขสูงสุดไม่ใช่เหรอคะ!!” (แมนเทิล)


ผมได้ยินเสียงดังสนั่นจากนอกห้อง

มิหนำซ้ำยังมาจากทั่วสารทิศ และมีจำนวนมากอีก เสียงกรีดร้องของผู้คนอันแผ่วเบาก็ผสมอยู่ในนั้นด้วย


            “หรือว่า......!?” (ไฮเนะ)


ผมกระโจนออกไปนอกห้อง แล้วสอดส่องสภาพภายนอก

สภาพของอิชตาร์เบลซทั้งหมด

ที่นั่นได้เปลี่ยนเป็นศูนย์รวมความโกลาหลเสียแล้ว

รากของต้นไม้ยักษ์แกรนด์มาวูดที่ไม่ได้ขยับแม้แต่น้อยและอยู่อย่างสงบมาจนถึงตอนนี้ ได้หมุนเป็นเกลียวคลื่นราวกับสิ่งมีชีวิตทันที แล้วทำให้เมืองโกลาหล

มันโค่นตึกรามบ้านช่องและพลิกผืนแผ่นดิน รากอันเล็ก ๆ ได้แบ่งส่วน แล้วจับผู้คนไปทีละคน ๆ จากนั้นก็ดูดซึม

แบบเดียวกับผู้ก่อตั้งเมื่อครู่


            “......หยุดนะ!!” (ไฮเนะ)


สุดท้ายผมก็ทนดูอยู่เฉย ๆ ไม่ได้ จึงกระโจนออกไป

ผมปลดปล่อยสสารมืดออกไปเท่าที่ทำได้ แล้วทำลายรากที่อยู่ใกล้ ๆ ให้หายไป แต่มันก็ไปได้ไม่สวยอย่างที่ผมคิดเอาไว้

เพราะรากจำนวนมากได้จับตัวผู้คนไปแล้ว หากผมปลดปล่อยสสารมืดเต็มที่ มันก็มีความเป็นไปได้สูงที่คนพวกนั้นจะโดนลูกหลงไปด้วย


            “แมนเทิล!! หยุดเดี๋ยวนี้!! ปล่อยพวกมนุษย์ซะ!!” (ไฮเนะ)

            “ทำไมล่ะคะ? ฉันกำลังทำสิ่งที่ดีอยู่นี่นา” (แมนเทิล)


เผลอแป๊บเดียวแฟรี่ของแมนเทิลก็มาลอยอยู่ตรงหน้าผม


            “ทุกคนจะมีความสุขนะคะ? ฉันก็เหมือนกัน พวกมนุษย์ก็ด้วย ฉันฝันถึงโลกที่เป็นแบบนี้มาตลอดเลยล่ะค่ะ” (แมนเทิล)

◆◆◆◆◆

 

ตอนที่ 121 โลกในอุดมคติที่แท้จริง

 

            “บ้าน่า! ธาตุทั้งสี่อย่างพวกเธอน่ะ ถ้าไม่ได้รับการสวดภาวนาจากมนุษย์ พวกเธอก็จะไม่สามารถคงสภาพของตัวเองไว้ได้นะ!?” (ไฮเนะ)


มันคือเรื่องราวที่ผมได้ยินมาจากโยริชิโระ เทพธิดาแห่งแสงอินเฟลชั่นผู้มาจุติ

การสวดภาวนาของมนุษย์ คือยาพิษอันหอมหวานสำหรับทวยเทพ พวกเขาดื่มด่ำถึงขนาดที่อาบมันอย่างเอร็ดอร่อยจนอ้วนท้วนสมบูรณ์ ท้ายที่สุดเทพแห่งธาตุทั้งสี่ก็ไม่อาจอยู่ได้ถ้าไม่มีการสวดภาวนาของมนุษย์

พระแม่ธรณีแมนเทิล คือหนึ่งในธาตุทั้งสี่นั่น

ถ้าช่วงชิงสติสัมปชัญญะไปจากมนุษย์จนพวกเขาไม่สามารถสวดภาวนาได้ล่ะก็ นั่นหมายถึงจุดจบของตัวเองเช่นกัน


            “ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะคุณเอ็นโทรปี” (แมนเทิล)


แมนเทิลตอบแบบสบาย ๆ

ราวกับเป็นคนละคนกับตอนที่ร้องห่มร้องไห้แล้วพูดว่า ‘ขอโทษนะคะ’ เลย


            “แกรนด์มาวูดร่างที่สองน่ะ ไม่ได้สร้างขึ้นมาแบบลวก ๆ อย่างนั้นค่ะ มันจะดูดซึมกับมนุษย์และส่งสารอาหารไปให้ พร้อมกับดูดกลืนพลังวิญญาณที่ใกล้เคียงกับการสวดภาวนาจากจิตใจมาก ๆ ค่ะ มันคือการเสนอสิ่งจำเป็นให้กับแต่ละฝ่าย ถ้าฉันจำไม่ผิดล่ะก็ มันเรียกว่าการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันใช่ไหมคะ?” (แมนเทิล)

            “เธอไม่ได้เข้าใจอะไรเลย!?” (ไฮเนะ)


ถึงพระแม่ธรณีแมนเทิลจะเรียกมันว่าความสุขสูงสุดก็เถอะ แต่ของแบบนั้นมันจำเป็นต้องมีด้วยเหรอ!?

การช่วงชิงความตั้งใจและอิสรภาพไปจากมนุษย์ แล้วให้พวกเขาอยู่ในสภาพที่แค่พอมีชีวิตอยู่ได้น่ะ คือสิ่งที่เรียกว่าความสุขงั้นเหรอ!


            “คุณเอ็นโทรปีคะ ฉันเกลียดการทะเลาะเบาะแว้งค่ะ” (แมนเทิล)

            “?” (ไฮเนะ)

            “ฉันเป็นแบบนั้นมาตั้งแต่ 1,600 ปีก่อนแล้วล่ะค่ะ ตอนที่ทวยเทพเริ่มทะเลาะกันน่ะ ฉันหวาดกลัวจริง ๆ ค่ะ ฉันคิดว่า มนุษย์มันจะเป็นยังไงก็ช่าง ขอแค่การทะเลาะเบาะแว้งจบลงเร็ว ๆ ก็พอ” (แมนเทิล)


แมนเทิลต้องการให้สงครามจบลงโดยเร็ว เธอก็เลยไปอยู่ฝ่ายเทพทั้งห้าที่เหนือกว่า ตัวผมเองก็ระแคะระคายเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน


            “แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าฉันเกลียดมนุษย์นะคะ พวกเขาฉลาด, สุขุม และเคารพฉันที่เป็นเทพ แต่ถึงพวกเขาจะเป็นอย่างนั้น เมื่อความคิดเห็นไม่ลงรอยพวกเขาก็เริ่มทะเลาะเบาะแว้งกันค่ะ ทำไมมนุษย์และเทพถึงต้องทะเลาะเบาะแว้งกันด้วยล่ะคะ? ดังนั้นฉันจึงคิดแบบนี้ค่ะ วิธีที่ดีที่สุดในการดำรงชีวิตโดยไม่ต้องทะเลาะเบาะแว้งกัน” (แมนเทิล)

            “นั่นก็คือการทำให้มนุษย์อยู่ในสภาพตายทั้งเป็นนะ!?” (ไฮเนะ) 「TL: ขอใช้คำว่าตายทั้งเป็นนะ 生きた屍」

            “กำจัดการทะเลาะเบาะแว้งไปตลอดกาล นั่นคือความสุขสูงสุดค่ะ! ถึงอย่างนั้นคุณโนวาที่ป่าเถื่อนและคุณคอร์เซอเวทที่ชั่วร้ายก็คงจะโกรธและต่อต้าน ฉันก็เลยลงมือไม่ได้สักที ไม่มีความกล้าเอาซะเลยน้า ฉันเนี่ย” (แมนเทิล)


แต่ว่า....... แมนเทิลพูดต่อไป


            “คุณเอ็นโทรปีก็มอบความกล้านั่นให้ฉันค่ะ คุณชมฉันเป็นครั้งแรก! คุณยอมรับฉัน! ด้วยความกล้านั้น ฉันถึงได้กล้าท้าทายผลงานอันยิ่งใหญ่นี้ค่ะ! ฉันน่ะ จะให้แกรนด์มาวูดดูดกลืนผู้คนทั้งหมดที่ศรัทธาฉัน แล้วเชื้อเชิญพวกเขาสู่โลกแห่งความฝันที่ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งค่ะ!!” (แมนเทิล)


เป็นเพราะผมงั้นเหรอ!?

ผมดันไปกดสวิทซ์ประหลาด ๆ ด้วยการใช้คำพูดที่ไม่คุ้นและไม่ปกติสำหรับเธองั้นเหรอ!?


ขณะที่พวกผมกำลังทำแบบนั้นอยู่ ต้นไม้ใหญ่ก็บิดรากของมันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด แล้วเอาตัวผู้คนมากมายไปทีละคน

ยิ่งไปกว่านั้น ศัตรูของผู้คนในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดไม่ได้มีแค่แกรนด์มาวูด


            “โกเลมมัน-!?”

            “โกเลมมันโจมตีพวกเรา!? ทุกคนหนีเร็ววว!?”


สัตว์ประหลาดดินที่เกิดขึ้นจากแกรนด์มาวูด โกเลม

พวกมันคือข้อยกเว้นของสัตว์ประหลาดที่ปกติจะโจมตีมนุษย์ พวกมันช่วยเหลือการดำรงชีวิตของมนุษย์ และอยู่ร่วมกันกับมนุษย์ โกเลมที่เหมือนจะเป็นเพื่อนของมนุษย์นั้น บัดนี้ พวกมันได้หักหลังมนุษย์เสียแล้ว

พวกมันใช้ร่างยักษ์ให้เป็นประโยชน์ โดยจับตัวผู้คนที่อยู่ใกล้ ๆ แล้วส่งพวกเขาให้กับรากของแกรนด์มาวูด

เหล่าโกเลมที่เกิดจากมารดาสัตว์ประหลาดแห่งดินขึ้นตรงกับพระแม่ธรณีอย่างชัดเจน สิทธิ์ในคำสั่งของผู้ที่เป็นเทพย่อมสูงกว่ามนุษย์

เหล่าโกเลมทำตามความตั้งใจของแมนเทิล พวกมันส่งตัวพวกมนุษย์ให้กับแกรนด์มาวูดราวกับกำลังเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ออกดอกออกผล

นอกจากนั้นยังปิดประตูอย่างแน่นเพื่อไม่ให้พวกมนุษย์ออกไปจากบ้านของพวกเขาในอิชตาร์เบลซอีก

จะว่าไปผมได้ยินมาว่า บ้านแต่ละหลังที่สร้างขึ้นในเมืองนี้ คือโกเลมที่ปรับเปลี่ยนร่าง

มันขังพวกมนุษย์ไว้ข้างในจนกระทั่งรากมาถึง

การดำรงชีวิตที่พึ่งพาโกเลมแทบทั้งหมด ได้นำพาความพินาศมาสู่พวกเขาทุกคน


            “เอาล่ะ ทุกคน ไปโลกแห่งความฝันกันเถอะค่ะ เพื่อแลกเปลี่ยนกับที่ฉันรับพลังวิญญาณจากพวกคุณ ฉันจะมอบความสุขชั่วนิรันดร์ให้กับพวกคุณเองค่ะ” (แมนเทิล)


ความสุขชั่วนิรันดร์นั่นน่ะ คือห้วงนิทราที่ไม่มีวันตื่นขึ้นมาได้อีกนะโว้ย!!

สสารมืดเริ่มไหลออกมาจากมือของผม


            “ผมจะคุ้มกันที่นี่เอง ระหว่างนั้น รีบ ๆ หนีไปซะ!!” (ไฮเนะ)


คนของอิชตาร์เบลซสับสนกับคำพูดที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากผมชั่วขณะ แต่เพราะความหวาดกลัวอันตรายเป็นฝ่ายชนะ พวกเขาจึงวิ่งออกไปทันที


            “เป็นอะไรไปคะคุณเอ็นโทรปี? ถ้าคุณทำแบบนั้นงานของฉันก็ถูกขัดขวางสิคะ?” (แมนเทิล)

            “แหงล่ะ ผมตั้งใจขัดขวางอยู่แล้ว” (ไฮเนะ)


ดูเหมือน ‘แฟรี่’ ของแมนเทิลจะไม่เข้าใจคำพูดของผม


            “ผมมันโง่เอง สุดท้ายแล้วธาตุทั้งสี่อย่างพวกเธอ ไม่ว่าจะหน้าไหนมันก็พิลึกด้วยกันทั้งนั้น ผมรู้สึกผิดจริง ๆ” (ไฮเนะ)

            “คุณกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่เหรอคะ? คุณไม่ได้ชมเรื่องที่ฉันทำหรอกเหรอคะ?” (แมนเทิล)

            “ผมพูดผิดเอง! พระแม่ธรณีแมนเทิล! ผมจะทำให้อุดมคติบ้าบอคอแตกของเธอ หายไปพร้อมกับไอ้ต้นไม้นั่นซะ!!” (ไฮเนะ)


สสารมืดถูกปลดปล่อยออกมา สสารมืดที่จัดการกับพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งดิน, น้ำ, ไฟ, ลมทั้งสี่ได้อย่างเด็ดขาด ย่อมมีผลกับแกรนด์มาวูดที่เป็นมารดาสัตว์ประหลาดแห่งดินเป็นอย่างมาก

แต่มันไม่อาจมีประสิทธิภาพได้

เพราะว่าแกรนด์มาวูดเอาตัวพวกมนุษย์หลายร้อยคนไปด้วยรากนั่นแล้ว และมันก็กำลังดูดซึมพวกเขาอยู่

ถึงจะทำให้มันหายไปด้วยสสารมืดในสภาพนั้น การหลีกเลี่ยงไม่ให้ผู้คนบาดเจ็บมันเป็นไปไม่ได้เลย


แน่นอน ผมตัดใจเรื่องการโจมตี แล้วพึ่งพาการต่อสู้เพื่อป้องกันตัวเอง

ผมสร้างกำแพงด้วยสสารมืดขึ้นมา เพื่อไม่ให้รากเข้าใกล้ผู้คนที่กำลังวิ่งหนีกันอุตลุดอย่างสุดความสามารถ แต่คู่ต่อสู้ของผมคือต้นไม้ยักษ์นั่น

มันเลื้อยไปรอบ ๆ และฝ่าการป้องกันของผมได้อย่างง่ายดาย ซ้ำยังโจมตีผู้คนจากที่ไหนก็ได้

ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปสถานการณ์จะแย่ลงเรื่อย ๆ

ผมต้องเตรียมวิธีรับมือขั้นเด็ดขาด...... คือสิ่งที่ผมในขณะที่ต่อสู้อยู่ ตอนนั้นเอง


            “......!? เหวอ!?” (ไฮเนะ)


จู่ ๆ ผมก็รู้สึกถึงจิตสังหารจากด้านหลัง หลังจากนั้นชั่วพริบตาผมก็หมุนตัว แล้วคมเคียวก็วิ่งผ่านไป

ยังจุดเดิมที่ผมอยู่ อันตรายชะมัด ถ้าผมไม่หลบในเสี้ยววินาทีล่ะก็ ผมได้กลายเป็นสองท่อนแหง ๆ


คนที่เหวี่ยงเคียวก็คือเด็กผู้หญิงตัวเล็ก

เด็กผู้หญิงที่ผมพึ่งพบเป็นครั้งแรก

ตั้งแต่ที่ผมมาที่อิชตาร์เบลซ ผมไม่เคยเห็นเธอแม้แต่ครั้งเดียว เธอเป็นใครกันเนี่ย?


            “ฮีโร่แห่งดินกอนเบ ซาซาเอะ!! จะช่วย ‘ท่านเสาหลัก’ เอง!! ไปล่ะน้าาาา--!!” (ซาซาเอะ)

◆◆◆◆◆




NEKOPOST.NET