[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด ตอนที่ 118 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด

Ch.118 - ตอนที่ 118 สาเหตุของการล่มสลาย


จากผู้แต่ง

จากนี้ไปมุมมองจะกลับมาที่ไฮเนะอีกครั้ง และจะเดินเรื่องต่อไปด้วยมุมมองของไฮเนะจนกว่าจะถึงตอนจบของบท

ถ้าเช่นนั้นก็เชิญทุกท่านอ่านกันได้เลย

=============================

ทำไมมันถึงได้กลายเป็นแบบนี้?

ก่อนอื่นผมต้องเล่าย้อนไปเล็กน้อย


ในวันถัดมาที่ผม—— คุโรมิยะ ไฮเนะมาถึงเมืองหลวงแห่งดินอิชตาร์เบลซ และได้สนทนากับ ‘นางไม้’ พระแม่ธรณีแมนเทิล


* * * * *


ผมไม่ได้ใช้ธนูมาสักพักแล้ว

ตอนที่ผมช่วยงานคุณพ่อที่บ้านเกิด รู้สึกว่าผมจะใช้มันทุกวัน มันเป็นอาวุธอย่างหนึ่ง ที่ผมคิดว่าจะใช้มันต่อสู้กับสัตว์ประหลาดที่ศาสนจักรแห่งแสงสว่าง แต่ไม่นึกเลยว่ามันจะไม่เป็นอย่างนั้น

ยังไงก็ตาม ผมดึงสายธนูที่ไม่ได้ใช้มาสักพัก แล้วปล่อยมันออกไป

*เฟี้ยว* เสียงธนูที่รบกวนหูซึ่งพุ่งฝ่าสายลมดังขึ้น แล้วมันก็โดนหมูป่าที่กำลังขุดหัวมันในสวนที่อยู่ห่างไกล

ไอ้เจ้าพวกนี้มันมีอยู่ทุกที่จริง ๆ


            “โอ้ว เยี่ยม โดนด้วย”


คุณยายที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ผมปรบมือ แปะ, แปะ, แปะ


            “ไอ้เจ้าหมูป่าน่ารังเกียจนั่น มันมาทำลายสวนอยู่ทุกวันและทำให้ฉันเดือดร้อน เท้าอันเชื่องช้าของโกเลมน่ะ ทำได้ดีที่สุดก็แค่ขู่แล้วไล่มันไปเท่านั้น เธอช่วยได้เยอะเลยนะ”

            “ไม่หรอกครับ ๆ แค่มีสิ่งที่ผมพอจะเป็นประโยชน์ได้ผมก็ดีใจครับ” (ไฮเนะ)


ผมตัดสินใจว่าจะไม่ทำลายมารดาสัตว์ประหลาด แกรนด์มาวูด—— ต้นไม้ใหญ่ที่ถูกผู้คนเรียกว่า ‘ท่านเสาหลัก’

ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้มีธุระที่อิชตาร์เบลซอีกแล้ว ผมก็ไม่ได้กลับทันที ผมยังอยู่ต่อไป

วันนี้ ผมได้มาพบกับคุณยายที่นำทางผมตอนที่อยู่ที่นี่อีกครั้ง พอได้ฟังเรื่องราวที่ว่า ‘ฉันกำลังเดือดร้อนเพราะถูกสัตว์ป่าทำลายสวน’ เลือดของลูกชายนายพรานก็คุกรุ่นขึ้นมา

แค่ไม่ได้จับธนูวันเดียวฝีมือก็ตกลงไปมากแล้ว ดังนั้นผมจึงกังวลว่าจะเชือดมันได้รึเปล่า คราวนี้ผมรอดตัวเพราะว่าอีกฝ่ายมันประมาท ดูท่าทางมันจะไม่นึกไม่ฝันว่าตัวเองจะถูกธนูยิง


            “แต่น่าแปลกใจเหมือนกันนะครับ ถ้ามีเรือกสวนไร่นาที่ใหญ่ขนาดนี้ มันก็ไม่แปลกที่จะมีองค์กรนักล่าสัตว์ที่เชี่ยวชาญใช่ไหมล่ะครับ?” (ไฮเนะ)

            “มันถูกยกเลิกไปเมื่อยี่สิบปีก่อนโน่นน่ะ ต้องขอบคุณที่โกเลมปรากฏตัว ทุกอย่างก็เลยสะดวกสบาย ผู้คนแค่ลงมือทำโดยไม่ต้องถึงขั้นที่พวกเขาต้องเอาจริงเอาจังมากนัก”


ขณะที่กำลังคุยกันอยู่ โกเลมก็มุ่งหน้าไปรวบรวมหมูป่าที่ถูกยิง

เพราะว่ามันรับคำสั่งมาแบบนั้น พวกผมแค่รอมันกลับมาเท่านั้น


            “สร้างบ้าน, พรวนดิน บดขยี้ศัตรู คือสิ่งที่พวกฉันขอร้องโกเลมในตอนนี้ ถ้าไม่มีเด็กคนนั้นการดำรงชีวิตของพวกฉันคงอยู่ไม่ได้แม้แต่วันเดียว ถึงจะพูดว่าพวกฉันได้รับความช่วยเหลือมากมาย แต่บางครั้งมันก็ทำให้ฉันกลัว”


คุณยายพูดพลางเอาไม้เท้าพยุงร่างกายท่อนบน


            “คุณแขกรู้รึเปล่า? นักรบในศาสนจักรแห่งดินถูกเรียกด้วยชื่อที่น่ากลัวว่า กองกำลังทำลายล้างสรรพสิ่งให้เป็นเถ้าธุลี เมื่อหลายร้อยปีก่อนพวกเขาก็เป็นไปตามชื่อนั้น พวกเขาทรงพลังและแข็งแกร่งดั่งหินผา ที่ ๆ พวกเขาไปไม่มีหญ้าหลงเหลืออยู่เลย ศาสนจักรอื่น ๆ ต่างหวาดกลัวพวกเขา แต่ว่าตอนนี้ พวกเขากลายเป็นวัยรุ่นว่าง่ายที่ได้แต่ทำงานเก็บบล็อกจาก ‘ท่านเสาหลัก’ เท่านั้น”

            “ก็ดีไม่ใช่เหรอครับ? การเป็นคนดีย่อมดีกว่าเป็นคนที่น่ากลัวอยู่แล้วครับ” (ไฮเนะ)

            “ถ้าคิดแบบนั้นล่ะก็ เธอเองก็เป็นคนดีเหมือนนะ”


พอพูดแบบนั้น คุณยายก็ฝืนยิ้ม


            “......เอาเถอะ แต่มันก็จริงนะ ฉันเองก็ถูกเด็กคนนั้นช่วยไว้เยอะ ถึงได้มีชีวิตอยู่มาจนถึงป่านนี้ การพร่ำบ่นมันไร้เหตุผล จริง ๆ นะพอแก่ตัวแล้วก็มักจะบ่นเรื่องไม่เป็นเรื่อง”


แผ่นดินนี้มันตรงกับสไตล์ของผม

เดิมทีคุโรมิยะ ไฮเนะเป็นคนบ้านนอกที่เติบโตในป่าลึก อิชตาร์เบลซที่มีโกเลมเป็นรากฐานในการดำรงชีวิต และตัดขาดจากอารยธรรมอีเธอเรียลนั้นมีบรรยากาศที่ใกล้เคียงกับบ้านเกิดของผม เพราะงั้นถึงแม้ว่าผมจะรู้ว่าตัวเองไม่มีธุระแล้ว ผมก็ก้าวขาออกไปไม่ได้


การอยู่ที่นี่มันทำให้ผมคิดว่า สิ่งที่ดีสำหรับมนุษย์จริง ๆ คืออะไรกันนะ?


มนุษย์ถูกขุมขังอยู่ในการปกครองของเทพมาหลายร้อยปี และสิ่งที่ทำให้พวกเขาหนีรอดไปจากข้อจำกัดนั้นก็คือวัตถุแบบใหม่ที่เรียกว่าอีเธอเรียลซึ่งนำพาอารยธรรมทางเครื่องจักรมา ความสะดวกสบายที่เครื่องจักรมอบให้, ความจำเป็นของทวยเทพลดลง แล้วมนุษย์ก็ได้เป็นอิสระ


ผมที่อพยพจากบ้านเกิดมาอาศัยอยู่ที่เมืองอโพรอน ก็ซึมซับความสะดวกสบายของอารยธรรมอีเธอเรียลเหมือนกัน

แต่ว่าตอนนี้ พอได้กลับมาใช้ชีวิตที่ไม่มีเครื่องจักรแล้ว ผมก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองลืมอะไรบางอย่างไป

และที่ผมโล่งใจได้ก็เพราะว่าตัวเองเป็นแค่คนบ้านนอกโดยกำเนิด


ยังไงก็ตาม ยิ่งผมคิดถึงเรื่องที่ปกติไม่ได้คิดมากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองถูกพระแม่ธรณีทำให้คิดแบบนั้น


* * * * *


พอตกเย็น ผมก็กลับไปที่พระบรมมหาราชวังสีชาดแห่งดิน

มันคือกองบัญชาการของศาสนจักรแห่งดิน และยังเป็นสถานที่อันยอดเยี่ยมที่จัดเตรียมไว้ให้นักเดินทางจากภายนอกที่มาเยือนพักชั่วคราว


            “ไง คุณไฮเนะ การล่าสัตว์เป็นยังไงบ้างล่ะ.......!?”


ผู้ก่อตั้งแห่งดินออกมาต้อนรับผมแบบเดียวกับเมื่อวาน

แต่ท่าทีที่เขาแสดงออกมามันดูห่างเหิน


            “ครับ ถึงจะเป็นเวลากลางวันผมก็ฆ่าพวกมันไปได้สี่ตัว สัตว์ที่อยู่บริเวณนี้มันประมาทน่ะครับ” (ไฮเนะ)

            “มีเพียงเรื่องนั้นที่พวกฉันได้แต่ดูอยู่เฉย ๆ ช่างน่าละอายนัก แต่ต้องขอบคุณคุณนะ พวกฉันคิดว่าจะเพิ่มปริมาณการเก็บเกี่ยวผลผลิตในฤดูกาลนี้อยู่เลยครับ”


อย่าชมผมแบบนั้นเลยครับ


            “แต่การอยู่นานไปมันดูไม่ดี ผมก็เลยคิดว่าจะกลับวันพรุ่งนี้น่ะครับ ผมรู้สึกขอบคุณในความกรุณาของผู้คนในศาสนจักรแห่งดินจริง ๆ ครับ” (ไฮเนะ)

            “ไม่ไม่ไม่ไม่......!?”


ไม่รู้ว่าทำไม จู่ ๆ ผู้ก่อตั้งแห่งดินถึงได้ลนลาน เขาถึงกับสะดุ้งโหยง อะไรที่ทำให้เขาตกใจถึงขนาดนั้นนะ?


            “ไม่เอาน่า อย่าพูดแบบนั้นเลยครับ คุณช่วยอยู่ต่ออีกสักหน่อยได้ไหมครับ? เพราะทักษะล่าสัตว์ของคุณไฮเนะ เป็นสิ่งล้ำค่าต่ออิชตาร์เบลซนี้ครับ.......!”

            “ไม่ดีกว่าครับ ผมรู้สึกแย่ที่ตัวเองครอบครองห้องรับแขกไว้หลายวันครับ......” (ไฮเนะ)

            “ถ้าเช่นนั้นเอาแบบนี้ไหมครับ เพื่อคุณ พวกฉันจะสร้างบ้านในผืนแผ่นดินนี้ให้?”


เอ๋?

บ้าน่า สร้างบ้านให้กับนักเดินทางธรรมดา ๆ เนี่ยนะ แบบนั้นมันไม่เวอร์ไปหน่อยเหรอ?


            “อย่าได้กังวลไปเลยครับ เพราะว่าการสร้างบ้านในอิชตาร์เบลซนี้มันเป็นเรื่องง่าย ๆ ครับ”

            “ให้โกเลมสร้าง......เหรอครับ?” (ไฮเนะ)

            “เปล่าครับ โกเลมจะกลายเป็นบ้านครับ”

            “?”

            “โกเลมนั้น นอกจากจะเป็นผู้ที่ขยันทำงานแล้วมันยังมีคุณสมบัติพิเศษอยู่อีกครับ หากเติมพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งดินลงไป มันก็จะเปลี่ยนรูปร่างและคุณสมบัติได้อย่างอิสระครับ ถ้าเขียนคำสั่งว่า ‘กลายเป็นบ้าน’ ที่ไลฟ์บล็อก แล้วให้มันดูดกลืนวัตถุจนเพียงพอ มันก็จะกลายเป็นโกเลมบ้านได้ทันทีครับ”


โกเลมมันสะดวกถึงขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย!?


            “พูดตามตรงนะครับ พระบรมมหาราชวังสีชาดแห่งดินนี้ สร้างขึ้นโดยเชื่อมโกเลมหลายตัวเข้าด้วยกัน จะเรียกมันว่าพระราชวังโกเลมก็ได้ครับ เดิมทีมันเป็นแค่ตึกเท่านั้น แต่ถ้าฉันที่เป็นผู้ก่อตั้งสั่งคำเดียวล่ะก็ มันจะเปลี่ยนรูปร่างได้อย่างอิสระเลยล่ะครับ ตัวอย่างเช่น......”


ผู้ก่อตั้งแห่งดินทำเสียงดีดนิ้ว

จากนั้นผนังจากทุกทิศทางก็ก่อตัวขึ้น ผนังที่ก่อตัวนั้นกลายเป็นรูปร่างคน แล้วแยกตัวออกมาจากกำแพง

มันคือโกเลม

มันเป็นโกเลมที่มีขนาดเล็กพอดีกับห้องข้างใน แต่มันมีหลายตัว

จะพูดว่ามันโผล่ออกมาจากกำแพงก็ว่าได้

งั้นเหรอ มันเป็นสิ่งที่สุดยอดจริง ๆ แต่ทำไมผู้ก่อตั้งแห่งดินถึงได้อุตส่าห์สาธิตให้ผมดูถึงขนาดนี้ล่ะ?

งั้นนี่ก็คือสิ่งที่เรียกว่าสิบปากว่าไม่เท่ากับตาเห็นสินะ ถึงอย่างนั้นจำนวนโกเลมพวกนี้น่ะ มันไม่มากไปหน่อยเหรอ?

มิหนำซ้ำโกเลมก็เปลี่ยนส่วนแขนให้เป็นรูปร่างของค้อนหรือไม่ก็เสา ผมรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าพวกมันตั้งใจจะทำลายอะไรบางอย่างหลังจากนี้

......ไม่สิ ตั้งใจที่จะฆ่างั้นเหรอ?


            “......ผู้ก่อตั้ง นี่คุณตั้งใจจะทำอะไรเหรอครับ?” (ไฮเนะ)


ผมถามเผื่อไว้เฉย ๆ แต่ตอนนั้นเอง ความห่างเหินที่ลอยมาจากผู้ก่อตั้งก็หายไป


            “ฉันเอาคนออกไปจากบริเวณนี้และห้องนี้แล้ว ไม่นึกเลยว่าแกจะสวนกับฮีโร่แล้วมาถึงเมืองของพวกเราได้ สมแล้วที่เป็นการจุติของเทพแห่งความมืด”

            “!?”


ผมตกตะลึงกับคำพูดนั้น และในเวลาเดียวกันมันก็มีเรื่องที่ผมรับไม่ได้มากมาย มันยากที่จะผมยอมรับ


            “เท่านี้ คำพยากรณ์ของท่านพระแม่ธรณีแมนเทิลก็จะเป็นจริงเพราะฉันคนนี้! การจุติแห่งความมืดคุโรมิยะ ไฮเนะ! จงรู้ไว้ซะว่าแกไม่มีทางออกไปจากอิชตาร์เบลซแบบมีชีวิตอยู่ได้!”

◆◆◆◆◆




NEKOPOST.NET