[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด ตอนที่ 104 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด

Ch.104 - ตอนที่ 104 จับกุม


            “เคียวที่ยาวกว่าความสูงของตัวเอง?”

            “แถมเด็กผู้หญิงก็เป็นคนถือมันด้วย? มันอะไรกันล่ะเนี่ย?”


มิรัคจังกับซิลติสจังที่ฟังเหตุการณ์นั้นพร้อมกัน ได้ขมวดคิ้วให้กับรายงานอันแปลกประหลาดนั่น


            “ฮ่าฮ่า.......! ซิลตันตัวเป็น ๆ ฮ่าฮ่า.......!!” (บีเสก)

            “เอ่อ คุณหัวหน้าหมู่...คะ?” (ซิลติส)

            “อ๊ะ ขอประทานโทษครับท่านฮีโร่แห่งน้ำ! .......เนื่องจากฉันยังไม่ได้รับรายงานก็เลยไม่ทราบรายละเอียด ตอนนี้พวกเรากำลังรวมพลเพื่อมุ่งหน้าไปยังที่เกิดเหตุอยู่ครับ.......!” (บีเสก)


เคียวเหรอ?

สำหรับอาวุธแล้วมันดูหายาก แต่การถือของแบบนั้นเดินป้วนเปี้ยนในเมืองมันอันตรายแน่นอน


            “งั้น คุณก็เลยจะเพิ่มคุณไฮเนะเข้าไปในกลุ่มนั้นเหรอคะ?” (คาเรน)

            “ครับ ท่านคาเรนอาจจะไม่พอใจที่ผู้ใต้บังคับบัญชาโดยตรงถูกลากมาเอี่ยวด้วย แต่นี่เป็นสถานการณ์ที่พลังของผู้ช่วยไฮเนะมีความจำเป็นสุด ๆ ครับ.......!” (บีเสก)

            “เอ๋? ทะ-ทำไมล่ะคะ!?” (คาเรน)

            “ก็เพราะว่าคนที่ถือเคียวคร่าชีวิตเดินไปเดินมาเป็นเด็กผู้หญิงโลลิน่ะสิครับ? ไม่ว่าจะคิดยังไงพวกเราก็ต้องรอคนตบมุขไม่ใช่เหรอครับ? และถ้าพูดถึงคนตบมุขในศาสนจักรของเราล่ะก็ คน ๆ นั้นก็คือผู้ช่วยไฮเนะยังไงล่ะครับ” (บีเสก)


การแสดงความคิดเห็นนั้นก็รอการตบมุขอยู่เหมือนกันนะคะ


            “อา นั่นสินะ” (ซิลติส)

            “เห็นด้วย เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งเลย” (มิรัค)


ซิลติสจังกับมิรัคจังเห็นด้วยกับเรื่องนั้นเนี่ยนะ!?


            “ตะ-แต่ว่าตอนนี้คุณไฮเนะติดธุระอยู่ เจ้าตัวก็เลยไม่ได้อยู่ในเมืองหลวงแห่งแสงน่ะค่ะ แย่เลย ถ้าพูดถึงคนที่มีทักษะในการตบมุขในระดับเดียวกับคุณไฮเนะที่นี่ล่ะก็.......” (คาเรน)


ฉันคิดอยู่ในมุมของจิตใจว่า ‘นี่ฉันพูดอะไรเนี่ย?’


            “ก็มีอยู่ไม่ใช่เหรอ ที่นี่น่ะ”


มิรัคจังพูดแล้วเอามือไปวางไว้บนบ่าของคนที่เธอพูดถึง นั่นก็คือฮีโร่แห่งน้ำ ซิลติสจัง


            “เดี๋ยวก่อน! หยุดเลยนะ พวกเธอจะทำให้คาแรคเตอร์ของฉันกลายเป็นคนตบมุขงั้นเหรอ! ไอดอลมีจุดขายอยู่ที่การหยอกล้อต่างหากล่ะ! แล้วจะให้เปลี่ยนไปอยู่ฝั่ง— คนตบมุขล่ะก็....... ฉันฝึกทักษะนั้นเพราะคาดหวังว่าจะได้รับตำแหน่งพิธีกรในอนาคต เพื่อที่ฉันจะได้อยู่ในโลกแห่งการแสดงนาน ๆ ตำแหน่งที่ยอดเยี่ยมที่สุด.......! ดีล่ะ พวกเราไปกันเถอะ” (ซิลติส)


ซิลติสจังดูจะให้ความร่วมมือนะ


            “คึ่ก ซิลตันตัวเป็น ๆ จะเสด็จไปที่เมืองหลวงแห่งแสงอโพรอน!? ......ไม่สิ ๆ มันไม่ใช่แบบนั้น ไม่ว่าจะยังไงมันก็ดูไม่เหมาะสมครับ!? การยืมมือฮีโร่ของศาสนจักรอื่น ในอาณาเขตของศาสนจักรแห่งแสงสว่างน่ะ!” (บีเสก)


คำพูดของหัวหน้าหมู่บีเสกถูกต้องเลยล่ะ


            “ซิลติสจัง ฉันจะไปเองจ้ะ ศาสนจักรแห่งแสงสว่างควรจะเป็นคนรับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองอโพรอน ยิ่งเป็นตอนที่คุณไฮเนะไม่อยู่แล้ว ฉันที่เป็นฮีโร่ก็ควรจะพยายามอย่างเต็มที่ในส่วนของเขา!” (คาเรน)

            “แต่จะไม่เป็นไรเหรอ? ก็เธอน่ะ ไม่ว่าจะดูยังไงก็เป็นฝ่ายรับมุขนะ?” (ซิลติส)

            “แถมยังเป็นพวกหัวทื่ออีก” (มิรัค)


เอ๋?

นี่ฉันถูกมองว่าเป็นแบบนั้นเหรอ?


* * * * *


ด้วยเหตุนี้ปาร์ตี้น้ำชาของฮีโร่จึงหยุดลงชั่วคราว

พวกฉันออกไปที่เมืองหลวงแห่งแสงอโพรอน


            “สุดท้ายมิรัคจังกับซิลติสจังก็มาด้วย...... พวกเธอน่าจะรออยู่ที่ห้องนะ” (คาเรน)

            “พูดอะไรน่ะ! คาเรน ชั้นอยู่สบายใจเฉิบโดยที่เธอออกไปสู้ไม่ได้หรอก! ถ้ามีโอกาสล่ะก็ ชั้นจะช่วยเหลือเธอจากปัญหาเพื่อเรียกร้องคะแนนนิยมแน่นอน!” (มิรัค)

            “นอกจากนี้ ฉันยังติดใจเรื่องบุคคลน่าสงสัยที่พูดถึงอยู่ ทำไมเธอถึงได้ถือเคียวเดินไปมา? ถ้าไม่ได้เหตุผลที่ชัดเจน คืนนี้ฉันคงค้างคาใจจนนอนไม่หลับแน่” (ซิลติส)


ทั้งสองคนดูสบายใจจัง

แต่มันก็จริงอยู่ว่าเรื่องที่พวกเรากำลังจะไปทำมันดูสบายยิ่งกว่าการต่อสู้กับสัตว์ประหลาด อย่าประมาทล่ะ มาพาตัวบุคคลน่าสงสัยมาโดยเร็วแล้วกลับไปปาร์ตี้น้ำชากันต่อเถอะ

 
            “แต่ว่า ที่ ๆ พวกเราควรจะหาในตอนนี้น่ะ ควรจะหาจากที่ไหนดีล่ะ?” (คาเรน)


ตอนนี้พวกเราแบ่งเขตในการค้นหากับหัวหน้าหมู่บีเสก เพื่อสร้างขอบเขตในการค้นหาที่ดูมีประสิทธิภาพ แต่พวกเรากลับไม่เห็นตัวหรือเงาของเธอในตอนนี้เลย

เพราะข้อมูลที่ดูชัดเจนเอามาก ๆ ฉันก็เลยประเมินว่าพวกเราจะพบเจอเธอได้โดยง่าย แต่ว่า......


            “นี่ คาเรน.......” (มิรัค)

            “คะ?” (คาเรน)

            “ตรงนั้นไม่ใช่เหรอ?” (มิรัค)


กะแล้วว่าพวกเราต้องหาเธอเจอได้ง่าย ๆ

อยู่ ๆ อยู่จริง ๆ ด้วย ตรงที่ที่มิรัคจังชี้ไปเมื่อกี้นี้ มีเคียวอยู่

ตอนที่เห็นครั้งแรก ฉันคิดว่าเคียวมันกำลังเคลื่อนไหวอยู่อย่างเดียว แต่มันไม่ใช่ เด็กผู้หญิงร่างเล็กถือเคียวตรงส่วนปลาย

อายุน่าจะราว ๆ 12-13 ปี เธอเด็กกว่าพวกฉันมาก รูปร่างของเธอก็ดูตัวเล็กสมกับอายุ เพราะแบบนั้นเคียวที่ปกติแล้วผู้ชายตัวใหญ่จะถือกันก็เลยดูไม่สมส่วน การเดินไปข้างหน้าโดยแบกมันเอาไว้ก็เลยดูอันตรายไปด้วย

เซไปทางซ้าย, เซไปทางขวา เนื่องจากสิ่งที่เธอถืออยู่เป็นอาวุธอันตราย ผู้คนที่อยู่รอบ ๆ ก็เลยหวาดกลัวเป็นอย่างมาก

แบบนี้ต้องรีบพาตัวเธอไป....... ตอนที่พวกเราวิ่งเข้าไปใกล้ ๆ เสียงของระฆังขนาดใหญ่ก็ดังขึ้น

นั่นคือระฆังของหอนาฬิกาที่เอาไว้บอกเวลา

มันคือสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่ที่อยู่คู่กับถนนหลักของเมืองอโพรอน และแป้นนาฬิกาขนาดใหญ่ที่มองเห็นได้อย่างชัดเจนจากระยะไกล มันคือหอระฆังที่บอกเวลาตามที่กำหนด

มันเป็นสถาปัตยกรรมที่อยู่มาหลายสิบปีแล้ว แต่ด้วยดีไซน์ของสถาปัตยกรรมที่ดูมีเอกลักษณ์ มันจึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันยอดเยี่ยมของเมืองหลวงแห่งแสงอโพรอน

หอนาฬิกานั่นส่งเสียงระฆัง

แก๊ง, แก๊ง, แก๊ง, แก๊ง, แก๊ง เสียงระฆังดัง


            “ฮิย้าาาาาาาาาาา!?”


เด็กผู้หญิงเคียวตอบสนองซะโอเวอร์

เธอตกใจสุดขีด, สูญเสียสติ แล้วเคียวที่แค่ถืออยู่ก็น่ากลัวแล้วนั้น ได้สั่นไปทางซ้ายและทางขวาเป็นอย่างมาก


            “““อันตราย!!”””


จากนั้นฮีโร่ทุกคนก็ตอบสนอง โดยการวิ่งเข้าไปใกล้ ๆ เธอ

คนที่เร็วที่สุดก็คือ ฮีโร่แห่งน้ำซิลติสจัง


            “[Water Prison Binding]!!” (ซิลติส) [水牢縛 คุกน้ำแห่งการผูกมัด TL: นึกชื่อไม่ออกครับ]


กระแสน้ำที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากผ้าไหมน้ำโมเสส ม้วนเหมือนกับงูแล้วโอบล้อมเด็กผู้หญิงเคียว

ความยอดเยี่ยมของพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งน้ำก็คือความสามารถในการประยุกต์ใช้ชั้นสูง คุกน้ำนั่นกักขังเด็กผู้หญิงเคียว และขจัดความเสี่ยงออกไป

นั่นคือสิ่งที่ฉันคิด แต่ว่า.......

*เปรี้ยง!*

แค่เหวี่ยงเคียวเพียงครั้งเดียวก็ทำลายคุกน้ำได้อย่างง่ายดาย มันกระจัดกระจายกลายเป็นหยดน้ำเม็ดเล็ก ๆ


            “หน่ะ!?”


ซิลติสจังตกใจที่เทคนิคของตัวเองถูกทำลาย


            “[Water Prison Binding] ถูกทำลาย.......!? หรือว่า พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งดิน!?” (ซิลติส)


ระหว่างนั้น ฉันกับมิรัคจังก็ไม่ได้หยุดเท้า

ถึงการเปิดฉากโจมตีของซิลติสจังจะถูกทำลาย แต่ประสิทธิภาพของมันก็กลายเป็นการอำพราง ฉันกับมิรัคจังก็เลยประสบความสำเร็จในการโจมตีกระหนาบข้าง

ดาบศักดิ์สิทธิ์นักบุญจอร์จและหมัดเพลิงบาบารอสซ่า กดดันเด็กผู้หญิงเคียวจากทางซ้ายและทางขวา

อื้อ ได้จังหวะพอดีเลย

ถึงจะพูดนั่นพูดนี่ แต่การผสมผสานของพวกเราสามคนก็ยังยอดเยี่ยม


            “อย่าขยับ ถ้าขืนยังอาละวาดมากไปกว่านี้ล่ะก็ พวกชั้นจะเป่าเธอด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งแสงและพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งไฟทันที” (มิรัค)

            “ขอโทษที่รุนแรงนะคะ แต่ถ้าเหวี่ยงของอันตรายแบบนั้นในเมืองล่ะก็ มันจะเป็นปัญหาเอาได้ค่ะ” (คาเรน)


เธอจะเชื่อฟังไหมนะ?

พอว่ากล่าวตักเตือนเสร็จ ฉันก็คอยสังเกตุท่าทีของฝ่ายตรงข้าม.......


            “.......ขอโทษนะคะ”


เด็กผู้หญิงร้องไห้เป็นสายน้ำพร้อมกับขอโทษ


            “อุแง้~!! ขอโทษนะคะ! ฉันก็แค่ตกใจเพราะเสียงมันดังน่ะค่ะ! ในหมู่บ้านของฉัน เวลาที่ทำเสียงดังแบบนั้น ก็มีแค่ตอนที่เรือกสวนไร่นาลุกไหม้เท่านั้นเองอ้าาา~”

            “เอ๋~!?” “อะ-อะไรเนี่ย!?”


ฉันและมิรัคจังตกใจกับพฤติกรรมที่ดูน่าอายนี้


            “จู่ ๆ ก็ถูกโจมตี! น่ากลัว! เมืองหลวงนี่มันน่ากลัวจริง ๆ! คนบ้านนอกคอกนาคงจะต้องตายแน่ ๆ เลยง่าา~!?”


พอพูดแบบนั้นพวกเราก็เลยปลอบเด็กคนนี้ที่ร้องไห้โวยวาย แล้วซักถามอะไรบางอย่าง ชื่อของเธอก็คือ.......

กอนเบ ซาซาเอะ (ゴンベエ=ササエ)

ผู้ที่อยู่ในอิชตาร์เบลซและถูกศาสนจักรแห่งดินส่งมาประจำการ ฮีโร่แห่งดิน

◆◆◆◆◆




NEKOPOST.NET