NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Evil God//เกิดใหม่เป็นเทพปิศาจ แต่ผ่านไป1000ปีไม่มีใครมาปราบ จึงตัดสินใจไปโรงเรียนดีกว่า

Ch.8 - วันแรกของการย้ายเข้า 4


หลังจากทีไรซ่าพูดว่า “การทดลองสนุกกว่าที่ชั้นคิดไว้ซะอีก” เราก็ออกจากห้องแลปด้วยสีหน้าเหน็ดเหนื่อย

เป้าหมายต่อไปของพวกเราคือชมรมการเกษตร เพราะสถานศึกษาแคนทาบริดจ์ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวงของอาณาจักรบริททอน เลยไม่ไม่มีพื้นที่การเกษตรล่ะนะ

ยูฟิเลียจึงจับมือชั้นและใช้เวทมนต์วาร์ป

 

ครู่ถัดมา ทิวทัศน์อันแสนสงบของทุ่งกว้างก็ปรากฏแก่สายตาชั้น

พื้นที่การเกษตรนั่นมีพื้นที่หลายเฮคเตอร์เลยล่ะเออ

มีคนราว30คนกำลังทำงานอย่างขยันขันแข็งอยู่ล่ะ แต่ถึงยังงั้นก็ยังมีพื้นที่เหลืออีกมากที่ไม่ได้ใช้งาน

 

[อ๊ะ...ยูฟิเลียซังนี่]

 

ไอริสสังเกตเห็นยูฟิเลยและวิ่งแจ้นมาตรงนี้

หลังจากยูฟิเลียอธิบายว่าทำไมเรามาที่นี่ ไอริสก็เริ่มการบรรยาย

 

[นี่คือ “ชมรมการเกษตร” ค่ะ เราให้คนที่ต้องการทำการเกษตรทำมัน แต่ว่าเราขาดคนอยู่พอดีเลยค่ะ]

 

เราอยู่ห่างจากเมืองหลวง50กิโลเมตร ไม่มีประโยชน์ถ้าคุณวาร์ปไม่ได้ คุณจะรักษาสมดุลระหว่างงานโรงเรียนกับกิจกรรมของคุณไม่ได้ TN : ประมาณว่าถ้าเดินทางมาปกติก็นานแล้ว ว่างั้น

ดังนั้นเลยไม่มีสมาชิกมากงั้นสินะ

แปลงที่ดินไม่สามารถเตรียมได้ในสถานศึกษาได้ เพื่อเตรียมที่ดินขนาดใหญ่ต้องออกห่างจากสถานศึกษาซักหน่อย

เอาล่ะ ถ้าเป็นนักเรียนของสถานศึกษาแคนทาบิดจ์ จะสามารถไปไหนมาไหนอิสระได้ด้วยเวทมนต์วาร์ปล่ะนะ ถ้าวาร์ปไปที่ไหนก็ได้ละก็ ระยะทางก็ไม่ใช่ปัญหา พวกเค้าเลยขยายที่ดินให้ใหญ่ไว้ก่อน

 

ดูเหมือนว่าจะกลายเป็นแบบนี้หลังจากได้ปรึกษากันหลายรอบอ่านะ

 

[แอชทัลซัง คุณใช้วาร์ปได้มั้ยคะ?]

[อ่าหะ]

[ดีล่ะถ้างั้นได้โปรดพิจารณาเข้าชมรมนี้ด้วยเถอะค่ะ]

 

หลังจากได้ฟังเธอบรรยายเราก็กลับมาที่โรงเรียนแคนทาบริดจ์ TN : ขอเปลี่ยนหน่อยนะครับ สถานศึกษามันฟังแปลกๆ จะใช้ทับศัพท์เป็นอคาเดมี่ก็เกรงใจ

 

หลังจากนั้นชั้นก็ได้รับการบรรยายจากหลายๆชมรม

เพื่อไปที่เป้าหมายต่อไปแล้ว ตอนนี้ชั้นกำลังเดินอยู่ที่ระเบียง

[นี่ที่สุดท้ายแล้วล่ะ]

หลังจากพูดงั้นยูฟิเลียก็เปิดประตูเข้าไปในชมรม

ทั้งสามกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้อย่างผ่อนคลาย

[เอ่อ ที่นี่มันอะไรกันครับเนี่ย?]แปลแล้ว

ชั้นรู้สึกแปลกใจที่ปาร์ตี้ผู้กล้ามารวมตัวกัน

[นี่คือ ชมรมดันเจี้ยน เป็นชมรมที่มีเป้าหมายในการพิชิตดันเจี้ยนน่ะ]

ยูฟิเลียพูดด้วยรอยยิ้ม

[ดูเหมือนว่านายใช้เวลาเดินทางนานเลยนี่ แต่เป้าหมายของยูฟิเลียจริงๆคือพานายมาที่นี่น่ะ]

ทีไรซ่าจิบชาของเธอ

[มันจะไม่เร็วกว่าเหรอถ้าเธอเค้ามาที่นี่เป็นที่แรกน่ะ]

เจมี่ตกใจเล็กน้อย ชั้นเดาว่าเธอคงจะฝึกร่างกายเธอเหมือนพวกนักรบสินะ

เธอยังมีเหงื่อชุ่มอยู่เลย

[มันจะไม่แฟร์ถ้าพวกเราไม่อธิบายทุกสิ่งก่อนที่จะบอกเค้าเรื่องพวกเราน่ะ]

ยูฟิเลียตอบอย่างจริงจัง

[เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่ชมรมดาบก็ทำได้น่ะค่ะ]

ไอริสปลอบเจมี่

สรุปแล้วพวกเธอต้องการชวนชั้นเข้าชมรมนี่สินะเนี่ย

[จู่ๆก็ชวน.....นักเรียนที่เพิ่งย้ายมา....พวกเธอมีอะไรเป็นพิเศษรึเปล่าน่ะ?] แปลแล้ว

หลังจากที่ชั้นถามพวกเธออย่างช้าๆ ยูฟิเลียก็พนักหน้าอย่างตั้งใจ

[อันดับแรกมีคนไม่มากนักที่สนใจในดันเจี้ยนน่ะ และแน่นอนว่าเค้าต้องแข็งแกร่งพอจะล้มพวกเราได้]

พูดง่ายๆคือเธอต้องการคนที่แข็งแกร่งระดับเดียวกับผู้กล้าจำนวนผู้สมัครเลยลดลงอย่างมาก

ทันทีที่สร้างชมรมแน่นอนว่าต้องมีมหามวลชนจำนวนมากต้องการจะเข้า โดยเฉพาะพวกผู้ชายอ่านะ

เพราะว่ามีสาวสวยถึง4คน แถมแต่ละคนอย่างเป็นคนล่ะประเภทกันด้วย สำหรับผู้ชายที่ขับเคลื่อนด้วยความต้องการแล้ว จะงับเหยื่อเข้ามาที่ชมรมนี้คลช่วยไม่ได้ล่ะนะ

 

ยังไงก็เถอะทุกคนล้มเหลวในการทดสอบ เห็นได้ชัดว่าการเป็นเพื่อนกะผู้กล้านั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทำ

[ในเงื่อนไขของความสามารถน่ะ มีหลายคนที่ใช้ได้อยู่นะ แต่พวกเค้าปฏิเสธที่จะเข้าไปดันเจี้ยนนี่สิ]

เจมี่ถอนหายใจออกมา

 

นั่นเป็นกิริยาปกติ

แต่เดิมทีแล้วทำไมพวกเธอต้องการพิชิตดันเจี้ยนล่ะ? เมื่อมีคนพิชิตดันเจี้ยนได้ มีหลายครั้งที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น นอกเหนือไปกว่านั้น ถ้าปล่อยมันทิ้งไว้ซักพักมอนสเตอร์ก็จะเข้าไปอาศัยในนั้น

 

หลังจากพิชิตดันเจี้ยนได้ ก็แค่ได้รับคำขอบคุณจากระแวกใกล้ๆเท่านั้น คุณไม่สามารถมีชีวิตอยู่ด้วยมันได้หรอกนะ

 

แม้จะเป็นดันเจี้ยนที่ยังไม่ถูกพิชิตก็ไม่รับประกันว่าจะได้อะไรเสมอไป

เอาชีวิตไปเสี่ยง ใช้ความพยายามในการพิขิตแถมรางวัลยังน้อยนิดอีก

 

แต่แรกนั้น ดันเจี้ยนนั้นมีมาก่อนผู้กล้าอีก และสิ่งนั้นสร้างโดยอารยธรรมก่อนประวิติศาสตร์

ผลก็คือจำนวนของดันเจี้ยนที่ถูกค้นพบใหม่มีจำนวนลดลงเรื่อยๆ

มันแน่นอนว่าไม่มีใครใช้การเคลียร์ดันเจี้ยนเป็นอาชีพหรอก

 

สามารถฝึกฝนตนเองได้ และทำเงินได้ และยังตื่นเต้นในการผจญภัย

โชคร้ายหน่อยที่ดันเจี้ยนในโลกนี้ไม่ได้สร้างมาเพื่อการนั้นล่ะนะ

 

ถ้าคุณต้องการฝึกฝนตัวเองมันดีกว่าที่จะทำงานปกติ

ถ้าต้องการเงิน ก็ควรทำงานผ่านกิลด์นักผจญภัยหรือทำงานทั่วไป

 

แต่เดี๋ยวดิ

เพราะว่ามนุษย์มันไม่สำรวจดันเจี้ยนกัน เลยไม่มีใครเข้ามาวิหารแห่งความมืดของชั้นสินะ

ถ้าผู้คนสนใจในการสำรวจดันเจี้ยนแล้วล่ะก็ พวกเค้าต้องเข้ามาที่วิหารแห่งความมืดตั้งแต่พวกเค้าได้ยินตำนานแล้วล่ะ มันต้องใช้กว่า1000ปีกว่าจะมีคนแบบนี้โผล่มา

 

เป็นไปได้ว่าถ้าเพิ่มกลไกของดันเจี้ยนได้ มันเป็นไปได้ที่จะดึงดูดมนุษย์

 

[เป็นยังไงบ้างล่ะ? นายสนใจดันเจี้ยนรึเปล่า?]

ยูฟิเลียถามอย่างอายๆ ชั้นเดาว่าเพราะพวกเธอถูกปฏิเสธโดยทุกคน เพราะงั้นชั้นเลยรู้สึกเข่าอ่อนขึ้นมาล่ะ

 

[ชั้นสนใจ.....ในดันเจี้ยน]

เมื่อชั้นตอบไปอย่างนั้นยูฟิเลียก็ยิ้มให้ชั้น

 

[เยี่ยมไปเลย!]

[แม้เค้าจะมีแรงจูงใจ แต่มันไร้ประโยชน์ถ้ายังอ่อนหัดล่ะนะ]

เจมี่หยิบขวานขึ้นมา

[นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมชั้นต้องทดสอบความสามารถนายตอนนี้!]

.

.ชั้นรับการโจมตีของเธอไปหลายครั้งจนเต็มเลือดท่วมตัว TN : กระสอบทรายประจำเรื่องสินะเอ็ง

[เค้าใช้ไม่ได้ใช่มั้ย?]

ทีไรซ่าซังพูดพลางหยิบลูกอมเข้าปาก

[ไม่สิเดี๋ยวก่อน นายยังมีชีวิตอยู่อีกรึนี่?] TN : สรุปกะฆ่ากันเลยใช่มั้ยเธอ

เจมี่ถามชั้นอย่างกังวล

 

ชั้นไม่ถูกฆ่าเพราะการโจมตีแค่นี้หรอกน่า

เหตุผลที่ชั้นรับการโจมตีไปหลายครั้งนั้นเพื่อทำให้ใจชั้นเย็นลง

มันต้องใช้เวลาซักหน่อยล่ะนะ

 

ชั้นไม่คิดเลยเลยว่าโอกาสแก้แค้นของชั้นจะเกิดขึ้นง่ายขนาดนี้

ชั้นต่างจากเมื่อตอนนั้นแล้วนะเฟ้ย!

 

ชั้นกำลังต่อสู้กับผู้หญิง แน่นอนว่าร่างกายชั้นขยับไม่ได้ ถ้าอย่างนั้น เจอนี่หน่อยเป้นไง!

 

[โอ้ววววววว]

 

ชั้นเล็งไปที่อาวุธของเจมี่ ขวาน

มันรูปร่างเหมือนแท่งไม้ติดกับดาบแนบไปกับปลายด้านนึง

ชั้นเล็งส่วนทีเป็นไม้ของมัน ชั้นพุ่งไปหาเจมี่และชกไปที่ส่วนด้าวมจับ

เมื่อชั้นโจมตีโดน ขวานก็แตกออกเป็นเสี่ยง

 

[กรี๊ดดดด อาวุธของชั้นมัน...... ง้าาาาาาาา]

 

เจมี่ตกใจมาก เธอแหกปากออกมาด้วยความประหลาดใจ และหลังจากนั้นเธอก็ดูเศร้าๆ

 

[ไม่มีปัญหาในการโจมตีของนายทั้งความแม่นยำ ความเร็ว หรือพลังโจมตีเลยล่ะ]

ยูฟิเลียเองก็ตกใจสินะ

[แต่ทำไมคุณโจมตีแค่ครั้งเดียวล่ะคะ และตอนนี้ถ้าคุณสามารถเคลื่อนไหวอย่างนั้นได้ก็ไม่จำเป็นต้องรับการโจมตีก่อนนี่คะ?]

ไอริสเอียงศีรษะของเธอ

[เธอสามารถพบผู้คนประเภทนี้ได้บางครั้ง จริงๆแล้วมีค่อนข้างมาก เช่นผู้คนที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเมื่อซ้อมกับสู้จริง หรือคนที่เครื่องติดช้า]

ทีไรซ่าวิเคราะห์ขณะถอนหายใจและจ้องไปที่ขวานที่พัง

 

[เฮ้ ทิล]

[รู้น่า เดี๋ยวจะซ่อมมันให้]

[ขอบคุณจ้า]

 

เจมี่กอดทีไรซ่าและแสดงความรู้สึกขอบคุณ

เหมือนว่าเธอจะรับผิดชอบในการสร้างและซ่อมอาวุธด้วยสินะ

 

[ขวานนี่ได้รับการเสริมความแข็งอย่างมากจากเวทมนต์ ดังนั้นมันไม่น่าจะพังง่ายขนาดนั้นสิ ด้ามจับก็ได้รับการเสริมด้วยดังนั้นคนปกติไม่น่าจะพังมันได้ด้วยมือเปล่านี่นา......]

[หืม? เธอพูดอะไรเหรอ]

[ไม่มีอะไร ชั้นแค่พูดว่ามันอึดอัด หยุดเอาแตงโมยักษ์นั่นมากดหน้าชั้นได้แล้ว]

ทีไรซ่าผลักเจมี่ออกไป

[แล้วเราจะยังไงกับเค้าล่ะ? เค้าผ่านใช่มั้ย?]

เจมี่มองไปที่ยูฟิเลีย หัวหน้าก็คือยูฟิเลีย มันเป็นการตัดสินใจของเธอ

การเคลื่อนไหวในแรกของชั้นมันแย่ซะแล้ว เพราะงั้นชั้นเลยตกอยู่ในปัญหาล่ะเหวย

[มันจะไม่เป็นไรถ้าเค้าพยายามแสดงมันออกมานะ]

ไม่สามารถให้ผ่านโดยไม่มีใครสังเกตได้ ทีไรซ่าเลยให้โอกาสชั้น

[ใช่แล้ว ชั้นคิดว่านั่นไม่เป็นไรหรอก]

ยูฟิเลียยืนยัน ชั้นเลยก้มหัวลง

[ได้โปรดดูแลชั้นด้วย]

ยูฟิเลียยื่นมือขวาออกมา ชั้นยื่นมือไปหามือเธอโดยไม่ตั้งใจและจับมัน

ชั้นจับมือกับทุกคนและกลับบ้าน

 

 

ชั้นรู้สึกถึงการเติบโตของชั้น มันดีที่รู้สึกแบบนี้จริงๆ

ชั้นได้รับความรู้สึกพึงพอใจที่ไม่สามารถหาได้จากการฝึกร่างกายหรือเลเวลอัพเลย

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------




NEKOPOST.NET