[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด ตอนที่ 114 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด

Ch.114 - ตอนที่ 114 - ตอนที่ 115


ตอนที่ 114 ทักษะเงา

            “ไม่จริง......! [โกเลมบอย] ตายไปก่อนพ่อแม่ของมันเนี่ยนะ......!?” (ซาซาเอะ)


อย่าพูดอะไรแบบนั้นได้ไหมคะ มันทำให้ฉันรู้สึกไม่สบายใจ


            “สิ่งที่ตัวเล็กและอ่อนแอย่อมล้มตายเป็นธรรมดา มันเป็นไปตามกฎของธรรมชาติ” (โดโรฮะ)


คุณโดโรฮะเองก็อย่าพูดแบบนั้นได้ไหมคะ!


            “.......ไม่ยกโทษให้แน่! แล้วไอ้วิธีการต่อสู้ที่ดูชั่วร้ายและดำมืดนั่นน่ะ! เข้าใจล่ะ! เธอคือคุโรมิยะ ไฮเนะใช่ไหม!?” (ซาซาเอะ)


พอพูดแบบนั้นเธอก็ชี้ไปที่คุณโดโรฮะ


            “? พูดอะไรของเธอน่ะ......?” (โดโรฮะ)

            “ไม่ต้องพูดฉันก็รู้อยู่แล้วล่ะ! การจุติของเทพแห่งความมืดเอ็นโทรปีผู้ชั่วร้าย ฉันเฝ้ารอโอกาสที่จะได้พบกับแกมานานแล้ว! ไหน ๆ เรื่องก็มาถึงขั้นนี้แล้ว ฉันจะทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อทำภารกิจของท่านพระแม่ธรณีให้ลุล่วง!!” (ซาซาเอะ) 「TL: ここで会ったが百年目 เป็นสำนวนโบราณที่สื่อประมาณว่ารอคอยโอกาสที่จะได้พบกับศัตรูคู่อาฆาตมานานมากแล้ว」


ซาซาเอะจังยกเคียวปฐพีสีดาขึ้นมา

โซ่ซึ่งติดอยู่ตรงส่วนที่ปักหินตอบสนองกับแสงสีทองที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากคมเคียว มันแยกออกมา แล้วกลายเป็นรูปร่างคน

เดิมทีโซ่นั่นคือโกเลมขนาดกลางในหมู่โกเลมทั้งสามตัวที่เปลี่ยนรูปร่าง


            “! แขนทั้งสองข้างที่ฉันตัดทิ้งไปก็ฟื้นสภาพเหมือนกัน!?” (คาเรน)


เห็นได้ชัดว่า ตราบใดที่คอร์ยังปลอดภัย โกเลมก็สามารถฟื้นสภาพได้นับครั้งไม่ถ้วน ๆ


            “[โกเลมฟาเธอร์], [โกเลมมาเธอร์]! สามีภรรยารวมตัว!!” (ซาซาเอะ)


ฉันรู้สึกว่าถ้อยคำที่ซาซาเอะจังพูดออกมาเหมือนกับจะเป็นปัญหาที่น่าสะพรึงกลัวยังไงไม่รู้

โกเลมสามีภรรยาทำตามคำสั่งนั้น พวกมันเอาร่างกายมาต่อกัน กลายเป็นก้อนดิน แล้วผสมผสาน

ยิ่งไปกว่านั้นพวกมันยังเอาดินบริเวณเท้ามารวมกัน ร่างกายจึงใหญ่ยิ่งกว่าตอนที่เอาร่างกายมาต่อกัน พวกมันกลายเป็นร่างยักษ์ที่แทบจะคว้าเมฆได้


            “การเอาโกเลมสองตัวมารวมกัน ทำให้มันใหญ่ถึงขนาดนี้เลยเหรอ.......!?” (มิรัค)


มิรัคจังที่มองขึ้นไปข้างบนก็แปลกใจเหมือนกัน


            “แฮ่กแฮ่ก.......! ปะ-เป็นไงล่ะ!? พอเติมพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งดินให้กับโกเลมแล้ว มันก็จะกลายเป็นโกเลมที่ทรงพลังยิ่งกว่าปกติ! ถึงจะต้องรับภาระมากมายก็เถอะ....... การจุติแห่งความมืด คุโรมิยะ ไฮเนะ! ตัดใจซะเถอะ!” (ซาซาเอะ)


ก็บอกไปแล้วนี่คะว่าคน ๆ นั้นคือคุณโดโรฮะ ไม่ใช่คุณไฮเนะ.......!

ฉันไม่มีเวลาชี้แจงเรื่องนั้นเลย โกเลมยักษ์ที่รวมร่างนั่นน่ะ แค่มันย่ำลงมานิดเดียวก็เหมือนกับจะทำให้มหาวิหารแห่งแสงพังทลายแล้ว


            “การจุติแห่งความมืด........” (โดโรฮะ)

            “เอ๋?”

            “......ทำไมกันนะ พอได้ยินแบบนั้นแล้ว ฉันถึงได้รู้สึกคิดถึงเล็กน้อย” (โดโรฮะ)


ทั้ง ๆ ที่กำลังเผชิญหน้ากับหน้ายักษ์นั่นอยู่แท้ ๆ แต่คุณโดโรฮะกลับไม่หวั่นวิตกเลยสักนิด

ความใจเย็นนั้นค่อย ๆ กลายเป็นลักษณะเฉพาะ


            “หัวใจของฉันมันไม่มีอะไรเลย อดีตก็ไม่มีเหมือนกัน เพียงแต่ สิ่งเดียวที่ทำให้ฉันพอใจก็คือความเมตตากรุณาของท่านโยริชิโระที่เก็บฉันมาเลี้ยง แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น มันก็มีคำพูดที่มากระตุ้นอะไรบางอย่างที่ควรจะสูญหายไป” (โดโรฮะ)


......เอ๋? อะไรน่ะ?

จู่ ๆ บริเวณรอบ ๆ ก็มืดมนทันที ตอนที่ฉันคิดว่าพระอาทิตย์ถูกเมฆบดบังก็เลยมองขึ้นไปข้างบน แต่วันนี้อากาศมันปลอดโปร่ง ไม่มีเมฆเลยสักก้อน

ถึงอย่างนั้นมันก็ยังมืด

มันค่อย ๆ มืดลงทีละนิด ราวกับท้องฟ้าแจ่มใสได้เปลี่ยนเป็นท้องฟ้ามืดครึ้มในยามเย็นอย่างรวดเร็ว


            “ทวยเทพแห่งธาตุทั้งสี่อันน่ารังเกียจ ชื่อของพวกมันคือที่สุด เวลาที่ฉันได้ยินชื่อของพวกมัน ความโกรธที่ไม่รู้เหตุผลมันก็ระเบิดออกมา ถ้าพวกมันจะเป็นศัตรูกับฉันล่ะก็ เรายินดีที่จะกลายเป็นเทพแห่งความมืดเอ็นโทรปีอีกครั้ง ตามที่ต้องการ เราจะสังหารแล้วฉีกพวกมันให้เป็นชิ้น ๆ” (โดโรฮะ)

            “ไม่ได้นะ!” (โยริชิโระ)

            “เอ๋!? ......หวา!?” (คาเรน)


ฉันเองก็ตกใจในเวลาเดียวกับที่ท่านโยริชิโระส่งเสียงตะโกนเหมือนกัน

พื้นดินบริเวณเท้าของพวกเราถูกย้อมด้วยสีดำ

เงา ได้แผ่ขยายออกไปจนปกคลุมพื้นดิน

ที่บริเวณรอบ ๆ มืดมนเมื่อครู่ เป็นเพราะคุณโดโรฮะดูดกลืนแสงสว่าง

เธอกำลังดูดกลืนแสงสว่างแล้วเปลี่ยนเป็นพลังของเงา


            “อะไรกัน? ทำไมต้องจริงจังด้วยล่ะ.......? เหวอ!?” (ซาซาเอะ)


เงาที่แผ่ขยายไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุดได้พุ่งขึ้นมา  แล้วกลืนเจ้าโกเลมยักษ์

อีกฝ่ายไม่มีเวลาต่อต้านเลย มันจมลงไปในเงาตั้งแต่เท้าไปจนถึงหน้าอกในชั่วอึดใจ เสียงครืดครืดดังขึ้น แล้วมันก็ถูกดูดลงไปทั้งอย่างนั้น


            “ฮี้———!? โกเลมสังหารของฉัน!? ถูกเชือดในพริบตา!?” (ซาซาเอะ)


คอร์ไม่มีความหมายอีกแล้ว พวกมันหายไปโดยไม่เหลือแม้แต่ซาก

เท่านี้ ซาซาเอะจังก็ไร้ตัวช่วยโดยสมบูรณ์แบบ


            “เราคือ เทพแห่งความมืดเอ็นโทรปี” (โดโรฮะ)


ในขณะที่ร่ายคำนั้น คุณโดโรฮะก็เข้าไปใกล้ ๆ ซาซาเอะจัง


            “ช่วยด้วย——!? ยายจ๋าาาาาา!!” (ซาซาเอะ)


ซาซาเอะจังถูกทำลายจิตใจโดยสมบูรณ์

นี่มันไม่ได้อยู่ในระดับที่ฉันจะมองดูได้อีกต่อไป


            “คุณโดโรฮะ! เดี๋ยวก่อนค่ะ!” (คาเรน)


ฉันวิ่งออกไป แล้วเข้าไปอยู่ระหว่างคุณโดโรฮะกับซาซาเอะจัง

ฉันอยู่ในท่าที่ยืนขวางทาง โดยหันหน้าให้กับคุณโดโรฮะ แล้วหันหลังให้กับซาซาเอะจัง


            “ฟุเอ๋!?”

            “คุณโดโรฮะผลแพ้ชนะได้ถูกตัดสินแล้วค่ะ ซาซาเอะจังไม่เหลือแรงกายแรงใจที่จะต่อต้านอีกแล้วค่ะ!” (คาเรน)


พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือมันอยู่ในระดับที่กระทบกระเทือนจิตใจของเธออย่างเห็นได้ชัด


            “ได้โปรดยกโทษให้เธอด้วยนะคะ! และการหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่เกินความจำเป็นก็เป็นหน้าที่ของฮีโร่เหมือนกันค่ะ!” (คาเรน)


แต่ท่าทางเสียงของฉันจะไปไม่ถึงคุณโดโรฮะ

ใบหน้าของเธอถูกย้อมด้วยสีที่ดำสนิทยิ่งกว่าเดิม จนแทบจะเปลี่ยนเป็นเงาดำนั่นอยู่แล้ว


            “เราคือ เทพแห่งความมืดเอ็นโทรปี......” (โดโรฮะ)

            “ค่า พอแค่นั้นล่ะ”


ท่านโยริชิโระกอดคุณโดโรฮะจากด้านหลัง

หน้าอกอันอุดมสมบูรณ์จนเหลือล้นนั่น ได้ฝังด้านหลังศรีษะของคุณโดโรฮะ


            “โอ๊ะ”

            “ดิฉันบอกแล้วใช่ไหมคะ? ว่าเธอยังไม่มั่นคง มีแนวโน้มว่าเธอจะถูกเงากักขังตอนที่ถูกปลุกเร้า พวกเราคงต้องเตรียมวิธีรับมือโดยเร็วแล้วล่ะค่ะ” (โยริชิโระ)


พอถูกท่านโยริชิโระโอบรัด ความบ้าคลั่งของคุณโดโรฮะก็หยุดลงอย่างง่ายดายจนน่าตกใจ

ใบหน้าที่แทบจะดูขนลุกขนพองนั่นได้หายไปในทันที ส่วนเงาที่ปกคลุมพื้นดินก็ย่อขนาดลงเช่นกัน


            “ฟุฟุ...... สมกับเป็นฮีโร่ของดิฉัน” (โยริชิโระ)

            “เอ๋” (คาเรน)


ฉันที่ถูกท่านโยริชิโระพูดแบบนั้น ได้แต่สับสน

ฉันคิดว่าคนที่สุดยอดคือท่านโยริชิโระต่างหาก เพราะว่าเธอหยุดความบ้าคลั่งของคุณโดโรฮะได้อย่างง่ายดาย


            “การกระโดดออกมาช่วยคุณฮีโร่ตัวน้อยตรงนั้นในสถานการณ์วิกฤตโดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียวน่ะ สมกับเป็นคุณเลยค่ะ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าความสามารถของคุณไม่มีผลกับโดโรฮะเลยแท้ ๆ ถึงอย่างนั้นคุณก็ยังไม่ยอมหยุด” (โยริชิโระ)

            “ไม่หรอกค่ะ นั่นน่ะ.......” (คาเรน)

            “การกระทำที่ออกมานั่นคือความกล้าค่ะ และเพราะว่าฮีโร่มีความกล้า พวกเขาจึงถูกเรียกว่าฮีโร่ค่ะ” (โยริชิโระ)


ถูกพูดขนาดนั้น.......

รู้สึกเขินยังไงไม่รู้


            “ความกล้าคือจิตใจอันงดงามที่ส่งผ่านความรู้สึกได้ดีที่สุด ดูเหมือนหัวใจของคุณ จะส่งไปถึงเด็กคนหนึ่งแล้วนะคะ” (โยริชิโระ)

            “เอ๋?”


ตอนนั้นเอง จู่ ๆ ฉันก็รู้สึกถึงของหนัก ๆ ตรงเอว

พอมองลงไปดู ฉันก็เห็นร่างของซาซาเอะจังกำลังกอดฉันจากด้านหลัง


            “อุแง้—! น่ากลัวจังเลยง่าาาาา!!” (ซาซาเอะ)


เธอเอามือทั้งสองข้างกอดเอวของฉันซะแน่น คงจะกลัวมากเลยสินะ

ด้วยเหตุนี้ ความวุ่นวายของโกเลมที่เกิดขึ้นในเมืองอโพรอนอย่างต่อเนื่องจึงคลี่คลาย

◆◆◆◆◆

ตอนที่ 115 อนุมัติการจู่โจม

 

จากนั้น......


            “รู้สึกเหมือนได้เห็นฝันร้ายเลย......” (มิรัค)

            “ให้ตายเถอะ ฮีโร่ที่ควบคุมสัตว์ประหลาด แล้วสัตว์ประหลาดนั่นก็ถูกเด็กที่ไม่รู้จักและก็ไม่ใช่ฮีโร่จัดการ เหมือนฉันได้ยินเสียงคอมมอนเซนส์กำลังแตกสลายอย่างรวดเร็วเลย” (ซิลติส)


มิรัคจังและซิลติสจัง

ดูเหมือนพวกเธอที่ถูกผลักดันให้กลายเป็นคนนอกซึ่งคอยดูอยู่เฉย ๆ ในระหว่างการต่อสู้ จะได้รับความกระทบกระเทือนจากการต่อสู้นั้น


ส่วนอีกคนหนึ่ง.......


            “คือว่า...... ขามันค่อย ๆ ชาแล้วง่ะ......!” (ซาซาเอะ)


ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในครั้งนี้โดยตรง ฮีโร่แห่งดิน ซาซาเอะจัง

ไม่สิ ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง หรือผู้ก่อการร้ายกันนะ เพราะความเกี่ยวข้องนั้น ตอนนี้เธอจึงนั่งคุกเข่าราบอยู่บนพื้นของห้องนั่งเล่นเพื่อแสดงความเสียใจ


            “ขะ-ขอโทษนะ ยกโทษให้ฉันได้รึยัง?” (ซาซาเอะ)

            “อ๋า? ยังตัดสินไม่ได้หรอกยัยฮีโร่หัวร้อน ชั้นต้องเคี่ยวคนบ้านนอกอย่างเธอให้หนัก ๆ เธอจะได้รู้ว่าการเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่นคือทักษะที่จำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตในเมือง” (มิรัค)

            “ใช่แล้ว ตอนนี้ สิ่งที่พวกฉันต้องการจากเธอคือการคิดทบทวนที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าท้องทะเล แสดงท่าทีว่าเธอเข้าใจความรู้สึกนั้นซะ” (ซิลติส)


ทั้งสองคนเข้มงวดกับซาซาเอะจังแบบไม่ลดละ


            “จะบอกให้นะ วิธีนี้ยังถือว่าใจดีอยู่นะ รู้ไหม? หรือเธออยากจะทบทวนให้ลึกซึ้งกว่าเดิมด้วยบทเรียนที่เลื่องชื่อแห่งไฟ ‘การคุกเข่าโดยเอาหน้าแนบลงกับตะแกรง’ ล่ะ?” (มิรัค) 「TL: 焼き突っ伏し土下座」

            “‘การคุกเข่าโดยเอาหน้าแนบลงไปในน้ำร้อน’ ที่เลื่องชื่อของศาสนจักรแห่งน้ำก็เข้าท่าเหมือนกันนะ น้ำร้อนที่ทั้งร้อนและหายใจไม่ได้ คงช่วยให้เธอทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นได้ถึงสองเท่า” (ซิลติส) 「TL: 熱湯土下座」


ดูเหมือนพวกเธอกำลังบ่นพึมพำเรื่องที่ดูน่ากลัวอยู่.......!


            “เอ่อ ทั้งสองคน......! ปล่อยเรื่องพวกนั้นไปได้ไหม? ดูเหมือนซาซาเอะจังจะเข็ดหลาบแล้วนะ......!” (คาเรน)

            “อุแง้! พี่สาวใจดีจังเลย!” (ซาซาเอะ)


พอพูดแบบนั้น ซาซาเอะจังก็มากอดฉัน


            “ยัยเปี๊ยกนี่ ตั้งแต่ที่คาเรนจิปกป้องในการต่อสู้เมื่อกี้ก็เกาะติดเธอซะแน่นเลย เกาะติดเธออยู่เรื่อยเลยนะ” (ซิลติส)

            “ยัยนี่ ว่าแล้วเชียว มาใช้บทลงโทษแห่ง ‘การคุกเข่าโดยเอาหน้าแนบลงกับตะแกรง’ กันเถอะ ย่างเธอตั้งแต่ด้านบนเลยนะ” (มิรัค)

            “ความอิจฉาของเธอนี่มันดูไม่ได้เลยนะ ฮีโร่แห่งไฟ” (ซิลติส)


ยังไงซะพวกฉันก็ควบคุมความวุ่นวายไว้ได้ ค่อยยังชั่ว

พวกฉันสามารถปรับความเข้าใจกับซาซาเอะจังได้ รู้สึกว่าพวกฉันจะนำความปลอดภัยที่สูญเสียไปกลับคืนมาได้สินะ?


            “ที่สำคัญกว่านั้น เรื่องที่ดิฉันยังติดใจอยู่.......”


คือสิ่งที่อีกคนหนึ่งแสดงความคิดเห็น

นั่นก็คือผู้ก่อตั้งแห่งแสงท่านโยริชิโระ ตอนนี้หน้าอกของเธอยังคงกดคุณโดโรฮะอยู่

ดูเหมือนหน้าอกของท่านโยริชิโระจะมีปฏิกิริยาต่อความสงบของคุณโดโรฮะ ถึงเธอจะอาละวาดอย่างน่ากลัวในการต่อสู้ แต่ตอนนี้เธอกลับกำลังนอนหลับอย่างสงบ


            “......การเคลื่อนไหวของศาสนจักรแห่งดินค่ะ พวกเขาออกคำสั่งให้กำจัดและระบุชื่อคุณไฮเนะ พระแม่ธรณีแมนเทิลตั้งใจจะทำอะไรกันแน่นะ? ......คุณคาเรนคะ” (โยริชิโระ)

            “คะ?” (คาเรน)

            “ดูจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พวกเราคงต้องโจมตีเมืองหลวงแห่งดินอิชตาร์เบลซ ดังนั้นเตรียมตัวไว้ด้วยนะคะ” (โยริชิโระ)

            “สงคราม! ไม่นะ! ไม่มีทาง!!” (คาเรน)


ทำไมท่านโยริชิโระที่พูดเรื่องน่ากลัวเล็กน้อยในบางครั้ง ถึงได้พูดเรื่องน่ากลัวอย่างชัดเจนเวลาที่เกี่ยวข้องกับคุณไฮเนะกันนะ?

เอาเถอะ ตอนนี้ฉันมีเรื่องอื่นที่อยากจะถามท่านโยริชิโระ


            “เอ่อ ท่านโยริชิโระคะ ......หรือว่าตอนนี้ คุณไฮเนะไปที่อิชตาร์เบลซแล้วคะ?” (คาเรน)

            “ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะคะ?” (โยริชิโระ)

            “เป้าหมายที่คุณไฮเนะเดินทางในครั้งนี้ก็คือมารดาสัตว์ประหลาด นั่นก็เพื่อกำจัดสัตว์ประหลาดที่ให้กำเนิดสัตว์ประหลาด และโกเลม ตัวตนที่เป็นสัตว์ประหลาดดิน ก็เกิดขึ้นจากต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ในอิชตาร์เบลซ......” (คาเรน)


ท่านโยริชิโระพูดแบบนั้นในระหว่างการต่อสู้


            “เพราะงั้นต้นไม้ใหญ่นั่นก็คือมารดาสัตว์ประหลาดไม่ใช่เหรอคะ? คุณไฮเนะจึงไปจัดการมัน ที่ท่านพระแม่ธรณีแมนเทิลมอบคำพยากรณ์ให้กำจัดคุณไฮเนะน่ะ บางทีมันอาจจะมีความเกี่ยวข้องอะไรบางอย่างกับเรื่องนั้นก็ได้......?” (คาเรน)

            “เอ๋!?”


คนที่พูดแทรกด้วยน้ำเสียงประหลาดใจก็คือซาซาเอะจัง


            “งั้น คุโรมิยะ ไฮเนะกับฉันก็สวนกันน่ะสิ!? แล้วการเดินทางด้วยเท้าที่ฉันใช้เวลาเป็นเดือนมันหมายความว่าอะไรกันล่ะ!?” (ซาซาเอะ)

            “เรื่องนั้นมันจะเป็นยังไงก็ช่าง” (มิรัค)

            “ตอนนี้เธอเงียบไปก่อนไป” (ซิลติส)


ซาซาเอะจังถูกการจับคู่ไฟและน้ำกดดัน


            “ถ้าเป็นอย่างนั้นล่ะก็ คุณจะทำยังไงเหรอคะ คุณคาเรน?” (โยริชิโระ)


ท่านโยริชิโระถามอย่างสงบ


            “คุณไฮเนะไปที่อิชตาร์เบลซเพื่อกำจัดมารดาสัตว์ประหลาด นั่นคือจุดเริ่มต้นของบางสิ่งบางอย่างที่ไม่รู้ขอบเขตเคลื่อนไหว ดังนั้นช่วยบอกหน่อยได้ไหมคะว่าคุณอยากจะทำอะไร?” (โยริชิโระ)

            “ฉันอยากจะไปที่อิชตาร์เบลซเหมือนกันค่ะ” (คาเรน)


ฉันตอบอย่างชัดเจน

ฉันชอบคุณไฮเนะ ถ้าฉันไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรเพื่อคนที่ชอบได้ล่ะก็ ฉันก็คงไม่อยากจะทำอะไรอีกแล้ว

ถ้าได้อยู่ข้าง ๆ คุณไฮเนะ ฉันก็จะเป็นประโยชน์กับเขา ฉันไม่ปล่อยให้โอกาสนั้นหลุดมือหรอก


            “.......ได้ค่ะ” (โยริชิโระ)


ท่านโยริชิโระก็ตอบอย่างชัดเจนเหมือนกัน


            “เป็นไปตามที่คุณคาดเดาค่ะ คุณไฮเนะเดินทางไปที่อิชตาร์เบลซ เขาให้ดิฉันอุบไว้เพราะไม่ต้องการลากคุณเข้าไปเกี่ยวข้อง ต้องขอโทษด้วยนะคะ” (โยริชิโระ)

            “ไม่หรอกค่ะ เอ่อ...... ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ เรื่องนั้นฉันก็เดาไว้เหมือนกัน” (คาเรน)

            “แต่ว่า การเคลื่อนไหวของพระแม่ธรณีก็ดูไม่น่าไว้ใจจริง ๆ ค่ะ คุณคาเรนคะ ดิฉันไม่เพียงจะให้คุณไปที่อิชตาร์เบลซในฐานะฮีโร่เท่านั้น แต่ยังให้คุณเป็นตัวแทนของดิฉันในฐานะผู้ก่อตั้งอีกด้วย ถ้าคุณแบกรับอำนาจนั้นไว้ล่ะก็ ศาสนจักรแห่งดินจะไม่สามารถทำเรื่องวู่วามได้ในทันทีค่ะ” (โยริชิโระ)

            “ขอบคุณมากค่ะ! .......อ๊ะ แล้วใครจะปกป้องเมืองอโพรอนล่ะคะ?” (คาเรน)


ตอนที่เสนอแผนการไปที่อิชตาร์เบลซครั้งแรก มันถูกคัดค้านเพราะฉันไม่สามารถแยกจากกองบัญชาการนาน ๆ ได้


            “ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ ตอนที่คุณไม่อยู่ ดิฉันจะให้เด็กคนนี้พยายามอย่างเต็มที่เองค่ะ” (โยริชิโระ)


พอพูดแบบนั้น ท่านโยริชิโระก็ลูบศรีษะของคุณโดโรฮะที่ตอนนี้กำลังหลับสบายอยู่

มันก็จริงอยู่ ที่ฉันได้รับรู้ถึงความสามารถที่แท้จริงของคุณโดโรฮะในครั้งนี้ หากคุณโดโรฮะอยู่ เธอก็ปกป้องเมืองอโพรอนในตอนที่ฉันไม่อยู่ได้สบาย ๆ

นั่นทำให้ฉันที่อยู่ในฐานะฮีโร่รู้สึกเสียใจ


            “ฮีโร่แห่งแสงตัวจริงคือคุณค่ะ ดังนั้นดิฉันจึงไม่อยากใช้วิธีนี้บ่อย ๆ แต่พอคำนึงถึงความรู้สึกของหญิงสาวบริสุทธิ์ที่กำลังมีความรักแล้ว ครั้งนี้ดิฉันจะแหกกฎค่ะ .......คุณคาเรนคะ ได้โปรดช่วยเหลือคุณไฮเนะในส่วนของดิฉันด้วยนะคะ” (โยริชิโระ)


ถึงจะมีตัวแทนของฉัน แต่ตัวแทนของท่านโยริชิโระที่เป็นผู้ก่อตั้งมันไม่มี

ท่านโยริชิโระไม่อาจออกไปจากเมืองอโพรอนได้


            “ทราบแล้วค่ะ ความรู้สึกของท่านโยริชิโระน่ะ ฉันจะส่งไปให้คุณไฮเนะเหมือนกันค่ะ!” (คาเรน)


ฉันกับท่านโยริชิโระ

เป็นพันธมิตรที่รักคุณไฮเนะเหมือนกัน ดังนั้นฉันจึงเข้าใจความรู้สึกของเธอ

งั้นก็ ตอนนี้เลย......


            “ไปกันเถอะ! ซาซาเอะจัง!” (คาเรน)

            “เอ๋? ฉันก็ด้วยเหรอ!?” (ซาซาเอะ)


มันก็ต้องอย่างงั้นสิ พวกเรากำลังจะไปที่บ้านเกิดของซาซาเอะจังนะ แล้วฉันจะทิ้งซาซาเอะจังได้ยังไงกันล่ะ?

ถึงจะมีเรื่องราวซับซ้อนมากมาย แต่สุดท้ายฉันก็ไป

ยังเมืองหลวงแห่งดินอิชตาร์เบลซที่คุณไฮเนะอยู่

◆◆◆◆◆




NEKOPOST.NET