[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด ตอนที่ 105 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด

Ch.105 - ตอนที่ 105 - ตอนที่ 109


ตอนที่ 105 ฮีโร่ตัวจิ๋ว

 

ฮีโร่แห่งดิน กอนเบ ซาซาเอะ


เด็กผู้หญิงแนะนำตัวว่าอย่างนั้นจริง ๆ

ฮีโร่ผู้เป็นตัวแทนของศาสนจักรแห่งดินและบูชาท่านพระแม่ธรณีแมนเทิล มหาเทพทั้งห้าแห่งการสร้างโลก ทำไมฮีโร่แห่งดินซึ่งควรจะอยู่ที่เมืองหลวงแห่งดินอิชตาร์เบลซอันห่างไกลถึงอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?


            “ไม่ผิดแน่” (คาเรน)


ฉันพูดพลางเปรียบเทียบเคียวที่เธอถืออยู่กับภาพประกอบที่อยู่ในหนังสือ


            “เคียวนี้ก็คือเคียวปฐพีสีดา มันเป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์ชั้นสูงที่ศาสนจักรแห่งดินเป็นเจ้าของ” (คาเรน) 「TL: シーター : Sītā सीता」


มันเป็นของที่ทัดเทียมกับดาบศักดิ์สิทธิ์นักบุญจอร์จของฉัน, หมัดเพลิงบาบารอสซ่าของมิรัคจัง และผ้าไหมน้ำโมเสสของซิลติสจัง

หนังสือเรื่อง ‘เข้าใกล้ความลึกลับของอิชตาร์เบลซ สถานที่ลึกลับอันไกลโพ้น’ ที่ฉันยืมมาจากห้องสมุดขนาดใหญ่แห่งแสงนี้ได้วาดภาพมันเอาไว้ เพราะงั้นไม่ผิดแน่


            “ผู้ที่ได้รับสิ่งนั้นมา ไม่มีทางเป็นอย่างอื่นไปได้อีกนอกเสียจากฮีโร่แห่งดิน......!” (คาเรน)


ฉันกับมิรัคจัง และซิลติสจังต่างเฝ้ามองไปที่

เด็กสาวตัวเล็ก ๆ ที่พวกเราควบคุมตัวมาจากในเมืองในฐานะบุคคลน่าสงสัย


            “อะ-อะ-อะ-อะ-อะ-อะ-อะ-อะ....... อร่อยจัง”


ตอนนี้ พวกเราอยู่ที่ห้องนั่งเล่นของมหาวิหารแห่งแสงสว่างที่จัดปาร์ตี้น้ำชากัน

เมื่อจัดการความวุ่นวายในเมืองอโพรอนแล้ว พวกฉันก็พาตัวเด็กที่เป็นตัวการของความวุ่นวาย— กอนเบ ซาซาเอะจังมาที่นี่แบบจำใจจำยอม

พวกฉันได้ติดต่อหัวหน้าหมู่บีเสกที่กำลังค้นพาพื้นที่อื่นว่า ความวุ่นวายของบุคคลน่าสงสัยได้ปิดฉากลงแล้ว

จะบอกว่าเหตุการณ์ธรรมดา ๆ ได้ก้าวเข้าสู่ขั้นถัดไปก็ได้

เดิมทีที่แห่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นในฐานะสถานที่แห่งการเม้าท์มอยของเหล่าเด็กสาว และพวกฉันก็ออกไปและกลับเข้ามาครั้งเดียว บรรยากาศนั้นจึงยังอยู่ น้ำชากับเค้กและขนมชูครีมที่ถูกเตรียมไว้ก็ยังอยู่ พอพวกฉันยกพวกมันให้กับซาซาเอะจังที่ได้รับเชิญมาหมาด ๆ เธอก็กินพวกมันอย่างไม่บันยะบันยัง


อันดับแรกเธอหยิบเค้กที่กำหนดให้เป็นเป้าหมายด้วยมือทั้งสองข้าง แล้วนำมันเข้าปาก

ง่ำง่ำง่ำง่ำง่ำง่ำง่ำง่ำง่ำง่ำง่ำง่ำ.......

พอเต็มกระพุ้งแก้มทั้งสองแล้ว เธอก็กลืนมันลงคอ

ง่ำง่ำง่ำง่ำง่ำง่ำง่ำง่ำง่ำง่ำง่ำง่ำ.......

พอเต็มกระพุ้งแก้มทั้งสองแล้ว เธอก็กลืนมันลงคอ

สิ่งมีชีวิตที่น่ารักขนาดนี้คืออะไรกัน น่ารักมาก อยากให้อาหารเธอมากกว่านี้จัง


            “ฮ้า~ น่ารักจัง น่ารักมากจนเหมือนกับฟ้าดินแยกออกจากกันเลย.......! “


แล้วผู้ที่ถูกความน่ารักของเด็กผู้หญิงพิชิตใจก็มีอยู่คนหนึ่ง

มิรัคจังอ่อนไหวกับคนประเภทนี้ที่ต้องการการดูแลมาตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว เหมือนกับฉันที่ขี้โรคสมัยเด็ก


            “เอ้า ๆ กินเร็วแบบนั้นเดี๋ยวก็ติดคอหรอก? ดื่มชานี่แล้วพักสักหน่อยนะ.......” (มิรัค)

            “ขอโทษค่ะ ฉันกำลังคอแห้งอยู่พอดีเลย อึกอึก....... ร้อนน!?” (ซาซาเอะ)

            “อ๊ะ!? โทษที เธอไม่ชอบของร้อนสินะ!? เอาล่ะ ฉันจะทำให้มันเย็นเอง ฟู่ว ฟู่ว” (มิรัค)


ไม่ได้การละ มิรัคจังคนนั้น ฉันต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว

แต่มันน่ารำคาญเพราะงั้นฉันก็เลยไม่ทำอะไร


            “แต่ทำไม ฮีโร่แห่งดินถึงอยู่ที่เมืองอโพรอนล่ะ? การเดินทางด้วยเท้าจากอิชตาร์เบลซที่เป็นกองบัญชาการของศาสนจักรแห่งดินมาที่นี่ มันไกลถึงขนาดที่ใช้เวลาหลายเดือนเลยนี่นา? ไม่ใช่ว่ามีข้อผิดพลาดบางอย่างหรอกเหรอ........” (คาเรน)

            “ไม่หรอก เด็กคนนี้คือฮีโร่แห่งดินแน่นอน” (ซิลติส)


ซิลติสจังทียืนอยู่ข้าง ๆ ทำหน้าซีเรียส


            “ยัยนั่นน่ะ ทำลาย [Water Prison Binding] ของฉันด้วยการโจมตีครั้งเดียว สิ่งที่ทำแบบนั้นได้มีเพียงพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งดินเท่านั้น ความสัมพันธ์ของพลังศักดิ์สิทธิ์ที่จัดการกับน้ำได้ก็คือดิน ดินดูดซับน้ำอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และในระหว่างนั้นมันก็กลืนกินน้ำด้วย” (ซิลติส)


เธอกำลังพูดถึงการโจมตีและการป้องกันในเมืองเมื่อครู่สินะ

มันก็จริงอยู่ ที่เธอตกใจก็เพราะว่าทักษะของซิลติสจังซึ่งรวดเร็วที่สุดในหมู่พวกฉันทั้งสามคนถูกเคียวนั่นทำลายอย่างง่ายดาย


            “อะไร? อื๋อ? เธอเจ็บใจเหรอไง?”


มิรัคจังพูดกับซิลติสจังด้วยสีหน้าถากถางเต็มที่ แล้วเข้าไปใกล้ ๆ เธอ


            “จริงสิ ธาตุน้ำมันเทียบกับธาตุดินไม่ติดฝุ่นเลยนี่ ก็นะ บางครั้งมันก็มีสถานการณ์ที่เธอกลายเป็นคนไร้ประโยชน์เพราะคุณสมบัติของพลังศักดิ์สิทธิ์อยู่นี่นะ? คราวนี้เธอไม่ได้รับโอกาสเพราะคุณสมบัติ เธอก็เลยไม่ได้อยู่ในทีม! เชิญเธอไม่พอใจต่อไปเถอะ” (มิรัค)

            “อ๊า น่ารำคาญ! เธอนี่มันน่ารำคาญชะมัด!!” (ซิลติส)


มิรัคจังเยาะเย้ยซิลติสจัง

บางที ตอนที่ต่อสู้กับมังกรทะเลยักษ์เมื่อคราวก่อน เธอก็ติดใจเรื่องที่คุณสมบัติของน้ำกับไฟไม่ถูกกันมาตลอดเลยล่ะมั้ง?


            “ที่สำคัญกว่านั้น ปัญหาก็คือเด็กคนนี้!” (ซิลติส)


ซิลติสจังชี้ไปยังเด็กผู้หญิงที่กำลังจดจ่ออยู่กับการกินโดยไม่สนใจการโต้เถียงของพวกเรา


            “ฮีโร่แห่งดิน มาทำอะไรในสถานที่ที่อยู่ห่างไกลจากกองบัญชาการของตัวเอง? แถมยังเป็นอาณาเขตของศาสนจักรแห่งแสงสว่างอีก! มันอาจจะพัฒนาจนกลายเป็นปัญหาทางการทูตได้ พวกเราต้องให้เธอเปิดเผยความลับออกมา ปล่อยไปไม่ได้หรอก!” (ซิลติส)

            “.......อื๋อ?” (ซาซาเอะ)


ซาซาเอะจังที่ถูกข่มขู่กระพริบตาหนึ่งครั้ง แต่ทันใดนั้นเธอก็ทำสีหน้าเหมือนกับนึกอะไรบางอย่างออก......


            “แย่แล้ววว———————-วว!?” (ซาซาเอะ)


เธอตะโกนสุดเสียง

คราวนี้อะไรอีกล่ะเนี่ย?


            “ทั้ง ๆ ที่ท่านผู้ก่อตั้งบอกว่า ‘อย่าตามคนแปลกหน้าไปนะ’ แท้ ๆ แต่ฉันก็ยังตามมาพวกนั้นง่าย ๆ อีก—-!? แย่แล้ว! ทำให้เพลิดเพลิน เพราะหวังที่จะเรียกค่าไถ่แน่ ๆ เลยย———!?” (ซาซาเอะ)


เอ๋!? จนถึงป่านนี้แล้วเนี่ยนะ!?


            “มะ-ไม่ต้องเป็นห่วงนะซาซาเอะจัง ฉันก็เป็นฮีโร่เหมือนกัน ฮีโร่แห่งแสงของเมืองอโพรอนแห่งนี้ โครีน คาเรน ไม่ใช่คนน่าสงสัยแน่นอนจ้ะ......” (คาเรน)

            “แถมยังกินของที่เอาออกมาไปตั้งเยอะอีกก—!! หลังจากนี้ฉันต้องถูกเรียกเงินจำนวนมาก พอรู้ว่าฉันไม่มีปัญญาจ่ายพวกเขาก็จะเปลี่ยนท่าทีอย่างรวดเร็ว แล้วพูดว่า ‘ถ้าอย่างงั้นเธอก็ต้องจ่ายด้วยร่างกายนะ แม่หนู’ จากนั้นฉันก็จะถูกเอาไปขายย—!?” (ซาซาเอะ)

            “ไม่หรอก ๆ” (คาเรน)


ยุ่งยากจัง เด็กคนนี้เป็นประเภทที่ไม่ฟังเรื่องที่คนอื่นพูดซะด้วยสิ


            “อะโนเนะ ซาซาเอะจัง? ไม่เป็นไรหรอกนะ พวกฉันไม่ใช่คนน่ากลัวหรอก แค่อยากจะถามเรื่องราวจากเธอเท่านั้นเอง” (คาเรน)

            “โกหก!! ท่านผู้ก่อตั้งกับท่านนักบวชบอกว่าพวกคนเมืองมันเป็นคนโกหก!! คิดว่าจะหลอกคนบ้านนอกคอกนาอย่างฉันได้ง่าย ๆ เรอะ!!” (ซาซาเอะ)

            “มันไม่ใช่....... พวกฉันแค่อยากจะถามเธอเท่านั้นเอง.......” (คาเรน)

            “อยากจะถามเรื่องอะไรล่ะ!? ฉันไม่มีวันบอกรหัสเอทีเอ็มหรอก!!” (ซาซาเอะ)


รหัสเอทีเอ็มอะไรเล่า?

ให้ตายเถอะเด็กคนนี้ไม่ฟังเรื่องราวเลย นี่สินะที่เขาเรียกกันว่าความซับซ้อนของคนบ้านนา เพราะงั้นเธอถึงได้คิดไปเองว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเมืองหลวงเป็นสิ่งชั่วร้าย


            “เมืองหลวงน่ากลัวจริง ๆ ด้วย! สภาพแวดล้อมมันรุนแรงเกินกว่าที่คนบ้านนอกคอกนาจะมีชีวิตอยู่ได้! แต่เพื่อให้คำพยากรณ์จากท่านพระแม่ธรณีบรรลุผลสำเร็จ ฉันจะพยายามแบบทุ่มสุดตัว!!” (ซาซาเอะ)

◆◆◆◆◆

 

ตอนที่ 106 คนหัวดื้อ

 

            “คำพยากรณ์...... ของพระแม่ธรณี?” (คาเรน)


คำพูดที่ซาซาเอะจังหลุดออกมาจากปาก ได้ดึงดูดความสนใจของฉัน


            “เธอมาที่เมืองอโพรอนด้วยเหตุผลนั้นเหรอคะ? ท่านพระแม่ธรณีให้เธอมาทำอะไรกันคะ?” (คาเรน)

            “ฟุฟุฟุ นั่นสินะ มันคือภารกิจสำคัญที่มีแค่ฮีโร่แห่งดินเท่านั้นที่จะทำสำเร็จ” (ซาซาเอะ)


ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงพูดออกมาด้วยความภาคภูมิใจ

โดยที่ครีมของเค้กยังติดอยู่ที่ปาก น่ารักจัง


            “ใช่ มันเป็นยามเช้าเหมือนอย่างเคย ตอนที่ฉันตื่นมาในยามเช้าเพราะเสียงของไก่ขัน และกำลังมุ่งหน้าไปทำไร่ทำนา เพราะว่าหญ้ามันขึ้นมาซะหนา ฉันก็เลยคิดว่าได้เวลาที่จะถางมันออกแล้ว” (ซาซาเอะ)

            “เธอเล่าตั้งแต่เริ่มต้นเลยนะนั่น.......” (ซิลติส)


ซิลติสจังที่กำลังฟังอยู่ข้างๆ จับเส้นผมด้วยความหงุดหงิด


            “แรกเริ่มเดิมทีพวกเราศาสนจักรแห่งดิน มีคติประจำใจว่าจะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับธรรมชาติ! พรวนดิน และนอนบนพื้น นั่นคือพื้นฐานที่สำคัญที่สุดสำหรับมนุษย์ มันเป็นวิถีการใช้ชีวิตที่มีความสุขมาก และเป็นสิ่งที่ท่านพระแม่ธรณีบอกพวกเรา!” (ซาซาเอะ)

            “แถมยังกลับไปเริ่มตั้งแต่รากฐานอีก!?” (ซิลติส)


ทว่าความน่ารักและความโง่เง่านั่นได้ทำให้มิรัคจังคลั่งไคล้ยิ่งกว่าเดิม


            “ดังนั้น ฉันที่เป็นฮีโร่แห่งดินจึงไม่ได้ว่างเว้นจากการทำไร่ไถนาเลย! แต่ละครั้งที่ฉันเหวี่ยง, เหวี่ยง แล้วก็เหวี่ยงจอบลงไปน่ะ ฉันจะรู้สึกขอบคุณท่านพระแม่ธรณีเสมอ พอเตรียมสวนเสร็จแล้ว มันก็แสดงการตอบแทนโดยมอบผลผลิตที่ออกดอกออกผลในดินกลับมา!” (ซาซาเอะ)

            “ค-คือว่า ฉันเข้าใจแล้ว งั้นคำพยากรณ์ที่ท่านพระแม่ธรณีมอบให้.......” (คาเรน)

            “จริงด้วย! ฉันถูกท่านผู้ก่อตั้งเรียกก็เลยไปรายงานตัวที่พระบรมมหาราชวังสีชาดทั้ง ๆ ที่ใส่ชุดทำสวน! เรื่องที่ท่านบอกมาก็คือ...............!” (ซาซาเอะ)

            “......?”


อ้าว?

แม่หนูนี่กลับหยุดในตอนที่สำคัญ


            “.......! เกือบไปแล้ว! เกือบจะถูกการชี้นำด้วยคำถามซะแล้วสิ! พวกคนเมืองนี่ชอบวางแผนหลอกลวงผู้คนจริง ๆ นะ! แต่ไม่เป็นไรหรอก! ฉันจะไม่ยอมให้เรื่องสำคัญรั่วไหลออกไปแม้แต่คำเดียว!” (ซาซาเอะ)


รู้ตัวแล้วเหรอเนี่ย.......!

แต่พวกฉันก็ไม่ได้ทำเรื่องที่เหมือนกับการชี้นำแม้แต่อย่างเดียวเลยนะ เด็กบ้านนอกคนนี้รับมือยากจัง ทั้ง ๆ ที่เธอพูดเป็นต่อยหอยแท้ ๆ แต่ส่วนที่พวกเราอยากฟังจริง ๆ กลับป้องกันอย่างแน่นหนาซะได้


            “.......ถึงเธอจะพูดอย่างนั้นก็เถอะ” (ซิลติส)


ซิลติสจังที่เลิกยืนทื่อได้เข้ามาร่วมการสนทนา


            “เธอเป็นฮีโร่แห่งดิน แต่กลับเข้ามาในกองบัญชาการของศาสนจักรอื่น โดยพลการ รู้รึเปล่าว่าเรื่องนั้นมันซีเรียสนะ? ผู้ที่เรียกว่าฮีโร่น่ะ โดยพื้นฐานแล้วคือหน้าตาของศาสนจักร และขุมอำนาจสูงสุด เหมือนกับปลายดาบนั่นแหละ การเข้าไปในอาณาเขตของฝ่ายตรงข้ามตามอำเภอใจน่ะ กรณีที่เลวร้ายที่สุดคือถือเป็นการประกาศสงคราม ไม่มีทางเลือกอื่นเลยนะ” (ซิลติส)


พอถูกบอกแบบนั้น ฉัน ฮีโร่แห่งแสงคาเรนก็หวนคิดถึงการกระทำของตัวเองในอดีตแล้วคิดว่า 'ฉันเองก็ทำเรื่องที่ร้ายกาจเหมือนกันนะ?'


            “มิหนำซ้ำ เธอยังก่อความวุ่นวายในเมืองอีก เพื่ออธิบายว่าตัวเองไม่ได้มีเจตนาร้าย มันก็มีความจำเป็นที่จะต้องอธิบายเหตุผลที่เธอมาที่นี่ไม่ใช่เหรอ? ......แต่ถ้าเธอมาเพื่อหาเรื่องจริง ๆ พวกเราก็คงไม่ต้องพูดอะไรกันอีกแล้ว” (ซิลติส)

            “แล้วเธอเป็นใครเหรอ?” (ซาซาเอะ)


แม้จะถูกข่มขู่ด้วยวิธีพูดที่ดูอันตรายถึงขนาดนี้ ซาซาเอะจังก็ยังทำตามใจตัวเอง


            “คึ่ก .......ช่วยไม่ได้นะ ถึงจะเป็นไอดอล แต่ความนิยมของซิลตันก็ยังแทรกซึมไปไม่ถึงชนบทสินะ .......ก็ได้ ฉันจะแนะนำตัว ฉันคือฮีโร่แห่งน้ำ ซิลติส ไหน ๆ ก็พูดแล้ว ยัยเลสเบี้ยนกล้ามโตทางนั้นก็คือฮีโร่แห่งไฟ มิรัค” (ซิลติส)

            “เธอนี่จิกกัดชั้นเหลือเกินนะ?” (มิรัค)


ทุกคนเมินคำบ่นของมิรัคจัง


            “โอ้โหเฮะ งั้น ทุกคนก็เป็นฮีโร่กันหมดเลยสิ? นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ฉันได้เห็นฮีโร่คนอื่น” (ซาซาเอะ)

            “ฉันที่ได้เห็นเธอครั้งแรกก็ตกใจเหมือนกัน ไม่นึกเลยว่าฮีโร่แห่งดินจะเป็นยัยเด็กโลลิที่คุยยากคุยเย็นแบบนี้” (ซิลติส)


ซิลติสจัง อย่าสูญเสียความเยือกเย็นสิ

อีกฝ่ายยังเป็นเด็กอยู่นะ


            “แต่ว่า ที่นี่เป็นเมืองของศาสนจักรแห่งแสงสว่างใช่ไหม? แล้วไหงคุณฮีโร่แห่งไฟกับคุณฮีโร่แห่งน้ำถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?” (ซาซาเอะ)

            “อึก!?” (ซิลติส)

            “ถึงฉันจะเป็นคนนอก แต่น้ำกับไฟก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอ? ทำไมพวกเธอถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ? มาหาเรื่องเหรอ?” (ซาซาเอะ)


ซาซาเอะจังดูเหมือนจะไม่เข้าใจบทสนทนา แต่กลับจับประเด็นได้อย่างเฉียบแหลม


            “เรื่องนั้น ชั้นจะอธิบายเอง”


มิรัคจังพูดราวกับถูกส่งไม้ผลัดให้


            “ชั้นกับซิลติสสองคนน่ะ มาเพราะถูกคาเรนที่เป็นฮีโร่แห่งแสงเชิญ ดังนั้นพวกเราจึงไม่มีปัญหา” (มิรัค)

            “ถูกเชิญมางั้นเหรอ!?” (ซาซาเอะ)

            “ถูกต้อง พวกชั้นสามคนมีเรื่องราวมากมาย แต่ตอนนี้พวกชั้นได้เข้าร่วมความสัมพันธ์แบบร่วมมือ พวกชั้นจึงกลายเป็นเพื่อนซี้ที่ไม่ธรรมดา เพราะงั้นถึงจะล่วงล้ำเข้ามาในอาณาเขตของอีกฝ่าย มันก็ไม่ถือว่าเป็นการหาเรื่องไงล่ะ!” (มิรัค)

            “สุดยอด! ดูซึ้งกินใจจัง! ฮีโร่เป็นเพื่อนกันได้ด้วยเหรอ!?” (ซาซาเอะ)

            “แน่นอน ถ้าเธอต้องการล่ะก็ พวกเรายินดีที่จะให้เธอเข้าเป็นพวกพ้องของสมาพันธ์ฮีโร่ในฐานะฮีโร่แห่งดิน” (มิรัค)

            “จริงหรอ!? ฉันไม่ค่อยเข้าใจไอ้สมาพันธ์ฮีโร่นี่หรอก แต่มันฟังดูเจ๋งดี! ฉันอยากเข้าเป็นสมาชิกจริง ๆ นะ!!” (ซาซาเอะ)

            “ย่อมได้ พวกชั้นยินดีต้อนรับคนที่ต้องการเข้าร่วมเสมอ!!” (มิรัค)


ด้วยเหตุนี้ซาซาเอะจังจึงกลายเป็นเพื่อนของพวกฉัน

......อื๋อ?


            “ถ้าอย่างงั้น ฉันก็ไม่จำเป็นต้องมีความลับกับเพื่อนพ้อง! ฉันจะบอกพวกเธอเอง ว่าทำไมฉันถึงได้มาที่นี่!!” (ซาซาเอะ)


เอ๋?

ทั้ง ๆ ที่พวกเราลำบากกับการเค้นข้อมูลจากเธอถึงขนาดนั้น แต่เธอกลับบอกออกมาง่าย ๆ โดยไม่ต้องเค้นข้อมูลเนี่ยนะ?

มิรัคจังหันกลับมาหาพวกฉัน แล้วยกนิ้วโป้งขึ้นมา

ไม่มีเหตุผลที่น่าภาคภูมิใจเลย เธอก็แค่พูดมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงสมาพันธ์ฮีโร่ซึ่งเป็นหัวข้อที่ฉันพูดเมื่อครู่เอง


            “มิรัคจิ เธอแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างงดงามเลยนะ? คลื่นไส้ชะมัด” (ซิลติส)

            “ชั้นพึ่งจะสร้างผลงานแท้ ๆ การปฏิบัติแบบนี้มันอะไรกัน!?” (มิรัค)


ซิลติสจังเองก็เลิกงอนสักทีได้ไหม?


            “ถ้างั้น ฮีโร่ทุกท่าน! ฉันมีชื่อว่ากอนเบ ซาซาเอะ ฮีโร่แห่งดิน! ฉันยังเด็กอยู่ เพราะงั้นขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ!” (ซาซาเอะ)

            “โอ้ว ถ้ามีปัญหาก็มาปรึกษาได้ทุกเรื่องเลยนะ!” (มิรัค)

            “เฮ้อ...... ช่วยไม่ได้ เพราะว่าเธอเป็นเด็กน่ารัก ยินดีต้อนรับนะ” (ซิลติส)


มิรัคจังและซิลติสจังยอมรับสถานการณ์ปัจจุบันทันด่วนนี้

ส่วนฉันก็.......


            “ซาซาเอะจัง ฉันเองก็เหมือนกัน ฉันคือฮีโร่แห่งแสงผู้ปกป้องเมืองอโพรอนแห่งนี้ โครีน คาเรนค่ะ” (คาเรน)

            “จ้า! คุณฮีโร่แห่งแสงเป็นคนที่สวยมาก ๆ เลย!” (ซาซาเอะ)


พวกเราจับมือกันเล็กน้อย


            “งั้นขอกลับไปที่หัวข้อในตอนแรกนะ ซาซาเอะจัง เธอมาอยู่ที่เมืองอโพรอนได้ยังไงเหรอคะ? จากศาสนจักรแห่งดินมาที่ศาสนจักรแห่งแสงสว่างเนี่ย เธอมีอะไรบางอย่างที่ต้องการจะบอกพวกเรารึเปล่าคะ?” (คาเรน)

            “ใช่แล้ว! ในเมื่อเป็นแบบนี้ ฉันอยากขอให้คาเรนซาร่วมมือด้วย! เพื่อทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายมาจากท่านพระแม่ธรณีให้ลุล่วง!” (ซาซาเอะ)


จากนั้นซาซาเอะจังก็เปิดเผยเป้าหมายที่มายังเมืองอโพรอน


            “กำจัดการจุติของเทพแห่งความมืดเอ็นโทรปีผู้ชั่วร้าย คุโรมิยะ ไฮเนะซะ!” (ซาซาเอะ)

◆◆◆◆◆

 

ตอนที่ 107 คำพยากรณ์อันชั่วร้าย

 

ฉันไม่เชื่อหูตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง


            “เอ๋? เอ่อ...... ขอโทษนะคะช่วยพูดอีกครั้งได้ไหม.......?” (คาเรน)

            “ฉันบอกว่า กำจัดการจุติของเทพแห่งความมืดเอ็นโทรปีผู้ชั่วร้าย คุโรมิยะ ไฮเนะซะ! นั่นคือคำพยากรณ์ที่ฉันได้รับมาจากท่านพระแม่ธรณี!” (ซาซาเอะ)


ฉันได้ยินไม่ผิดจริง ๆ ด้วย

ถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่เข้าใจเลยว่า

ทำไมชื่อที่ออกมาจากปากของซาซาเอะจังที่ได้พบเป็นครั้งแรกในวันนี้ มันถึงได้คุ้นนัก


            “...............!?”


พอหันไปข้างหลัง ฉันก็เห็นมิรัคจังกับซิลติสจังกำลังทำหน้างงอยู่


            “หมายความว่ายังไง?” (มิรัค)

            “ไม่เข้าใจเลย อันดับแรกพวกเรามาถามรายละเอียดจากเด็กคนนั้นกันก่อนเถอะ” (ซิลติส)


อย่างที่ซิลติสจังว่า

พวกฉันจึงตัดสินใจรับฟังเรื่องราวของซาซาเอะจังก่อน


            “อื้อ เรื่องของเรื่องก็คือ ฉันถูกท่านผู้ก่อตั้งเรียก แล้วท่านก็บอกเรื่องนี้” (ซาซาเอะ)


ฉันสรุปเรื่องราวที่ได้ยินมาจากซาซาเอะจัง

วันนั้น ท่านผู้ก่อตั้งของศาสนจักรแห่งดินได้รับคำพยากรณ์มาจากท่านพระแม่ธรณีแมนเทิล

แล้วคำพยากรณ์นั้นก็เป็นคำสั่งที่ว่า กำจัดเทพแห่งความมืดเอ็นโทรปี คุโรมิยะ ไฮเนะซะ


            “จากคำพยากรณ์ เอ็นโทรปีเป็นเทพที่น่ากลัวและอันตรายมาก แล้วตอนนี้เทพองค์นั้น ก็เหมือนจะกำลังปะปนเข้ามาโดยแปลงร่างเป็นมนุษย์คนหนึ่ง” (ซาซาเอะ)


ถ้าขืนปล่อยเอาไว้ล่ะก็ มีหวังได้กลายเป็นภัยพิบัติของโลกแน่

พระแม่ธรณีพูดแบบนั้น แล้วออกคำสั่งให้ซาซาเอะจังกำจัดคุณไฮเนะที่เป็นเทพแห่งความมืดเอ็นโทรปีผ่านทางผู้ก่อตั้ง


            “ดังนั้น ฉันจึงออกเดินทางจากอิชตาร์เบลซโดยแบกรับหน้าที่สำคัญไว้! คำพยากรณ์บอกว่า คนที่ชื่อคุโรมิยะ ไฮเนะอยู่ที่เมืองอโพรอน ฉันก็เลยมุ่งหน้าตรงมาที่นี่ไงล่ะ!” (ซาซาเอะ)


ซาซาเอะจังพูดออกมาอย่างชัดเจน


            “เพราะหวาดกลัวที่จะได้พบกับผู้คนภายนอก ฉันจึงหลีกเลี่ยงที่ ๆ ผู้คนอาศัยอยู่เต็มที่! ฉันเดินไปตามทางที่ไม่มีถนน, ฉีกกระชากเปลือกไม้, ต้มหญ้ากิน และด้วยความมุ่งมั่นไม่ย่อท้อหนึ่งเดือน ในที่สุดฉันก็มาถึงเมืองอโพรอนจนได้!” (ซาซาเอะ)

            “ช่างเป็นเด็กที่ป่าเถื่อนเหลือเกิน.......!” (มิรัค) 「TL: 野生児」

            “ที่หลีกเลี่ยงผู้คนขนาดนั้นมันมีความหมายรึเปล่าเนี่ย.......!?” (ซิลติส)


มิรัคจังกับซิลติสจังต่างก็ช็อกกับการเดินทางอันโหดร้ายของซาซาเอะจัง

แต่ว่าฉัน ไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องนั้น


            “ในที่สุดฉันก็มาถึงที่หมาย จากนั้นฉันก็ไม่รู้ว่าจะตามหาคุโรมิยะ ไฮเนะได้ยังไง แต่โชคยังดี ที่ฉันได้พบกับผู้คนที่ใจดีอย่างนี้ ถ้าจะให้ดีล่ะก็ ช่วย.......” (ซาซาเอะ)

            “โกหก!!”


เสียงดังลั่นที่ฉันเปล่งออกมา ได้ทำให้ซาซาเอะจังสั่นร่างกายด้วยความตกใจ


            “ที่เธอพูดมามันโกหกทั้งหมด! ท่านเอ็นโทรปีเป็นเทพที่ชั่วร้ายเนี่ยนะ! คุณไฮเนะกำลังวางแผนชั่วเนี่ยนะ! ฉันถือว่ามันเป็นเรื่องเหลวไหลค่ะ! เธออุตส่าห์ดั้นด้นมาจากอิชตาร์เบลซเพื่อเผยแพร่เรื่องลวงโลกเหรอคะ!? เรื่องนั้นมันรบกวนฉันมาก ๆ เลยนะคะ!” (คาเรน)

            “เดี๋ยวก่อนคาเรน! ใจเย็น ๆ ก่อน.......!” (มิรัค)


พอถูกมิรัคจังบอกให้ระงับอารมณ์ไว้ สุดท้ายคำพูดก็หยุดลงกลางคัน

แต่ในตอนนั้นเอง สีหน้าของซาซาเอะจังก็แข็งทื่อราวกับเป็นธรรมชาติ


            “เดี๋ยวเหอะคาเรนจิ อย่าอาละวาดใส่เด็กที่พึ่งจะได้พบกันเป็นครั้งแรกสิ เอาเถอะ ก็ใช่ว่าฉันจะไม่เข้าใจความรู้สึกของเธอล่ะนะ” (ซิลติส)

            “ขอโทษนะคะ.......! แต่ที่บอกว่าคุณไฮเนะเป็นศัตรูของโลกน่ะ มันไม่มีทางเป็นอย่างนั้นหรอกค่ะ มิรัคจังกับซิลติสจังเองก็รู้ใช่ไหมล่ะ?” (คาเรน)


ทั้งสองคนรู้จักคุณไฮเนะจริง ๆ

พวกเธอย่อมรู้ว่าคน ๆ นั้นช่วยเหลือและปกป้องผู้คนไว้มากมาย


            “ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกคาเรน พวกชั้นน่ะ ไม่คิดว่าหมอนั่นจะเป็นคนที่ชั่วร้ายแบบนั้น” (มิรัค)

            “ใช่แล้วล่ะ ในฐานะที่ฉันเป็นฮีโร่ ฉันค่อนข้างมั่นใจในเรื่องการมองคน ถึงจะรู้สึกว่าไฮเนะจิซาดิสเล็กน้อย แต่พื้นฐานของเขาเป็นคนดีแน่นอน” (ซิลติส)


คำพูดของทั้งสองคนทำให้ฉันรู้สึกสบายใจได้เล็กน้อย ฉันจึงกลับมาสงบอีกครั้ง


            “แต่ว่า ถ้าเป็นอย่างนั้น ทำไมถึงมอบคำพยากรณ์แบบนั้นให้กับศาสนจักรแห่งดินล่ะ? นั่นล่ะคือปัญหา” (คาเรน)

            “นั่นสิ ไหน ๆ ชื่อของเทพแห่งความมืดเอ็นโทรปีก็หลุดออกมาแล้ว ฉันไม่คิดว่าเขาจะทำเรื่องเหลวไหลด้วยการหลอกลวงเรื่องคำพยากรณ์หรอก....... ปล่อยเรื่องการตบมุขขนานใหญ่ที่ว่าไฮเนะจิคือการจุติของเทพแห่งความมืดไปก่อนละกัน........” (ซิลติส)


คำพยากรณ์ เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ศาสนจักรทั้งห้าศักดิ์สิทธิ์

คำพูดของเทพถูกส่งผ่านมายังมนุษย์โดยตรง และผู้ที่รับคำพูดนั้นได้ก็มีแต่ผู้ก่อตั้งของศาสนจักรแต่ละแห่งเท่านั้น

ดูเหมือนศาสนจักรแต่ละแห่งจะมีวิธีรับคำพยากรณ์อยู่มากมาย แต่เนื้อหาข้างในนั้นก็มีอยู่มากมายเช่นกัน

คาดการณ์อนาคตได้ถูกต้อง, วิธีรับมือกับภัยพิบัติที่มนุษย์ไม่อาจจัดการได้, หรือบอกจุดอ่อนของกองทัพศัตรูในสงคราม

ตั้งแต่สมัยแรกเริ่มของประวัติศาสตร์ สาเหตุที่ศาสนจักรทั้งห้าสามารถแพร่ขยายอำนาจอย่างยิ่งใหญ่ได้ก็เพราะว่าพวกเขามีข้อมูลจากคำพยากรณ์ ดังนั้นหากมองจากจุดนั้น มันก็พิสูจน์ได้ว่าศาสนจักรมีความเกี่ยวข้องกับเทพโดยตรง คำพยากรณ์จึงเป็นสิ่งที่แน่นอน


            “แต่ว่านะ ถ้าคำพยากรณ์ที่มอบให้กับศาสนจักรแห่งดินเป็นจริง มันก็มีเรื่องที่ฉันติดใจอยู่” (ซิลติส)

            “เรื่องนั้น?” (คาเรน)


ดูเหมือนซิลติสจังจะติดใจอะไรอยู่ ฉันจึงถามเธอเพื่อตามติดเรื่องนั้น


            “ตามคำพยากรณ์ที่บอกว่า ไฮเนะจิเป็นตัวตนที่อันตรายกับโลกสุด ๆ น่ะ ถ้าอย่างงั้น ทำไมถึงมีแต่แมนเทิลที่เตือนอันตรายนั้นล่ะ?” (ซิลติส)

            “อ๊ะ?”

            “ถ้าเป็นตัวตนชั่วร้ายถึงขนาดที่ทำให้โลกตกอยู่ในสภาวะคับขันล่ะก็ ท่านเทพองค์อื่น ๆ ก็ควรจะมอบคำเตือนให้ด้วยสิ แต่อย่างน้อย ๆ ฉันก็ไม่เห็นจะได้ยินเรื่องคำพยากรณ์ที่ว่านั่นในศาสนจักรแห่งน้ำของฉันเลยนะ แล้วพวกเธอล่ะ?” (ซิลติส)


สายตาของซิลติสจังถูกส่งมาระหว่างมิรัคจังกับฉัน


            “ชั้นเองก็ไม่ได้ยินเหมือนกัน ดูจากนิสัยของผู้ก่อตั้งแล้ว ชั้นไม่คิดว่าท่านจะปิดบังนะ” (มิรัค)

            “ศาสนจักรแห่งแสงสว่างของฉันก็ด้วย! ท่านโยริชิโระน่ะ ถึงจะเป็นคนที่ชอบพูดจาแฝงความนัยก็ตาม....... แต่ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับคุณไฮเนะล่ะก็ ท่านไม่มีทางโกหกหรอก!” (คาเรน)


ชะ-ใช่ไหมคะ ท่านโยริชิโระ?


            “นั่นสินะ ดูยังไง ๆ มันก็น่าแปลกที่ศาสนจักรแห่งดินได้รับคำพยากรณ์อยู่ฝ่ายเดียว .......นี่ซาซาเอะจัง? ฉันขอฟังเรื่องราวอย่างละเอียดอีกหน่อยได้ไหม? อันดับแรก ระบุเวลาที่ได้รับคำพยากรณ์นั้นอย่างชัดเจน......?” (ซิลติส)


ขณะที่ซิลติสจังกำลังพูดถึงเรื่องราวอยู่ ในตอนนั้น เธอก็สังเกตุเห็นบรรยากาศแปลกประหลาด

บรรยากาศที่ซาซาเอะจังปล่อยออกมา มันเปลี่ยนแปลงไปจากบรรยากาศที่เธอปล่อยออกมาจนถึงตอนนี้โดยสิ้นเชิง


            “.......โกหกสินะ” (ซาซาเอะ)

            “เอ๋?”

            “ฉันนึกอยู่แล้วว่าคนเมืองมันเป็นพวกโกหก! เข้ามาตีซี้ฉันด้วยคำพูดสวยหรู ทั้ง ๆ ที่ฉันคิดว่าพวกเธอเป็นคนที่เชื่อถือได้ก็เลยบอกคำพูดของท่านผู้ก่อตั้งไปแท้ ๆ แต่พวกเธอกลับมาเรียกฉันว่าคนโกหกเนี่ยนะ!! กะแล้วว่าคนเมืองมันน่ากลัว! มันเชื่อถือไม่ได้!! ฉันไม่ต้องการอยู่ที่นี่อีกแล้ว!!” (ซาซาเอะ)


พอพูดแบบนั้น ซาซาเอะจังก็วิ่งออกไปแล้วดันประตูราวกับกระแทก


            “ซาซาเอะจัง!?” (คาเรน)

            “แย่ล่ะ! ตามไปเร็ว!!” (มิรัค)

            “ช่วยไม่ได้ ให้ตายสิ!!” (ซิลติส)

ฉันกับมิรัคจังและซิลติสจัง ไล่ตามหลังซาซาเอะจังไปพร้อม ๆ กัน

◆◆◆◆◆

 

ตอนที่ 108 ไล่ตาม

 

ทำยังไงดี เป็นเพราะฉันแท้ ๆ

ฉันวิ่งไปตามทางเดินของมหาวิหารแห่งแสงด้วยพลังทั้งหมด พลางก่นด่าความรู้สึกของตัวเอง

ทั้ง ๆ ที่พวกเราเป็นเพื่อนกันได้แท้ ๆ

ฮีโร่แห่งดิน กอนเบ ซาซาเอะจัง

เธอออกจากบ้านเกิดที่อาศัยอยู่เป็นครั้งแรก, รู้สึกเคว้งคว้างในต่างบ้านต่างเมืองที่มาถึงสุด ๆ และได้พบกับอีกฝ่ายที่ทำให้เธอวางใจได้เป็นครั้งแรก

อีกฝ่ายนั่นควรจะเป็นพวกฉันแท้ ๆ แต่ฉันกลับไม่ยอมรับความจริงที่เธอบอก แล้วปฏิเสธเธอ

แบบนี้มันก็เหมือนกับการทำให้เธอไว้วางใจเพื่อจะได้ทรยศทีหลังไม่ใช่เหรอ?


เจตนาที่แท้จริงที่เธอบอกน่ะ ตอนนี้มันไม่สำคัญอีกแล้ว

ฉันต้องไล่ตามซาซาเอะจัง แล้วขอโทษเธอทันที

ซาซาเอะจังกระโจนออกไปจากห้องนั่งเล่นของมหาวิหาร มีความเป็นไปได้สูงว่าตอนนี้เธอยังอยู่ในมหาวิหาร

เพราะที่นี่มันใหญ่โตและพลัดหลงได้ง่าย

มีความเป็นไปได้ว่ามิรัคจังและซิลติสจังที่แยกกันค้นหาเมื่อครู่จะพบตัวเธอ แต่ยังไง ๆ ฉันก็ควรจะพบเธอเป็นคนแรก และขอโทษเธอซะ


            “.......หวา!?” (คาเรน)

            “คาเรนเหรอ!?” (มิรัค)


ระหว่างทาง ฉันได้พบกับมิรัคจังตรงทางเลี้ยวโดยบังเอิญ


            “เป็นไงบ้าง!? เจอซาซาเอะจังไหม!?” (คาเรน)

            “ไม่เห็นแม้แต่เงาเลย.......! การที่พวกเรามาพบกันโดยบังเอิญที่นี่มันหมายความว่า เธอไม่ได้อยู่ในพื้นที่ในการค้นหาของเธอและชั้น ถ้าอย่างนั้น........!” (มิรัค)


ตอนที่พวกเรากำลังคิดแบบนั้น

*ตึง* เสียงที่เหมือนจะทำให้ตึกทั้งหลังสั่นไหวดังขึ้น

พอหันไปมองทางหน้าต่างที่อยู่ใกล้ ๆ พวกฉันก็เห็นเสาน้ำจากระยะไกล นั่นเป็นฝีมือของซิลติสจังแน่นอน


            “ทางนั้นมัน.......! ลานกว้างด้านนอก.......!?” (คาเรน)

            “ยัยนั่นกำลังทำอะไรอยู่เนี่ย!?” (มิรัค)


มันต้องเกิดอะไรบางอย่างขึ้นแน่ ๆ

นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมานั่งกังวลเรื่องมารยาทแล้ว ฉันกระโดดจากหน้าต่าง พลางลบล้างแรงกระแทกจากการตกลงมาข้างล่างด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งแสง แล้วมุ่งหน้าไปทางเสาน้ำด้วยความเร็วสูง


            “!? นี่ เดี๋ยวก่อนคาเรน!!” (มิรัค)


มิรัคจังเองก็ตามฉันมาเหมือนกัน

เดิมทีมหาวิหารแห่งแสงนี้คือกองบัญชาการของฉัน ดังนั้นฉันถึงได้รู้ว่า จุดที่เสาน้ำนั่นโผล่ขึ้นมาคือลานกว้าง ปกติแล้วมันเป็นสนามฝึกซ้อมกลางแจ้งที่ใช้สำหรับการฝึกฝนผู้คนของกองอัศวินแห่งแสงออโรร่า

เพราะแบบนั้นมันจึงกว้างและไม่มีอะไรกั้น เสาน้ำขนาดนั้นถึงโผล่ขึ้นมาได้โดยไม่มีปัญหา.......

แต่ว่า ทำไมซิลติสจังถึงได้ใช้ทักษะแบบนั้นตั้งแต่แรกกันล่ะ?


* * * * *

.......ในขณะที่คิดแบบนั้น ฉันก็มาถึง

สิ่งที่เข้ามาในสายตาเป็นอย่างแรกก็คือ รูปร่างทางด้านหลังของซิลติสจัง


            “อ๊ะ มาได้สักทีนะ ฉันกำลังรออยู่เลย!!” (ซิลติส)


ตั้งแต่ที่ออกค้นหา มันก็พึ่งจะผ่านไปได้ไม่นานแท้ ๆ แต่ท่าทางรอคอยอย่างเหนื่อยล้าของซิลติสจัง มันเหมือนกับพวกเราได้กลับมาพบกันอีกครั้งหลังจากผ่านมาหลายปีเลย


            “ซิลติสจัง.......! เกิดอะไรขึ้นเนี่ย!?” (คาเรน)

            “การมองมันเร็วกว่าการอธิบายนะ! ดูนั่นสิ!” (ซิลติส)


พอถูกซิลติสจังเสนอฉันก็เลยมองดู.......


            “!? สัตว์ประหลาด”


ใช่ สัตว์ประหลาดอยู่ที่ลานกว้างด้านนอก

มันเป็นประเภทที่ฉันพึ่งเห็นเป็นครั้งแรก แต่นั่นคือสัตว์ประหลาดแน่ ๆ


รูปร่างคนขนาดใหญ่ จากที่ฉันเห็น คุณสมบัติของวัตถุมันเหมือนกับแร่ธาตุ

โดยพื้นฐานแล้ว สัตว์ประหลาดมีรูปแบบการปรากฏตัวอยู่ ถ้าเป็นธาตุไฟ ก็จะเป็นสัตว์ดุร้ายบนบกหรือนก ถ้าเป็นธาตุน้ำก็จะเป็นปลาหรือสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในน้ำ ถ้าเป็นธาตุลมก็จะเป็นพวกแมลง

แต่สัตว์ประหลาดรูปร่างแบบนั้นฉันพึ่งเห็นเป็นครั้งแรก บรรยากาศมันแตกต่างจากคุณยักษ์ดำที่ได้พบในการต่อสู้กับมังกรทะเลยักษ์ อะไรกัน.......?

เพราะเป็นลานกว้าง จึงมีพวกคุณอัศวินแห่งแสงที่กำลังฝึกฝนอยู่ที่นี่มากมาย และพวกเขาก็กำลังสับสนกับการปรากฎตัวของสัตว์ประหลาดแบบกะทันหัน


            “ไม่อยากเชื่อเลยว่าสัตว์ประหลาดจะมาอยู่ที่นี่.......! ซิลติส ซาซาเอะเป็นยังไงบ้างล่ะ?” (มิรัค)


มิรัคจังที่ตามหลังมาเอ่ยถามซิลติสจัง


            “....... ก็อยู่ไม่ใช่เหรอ?” (ซิลติส)

            “เอ๋?”

            “ก็บอกว่าอยู่ไงเล่า! ตรงนั้นไง!!” (ซิลติส)


ตรงที่ที่ซิลติสจังชี้ไป ด้านบนสัตว์ประหลาดรูปร่างตุ๊กตา

ฉันอยากรู้ว่ามันหมายความว่ายังไงก็เลยเพ่งมองดู สิ่งที่ฉันเห็นก็คือเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อยู่บนหลังของตุ๊กตาขนาดยักษ์


            “ซาซาเอะจัง!?” (คาเรน)


เธอไปทำอะไรอยู่ตรงนั้นกัน? อยู่ใกล้จนพูดได้ว่าเป็นเท้าของสัตว์ประหลาดเลย.......!?


            “ทำไมถึงไปอยู่ตรงนั้นล่ะ.......! มันอันตรายนะ! รีบออกมาเร็วเข้า.......!!” (คาเรน)

            “หนวกหู!” (ซาซาเอะ)


คำพูดปฏิเสธที่เหมือนกับการทิ่มแทง


            “ไม่ว่าจะหน้าไหน......! พวกคนเมืองทุกคน คือศัตรู! เพื่อนของฉันมีแค่เด็กคนนี้เท่านั้น! [โกเล็มบอย]! อย่าให้พวกมันเข้ามาใกล้โดยเด็ดขาด!!” (ซาซาเอะ) 「TL: ขอใช้ทับศัพท์นะครับ ゴーレムの坊や」


จากนั้นสัตว์ประหลาดรูปร่างตุ๊กตา ก็พุ่งเข้ามาหาพวกฉันราวกับรับฟังความปรารถนาของซาซาเอะจัง


            “หวา!?”


เพื่อหลบมัน ฉันจึงถอยไปข้างหลังหนึ่งก้าว

แล้วที่ ๆ ตุ๊กตาดินยืนอยู่ก็เหลือแต่ซาซาเอะจังคนเดียว จากนั้นเธอก็หยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋าสะพาย มันคงจะเป็นสิ่งที่เธอพกมาสำหรับการเดินทาง


            “นั่นมันอะไรน่ะ.......? ก้อนอิฐ?” (คาเรน)

            “แย่ล่ะ! อีกแล้วเหรอ.......!?” (ซิลติส)


ซิลติสจังที่เหลือบไปเห็นอิฐก้อนนั้นกระวนกระวาย


            “ยัยนั่น ตั้งใจจะสร้างตัวแบบเดียวกันขึ้นมาอีกเหรอ!?” (ซิลติส)

            “ตัวแบบเดียวกัน? สร้าง?” (คาเรน)

            “ฉันพบเด็กคนนั้น แล้วไล่ต้อนเธอจนมาถึงที่นี่ จากนั้น เด็กคนนั้นก็หยิบก้อนอิฐที่เหมือนกับตอนนี้ออกมาจากกระเป๋าสะพาย แล้วเขียนอะไรบางอย่าง ต่อมาดินและหินบริเวณรอบ ๆ ก็มารวมกันที่ใจกลางอิฐนั่น พอรวมกันเสร็จเรียบร้อยแล้วมันก็กลายเป็นสิ่งมหึมาที่อยู่ตรงหน้าพวกเราในตอนนี้!!” (ซิลติส)


เอ๋ ถ้างั้น.......!?

อิฐสองก้อนที่ซาซาเอะจังถืออยู่ในตอนนี้ก็.......!?


            “จงออกมา! [โกเลมฟาเธอร์], [โกเลมมาเธอร์]!!” (ซาซาเอะ)

◆◆◆◆◆

 

ตอนที่ 109 หมุนเวียนหุ่นเชิด

 

สามตัว

ตรงหน้าของพวกฉัน มีสัตว์ประหลาดประเภทที่ไม่เคยเห็นมาก่อนปรากฏตัว

จุดที่เหมือนกันก็คือทุกตัวเป็นตุ๊กตาดิน แต่ว่า......


            “[โกเลมบอย]!”


ตุ๊กตาดินที่ปรากฏตัวขึ้นมาตัวแรก

ตอนนี้มันกลายเป็นสัตว์ประหลาดที่มีรูปร่างเล็กที่สุด ถึงอย่างนั้นมันก็ใหญ่กว่าความสูงของผู้ชายที่โตแล้ว


            “[โกเลมมาเธอร์]!”


และตัวที่สูงกว่าเจ้าตัวเล็กนั่นนิดหน่อย แต่มันเป็นตุ๊กตาดินรูปร่างผอมบาง


            “[โกเลมฟาเธอร์]!!”


สุดท้ายก็คือตัวที่ใหญ่ที่สุดในหมู่พวกมันสามตัว และรูปร่างของมันก็ใหญ่จนถึงขั้นบึกบึน


            “[โกเลมแฟมิลี่]!! จงเตะพวกคนเมืองที่น่ากลัวให้กระจุยซะ!!” (ซาซาเอะ)


เหล่าตุ๊กตาดินมุ่งหน้ามาหาพวกฉันที่ตั้งท่ารอราวกับเชื่อฟังคำสั่งของซาซาเอะจัง

พอเห็นภาพแบบนั้น ฉันก็ได้แต่สับสน


            “เฮ้ย.......! นี่พวกชั้นกำลังฝันอยู่สินะ.......!?” (มิรัค)

            “ฮีโร่ควบคุมสัตว์ประหลาดเนี่ยนะ!? อะไรกันเนี่ย ไม่เห็นจะเข้าใจเลย!!” (ซิลติส)


มิรัคจังกับซิลติสจังสับสนเหมือนกัน ในใจของฉันเองก็ด้วย

เดิมที ฮีโร่คือตัวตนที่มีไว้จัดการสัตว์ประหลาด

มีหน้าที่ต่อสู้กับสัตว์ประหลาดที่โจมตีมนุษย์, จัดการพวกมัน และปกป้องมวลมนุษย์ เรียกว่ามันเป็นความหมายในการมีชีวิตอยู่ก็ได้

แต่ฮีโร่คนนั้น กลับควบคุมสัตว์ประหลาดที่เป็นศัตรูโดยธรรมชาติ


แถมตอนนี้พวกฉันก็ไม่มีเวลามาคิดว่าทำไมมันถึงเป็นแบบนั้น

เพราะว่าตอนนี้ สัตว์ประหลาดที่ปรากฏตัวกำลังจะโจมตีพวกฉัน


            “หวา!?”

            “ยังไงก็ตาม พวกเราต้องตอบโต้! อัศวินแห่งแสงที่อยู่รอบ ๆ!! เจ้าพวกนี้มันเกินกำลังพวกนาย อย่าเข้ามาใกล้ล่ะ!!” (มิรัค)


เพราะว่ามันเป็นลานกว้างของกองอัศวินแห่งแสงออโรร่ามาตั้งแต่แรก ที่นี่จึงมีเหล่าอัศวินแห่งแสงอยู่มากมาย

มิรัคจังออกคำสั่งพวกเขา เพื่อป้องกันความวุ่นวายล่วงหน้า


ตุ๊กตาดินที่กำลังพุ่งเข้ามามีสามตัว

ฝั่งพวกฉันก็มีฮีโร่สามคนเหมือนกัน


ถึงจำนวนจะเท่ากัน แต่ฉันก็ไม่คิดว่าสถานการณ์นี้มันจะเอื้ออำนวยไปทั้งหมด


            “ซาซาเอะจัง!!”


คนหนึ่งคนต้องรับมือตุ๊กตาดินหนึ่งตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

หน้าที่ของฉันก็คือตุ๊กตารูปร่างผอมบางขนาดกลาง ฉันร้องเรียกซาซาเอะจังพลางหลบท่าฟันมือของมัน


            “นี่มันอะไรกัน!? หมายความว่ายังไง!? ทำไมฮีโร่ถึงควบคุมสัตว์ประหลาดได้อย่างอิสระล่ะ.......!?” (คาเรน)

            “ทำไมน่ะเหรอ? พวกคนเมืองไม่รู้จักโกเลมเหรอไง?” (ซาซาเอะ)


โกเลม!?


            “โกเลมก็คือ พรของท่านพระแม่ธรณีแมนเทิล! พวกเขาเป็นเพื่อนของมนุษย์และช่วยเหลือพวกเราทุกอย่าง! พวกเขาพึ่งพาได้ ไม่หลอกลวงฉันเหมือนอย่างพวกเธอหรอก!!” (ซาซาเอะ)

            “อุก.......!?”


คำพูดนั้นกลายเป็นหนามที่ทิ่มแทงหัวใจของฉัน

ฉันอยากจะอธิบายเต็มแก่ แต่สถานการณ์มันไม่ยอมให้ฉันทำแบบนั้น


            “คาเรน!!” (มิรัค)


มิรัคจังที่อยู่ระหว่างการต่อสู้เหมือนกัน ได้เอาแผ่นหลังมาประกบกับฉัน

มิรัคจังที่ถือว่าตัวเองแข็งแกร่งที่สุดอยู่เสมอนั้น รับผิดชอบเจ้า [ฟาเธอร์] ที่ดูจะแข็งแกร่งที่สุด


            “แย่แล้วล่ะคาเรน! ยัยซิลติสกำลังถูกกดดันอยู่!” (มิรัค)

            “เอ๋!?” (คาเรน)


พอลองมองดู ฉันก็เห็นซิลติสจังกำลังต่อสู้อยู่กับเจ้า [บอย] ซึ่งตัวเล็กที่สุดในหมู่พวกมันสามตัว แต่ถึงอย่างนั้นสถานการณ์การต่อสู้ก็ยังเสียเปรียบ


            “[Wrath of Water]!”


กระสุนน้ำที่ถูกปลดปล่อยจากผ้าไหมน้ำโมเสสโจมตีโกเลมโดยตรง แต่มันกลับไม่มีผลอะไรเลย พวกมันแตกสลายกลายเป็นละอองน้ำอันไร้ประโยชน์ต่อหน้าร่างกายอันแข็งแกร่งของโกเลม น้ำมีแต่ถูกดินดูดซับไปเท่านั้น


            “[Wrath of Water]! [Wrath of Water]! [Wrath of Water]! .......เห ว่าแล้วเชียว ไม่ได้ผลจริง ๆ ด้วย~~!?” (ซิลติส)


ถ้าพูดถึงคุณสมบัติของพลังศักดิ์สิทธิ์ล่ะก็ ดินคือศัตรูที่เลวร้ายที่สุดสำหรับน้ำ

ดูเหมือนกฎนั้นจะเป็นจริง


            “ชั้นจะช่วยเอง! คาเรน เธอช่วยควบคุมเจ้าสองตัวที่อยู่ข้างหน้าไว้ทีนะ!” (มิรัค)

            “รับทราบ!” (คาเรน)


ฉันกับมิรัคจังหันตัวโดยที่ยังเอาหลังชนกันอยู่

จากนั้นในสายตาของมิรัคจังก็คือโกเลมจิ๋วกับซิลติสจังเมื่อครู่ ส่วนตรงหน้าของฉันก็คือโกเลมตัวอื่นอีกสองตัว การเชื่อมโยงตำแหน่งที่ยอดเยี่ยมเสร็จสิ้น


            “[Holy Light Slash]!” (คาเรน)

            “บินไปซะ [Flame Knuckle]!!” (มิรัค)


ฉันปลดปล่อย [Holy Light Slash] ที่ควบคุมพลังไว้ออกไป จึงล้มโกเลมสองตัวที่อยู่ตรงหน้าของฉัน— โกเลมสามีภรรยาได้พร้อมกัน เพราะแบบนั้น ฉันจึงหยุดการเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามได้ตามที่คำนวณไว้


อีกฝั่งหนึ่ง กระสุนเพลิงที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากหมัดเพลิงบาบารอสซ่าของมิรัคจังก็โดนเจ้าโกเลมจิ๋วจนมันถูกเป่ากระเด็นไปเช่นกัน เธอจึงช่วยเหลือซิลติสจังจากจุดวิกฤตไว้ได้


            “โทษทีนะ! ช่วยได้เยอะเลย!” (ซิลติส)


พอเป่าเจ้าโกเลมจิ๋วไปได้แล้ว ซิลติสจังก็ได้ทีทิ้งระยะห่าง แล้ววิ่งเข้ามาใกล้ ๆ พวกฉันเพื่อเสริมการป้องกัน


            “เธอนี่มันไร้ประโยชน์จริง ๆ เลยนะ! เธอเอาชนะคุณสมบัติแค่นั้นไม่ได้เหรอไง!?” (มิรัค)

            “หนวกหูน่า! คำพูดนั้นน่ะ ขอคืนให้เธอในตอนที่สู้กับมังกรทะเลยักษ์ทั้งหมดเลย!!” (ซิลติส)


บางทีมิรัคจังคงตั้งใจจะเอาคืนเหตุการณ์ในตอนนั้น

เพราะว่าตอนนั้นเธอถูกซิลติสจังพูดตามใจชอบ.......


            “ยังไงก็ตาม ถ้าเป็นคุณสมบัติล่ะก็ ไอ้นั่นไง ธาตุที่โจมตีธาตุดินได้แรง ๆ น่ะ! มันอะไรน้า!?” (มิรัค)

            “ธาตุลมน่ะนะ! ไม่มีหรอก!!” (ซิลติส)


ธาตุลมที่ทำให้ดินเหือดแห้ง แล้วเสื่อมสลายกลายเป็นทราย คือศัตรูโดยธรรมชาติของสัตว์ประหลาดและฮีโร่แห่งดิน

แต่คนที่มีธาตุนั้นไม่ได้อยู่ในหมู่พวกเรานี่สิ!


            “อ๊า ปัดโธ่! ทำไมถึงได้ไม่มีธาตุที่มีผลในตอนที่พวกเราจัดเตรียมจำนวนคนได้อย่างราบรื่นกันนะ!? ถ้าเจ้าตัวเล็กนั่นอยู่ตอนมังกรทะเลยักษ์ล่ะก็ คงจะช่วยพวกเราได้เยอะเลย!” (ซิลติส)


นี่เธอกำลังพูดถึงซาซาเอะจังที่กำลังเป็นศัตรูในตอนนี้อยู่เหรอ?


            “หนวกหูชะมัด! ถ้าเธออยู่ตอนที่พวกชั้นสู้กับเจ้าวัวเพลิงฟาลาริสล่ะก็ คงจะสร้างผลงานครั้งใหญ่ได้แน่ ยัยไอดอล!” (มิรัค)


แล้วมิรัคจังก็กัดเธอกลับ

แต่มันต่างกัน

จริงอยู่ที่สถานการณ์ในตอนนี้ดูวิกฤติ แต่ความจริงแล้วมันมีสิ่งที่พวกเราควรจะสนใจยิ่งกว่านั้น


            “ซาซาเอะจัง!”


ฉันเอ่ยชื่อของเด็กคนนั้นที่อยู่ตรงข้ามเหล่าโกเลม

◆◆◆◆◆




NEKOPOST.NET