[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด ตอนที่ 102 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] ความพยายามในการปฏิรูปของเทพแห่งความมืด

Ch.102 - ตอนที่ 102 หรือว่า


            “แล้ว ไฮเนะจิที่เป็นหัวใจสำคัญของเรื่องเดินทางไปที่ไหนล่ะ?” (ซิลติส)

            “เอ่อ” (คาเรน)


การตบมุขอย่างสงบของคุณซิลติส ได้ปัดเป่าความตึงเครียดของฉันที่แผ่ขยายออกไปในชั่วอึดใจ


            “...................................................ไม่ทราบค่ะ” (คาเรน)

            “เอ๋?” (ซิลติส)

            “ตอนที่ออกเดินทาง ฉันถามแล้วถามอีก แต่เขาก็ไม่ยอมบอก เพราะถ้าเขาบอก ฉันคงจะตามไปแน่ ๆ น่ะค่ะ.......!!” (คาเรน)

            “ก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ ไม่ใช่เหรอ? สติปัญญาของไฮเนะนี่สุดยอดจริง ๆ เหมือนกับเทพเลยเนอะ” (ซิลติส)


ได้โปรดอย่าพูดเหมือนกับว่ามันเป็นปัญหาของคนอื่นสิคะ คุณซิลติส

ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าต้องเดินไปข้างหน้า แต่ฉันกลับก้าวขาออกไปไม่ได้


            “แต่ว่านะ พอมาลองคิดดูแล้ว มีคำถามที่มันคาใจฉันอยู่” (ซิลติส)

            “เอ๋? อะไรเหรอคะ?” (คาเรน)

            “ไฮเนะจิเป็นใครกันแน่?” (ซิลติส)


ฉันไม่อาจเข้าใจคำพูดสั้น ๆ ของคุณซิลติสได้ทันที


            “ฉันคิดว่าคุณไฮเนะ ก็คือคุณไฮเนะนะคะ?” (คาเรน)

            “ไม่ใช่ มันไม่ใช่เรื่องที่จะสรุปได้ด้วยความคิดของตัวเอง....... ก็พ่อคนนั้นน่ะ ดูไม่ธรรมดาเอามาก ๆ ในหลาย ๆ ความหมายไม่ใช่เหรอ? ฉันเคยได้ยินเรื่องธาตุความมืดอยู่? นั่นเป็นความสามารถที่หายากใช่ไหมล่ะ?” (ซิลติส)


ใช่แล้ว คุณซิลติสยังไม่มีโอกาสได้เห็น แต่คุณไฮเนะคือเจ้าของพลังแห่งความมืดที่ไม่ได้ตรงกับธาตุใด ๆ ในโลกใบนี้อันได้แก่ธาตุแสง, ลม, ไฟ, น้ำ และดิน

พลังนั้นสุดยอด สสารมืดที่คน ๆ นั้นสร้างขึ้นมา ป้องกันลำแสงความร้อนมหากาฬของวัวเพลิง และในเวลาเดียวกันก็ทำให้วัวเพลิงขนาดยักษ์ตัวเล็กลงจนกลายเป็นวัวขนาดเล็กได้ มิหนำซ้ำยังทำให้คุณเงาดำแห่งอบิสที่มีพลังศักดิ์สิทธิ์แห่งแสงหายไปได้อย่างง่ายดายชนิดที่เทียบกันไม่ติดเลย


ไม่ใช่แค่ตัวคุณไฮเนะที่พูดถึงเท่านั้น แต่ตอนที่มังกรทะเลยักษ์โจมตีเมืองหลวงแห่งน้ำไฮดร้าวิลเลจ โดยปลดปล่อยคลื่นยักษ์สึนามิในระดับที่ทำลายเมืองเอง คุณยักษ์ดำปริศนาก็สร้างเขื่อนด้วยสสารมืด แล้วลดความเสียหายของเมืองให้เป็นศูนย์เหมือนกัน

ถ้ามาลองคิดดูว่า มนุษย์ที่ควบคุมสสารมืดในหน้าประวัติศาสตร์มีเพียงคุณไฮเนะล่ะก็ ความสามารถหายากก็ยังไม่เพียงพอที่จะอธิบายเรื่องนั้นให้เข้าใจได้โดยง่าย


            “ไฮเนะจิดูปกติมาก ๆ  เพราะงั้นพวกเราก็เลยคุยกันตามปกติ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ล่ะก็ ไม่ใช่ว่าตัวตนของหมอนั่นจะยิ่งใหญ่ถึงขั้นที่สามารถโค่นล้มศาสนจักรทั้งห้าได้หรอกเหรอ? เขาเรียกว่าอะไรนะ เอ่อ เทพแห่งความมืดเอ็นทรอคโกะ” (ซิลติส) 「闇の神エントロッコ」

            “ท่านเทพแห่งความมืดเอ็นโทรปีค่ะ” (คาเรน)


ไอ้ชื่อที่เหมือนกับรถบรรทุกนั่นน่ะมันอะไรกันคะ? 「トロッコ = truck」


            “ใช่ แล้วตอนที่ฉันได้ยินเรื่องนั้นจากพวกเธอน่ะ ฉันคิดว่ามันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย ยักษ์ดำที่ปรากฏตัวในการต่อสู้กับมังกรทะเลยักษ์ กับสสารมืดที่หมอนั่นใช้ คือข้อพิสูจน์ตัวตนของเทพที่ว่านั่นใช่ไหมล่ะ? ดังนั้นเทพแห่งการสร้างโลกจึงไม่ใช่ห้าแต่เป็นหก และประวัติศาสตร์ก็ถูกเขียนขึ้นมาใหม่” (ซิลติส)


ใช่แล้ว ถ้าคุณไฮเนะต้องการล่ะก็ เขาสามารถเปลี่ยนวิถีของโลกใบนี้ตั้งแต่รากฐานได้เลย

ไม่สิ ความจริงแล้วตอนนี้เขาก็กำลังเปลี่ยนวิถีที่ว่านั่นอยู่ ถ้าจัดการมารดาสัตว์ประหลาดล่ะก็ ประวัติศาสตร์ของโลกใบนี้ก็จะเปลี่ยนแปลงโดยมีคุณไฮเนะเป็นตัวการ


            “คุโรมิยะ ไฮเนะ พอมาลองคิด ๆ ดูแล้ว หมอนั่นก็เป็นชายที่ลึกลับจริง ๆ มันเหมือนกับว่าเขาไม่ได้อยู่ในส่วนไหนของโลก และตอนนี้โลกก็กำลังหมุนไปรอบ ๆ โดยมีเขาเป็นศูนย์กลาง”


มิรัคจังพูด

.........

ตอนนี้ทั้งสองคนเป็นเพื่อนของฉัน ก้าวผ่านความเป็นความตายมาด้วยกัน และเป็นเพื่อนที่แชร์ปัญหาและความกังวลใจในฐานะฮีโร่เหมือนกัน

เพราะว่าเป็นเพื่อนกัน ฉันจึงตัดสินใจเปิดเผยความรู้สึกที่ค้างคาใจมาเนิ่นนาน


            “คือว่า ถ้าหาก ถ้าหากว่า.............!” (คาเรน)

            “อื๋อ?” “อ๋า?”


มิรัคจังกับคุณซิลติสคงจะสังเกตุเห็นว่าน้ำเสียงของฉันมันเบา พวกเธอก็เลยตั้งใจฟัง


            “ตัวคุณไฮเนะ คือท่านเทพแห่งความมืดเอ็นโทรปีล่ะคะ........?” (คาเรน)

            “.....” “...............”


ทันใดนั้น ทั้งสองคนก็ไม่พูดไม่จา และทำสีหน้าเหมือนกับมึนงง


            “คะ-คาเรนจัง? เธออยากกินเค้กชิฟฟ่อนของฉันสักคำไหม?” (ซิลติส)

            “จะกินเค้กเมนไทโกะสุดเผ็ดของชั้นก็ได้เหมือนกันนะ” (มิรัค) 「明太子ケーキ」


พอพูดแบบนั้นพวกเธอก็ยื่นเค้กที่อยู่ในจานของตัวเองมาให้


            “พอเถอะค่ะ! อย่าแสดงความเห็นอกเห็นใจฉันอย่างโจ่งแจ้งแบบนั้นสิคะ! แล้วก็มิรัคจัง ฉันไม่กินเค้กที่จะทำให้รู้สึกแสบในปากหรอก!!” (คาเรน)


ฉันมันโง่จริง ๆ ที่ไปเชื่อใจสองคนนี้!

พวกเธอทำเหมือนกับฉันเป็นเด็กน่าสมเพชที่ไร้สมองเลย!


            “มันช่วยไม่ได้นี่ ยัยเด็กบ้า! งั้นฉันขอพูดอะไรหน่อยนะ ต่อให้ความสามารถสุดยอดขนาดไหน ก็ไม่มีทางที่มนุษย์จะเป็นเทพไปได้หรอก!!” (ซิลติส)

            “เพราะงั้นฉันถึงได้เกริ่นไปว่า 'ถ้าหากว่า' ไง! ไม่ใช่ว่าฉันพูดเพราะมั่นใจสักหน่อย! ซิลติสจังน่าจะเข้าใจเรื่องนั้นนะ!” (คาเรน)


ความตึงเครียดสูงขึ้น แล้วฉันก็พูดแบบห้วน ๆ กับซิลติสจังเช่นกัน


            “ต่อให้เธอจะมีความมั่นใจหรือว่าไม่มี ขีดจำกัดของหัวข้อก็ควรจะอยู่ในระดับที่ยอมรับได้สิ! พวกเราอยู่ในสังกัดของศาสนจักรนะ! ถ้าจะพูดถึงเทพล่ะก็ ท่านคือตัวตนที่พวกเรายกย่องเทิดทูน! เพราะงั้นต่อให้เป็นแค่การคาดเดา ก็ไม่มีทางที่ท่านจะมาเดินเรื่อยเปื่อยอยู่ตรงนั้นตรงนี้ตามปกติได้หรอก!!” (ซิลติส)

            “แหม ๆ เอะอะกันจังเลยนะคะ”


การโต้เถียงของพวกฉันคงจะได้ยินไม่ชัด

เมื่อประตูห้องนั่งเล่นเปิดออก สตรีผู้งดงามอันหาที่เปรียบมิได้ก็เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นด้วย


            “อ๊ะ ท่านโยริชิโระ!?” (คาเรน)

            “หา!?”

            “ผู้ก่อตั้ง!?”


ผู้ก่อตั้งศาสนจักรแห่งแสงสว่าง ท่านโยริชิโระ

พอได้ยินชื่อนั้น มิรัคจังกับซิลติสจังก็กระโดดขึ้นมาจากเก้าอี้แล้วยืนตรง


            “ได้โปรดทำตัวตามสบายเถอะค่ะ ......ปาร์ตี้น้ำชาของเหล่าฮีโร่เหรอคะ? การเชื่อมสัมพันธไมตรีให้แน่นแฟ้นเป็นเรื่องที่ดีมากเลยค่ะ” (โยริชิรโระ)


พอพูดแบบนั้นท่านโยริชิโระก็ยิ้ม และข้าง ๆ เธอก็มีเด็กผู้หญิงผิวดำที่อายุราว ๆ 14-15 ปีอยู่


            “อ๊ะ คุณโดโรฮะก็อยู่ด้วยเหรอคะ?” (คาเรน)

            “สวัสดีค่ะ ท่านฮีโร่แห่งแสง” (โดโรฮะ)


พอพูดแบบนั้นคุณโดโรฮะก็ทำการทักทายอย่างสุภาพ


            “ค่ะ สวัสดีค่ะ” (คาเรน)


ตัวตนที่แท้จริงของเงาดำที่พวกฉันได้พบในเมืองหลวงแห่งความมืดอบิส คุณโดโรฮะ

ตอนที่ถูกปลดปล่อยจากเงาดำ เธอไม่พูดไม่จาราวกับเป็นเด็กทารก แต่พอใช้เวลาอยู่ในเมืองอโพรอนหลาย ๆ วัน สภาพจิตใจของเธอก็ฟื้นคืนมาอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งตอนนี้เธอได้มาอยู่ข้าง ๆ ท่านโยริชิโระในฐานะผู้คุ้มกันของผู้ก่อตั้ง โดยไม่มีใครคิดว่ามันดูน่าสงสัยเลย

พอนึกถึงข้อความของศิลาจารึกที่เธอทิ้งไว้ในอบิสแล้ว เธอคงจะเป็นผู้หญิงที่ฉลาดมาตั้งแต่แรกแล้วแน่ ๆ


            “อ๊ะ พอดีเลย ท่านโยริชิโระกับคุณโดโรฮะมาร่วมดื่มชาด้วยกันไหมคะ?” (คาเรน)

            “ต้องขอประทานโทษด้วยนะคะ ตอนนี้ดิฉันต้องออกไปประชุมด่วนค่ะ เนื่องจากพระคาร์ดินัลสามท่านทำงานไม่สมกับตำแหน่งและหาผลประโยชน์ใส่ตัว ดิฉันจึงจะหารือเกี่ยวกับอายุของพวกเขาที่ดูชรามากแล้วน่ะค่ะ.......” (โยริชิโระ)

            “ยะ-อย่างงั้นเหรอคะ.......!!” (คาเรน)


ตั้งแต่ที่กลับมาจากอบิส ท่านโยริชิโระก็ดูเหมือนจะเปลี่ยนไป ดูเหมือนเธอจะตัดสินใจเก็บกวาดความเน่าเฟะที่แผ่ขยายมายาวนานในศาสนจักรแห่งแสงสว่าง

คุณไฮเนะได้อธิบายไว้ว่า 'เลือดเก่าคงกำลังลุกพล่านน่ะ'  แต่ฉันก็ไม่ค่อยเข้าใจอยู่ดี


            “ถ้าเช่นนั้น ฮีโร่แห่งไฟคุณมิรัค ฮีโร่แห่งน้ำคุณซิลติส ได้โปรดคิดว่ามหาวิหารแห่งแสงนี้คือกองบัญชาการของพวกคุณ และได้โปรดทำตัวตามสบายนะคะ” (โยริชิโระ)

            “ขะ-ขอบคุณค่ะ!” (ซิลติส)

            “ขอบใจนะ! ไม่สิ ขอบคุณมากค่ะ!” (มิรัค)


มิรัคจังและซิลติสจังที่อยู่ตรงหน้าท่านโยริชิโระตัวแข็งทื่อ

เมื่อประตูของห้องนั่งเล่นปิดลง ทั้งสองคนก็ถอนหายใจยาว ๆ ออกมาพร้อมกันทันที


            “........น่ากลัว น่ากลัวจริง ๆ นั่นน่ะเหรอท่านโยริชิโระผู้มีชื่อเสียงในทางที่ไม่ดี” (ซิลติส)

            “นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ชั้นได้พบ แต่ชั้นก็ไม่ชินกับบรรยากาศลึกลับนั่นอยู่ดี ที่เขาลือกันว่าคนจะตายทุกครั้งที่คน ๆ นั้นยิ้มคงจะเป็นเรื่องจริงสินะ?” (มิรัค)


พวกคนข้างนอกเขาพูดถึงท่านโยริชิโระแบบนั้นเหรอเนี่ย......!

ทั้ง ๆ ที่ท่านเป็นคนดีแท้ ๆ คราวหน้าให้ท่านโยริชิโระมาร่วมงานปาร์ตี้เฉพาะผู้หญิงด้วยดีกว่า


            “.......เดี๋ยวก่อน ออกนอกเรื่องแล้ว ที่ฉันพูดน่ะ คือท่านเทพไม่มาเดินเรื่อยเปื่อยตามที่นั่นที่นี่หรอกนะ! ไม่มีทางที่พวกเราจะพบเจอท่านเทพได้ง่าย ๆ หรอก!!” (ซิลติส)

◆◆◆◆◆




NEKOPOST.NET