[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด ตอนที่ 113 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด

Ch.113 - ตอนที่ 113 ความสามารถที่แท้จริงของผู้ที่อาวุโสที่สุด


เด็กผู้หญิงผิวดำคนหนึ่ง ก้าวออกมาข้างหน้าอย่างใจเย็น

แล้วมุ่งหน้าไปหายักษ์ดิน


            “เฮ้ย เดี๋ยวก่อน......! นี่เธอจะทำอะไรเนี่ย!?” (มิรัค)

            “ไม่ได้เป็นฮีโร่ แล้วจะออกมาข้างหน้าทำไมกันเล่า!? อยากโดนบี้เหรอไง!?” (ซิลติส)


มิรัคจังและซิลติสจังรีบห้ามเธอ แต่ทั้งสองคนไม่รู้

ว่าเธอมาจากที่ไหน

เหตุใดเธอจึงมาอยู่ที่นี่

ตัวฉันเอง เมื่อเทียบกับคุณไฮเนะและท่านโยริชิโระก็ไม่รู้เรื่องราวเหมือนกัน

ผู้ที่รู้เรื่องราวของเธอเล็กน้อย ได้เรียกเธอว่า


ฮีโร่แห่งเงาของเมืองหลวงแห่งความมืดอบิสที่สูญหายไป โดโรฮะ


            “บอกไว้ก่อนนะ” (โดโรฮะ)


คุณโดโรฮะที่เข้าไปใกล้ ๆ จนถึงระยะที่สามารถประจันหน้ากับโกเลมได้นั้น พูดออกมาราวกับการกล่าวอารัมภบท


            “ฉันไม่มีความทรงจำ ไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงจำเรื่องที่เคยทำตั้งแต่ที่ตัวเองเกิดมาไม่ได้เลย ฉันถูกท่านโยริชิโระเก็บมาตอนที่กำลังเดินเตร็ดเตร่ไปที่ไหนสักแห่ง ฉันจึงรู้สึกขอบคุณในความกรุณาของท่านอยู่เสมอ” (โดโรฮะ)

            “ยะ-อย่างงั้นเหรอ? งั้นเธอก็เป็นคนที่น่าสงสารน่ะสิ?” (ซาซาเอะ)


ซาซาเอะจังที่เกาะโกเลมอีกครั้งก็รู้สึกสับสนเช่นกัน


            “แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นเรื่องราวที่ฉันจำได้ก็มีอยู่หลายอย่าง เนื่องจากฉันไม่ได้ลืมตัวหนังสือและคำพูด ฉันจึงสนทนาได้ ดูเหมือนร่างกายจะยังจำเรื่องราวที่สูญหายไปได้อยู่ ไม่ใช่สมอง และที่สำคัญที่สุด......” (โดโรฮะ)


โดโรริ

ฉันรู้สึกว่าตัวเองได้ยินเสียงแบบนั้น

ไม่รู้ว่าทำไมบริเวณรอบ ๆ ถึงได้มืดครึ้ม ทั้ง ๆ ที่ยังกลางวันแสก ๆ อยู่ เมื่อเทียบกับเวลาก่อนหน้านั้นเพียงพริบตาเดียวแล้ว ฉันรู้สึกว่าความสว่างมันลดลง 1-2 เท่าอย่างเห็นได้ชัด


            “มันมีอะไรบางอย่างอยู่ในความทรงจำที่สูญหายไป ตอนที่เธอพูดจาดูหมิ่นท่านเอ็นโทรปีเมื่อกี้ ความรู้สึกไม่พอใจก็เกิดขึ้นมาในตัวฉันอย่างชัดเจน .......พลังศักดิ์สิทธิ์ที่ห่อหุ้มเธอ นั่นเป็นของพระแม่ธรณีแมนเทิล ฉันรู้” (โดโรฮะ)

            “อะไร.........? อะไรกันเนี่ย.......!?” (ซาซาเอะ)


ซาซาเอะจังเองก็หวาดกลัวความฮึกเหิมอันเป็นเอกลักษณ์ของคุณโดโรฮะเหมือนกัน


            “แมนเทิล, คอร์เซอเวท, โนวา, เควซาร์ ไม่ว่าจะหน้าไหนมันก็เป็นเทพชั้นต่ำที่ไร้ค่าด้วยกันทั้งนั้น ส่วนเธอที่เป็นผู้ศรัทธาพวกมันอย่างไม่ลืมหูลืมตาน่ะ ความเย่อหยิ่งแบบไหนกันที่ทำให้เธอคิดว่าตัวเองสามารถหลบหลู่ท่านเอ็นโทรปีได้?” (โดโรฮะ)

            “อ๊ะ?”

            “อ๊ะ?”


มิรัคจังซิลติสจังใจเย็น ๆ ก่อนนะ


            “คนโง่ที่ไม่รู้จักฐานะของตัวเองจำเป็นต้องถูกสั่งสอน จำให้ขึ้นใจเลยนะว่า แมนเทิลเป็นได้แค่เทพที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของท่านเอ็นโทรปีเท่านั้น” (โดโรฮะ)

            “เดี๋ยวก่อน จริง ๆ เลย อะไรของยัยนี่เนี่ย!?” (ซาซาเอะ)


แน่นอนว่าซาซาเอะจังโกรธสุด ๆ


            “จู่ ๆ ก็โผล่ออกมาแล้วพูดถึงเทพของคนอื่นเขาตามใจชอบ! ถ้าอย่างนั้นทางนี้ก็มีไอเดียอยู่เหมือนกัน! ฉันจะแสดงความยิ่งใหญ่ของท่านพระแม่ธรณีแมนเทิล ด้วยพลังที่ฉันได้รับมาจากท่านให้เธอดู!” (ซาซาเอะ)


ปึงปึงปึงปึงปึงปึงปึงปึง............!


ลูกตุ้มน้ำหนักโกเลมถูกเหวี่ยงอย่างรุนแรงอีกครั้ง ราวกับจะสร้างพายุขึ้นมาได้ด้วยพลังนั้น

โซ่และปลายของมัน กระจายออกเป็นภาพติดตานับสิบ จนฉันมองไม่ออกแล้วว่าอันไหนเป็นของจริง

ตุ้มน้ำหนักที่หมุนด้วยความเร็วสูงนั้น.......

เปรี้ยง!

ได้กระแทกเข้ากับอะไรบางอย่าง แล้วปลิวไปด้านหลัง


            “อุเหวอ!?”


แรงกระแทกนั้นก็ส่งไปถึงโกเลมเช่นกัน มันจึงเสียหลักแล้วโซซัดโซเซ ส่วนซาซาเอะจังเองก็พยายามเกาะมันเต็มที่


            “เอ๋? อะไรน่ะ!?”

            “เกิดอะไรขึ้น!? ชั้นไม่ค่อยเข้าใจเลย.......!?”


ฉันเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน

มีอะไรบางอย่างบินมาช่วงที่ลูกตุ้มกำลังหมุนอยู่ แล้วกระแทกใส่ลูกตุ้มจนทำให้มันบินไป แต่ที่ว่า อะไรมันบินมา, กระแทกเข้ากับลูกตุ้ม แล้วทำให้มันบินไปน่ะ ฉันไม่รู้เรื่องเลยสักนิด

เดิมทีมันมีสิ่งที่ทำให้ลูกตุ้มบินไปได้ด้วยเหรอ?

ถึงแม้ว่าสิ่งที่เปลี่ยนร่างเป็นลูกตุ้มจะเป็นเจ้าโกเลมตัวเล็กนั่นก็เถอะ แถมมันยังเป็นสิ่งที่กำลังหมุนอยู่ด้วยความเร็วสูงจนถึงขั้นที่มันเป็นภาพติดตาได้


            “......”


ผู้ที่ทำแบบนั้นได้ มีแค่คน ๆ นั้น

คุณโดโรฮะ ความสามารถที่แท้จริงของคน ๆ นั้นที่เป็นฮีโร่แห่งเงาถูกเปิดเผยงั้นเหรอ?


ยังไม่ทันที่ฉันจะมีเวลาคิด เรื่องน่าตกใจลำดับถัดไปก็เกิดขึ้น

แก๊งแก๊งแก๊ง กะกะกะกะแก๊ง.......!

ร่างกายของโกเลมตามส่วนต่าง ๆ เริ่มแตก


            “ฮี้———————!? [โกเลมฟาเธอร์] กำลังแตกสลายด้วยพลังที่น่าสะพรึงกลัววว-!?” (ซาซาเอะ)


อะไรกำลังบินอยู่น่ะ?

อะไรบางอย่างที่เล็กมาก ๆ และกำลังบินอยู่บนท้องฟ้า ได้กระแทกเข้ากับโกเลมและทุบร่างกายของมัน

แต่นั่นมันอะไรกันล่ะ? คนที่กำลังลอยอยู่คือคุณโดโรฮะงั้นเหรอ?


            “......! ไม่น่าเชื่อ!?” (มิรัค)


ดูเหมือนมิรัคจังจะสังเกตุเห็นอะไรบางอย่าง


            “ดูนั่นสิ! เท้าของเด็กผู้หญิงผิวดำคนนั้น.......!!” (มิรัค)


เด็กผู้หญิงผิวดำ? งั้นคุณโดโรฮะก็กำลังทำอะไรบางอย่างอยู่สินะ? ฉันคิดแบบนั้นแล้วจ้องไปยังจุดที่มิรัคจังชี้


            “เอ๋? .......เอ๋-!?”


เท้าทั้งสองข้างของคุณโดโรฮะเคลื่อนไหวแบบถี่ยิบ ซ้ำยังเคลื่อนไหวด้วยความเร็วอันน่าทึ่ง

ราวกับเป็นการเต้นแท็ป เหมือนกับเธอกำลังซอยเท้าอยู่กับที่ในจุดนั้น แต่มันไม่ใช่

มันคือเงา

เธอกำลังเตะเงาของตัวเองด้วยเท้า

เงาที่ถูกเตะ แตกละเอียดราวกับผิวน้ำ และเศษของเงาที่แตกนั่น ก็บินไปราวกับมีดที่ถูกขว้าง แล้วกระแทกเข้ากับโกเลมจนแตกกระจาย


            “โกหกน่า....... ฉันไม่ได้สังเกตุเลย” (คาเรน)


ฉันนึกว่าคุณโดโรฮะจะต่อสู้โดยควบคุมเงา

ทั้ง ๆ ที่เธอขยับเท้าอย่างรุนแรงจนถี่ยิบถึงขนาดนั้น ฉันกลับไม่ทันสังเกตุจนกระทั่งถูกชี้ให้เห็น


            “ช่วยไม่ได้นะ เด็กผู้หญิงคนนั้น ทั้ง ๆ ที่ร่างกายส่วนล่างกำลังเคลื่อนไหวอยู่ตลอดแท้ ๆ แต่หัวกับไหล่ของเธอมันไม่สั่นเลย” (ซิลติส)


เป็นอย่างที่ซิลติสจังพูด

พอเทียบกับร่างกายส่วนล่างที่เตะเงาหลายสิบแล้ว ร่างกายส่วนบนของคุณโดโรฮะไม่สั่นไหวเลย ราวกับท้องทะเลอันเงียบสงบ


            “.......ชั้นเคยได้ยินมาจากอาจารย์ว่า คนที่ฝึกศิลปะการต่อสู้จริง ๆ จะไม่แกว่งศรีษะไปด้านบนและด้านล่างในตอนที่เดินหรือวิ่งเลย และพวกเขาก็สามารถปลดปล่อยการโจมตีปลิดชีพที่เหนือกว่าพลังของตนเองได้จากท่าทางที่ถูกจัดเตรียมไว้ในสภาพสูงสุด” (มิรัค)

            “ฉันเองก็เคยเต้นตอนที่ทำหน้าที่ไอดอลเหมือนกัน เพราะงั้นฉันก็เลยเข้าใจ ในการเต้นตอนที่ฉันทำการแสดงครั้งใหญ่น่ะ ถ้าไม่สร้างแกนขึ้นมาแกนหนึ่ง มันก็จะไม่กลายเป็นการเคลื่อนไหวที่งดงาม การเคลื่อนไหวของเด็กผู้หญิงคนนั้น ได้เข้าไปในแกนที่แข็งแรงจนเรียกว่ามั่นคงได้เลย” (ซิลติส)


ฉันตกใจกับการผลัดกันอธิบายของมิรัคจังและซิลติสจัง ในความหมายที่แตกต่างกัน

ปกติแล้วทั้งสองคนเป็นคนที่มั่นใจในตัวเองมาก น้อยครั้งมากที่พวกเธอจะชมคนอื่น

‘ฉันแข็งแกร่งที่สุด' นั่นคือสิ่งที่ทั้งสองคนเชื่อมั่นอย่างหัวปักหัวปำ ทว่าความสามารถที่แท้จริงของคุณโดโรฮะมันน่าทึ่งเสียจนพวกเธอต้องยอมรับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


            “ฮี้! ขืนเป็นแบบนี้ฉันได้นั่งรอความตายแน่! งั้นฉันก็จะมองหาทางรอดในช่วงที่กำลังจะตายแล้วกันนน!” (ซาซาเอะ)


จากนั้นซาซาเอะจังที่อดรนทนไม่ไหวก็พยายามสวนกลับ

แม้จะถูกทำลายตามที่ต่าง ๆ โกเลมยักษ์ก็ยังพอเคลื่อนไหวได้อยู่

มันเหวี่ยงลูกตุ้มที่หนักสุด ๆ ลงไปด้วยร่างกายนั้น


            “แหลกไปซ้าาาาา!” (ซาซาเอะ)


แต่ว่า มันไม่ได้เป็นแบบนั้น

คุณโดโรฮะปลดปล่อยลูกเตะที่สูงราวกับทิ่มแทงท้องฟ้าออกไป ชิ้นส่วนเงาที่บินไปพร้อมกับลูกเตะนั้น ได้ทะลวงใจกลางของลูกตุ้มราวกับหอกอย่างแม่นยำ


            “ฮี้————!?” (ซาซาเอะ)


ตำแหน่งที่โดนคงจะดีมาก ๆ เลยสินะ

จากรูที่ถูกทะลวงไปนั้น รอยแตกได้แล่นไป จากนั้นลูกตุ้มน้ำหนักก็แตกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้วร่วงลงมา


            “สุดยอด.......! แค่ทีเดียว.......!” (คาเรน)

            “ไลฟ์บล็อกคงจะถูกทำลายน่ะค่ะ”


เผลอแป๊บเดียวท่านโยริชิโระก็มายืนอยู่ข้าง ๆ ฉันแล้วอธิบาย


            “ไลฟ์บล็อกถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าโกเลมคอร์ มันคือร่างกายของสัตว์ประหลาดธาตุดินค่ะ มันถูกสร้างขึ้นมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุดจากต้นไม้ใหญ่ที่เรียกกันว่า 'ท่านเสาหลัก' ดิฉันได้ยินมาว่ามันถูกใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพโดยประชาชนของเมืองหลวงแห่งดินอิชตาร์เบลซน่ะค่ะ” (โยริชิโระ)

            “เอ๋?”


เมื่อกี้เธอว่าอะไรนะ?


            “ดึงดินกับแร่ที่อยู่รอบ ๆ มา แล้วสร้างร่างกายชั่วคราวด้วยวัตถุนั้น ดังนั้นถึงร่างกายจะถูกทำลาย หากยังมีวัตถุดิบอยู่ มันก็จะฟื้นคืนชีพได้เรื่อย ๆ แต่ถ้าหากไลฟ์บล็อกที่เป็นร่างจริงถูกทำลายล่ะก็ มันจะกลับไปเป็นก้อนดินตามเดิมค่ะ” (โยริชิโระ)


มันก็จริงอยู่ที่ลูกตุ้มนั่นคือ [โกเลมบอย] หนึ่งในโกเลมทั้งสามที่ซาซาเอะจังเป็นเจ้าของซึ่งเปลี่ยนรูปร่างไป


            “งั้นที่ ๆ คุณโดโรฮะเล็ง........?” (คาเรน)

            “ต้องเล็งตรงนั้นล่ะค่ะ” (โยริชิโระ)


ไม่จริง

มันถูกฝังอยู่ในร่างยักษ์นั่น และไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหน แถมยังต้องยิงใส่ร่างที่กำลังหมุนด้วยความเร็วสูง แล้วต้องเล็งให้ถูกต้องอีก

ฉันไม่เข้าใจเลยว่าเธอทำแบบนั้นได้ยังไง


เมืองหลวงแห่งความมืดอบิส

ที่นั่นคือนครรัฐที่เก่าแก่ที่สุดในประวัติศาสตร์ และคุณโดโรฮะก็ข้ามกาลเวลาตั้งแต่ตอนนั้นมาจนถึงตอนนี้

พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ เธอได้รับสมญานามว่า ‘ฮีโร่แห่งเงา' ซึ่งเรียกว่าเธอเป็นฮีโร่ที่อาวุโสที่สุด


นี่คือ ความสามารถที่แท้จริงของผู้ที่อาวุโสที่สุด

◆◆◆◆◆




NEKOPOST.NET