[นิยายแปล] Evil God//เกิดใหม่เป็นเทพปิศาจ แต่ผ่านไป1000ปีไม่มีใครมาปราบ จึงตัดสินใจไปโรงเรียนดีกว่า ตอนที่ 27 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Evil God//เกิดใหม่เป็นเทพปิศาจ แต่ผ่านไป1000ปีไม่มีใครมาปราบ จึงตัดสินใจไปโรงเรียนดีกว่า

Ch.27 - บทส่งท้าย


หลังจากทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว ชั้นยืนสงบนิ่งอยู่ตรงจุดนั้น
ลูกน้องของชั้นกลับมาแล้ว

เอาเลย สรรเสริญชั้นซะเซ่!

[เฮ้!มันจำเป็นต้องยิงอโพคาลิปส์ด้วยเหรอครับ!?]

อะไรฟะ?บ่นกันเรอะ?
คนที่บ่นคือหัวหน้าหน่วยที่8 มอร์แกน
การตำหนิของแกมันน่ารำคานฟ่ะ

[ไม่ แต่นี่มันเป็นการต่อสู้ครั้งแรกขงชั้นในรอบ1000ปีเลยนะ เพราะงั้น....]
[ผมไม่สนหรอกว่าท่านจะฆ่าไอบ้านั่นยังไง แต่ดูรอบๆสิครับ นี่เป็นสวนของท่านไม่ใช่เหรอครับ?]

ช่องโหว่บนผืนดินทอดยาวออกไป และภูเขาถูกเป่าหายไป
เออใช่ นี่คือสวนของชั้นเองแหละ tl : ดาบเมียเอ็งไปด้วยรึเปล่าเอ่ย

ที่ราบกับหญ้าเขียวขจี และภูเขาที่งดงาม
ทั้งสองอย่างถูกทำลายไปแล้ว

[มีบ้านอยู่บนยอดเขาไม่ใช่เหรอนั่น]

หัวหน้าหน่วยที่5 กาเรธพึมพำคนเดียว

พวกเขากำลังบ่น แต่ชั้นจะยอมให้
ชั้นไม่ใช่นายท่านใจแคบขนาดไม่ยอมรับคำวิจารณ์ใดๆหรอกนะ
ยังไงก็เถอะ ชั้นมีอำนาจตัดสินใจทุกอย่าง

[ซ่อมมันซะ]

ตามที่ชั้นพูดนั่นแหละ คำตอบของพวกเขาที่เป็นลูกน้องของชั้นถูกตัดสินแล้ว

[ผมไม่ต้องการอ่ะ]
[ผมขอปฏิเสธจากใจจริงครับ]
[ตรงนี้แกควรพูด ‘ครับ เหนือหัว’สิโว้ย ณ จุดนี้น่ะ !]

ชั้นผายมือออกและโต้กลับไป

[ผมไม่สามารถพูดอย่างนั้นได้จริงๆครับ]
[ผมไม่มีความสุขที่จะทำอย่างนั้น…]

พวกเทพปิศาจเริ่มบ่นหลังตามหลังจากที่มอร์แกนนำ

[หยุดบ่นได้แล้วว้อยยย!]
[อุว้ากกกกกกกก---]

กาเรธบินลับไปและกลายเป็นดวงดาว

[อ๊า ท่านกาเรธ---]
[แกเห็นป่าว ชั้นคิดว่ากาเรธจะไปนะ]

พวกเทพปิศาจพยักหน้าเหมือนๆกัน

...

...

...

ที่เมืองหลวง การต่อสู้ของโรห์ดันใกล้ถึงบทสรุปในวันรุ่งขึ้น
ยังคงมีพวกสัตว์เวทย์และกูลหลงเหลือ แต่เนื่องจากไม่มีพวกปิศาจคอยสั่งการพวกมัน พวกมันก็ทำงานไม่ถูกต้อง
ไม่สามารถที่จะทำลายบาเรียและเปิดประตูได้ พวกมันแค่โดนโจมตีฝ่ายเดียว

เนื่องจากพวกจอมเวทย์ไม่จำเป็นต้องจัดการพวกปิศาจอีกต่อไป พวกมันเกือบทั้งหมดถูกกวาดล้างไปแล้ว

[ทำงานได้ดีมาก]

ชั้นยื่นน้ำผลไม้ให้ทีไรซ่า
ทีไรซ่าเหงื่อออกยังกับน้ำตก และชุดนักปราชญ์ตามปกติของเธอก็ชุ่มไปด้วยเหงื่อ เธอล้มลงเอนพิงบนกำแพง

[ขอบคุณค่ะ แต่คุณใช้เวทมนต์ได้ ดังนั้นได้โปรดทำงานด้วยค่ะ]

พวกหน่วยจอมเวทย์นั้นได้รับความเสียหายค่อนข้างน้อย
ดังนั้น ภาระของทีไรซ่าและจอมเวทย์คนอื่นที่ยังสามารถขยับได้อยู่นั้นหนักหนา

[ชั้นทำงานมามากพอแล้วนะ]
[นั่นมันก็จริงอยู่.....]

ทีไรซ่ารับน้ำผลไม้ของเธอและดื่มดัง*อึกอึกอึก*

[มีบางสิ่งที่คุณสามารถทำได้แม้เวทย์จะหมดแล้วนะคะ เช่นอย่างนั้น]

สถานที่ที่ทีไรซ่าชี้ไป ผู้คนกำลังทำงานซ่อมแซม
เมืองได้รับความเสียหายอย่างมาก ดังนั้นมันจะใช้เวลาซักพักเพื่อซ่อมแซม

ในหมู่คนที่ทำงานก็เป็นสาวตัวใหญ่ที่คุ้นเคย

[นักรบของปาร์ตี้ผู้กล้ากำลังเก็บกวาดซากปรักหักพัง.....]

นั่นทำให้ชั้นรู้สึกเศร้าด้วยเหตุผลบางอย่าง

[เราแค่โจมตีจากที่ไกลๆในบาเรียดังชั้นจึงไม่มีทางเลือกค่ะ] TL :ไม่ใจว่าหมายถึงหมดรอบรึเปล่า
[เธอสามารถใช้แค่ธนูได้นะ]
[ชั้นทำแต่แรกแล้วค่ะ แต่คนที่อยู่ถัดจากชั้นใช้เวทย์ระยะกว้างและพูดว่า ‘อย่างกับว่าชั้นสามารถใช้เวทมนต์เล็กอย่างนี้ได้งั้นแหละ! กระโดดออกไปและเริ่มอาละวาดค่ะ]
[งี่เง่าอะไรอย่างนี้]
[คุณก็อดเรฟหัวหน้าอัศวินก็มาและสวดพวกเขายกใหญ่ และตอนนี้พวกเขาอยู่ที่นั่นค่ะ]

ชั้นอยากจะบอกว่าพวกเขาเข้าใจระดับของพวกเขาผิด แต่เวทมนต์ขนาดเล็กของพวกเขาจะไม่โดนไม่ว่ายังไง
พูดอีกอย่างคือ ไม่มีระดับที่สามารถทำงานได้ในทุกสถานการณ์

แน่นอนว่าไอริสกำลังรักษาคนเจ็บอยู่ในโบสถ์

ยูฟิเลียก็----เมื่อเราเริ่มพูดถึง เราก็ได้ยินเสียงจากระยะไกล
ยูฟิเลียมาที่นี่ขณะโบกมือไปด้วย

[เธอดูเหมือนจะมีเวลาที่ลำบากสินะ]

ยูฟิเลียเห็นใจด้วยท่าทีอ่อนเพลียของทีไรซ่า

[เราจัดการเรียบร้อยแล้ว แล้วก็นี่เป็นความรับผิดชอบของพวกเรา นี่มันมาก.....]

ทีไรซ่ากัดริมฝีปากล่าง
ยูฟิเลียพยักหน้า

[เธอหมายความว่าไง ความรับผิดชอบนั่นน่ะ?]

เมื่อชั้นถามยูฟิเลียก็มองต่ำลงไป

[ทั้งหมดนี่เกิดขึ้นเพราะเราพบมัน ถ้าเราไม่ค้นพบมัน จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย]

ความเสียหายไม่ใช่เล็กๆ
ผู้คนก็ตายไปมากด้วย

อย่างไรก็ตาม---

[นั่นผิดแล้วล่ะ]

เมื่อชั้นบอกไปอย่างนั้นทั้งสองก็จ้องมาที่ชั้น

[ตั้งแต่พวกเขาเกิดมา มนุษย์ก็แบกรับหน้าที่ที่จะต่อสู้กับพวกปิศาจแล้วล่ะ มันถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้วล่ะนะ]

นั่นเป็นกฎของโลกนี้
พวกปิศาจเป็นตัวหายนะ
พวกมันพาหายนะมาสู่มนุษยชาติอย่างสม่ำเสมอ

[ถ้าพวกเธอไม่พบมัน รุ่นต่อไปจะต้องชดใช้ นั่นมันจะดีกว่างั้นเหรอ?]

ในคำพูดของชั้น พวกเธอส่ายหัวอย่างแรง

[ถ้าใครจะตำหนิเรื่องนี้ มันต้องเป็นคนที่ล้มเหลวในการรายงานเรื่องฟูเมเลสก่อนเลย เนื่องจากมนุษย์มองข้ามมันมากว่า400ปีข้อสองนะ มนุษย์ก็จะโทษที่ไม่ได้สังเกตเห็นมันมา400ปี เพราะว่านั่นทำให้มันเพิ่มกองทัพที่แข็งแกร่งได้]

ตาของยูฟิเลียและทีไรซ่าดูเปียกเล็กน้อย

[นั่นทำให้การค้นพบฟูเมเลสเป็นผลงานไม่ใช่ความผิดหรอกนะ]
[นั่นถูกแล้ว ตอนที่นายบอกชั้นอย่างนั้น ชั้นโล่งใจแล้วล่ะ]

ยูฟิเลียกลับมายิ้ม

[อา นั่นก็ถูกแล้วล่ะค่ะ ไม่ใช่ว่าคุณอยู่ที่นั่นด้วยตอนเราพบมันเหรอคะ? คุณทำเหมือนไม่เกี่ยวข้องเลยนะคะ]

ถูกชี้แจงโดยทีไรซ่าชั้นก็ยิ้มเล็กน้อย

[นั่นมันก็ นะ]

พวกเทพปิศาจไม่ใช้มนุษย์ ดังนั้นเราจึงไม่มีหน้าที่ต้องสู้กับพวกปิศาจ

แม้ไม่มีสิ่งนั้นก็ตาม ชั้นก็ชอบเฝ้าสังเกต
เฝ้ามองอย่างเช่นธุรกิจของคนอื่นเป็นนิสัย
ชั้นมีชีวิต1000อย่างนั้น

จบช่วงพักของเธอทีไรซ่าก็กลับบ้านไป
เนื่องจากเหงื่อของเธอ เธออาจจะอาบน้ำและเปลี่ยนชุดของเธอ

[อืมมมมม....]

ตอนนี้เหลือแค่พวกเราสองคน ยูเฟเลียเรียกชั้นอย่างเหนียมอาย

[มันอะไรกันล่ะ?]
[มันเกี่ยวกับเมื่อเย็นวาน นะคิดว่า...]

ใจชั้นเต้นเล็กน้อย

[ในตอนสุดท้ายความทรงจำชั้นค่อนข้างคลุมเครือ...เราได้พบกันรึเปล่า?]
[โอ้ เธออาจเห็นชั้นก่อนเธอจะสลบไปก็ได้....ตา กะ...อาจารย์จูเลียสแบกเธอไปน่ะ]
[เข้าใจล่ะ....ชั้นต้องไปบอกขอบคุณเขาสินะ]

ยูฟิเลียเริ่มวิ่ง เธอต้องกำลังมองหาตาแก่
ชั้นโกหกเล็กน้อยเกี่ยวกับสิ่งที่กิดขึ้นเมื่อวาน

อะไรคือความรู้สึกของชั้นในตอนนั้น?
ชั้นไม่เข้าใจจริงๆ
ชั้นไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้
เพราะงั้นในตอนนี้ชั้นคิดว่านี่น่ะดีแล้วล่ะ

---------------------------------------------------------------

จบเล่ม1แล้วจ้า โอยมึน เดี๋ยวภายในอาทิตย์นี้ถ้าว่างจะแก้ตอนเก่าๆนะครับ เจอเล่ม2กันในวันเสาร์นะครับ

..

ถ้าสงสัยว่าผมทำงานยังไงแปลยังไง ภาพด้านล่างเลยครับ


จริงๆแล้วส่วนมากผมจะเปิดคอมทำงานการบ้าน และเขียนโน๊ตของวงบ้าง รับจ้างเขียนบ้าง หาตังเก็บไว้เรียน 
ซึ่งรอบโต๊ะเต็มไปด้วยกระป๋องกาแฟ เดินเหยียบลื่นหัวแตกซักวันแน่ๆ
ถ้าถามว่าทำอะไรบ้าง ก็เปิดมัน3หน้าต่างนั่นแหละ ผมเปิดเพลง1แทปวนไปวนมาขณะที่จับประเด็น หาคีย์ จะเขียนส่วนโน๊ตยังไง ซึ่งระหว่างการฟังเพลงนิแหละที่ผมใช้แปลนิยาย โดยอ่านไปพิมไปเลย ไม่เหมือนช่วงแรกๆที่ช่วงนั้นว่างแล้วเขียนใส่สมุดก่อน แล้วค่อยจัดประโยคและสำนวนใหม่
พอเข้าใจเพลงก็จะใช้คีย์บอร์ดและกีตาร์ที่อยู่ข้างๆเทียบเสียงเทียบคีย์และเริ่มแกะส่วนโน๊ต และเขียน

แล้วก็ตอนไหนแปลดีส่วนมากนั่นแปลตอนสมองโล่งๆนั่นแหละครับ555

วนลูปไปเรื่อยๆ วันๆของผมก็งี้แหละครับ ช่วงนี้เสาร์อาทิตย์ไม่ได้ออกไปทำงานพาร์ทไทม์ เลยต้องรอแต่ออเดอร์โน๊ต เป๋าแห้งแท้ๆ
 

แถมคิวงานที่ร.ร.ก็ยาวจนถึงวันที่17เลย TwT

 




NEKOPOST.NET