[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด ตอนที่ 110 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด

Ch.110 - ตอนที่ 110 - ตอนที่ 112


ตอนที่ 110 วัตถุประสงค์ที่มุ่งไปคนละทาง

 

 

            “ซาซาเอะจัง!”


เสียงตะโกนของฉัน ได้ทำให้ไหล่เล็ก ๆ ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของพวกโกเลมกระตุกเล็กน้อย


            “เมื่อกี้นี้ ฉันขอโทษนะ.......! ที่ตะโกนใส่เธอ แล้วบอกว่าเธอเป็นคนโกหก.......! แต่เพราะฉันตกใจกับเรื่องที่เธอพูด ฉันก็เลยเผลออาละวาดใส่เธอ.......!” (คาเรน)


ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าตัวเองควรจะพูดยังไงถึงจะเอาความเชื่อใจของซาซาเอะจังกลับคืนมาได้

แต่เรื่องนี้มันจำเป็น ฉันต้องบอกความรู้สึกกับเด็กคนนั้นด้วยคำพูด ดีกว่าไปบังคับเธอโดยพึ่งพาการใช้กำลัง

เพราะงั้นถึงแม้ว่าฉันไม่รู้ว่าจะพูดยังไง แต่ฉันก็จะปล่อยคำพูดออกมาจากปากเท่าที่ตัวเองพอนึกได้


            “ขอโทษจริง ๆ นะที่ฉันทำให้เธอกลัว ฉันไม่ได้คิดถึงหัวอกของเธอที่รู้สึกเปล่าเปลี่ยว เพราะต้องมายังสถานที่ ๆ ไม่รู้จักด้วยตัวคนเดียวเลย แต่ว่า ถึงเธอจะอาละวาดที่นี่มันก็แก้ปัญหาอะไรไม่ได้หรอก เก็บเจ้าโกเลมพวกนี้ แล้วมาคุยกันอย่างใจเย็นอีกครั้งเถอะนะ?” (คาเรน)

            “ฉันไม่หลงเชื่อคำโกหกของเธอหรอก......!” (ซาซาเอะ)


ทว่าสิ่งที่ย้อนกลับมาคือคำพูดปฏิเสธ


            “ฉันรู้นะ เธอน่ะ รู้จักเจ้าคุโรมิยะ ไฮเนะใช่ไหม?” (ซาซาเอะ)

            “!?”


พอถูกแทงใจดำเข้า ฉันก็พูดอะไรไม่ออก


            “เพราะแบบนั้นเธอถึงได้ตะลีตะลานถึงขนาดนั้น เธอปฏิเสธเรื่องที่ฉันพูดเต็มที่ ท่านพระแม่ธรณีได้มอบคำพยากรณ์ให้กับพวกเราว่า คุโรมิยะ ไฮเนะเป็นการจุติของเทพผู้ชั่วร้าย” (ซาซาเอะ)

            “แต่ว่า นั่นต้องมีอะไรผิดพลาด........!” (คาเรน)

            “นั่นไงล่ะ! เธอเปิดเผยจุดประสงค์ที่แท้จริงแล้ว!? ฮีโร่แห่งแสงเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับเทพผู้ชั่วร้าย! ถ้าเธอปฏิเสธคำพูดของท่านพระแม่ธรณีล่ะก็ เธอก็คือศัตรูของท่านพระแม่ธรณี พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือศัตรูของศาสนจักรแห่งดิน สรุปแล้วเธอคือศัตรูของฉันฮีโร่แห่งดิน! เหล่าโกเลมเอ๋ย จงขยี้มันซะ!!” (ซาซาเอะ)


โกเลมทั้งสามตัวมุ่งหน้ามาหาพวกฉัน ราวกับถูกปลดปล่อยด้วยคำสั่งของซาซาเอะจัง

ฉันกับมิรัคจังและซิลติสจัง กระโดดหลบพลางจู่โจมพวกมันแต่ละตัว


            “ปัดโธ่! คนบ้านนอกมักจะมีนิสัยหลงตัวเองแล้วมาฉลาดเอาในเวลาแปลก ๆ เสมอ! ถ้าได้สงสัยสักครั้งพวกเขาก็จะจริงจังจนถึงที่สุด.......!” (ซิลติส)

            “ถ้าสงสัยเทพ เราก็จะกลายเป็นศัตรูทันที.......! มันอาจจะเป็นปฏิกิริยาตอบรับที่ถูกต้องในฐานะฮีโร่ผู้เป็นตัวแทนของศาสนจักรก็ได้นะ.......!” (มิรัค)


นี่ไม่ใช่เวลาที่พวกเราจะมาบ่นนะซิลติสจัง มิรัคจัง

ยังไงก็ตาม พวกเราต้องทำอะไรสักอย่างกับเจ้าโกเลมพวกนี้ก่อน ไม่งั้นพวกเราคงคุยกันอย่างใจเย็นไม่ได้แน่

เนื่องจากมีความเสี่ยงที่ซาซาเอะจังจะถูกลากเข้ามาเอี่ยวด้วย พวกเราจึงใช้ทักษะใหญ่ไม่ได้ แต่พวกเราก็มาพูดคุยอย่างใจเย็นไม่ได้เหมือนกัน

ฉันบรรจุพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งแสงไว้ในดาบศักดิ์สิทธิ์นักบุญจอร์จ แต่ฉันไม่ได้ปลดปล่อยออกมา ฉันรวมมันเข้ากับคมดาบ เพื่อเพิ่มความคมของตัวดาบ


            “[Holy Light Refined Edge]!!” (คาเรน) 「TL:『聖光錬刃』!!」


คมดาบที่เหวี่ยงออกไป ตัดแขนทั้งสองข้างของโกเลมที่ผอมบางได้อย่างง่ายดาย


            “แจ๋ว! สมกับเป็นธาตุแสงที่มีความสามารถรอบด้าน!” (ซิลติส)

            “การต่อกรกับธาตุดินนั้น นอกจากธาตุน้ำของซิลติสที่ไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิงแล้ว ธาตุไฟของชั้นก็ไม่มีความเกี่ยวข้องเลยเหมือนกัน เวลานี้ มีเพียงธาตุแสงเท่านั้นที่มีความสำคัญเพราะว่ามันมีประสิทธิภาพกับธาตุทั้งหมดเล็กน้อย.......!” (มิรัค)


ความจริงแล้วธาตุที่มีความสามารถรอบด้านมีเพียงธาตุความมืดของคุณไฮเนะเท่านั้น

ในการต่อสู้ที่อบิส ธาตุแสงของฉันมันไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง มันจึงเป็นโอกาสดีที่ฉันจะได้โชว์ฟอร์มอย่างโดดเด่นและเอาความมั่นใจกลับคืนมา แต่ว่า.......


            “ยังไงก็ตาม ตอนนี้พวกเรามากำจัดโกเลมและจัดการความวุ่นวายเถอะ!” (คาเรน)


ในฐานะที่ฉันเป็นฮีโร่แห่งแสง ฉันมีหน้าที่จัดการความวุ่นวายในเมืองอโพรอนที่เป็นกองบัญชาการ ฉันไม่อาจละเลยหน้าที่นั้นไปได้


            “ขอโทษนะซาซาเอะจัง! อาจจะทำรุนแรงหน่อยนะ!” (คาเรน)

            “อย่าได้ใจไปนัก! ยัยพวกพ้องของเทพผู้ชั่วร้าย!!” (ซาซาเอะ)


ซาซาเอะจังถือว่าพวกฉันชั่วร้ายโดยสมบูรณ์แบบไปซะแล้ว.......!


            “ความสามารถที่แท้จริงของฮีโร่แห่งดินมันต่อจากนี้ต่างหากล่ะ! [โกเลมฟาเธอร์]! ใช้รูปแบบนั่นซะ!” (ซาซาเอะ)


ซาซาเอะจังยกเคียวนั่น เคียวปฐพีสีดาขึ้นไป

จะว่าไป เธอมีเจ้านั่นอยู่ด้วยนี่นะ

เนื่องจากร่างกายของซาซาเอะจังมันเล็ก และวิธีต่อสู้อันพิสดารที่ใช้โกเลมให้ไปทำร้ายอีกฝ่าย ฉันจึงไม่คิดว่าเธอจะเหลือวิธีต่อสู้อีก.......

ตัวซาซาเอะจังเองก็ต่อสู้ได้งั้นเหรอ!?


ตอนที่ฉันคิดแบบนั้น โกเลมที่ตัวใหญ่ที่สุดซึ่งซาซาเอะจังเรียกมันด้วยชื่อเล่นว่า—— [โกเลมฟาเธอร์] ก็คว้าซาซาเอะจัง


            “อะไรน่ะ!? จะเกิดอะไรขึ้นล่ะเนี่ย!?”


โกเลมเอาเคียวปฐพีสีดาที่ซาซาเอะจังแบกอยู่ไปถือไว้

เคียวที่ดูใหญ่โตนั่น พอถูกโกเลมยักษ์ถือไว้แล้วมันก็เหมือนกับเคียวเกี่ยวข้าวธรรมดา 


            “ยังมีอีกนะ! [โกเลมมาเธอร์] [Alchemical Vessel Transformation]!” (ซาซาเอะ) [TL: 器化錬金]


พร้อมกับเสียงตะโกนนั้น โกเลมรูปร่างผอมบางที่ถูกฉันตัดแขนทั้งสองข้างก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าตกใจ

ร่างกายที่เดิมทีก็ผอมอยู่แล้วกลับผอมลงยิ่งกว่าเดิม ผอมลงอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ผอมจนถึงขั้นที่สูญเสียรูปร่างของหุ่น แล้วเปลี่ยนไปเป็นรูปร่างที่แตกต่างจากเดิม


            “นั่นมันเหมือนกับ....... เส้นด้าย? ไม่สิ โซ่!?” (ซิลติส)

            “ชั้นเคยได้ยินมาเหมือนกัน การเล่นแร่แปรธาตุด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งดิน ทำให้วัตถุที่เป็นของแข็งซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของพระแม่ธรณีเปลี่ยนรูปร่างโดยใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ได้!” (มิรัค)


โซ่ที่เปลี่ยนรูปร่างมาจากโกเลมนั้น มันยาวและหนาขึ้นตามขนาดเดิมของมัน

ยิ่งไปกว่านั้นโซ่นั่น ก็ยังวิ่งไปรอบ ๆ ราวกับมังกรหรืองู และตรงปลายของมันก็ยังกัดตรงส่วนที่แทงหินของเคียวปฐพีสีดาเต็มที่


            “ปิดท้ายด้วย! [โกเลมบอย]!” (ซาซาเอะ)


จากนั้นโกเลมตัวจิ๋วที่เหลืออยู่ตัวสุดท้ายก็เชื่อมต่อกับส่วนปลายของโซ่

เท่านี้เคียวปฐพีสีดากับโกเลมจิ๋ว ก็เชื่อมต่อกันด้วยโซ่.......!?


            “รูปแบบเสร็จสิ้น! [โกเลมฟาเธอร์]! ทำลายพวกมันซะ!!” (ซาซาเอะ)


โกเลมที่ตัวใหญ่ที่สุดทำตามคำสั่ง โดยคว้าโซ่ด้วยมือข้างอื่นที่ไม่ได้ถือเคียวปฐพีสีดา

และเพราะแบบนั้นโกเลมร่างเล็กจึงถูกลากไปพร้อมกับโซ่

โกเลมร่างเล็ก ตั้งท่าที่เรียกว่าท่านั่งกุมเข่า มันม้วนตัวกลมจนเหมือนกับลูกบอล

แล้วมันก็.......


ปึง...... ปึง...... ปึง ปึง ปึงปึง ปึงปึงปึงปึงปึงปึงปึงปึงปึงปึงปึงปึงปึงปึงปึงปึงปึงปึงปึงปึงปึงปึงปึงปึงปึงปึงปึงปึงปึงปึงปึงปึง......!


โกเลมร่างยักษ์เหวี่ยงโกเลมร่างเล็กที่เชื่อมต่อกับโซ่

เดิมทีตัวของมันก็ใหญ่อยู่แล้ว แต่พอมองดูใกล้ ๆ แล้ว แรงกระแทกของมันช่างน่ากลัวเหลือเกิน

สายลมที่เกิดขึ้นจากการม้วนตัวและเหวี่ยงโซ่ ได้มากระทบเข้ากับแก้มของพวกฉัน


            “นี่มันอะไรกันเนี่ย!? เหมือนกับเคียวโซ่เลยไม่ใช่เหรอ!?” (มิรัค)

            “เคียวโซ่!? คำศัพท์ที่ดูลึกซึ้งของศิลปะแบบนั้นมันอะไรกันเนี่ย!?” (ซิลติส)


ฉันไม่มีเวลามาใส่ใจเรื่องงี่เง่าของซิลติสจังหรอก ตุ้มน้ำหนักขนาดใหญ่ที่ยักษ์นั่นเหวี่ยงมาน่ะ ถ้ารับมันไปตรง ๆ ล่ะก็ กระดูกทั่วทั้งร่างกายของพวกเราไม่รอดแน่


            “เห็นรึยังล่ะ!? เมื่อส่งพลังศักดิ์สิทธิ์ของฉันไปที่เคียวปฐพีสีดา มันก็จะทำให้ [โกเลมแฟมิลี่] เปลี่ยนแปลง และแข็งแกร่งขึ้น! ฉันจะกำจัดคุโรมิยะ ไฮเนะด้วยพลังนี้ แล้วทำภารกิจของท่านพระแม่ธรณีให้ลุล่วง!!” (ซาซาเอะ)


การคาบเกี่ยวของวัตถุประสงค์ที่มุ่งไปคนละทาง ได้กลายเป็นภัยพิบัติมโหฬารที่กดดันพวกฉัน

◆◆◆◆◆

 

ตอนที่ 111 ล้มยักษ์

 

 

            “นี่ แบบนี้มันท่าไม่ดีแล้วนะ?” (ซิลติส)


พอเห็นก้อนหินขนาดใหญ่กลิ้งด้วยความเร็วสูงตรงหน้า น้ำเสียงของซิลติสก็สั่นเทา

ฉันกับมิรัคจังนิ่งเงียบ เพราะพวกฉันไม่จำเป็นต้องตอบรับคำพูดนั้นก็รู้กันดีอยู่แล้ว

เพราะความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ที่เกิดขึ้นจากอารยธรรมอีเธอเรียล พวกฉันจึงรู้ว่า

ของเหลวมีความหนาแน่นมากกว่าก๊าซ ส่วนของแข็งก็มีความแน่นมากกว่าของเหลว

และถ้าถูกอัดด้วยของแข็งที่เร่งความเร็วล่ะก็ มันต้องเจ็บปวดมากแน่นอน

สิ่งที่หนาและแข็งที่สุดในโลกก็คือของแข็ง สิ่งที่ควบคุมของแข็งนั้นได้อย่างอิสระก็คือพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งดิน

ความหมายนั้นก็คือ ในหมู่ธาตุทั้งห้าอย่าง แสง, ลม, ไฟ, น้ำและดินนั้น ธาตุดินเป็นพลังที่ชั่วร้ายที่สุด

และภัยคุกคามนั้นก็มาอยู่ตรงหน้าของพวกฉันในตอนนี้


            “ยังไง ๆ พวกเราก็หลบมันก่อนเถอะ! เพราะถ้าโดนมันเข้าตรง ๆ ล่ะก็! พวกเราได้ตายแน่นอน!!” (มิรัค)


ด้วยคำพูดของมิรัคจัง พวกฉันทุกคนจึงวิ่งหนีราวกับถูกยิง แล้วแยกย้ายกันไป

แทนที่จะเรียกว่านั่นเป็นการเคลื่อนไหวตามเหตุผล มันเหมือนกับพวกเราตกอยู่ในอำนาจของความกลัวมากกว่า


            “เปล่าประโยชน์! เปล่าประโยชน์! เปล่าประโยชน์เปล่าประโยชน์!! ถ้าฉันกับ [โกเลมแฟมิลี่] อยู่ในรูปแบบนี้พวกเราก็จะไร้คู่ต่อสู้!!” (ซาซาเอะ) 「TL: Dio ก็มา」


ปึงปึงปึงปึงปึงปึงปึงปึงปึงปึงปึงปึง......!


สายลมที่เกิดขึ้นจากการเหวี่ยงโซ่ราวกับพายุ

ลมพายุและเสียงดังสนั่นนั่น ได้สร้างความหวาดกลัวมากขึ้นเรื่อย ๆ


            “หนอยแน่! ในเมื่อเป็นแบบนี้ ชั้นจะใช้ [Flame Burst] ที่มีพลังโจมตีสูงที่สุด......!!” (มิรัค)

            “ไม่ได้นะ! มิรัคจัง!!” (คาเรน)


ฉันห้ามมิรัคจังที่กำลังรวบรวมสมาธิเพื่อใช้ท่าไม้ตาย


            “[Flame Burst] เป็นทักษะทำลายล้างที่เผาผลาญพื้นที่เป็นวงกว้าง! ขืนซาซาเอะจังโดนมันเข้าไปล่ะก็ เธอได้ไหม้เกรียมแน่!” (คาเรน)


ตอนนี้ซาซาเอะจังอยู่ที่แขนขวาของ [โกเลมฟาเธอร์] พร้อมกับถือเคียวปฐพีสีดาเอาไว้

ราวกับเป็นชิ้นส่วนที่เพิ่มขึ้นมาของโกเลม

บางที ซาซาเอะจังคงจะเติมพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งดินลงไปในเคียวนั่น ซึ่งเป็นแกนกลางของการเชื่อมโยงแล้วแจกจ่ายมันให้กับโกเลมทั้งสามตัว จึงทำให้พวกมันเปลี่ยนรูปร่าง แล้วมอบพลังอันสุดยอดให้กับพวกมัน

ดังนั้นเพื่อรักษาการเชื่อมโยงนั้นไว้ ซาซาเอะจังจึงไม่อาจแยกออกไปจากเคียวได้ เธอกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวโกเลม


            “พวกเราต้องหยุดโกเลมให้ได้ แต่ห้ามทำให้ซาซาเอะจังได้รับบาดเจ็บโดยเด็ดขาด! วิธีที่จะทำลายโกเลมเพียงอย่างเดียว.......!” (คาเรน)

            “มีด้วยเหรอ!? วิธีที่สะดวกแบบนั้นน่ะ!?” (ซิลติส)


พวกฉันสามคนโต้เถียงกันด้วยน้ำเสียงที่เหมือนกับการกรีดร้อง แต่ข้อสรุปก็ไม่ออกมา

แล้วมันก็ไม่ใช่หน้าที่ที่อีกฝ่ายจะรอให้การหารือของพวกฉันเสร็จสิ้นเช่นกัน


            “ฉันจะบดขยี้พวกเธอเอง! ไปเลย———ย!” (ซาซาเอะ)


โซ่ที่หมุนและผูกมัดลูกตุ้มน้ำหนักเอาไว้—— เดิมทีโซ่ก็คือ [โกเลมมาเธอร์] ส่วนลูกตุ้มก็คือ [โกเลมบอย] ที่เปลี่ยนรูปร่าง

การเรียกว่าลูกตุ้มคงจะเป็นวิธีพูดที่ดูน่ารักไปหน่อย เพราะว่าขนาดของมันน่ะ ใหญ่ยิ่งกว่ามนุษย์คนหนึ่งที่กลิ้งไปด้วยท่านั่งกอดเข่าถึงสองเท่า

ถ้าร่างกายของมนุษย์ถูกกระแทกด้วยของแบบนั้นคงจะแบนแต๊ดแต๋อย่างง่ายดาย

มันตกมาจากบนหัวของพวกฉัน ด้วยความเร็วที่เหมือนกับก้อนหินที่กลิ้งตกลงมา


เปรี้ยง!!


เสียงสั่นไหวของพื้นดินที่เหมือนกับจะทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นแผ่นดินไหว ได้เกิดขึ้นเพราะมันกระแทกเข้ากับพื้นดิน

แรงสั่นสะเทือนนั้น ได้ทำให้เหล่ากองอัศวินแห่งแสงออโรร่าที่มองดูอยู่ห่าง ๆ เสียการทรงตัวและล้มลง

ใจกลางของผิวดินที่มันตกลงไปดูน่ากลัว ดินและหินกระเด็นกระดอนเป็นจำนวนมาก และมันก็กลายเป็นร่องรอยที่เหมือนกับการระเบิด


            “ไชโย! บดขยี้! ......ฉันขยี้พวกมันไปแล้วสินะ?” (ซาซาเอะ)


ซาซาเอะจังยืนยันชัยชนะจากด้านบนโกเลม

จากมุมมองของเธอ ร่างกายของพวกฉันคงจะอยู่อยู่ใต้ลูกตุ้มโกเลม แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ได้เป็นอย่างที่เธอเห็น


            ““[Mirage]””


            “.......เอ๋!? เอ๋-!? อะไรเนี่ย!? มีพวกมันอยู่เพียบเลย!?” (ซาซาเอะ)


ซาซาเอะจังเผยให้เห็นว่าเธอสับสนกับภาพที่ปรากฏ

ก็คงจะเป็นอย่างนั้น เพราะว่าฉันกับมิรัคจังและซิลติสจัง พวกเราสามคนได้กลายเป็น 6 คน, 12 คน, 24 คน และกำลังล้อมรอบเธอกับโกเลมอยู่


ภาพลวงตานั้น คือเทคนิคการรวมธาตุของฉันกับซิลติสจัง ที่ทำให้มันเกิดขึ้นมาได้ด้วยการร่วมมือกัน ธาตุ 'มายา' ที่ผสมผสานธาตุแสงและธาตุน้ำ ได้ทำให้เกิดการหักเหของแสงในน้ำและสร้างภาพเสมือนขึ้นมาในความว่างเปล่า

สิ่งที่กำลังล้อมซาซาเอะจังอยู่ตอนนี้เป็นภาพมายาไม่ใช่ตัวจริง ยกเว้นอยู่อย่างหนึ่ง


            “พลังนี้มันอะไรกัน!? นี่เป็นความสามารถของพวกฮีโร่ภายนอกงั้นเหรอ!? เอ๋! ฉันจะขยี้มันทีละตัวเลย!” (ซาซาเอะ)


โกเลมที่ทำตามคำสั่งของซาซาเอะจังเหวี่ยงโซ่ไปรอบ ๆ อย่างบ้าคลั่ง แล้วบดขยี้พวกฉันที่อยู่ตั้งแต่บริเวณใกล้เคียง แต่ทั้งหมดก็พลาดเป้าและไม่มีปฏิกิริยาตอบรับเลย

ทุก ๆ ครั้งที่โดนคือภาพลวงตา ซาซาเอะจังตกหลุมพรางของพวกฉันโดยสมบูรณ์แบบ


            “ขี้โกงอะ! ออกมาเลยนะ! มาตัดสินกันแบบยุติธรรมสิ!” (ซาซาเอะ)

            “เข้าใจแล้วจ้ะ ซาซาเอะจัง” (คาเรน)

            “ฟุเอ๋!?” (ซาซาเอะ)


ตอนที่เธอรู้ตัวมันก็สายไปเสียแล้ว

ตัวจริงของฉันที่กลายเป็นสภาพที่แท้จริง ได้ลอบมาใกล้ ๆ โดยไม่มีเสียงและมาอยู่ที่ขาของโกเลมแล้ว


            “[Holy Light Refined Edge]!!” (คาเรน)


คมดาบที่ถูกเสริมความแข็งแกร่งด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งแสง ได้มุ่งไปที่ขาของโกเลม ถ้าตัดขานั่นทิ้ง แล้วทำให้มันเคลื่อนไหวไม่ได้ล่ะก็.......!


            “อ่อนหัด!” (ซาซาเอะ)


แต่คมของเคียวก็ป้องกันดาบแสงของฉันไว้

ถ้าเป็นร่างกายของมนุษย์คงยากที่จะควบคุมเคียว แต่สำหรับร่างยักษ์ของโกเลมแล้วมันคือเคียวเกี่ยวข้าวขนาดปกติ มันจึงใช้งานได้ง่ายเหมือนกับมีด

สิ่งที่เรียกว่าเคียวโซ่ เป็นการเพิ่มพลังในการเหวี่ยงลูกตุ้มจากระยะไกลโดยใช้แรงเหวี่ยงจากจุดศูนย์กลาง หากหลบมันได้ ฝ่ายตรงข้ามก็จะเข้าไปในระยะที่จะถูกตัดด้วยเคียว มันจึงถือเป็นอาวุธสำหรับการฉีกกระชาก

มันมีไว้เพื่อนำไปใช้แบบนั้น


            “หมดมุขแล้วสินะ งั้นฉันจะขยี้เธอด้วยร่างยักษ์ของโกเลมไปทั้งอย่างนี้เลยแล้วกัน!!” (ซาซาเอะ)


มันก็จริงอยู่ ที่ฉันไม่สามารถหลีกเลี่ยงสถานการณ์ในตอนนี้ได้เพราะดาบถูกกดเอาไว้

แต่มันคือชัยชนะของพวกฉัน


            “มิรัคจัง! ซิลติสจัง! ตอนนี้ล่ะ!!” (คาเรน)


ระหว่างที่เธอถูกฉันซึ่งอยู่ที่เท้าดึงดูดความสนใจและความระมัดระวังตัวก็มุ่งมาที่ด้านล่างนั้น ทั้งสองคนก็โจมตีเธอจากด้านบน


            “เอาเลยซิลติส! ปิดฉากมันทีเดียวเลย!!” (มิรัค)

            “โอ้ยโหย! ยังไงก็ต้องประสานใจกับเธอสินะ .......รวมธาตุไฟและน้ำ!” (ซิลติส)

            ““[Steam Explosion!!]””


น้ำที่ระเหยด้วยความร้อนของไฟในช่วยอึดใจ แผ่ขยายด้วยแรงกระแทกและความเร็วอันน่าทึ่ง

จากนั้นมันก็ระเบิด


เป็นโชคดีสำหรับพวกฉัน เพราะโกเลมที่พุ่งเข้าชนมันตรง ๆ นั้น ไม่อาจต้านทานแรงระเบิดได้ มันจึงถูกเป่ากระเด็นไป


            “อะไรเนี่ยยยยย———————ยย!?” (ซาซาเอะ)


ซาซาเอะจังก็โดนลมจากการระเบิดเหมือนกัน

สุดท้ายร่างกายท่อนบนอย่างลำตัวและหัวของ [โกเลมฟาเธอร์] ก็หายไปโดยไม่เหลือแม้แต่ซาก มันแตกกระจายไปจนถึงไหล่ สิ่งที่เหลืออยู่ก็คือแขนทั้งสองข้างและร่างกายส่วนล่างตั้งแต่ท้องลงมา

ดูจากสายตาของมือสมัครเล่นแล้ว มันเป็นความเสียหายที่รุนแรงอย่างเห็นได้ชัด


            “เยี่ยม! เป็นไงล่ะ!?” (ซิลติส)

            “ด้วยฝีมือของชั้น มันก็เป็นอย่างงี้ล่ะนะ” (มิรัค)


ซิลติสจังและมิรัคจังที่ปล่อยการโจมตีแบบคริติคอลฮิตอันยอดเยี่ยมได้ลงสู่พื้นดินอย่างงดงาม


            “อ๊า.......! อะไรกัน? ฉันไม่เข้าใจเลย.......!?” (ซาซาเอะ)


และซาซาเอะจังที่กำลังจับแขนขวาของโกเลมก็ไม่ได้รับบาดเจ็บมากนัก เพราะเธออยู่นอกขอบเขตของการระเบิด และกำลังจะหมดสติ ค่อยยังชั่ว


            “จบแล้วล่ะ การเชื่อมโยงโดยมีตัวโกเลมที่ใหญ่ที่สุดเป็นศูนย์กลางโดนเก็บไปทั้งหมดแล้ว หากถูกทำลายมันก็เหมือนกับพัดที่ศูนย์เสียจุดสำคัญ” (มิรัค)

            “วิธีการต่อสู้ของเธอที่ควบคุมสิ่งที่เรียกว่าโกเลมมันรับมือยากจริง ๆ แต่ฉันเห็นว่าความสามารถของตัวเธอเองมันไม่ถึงขั้นนั้น ตัดใจซะ ฉันจะลงโทษที่เธออาละวาดตามใจชอบอย่างสาสม” (ซิลติส)

◆◆◆◆◆

 

ตอนที่ 112 ยิ่งกว่าก้อนดิน

 

 

            “ฟุเอ๋.......!?” (ซาซาเอะ)


พอถูกฮีโร่ทั้งสามคนล้อมรอบ ซาซาเอะจังก็ตกใจราวกับสัตว์ตัวเล็ก ๆ


            “คุคุคุ.......! จะทำยังไงกับเธอดีน้า? สร้างปัญหาในบ้านของคนอื่นซะใหญ่โตเลยนะเนี่ย โทษทีนะ เพื่อทำให้เธอกลายเป็นคนในสังคมที่ยอดเยี่ยมในอนาคตข้างหน้า ฉันคงต้องสอนบทเรียนที่สมน้ำสมเนื้อกับสิ่งที่เธอทำลงไปแล้วล่ะ.......?” (ซิลติส)

            “เฮ้ย ซิลติส ตอนนี้เธอกำลังทำหน้ายิ้มแย้มที่ไม่สมกับเป็นไอดอลอยู่นะ” (มิรัค)


แล้วบ้านของคนอื่นที่ว่า ก็ไม่ใช่บ้านของเธอเหมือนกันนะคะ


            “เดี๋ยวก่อน.......! พอเถอะซิลติสจัง” (คาเรน)

            “เอ๋?” (ซิลติส)

            “ไม่ว่าผลลัพธ์มันจะเป็นยังไงก็ตาม การแสดงความเห็นแบบไม่ทันระวังของฉันก็ทำให้สถานการณ์กลายเป็นแบบนี้ ทั้งหมดเป็นความรับผิดชอบของฉัน ดังนั้นอย่าไปตำหนิซาซาเอะจังเลยนะ.......!” (คาเรน)

            “น่ะ! สมกับเป็นคาเรน ผู้ครอบครองหัวใจแห่งความเที่ยงธรรมราวกับเทพธิดา!” (มิรัค)


มิรัคจังที่อยู่นอกสนามนี่น่ารำคาญจัง แต่ตอนนี้ฉันจะทำเป็นไม่สนใจละกัน

ยังไงก็ตาม มาทำให้สถานการณ์คลี่คลาย, ปกป้องซาซาเอะจัง แล้วสอบถามรายละเอียดเรื่องราวของคำพยากรณ์ที่เกี่ยวข้องเถอะ

ทั้ง ๆ ที่ฉันคิดแบบนั้น แต่ก็ไม่มีอะไรที่มันราบรื่นเลย

พวกฉันคิดว่าซาซาเอะจังจะไม่ต่อต้านอีกแล้ว แต่จู่ ๆ ก็มีเสียงเกิดขึ้น! เธอคลานออกไป แล้วหนีไปทางช่องว่างของพวกฉันทั้งสามคนที่ล้อมรอบเธออยู่


            “อ๊ะ!?”

            “เจ้านี่!?”

            “เดี๋ยวก่อน!?”


ชั่วพริบตาที่พวกฉันประมาท ซาซาเอะจังก็วิ่งไปยังขาของ [โกเลมฟาเธอร์] ที่ถูกทำลาย


            “ยังจะดิ้นรนโดยเปล่าประโยชน์อีกเหรอ!? ไม่ว่าเธอจะทำยังไง เธอก็ไม่มีโอกาสชนะหรอก!” (มิรัค)

            “ยังไง ๆ เธอก็ต้องการถูกลงโทษสินะ? ถ้าอย่างงั้นฉันจะจัดให้จนถึงอังกอร์เลยแล้วกัน!!” (ซิลติส)


ความตื่นเต้นของการต่อสู้ของมิรัคจังและซิลติสจังที่มอดลงไปแล้วได้ลุกขึ้นมาอีกครั้ง

ไม่ได้การล่ะ ทั้ง ๆ ที่ฉันต้องสรุปเรื่องราวอีกหลายอย่างแท้ ๆ .......!


            “........อย่าคิดนะว่าพวกเธอชนะแล้ว” (ซาซาเอะ)

            “เอ๋?”

            “มันยังไม่จบหรอก ทั้งฉัน แล้วก็ [โกเลมฟาเธอร์] ด้วย!” (ซาซาเอะ)


ซาซาเอะจังสัมผัสโกเลมยักษ์ที่มีแค่ท้องกับหัว แล้วเติมพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งดินมหาศาลในชั่วพริบตา ฉันรู้เรื่องนั้นได้ด้วยความรู้สึกในฐานะที่ตัวเองก็เป็นฮีโร่เหมือนกัน

จากนั้น.......


            “อะไรน่ะ!?” “ไอ้นั่นมันอะไรเนี่ย!?”


ปรากฏการณ์ประหลาดเกิดขึ้นพร้อมกับเสียงตกใจของมิรัคจังและซิลติสจัง

ดินและหินบนพื้นลอยขึ้นมาโดยอัตโนมัติ แล้วพุ่งไปยังโกเลมที่มีเพียงร่างกายส่วนล่าง

จากนั้นดินและหินก็มาผสมกันพลางก่อตัวเป็นรูปร่าง สุดท้ายมันก็แข็งตัวเหมือนกับก้อนหิน

รูปร่างท่อนบนของโกเลม


            “เป็นไปไม่ได้.......!?”

            “มันฟื้นคืนชีพ.......!?”


[โกเลมฟาเธอร์] ที่ถูกพวกฉันทำลายไม่ได้แตกต่างไปจากเมื่อครู่เลยแม้แต่นิดเดียว จะเรียกว่ามันฟื้นขึ้นมาจากความตายก็ว่าได้


            “โกเลมน่ะ ตราบใดที่ไลฟ์บล็อกที่อยู่ตรงกลางไม่ถูกทำลายมันก็ฟื้นคืนชีพได้เรื่อย ๆ! มันฟื้นสภาพร่างกายโดยใช้แร่และดินที่อยู่รอบ ๆ! อย่านึกนะว่าทำลายมันแค่ครั้งเดียวแล้วตัวเองจะชนะ! ......ใช่แล้ว ฉันตกใจก็เพราะการระเบิด แต่มันก็แค่นิดเดียวเท่านั้นแหละ!” (ซาซาเอะ)


โกเลมฟาเธอร์ที่ฟื้นคืนชีพหยิบเคียวปฐพีสีดา จากนั้นมันก็เหวี่ยงโซ่และลูกตุ้ม.......

แบบนี้มันก็เหมือนกับตอนแรกเปี๊ยบเลยไม่ใช่เหรอ?


            “เฮ้ย แบบนี้มัน.......!” (มิรัค)

            “อื้อ แย่แล้วล่ะ.......!” (ซิลติส)


มิรัคจังและซิลติสจังเองก็เข้าใจเหมือนกัน

สถานการณ์ที่พลิกผันนี้ทำให้พวกฉันเข้าใจว่า การจะเอาชนะโดยไม่ทำให้ซาซาเอะจังบาดเจ็บมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย


ในการต่อสู้ที่มีมาจนถึงตอนนี้ พวกฉันคิดว่า ถ้าทำลายโกเลมซะพวกฉันก็ควบคุมสถานการณ์ได้

โดยไม่ทำให้ซาซาเอะจังบาดเจ็บ

ดังนั้นพวกฉันจึงสร้างความปั่นป่วนด้วยภาพลวงตา ส่วนมิรัคจังกับซิลติสจังก็ควบคุม [Steam Explosion] ของพวกเธอให้อยู่ในระดับต่ำสุดเพื่อไม่ให้มันมีผลกระทบกับซาซาเอะจัง แล้วทำลายโกเลม


แต่มันก็เหมือนกับที่ซาซาเอะจังพูดไว้ หากไลฟ์บล็อกยังปลอดภัยอยู่ โกเลมก็จะฟื้นคืนชีพได้เรื่อย ๆ ตราบใดที่พวกฉันไม่รู้ว่าไลฟ์บล็อกถูกซ่อนไว้ที่ไหนในร่างกาย พวกฉันก็ไม่มีวิธีโค่นมัน นอกเสียจากพวกฉันจะเป่ามันทิ้งแบบไม่เหลือซาก


ถ้าเป็นแบบนั้นล่ะก็ การจะปกป้องซาซาเอะจังโดยไม่ให้เธอได้รับบาดเจ็บ มันก็เป็นไปไม่ได้เลยไม่ใช่เหรอ?


            “.............คาเรน” (มิรัค)


เสียงของมิรัคจังที่เหมือนกับจะเค้นออกมา ราวกับจะยืนยันว่า 'คงต้องบาดเจ็บสักหน่อยนะ'

ถ้าฉันตอบรับล่ะก็ มิรัคจังคงจะโฟกัสการโจมตีไปที่ซาซาเอะจัง ซึ่งเรียกได้ว่าเธอคือจุดอ่อนที่ใหญ่หลวงที่สุดของโกเลม เพื่อทำให้โกเลมนิ่งเงียบ


ตัวฉันเองก็รู้ว่านั่นคือวิธีที่ดีที่สุด

ฉันคือฮีโร่แห่งแสง ผู้ปกป้องผู้คนในเมืองอโพรอน และผู้คนที่ศรัทธาศาสนจักรแห่งแสงสว่าง ฉันต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนั้นเป็นอันดับแรก

ฉันต้องแก้ไขสถานการณ์ ตอนที่กำลังคิดแบบนั้น........


            “.......นี่มันอะไรกันคะ?”


เสียงใส ๆ ที่เหมือนกับระฆังดังขึ้นในสถานที่ฝึกซ้อมซึ่งสับสนวุ่นวาย

เสียงนี้........


            “ท่านโยริชิโระ!?”


ท่านโยริชิโระผู้ก่อตั้งศาสนจักรแห่งแสงสว่าง

ถ้าจำไม่ผิด เธอบอกว่าจะเข้าประชุมในมหาวิหารวันนี้ แต่ดูเหมือนความวุ่นวายจะไปถึงเธอ


            “ฮีโร่คาเรน นี่มันหมายความว่ายังไงกันคะ? คุณปล่อยให้ความวุ่นวายแบบนี้เกิดขึ้นในมหาวิหารแห่งแสงอันน่าเลื่อมใสได้ยังไงกัน?” (โยริชิโระ)


ท่านโยริชิโระ ไม่ได้ใช้น้ำเสียงนุ่มนวลเหมือนตอนที่คุยกับฉันเมื่อไม่นานมานี้ เธอถามฉันด้วย 'โหมดทำงาน' เพราะคำนึงถึงสายตาของผู้คนโดยรอบ

ฉันไม่อาจละเลยระเบียบได้ จึงตามน้ำไป


            “ขอประทานโทษค่ะท่านผู้ก่อตั้ง! แต่เนื่องจากมันอันตราย ดังนั้นตอนนี้ได้โปรดออกไปจากที่นี่ก่อนเถอะค่ะ! ส่วนรายละเอียดของเหตุการณ์นั้น ฉันจะรายงานหลังจากที่ควบคุมสถานการณ์ได้แล้วค่ะ.......!” (คาเรน)


จุดประสงค์ที่แท้จริงของฉันก็คือไม่ต้องการให้มันวุ่นวายมากเกินไป เพราะฉันคิดว่า ถ้าท่านโยริชิโระมาเกี่ยวข้องมันจะกลายเป็นความวุ่นวายอย่างใหญ่หลวงแน่นอน แต่นั่นก็เป็นเพียงการคาดเดาที่ฉันเชื่อเท่านั้น


            “นั่นมัน.........” (โยริชิโระ)


ความกังวลของฉันสูญเปล่า ท่านโยริชิโระสังเกตุเห็นแล้ว


            “.......โกเลมของแมนเทิล? ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่?” (โยริชิโระ)


สมกับเป็นท่านโยริชิโระ ดูเหมือนเธอจะรู้จักสัตว์ประหลาดนั่น

และท่านโยริชิโระที่ปลดปล่อยความรู้สึกเป็นที่สนใจอย่างโดดเด่น ก็เหมือนจะทำให้ซาซาเอะจังสังเกตุเห็นเช่นกัน


            “เธอเป็นใครน่ะ? เธอก็เป็นพวกพ้องของเทพผู้ชั่วร้ายเหมือนกันเหรอ?” (ซาซาเอะ)

            “เทพผู้ชั่วร้าย?” (โยริชิโระ)

            “ฉันคือฮีโร่แห่งดิน ซาซาเอะ! ด้วยคำสั่งของท่านพระแม่ธรณีแมนเทิล ฉันจึงมาที่นี่เพื่อกำจัดการจุติของเทพแห่งความมืดเอ็นโทรปีผู้ชั่วร้าย คุโรมิยะ ไฮเนะ!!” (ซาซาเอะ)

 

            “……………………………………ว่าไงนะ?” (โยริชิโระ)

 

*โซคุโซคุโซคุโซคุ......!* ความหนาวเย็นได้จู่โจมแผ่นหลังของฉัน 「TL: ぞくぞく....... เสียงสั่น (SFX Sound)」

มิหนำซ้ำ ทุก ๆ คนที่อยู่ในที่นั่นก็ดูเหมือนจะรู้สึกถึงความหนาวเย็นได้ มิรัคจังกับซิลติสจัง และกลุ่มคุณอัศวินแห่งแสงที่ยังอยู่ แม้กระทั่งซาซาเอะจังก็ถึงกับหน้าซีดเป็นไก่ต้ม


            “.......ดูเหมือนพระแม่ธรณีและผู้ก่อตั้งแห่งดิน ไม่ได้อบรมสั่งสอนฮีโร่ของตัวเองเลยนะคะ” (โยริชิโระ)

            “ท่านโยริชิโระคะ”


ข้าง ๆ ท่านโยริชิโระ มีเด็กผู้หญิงเข้ามาใกล้ ๆ เธอราวกับเงา


            “ให้เป็นหน้าที่ฉันเถอะค่ะ”

            “ได้สิคะ แต่อย่าฝืนตัวเองนะคะ เพราะว่าร่างกายของเธอที่ถูกปลดปล่อยจากเงาน่ะ มันยังไม่มั่นคง........” (โยริชิโระ)


คน ๆ นั้นก็คือโดโรฮะ

ฮีโร่แห่งเงาที่กลับมาจากเมืองหลวงแห่งความมืดอบิสหลังจากที่ผ่านไปหลายร้อยปี

◆◆◆◆◆




NEKOPOST.NET