[นิยายแปล] Evil God//เกิดใหม่เป็นเทพปิศาจ แต่ผ่านไป1000ปีไม่มีใครมาปราบ จึงตัดสินใจไปโรงเรียนดีกว่า ตอนที่ 22 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Evil God//เกิดใหม่เป็นเทพปิศาจ แต่ผ่านไป1000ปีไม่มีใครมาปราบ จึงตัดสินใจไปโรงเรียนดีกว่า

Ch.22 - การปิดล้อมพระราชวัง 1


เช้าหลายวันต่อมา การสั่นสะเทือนวิ่งตรงไปยังอาณาจักรบริทอน
กองทัพของแม่ทัพปิศาจฟูเมเลสเข้าใกล้เมืองหลวงโรห์ดันเข้าทุกที

[ทำไมไม่มีใครสังเกตว่าพวกมันมาไกลขนาดนี้แล้วห้ะ!]

ริชาร์ดที่2โกรธจัด

[ขะ ข้าขออภัยครับท่าน]

ก็อดเรฟ หัวหน้าอัศวินของอาณาจักรกล่าวขอโทษ

ดันเจี้ยนที่ฟูเมเลสปิดบังตัวเองอยู่ที่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของโรห์ดัน แต่ยังไงก็ตาม ศัตรูบุกโจมตีจากทางตะวันออกเฉียงเหนือ
พวกมันเดินทางข้ามภูเขาและพวกมันต้องใช้ระยะทางในการเดินทางเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า แต่มันประสบความสำเร็จในการหลบสายตาของพวกมนุษย์

[ข้าขอโทษ การดูแลของพวกเราในพื้นที่นั้นไม่เพียงพอครับ]

ไม่เพียงแค่นั้น พวกปิศาจระดับราชาปิศาจตระเวนออกนอกพื้นที่และฆ่าสายสืบทุกคนที่พวกมันพบ
ไม่มีใครที่สามารถจับพวกมันได้และรายงานการโจมตี
ดังนั้น จึงไม่มีใครสังเกตเห็นพวกมันกำลังเข้าใกล้เมืองหลวง

[เสด็จพ่อ ตอนนี้ไม่ใช่เวลามากังวลเกี่ยวกับเรื่องนั้นนะคะ]

ท่าทางของยูฟิเลียดูแย่ เนื่องจากความกังวลของเธอเธอจึงไม่สามารถกินและนอนได้

[อ่า....ตอนนี้เราทำได้เพียงยอมแพ้บนป้อมปราการเท่านั้น] TL :ไม่แน่ใจเท่าไหร่ครับ

เนื่องจากมันไม่ได้เป็นเวลาสงคราม พวกทหารที่ประจำการอยู่ในเมืองหลวงตอนนี้มีจำนวนที่น้อยกว่า10,000คนซะอีก
อาณาจักรบริทอนปกติจะสามารถระดมพลในจำนวนดังกล่าวได้หลายครั้ง
ยังไงไงก็ตาม ถ้าเขาเรียกพวกเค้าตอนนี้ เขาจะไม่สามารถทำมันได้ในตอนนี้
ด้วยกำลังทหารของปราสาทตอนนี้ ไม่สามารถไล่กองทัพไปได้

[เมืองหลวงโรห์ดันถูกล้อมรอบด้วยกำแพงสูง ดังนั้นมันจะไม่พังได้ง่ายๆนักหรอกครับ]

ก็อดเรฟประกาศอย่างเข้มแข็ง

[แก้ตัวได้ดี ชั้นจะออกคำสั่งให้แก]
[หวา!]

ก็อดเรฟก้มหัวลงและออกไป

..

..

กำแพงของโรห์ดันสูงกว่า10เมตร
พวกมันยังเสริมความแข็งแกร่งด้วยเวทมนต์อีกด้วย
ปกติแล้ว พวกมันจะไม่พังได้ง่ายๆ
ยังไงก็ตาม มีทหารน้อยเกินไป
ศัตรูมีจำนวนมากกว่าสิบเท่าของพวกเขา

นอกจากนี้ พวกปิศาจเป็นปัญหา ส่วนมากพวกมันปีมีก
แม้จะไม่มี พวกมันยังสามารถบินบนท้องฟ้าได้ด้วยเวทมนต์
ถ้าพวกพวกมันสามารถบินบนท้องฟ้าได้ กำแพงปราสาทก็ไร้ประโยชน์
เพื่อจะต่อกรกับคู่ต่อสู้อย่างนั้น หน่วยต่อต้านทางอากาศเป็นสิ่งจำเป็น TL : ลากปตอ.ถล่มมันซะทุกแมป

ไม่มีทางเลือกแต่ต้องพึ่งหน่วยธนูและหน่วยเวทย์เพื่อยิงพวกมันลงจากท้องฟ้า
แน่นอนว่าศัตรูยังโจมตีหน่วยนั้นก่อนอีกด้วย
เพราะว่ามีเขามีความารถด้านการป้องกันอ่อน ถ้าพวกเขาได้รับการโจมตีจากพวกปิศาจ พวกเขาจะแพ้อย่างรวกเร็ว

ถ้าพวกเขายอมให้พวกปิศาจผ่านกำแพงไปได้ สถานการณ์จะตึงเครียด
ถ้าพวกมันเขามาถึงในเมือง พวกเขาจไม่สามาถแม้แต่ป้องกันตัวเองได้

คำสั่งการจะไข้เขว และการต่อสู้จะกลายเป็นลำบากยิ่งขึ้นไปอีก
โดยจุดนั้น เมืองจะกลายเป็นสนามรบ

และถ้าพวกศัตรูที่เข้ามาในเมืองได้เปิดประตู การต่อสู้จะจบลง
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่สามารถเอาชนะศัตรูกว่า100000ได้

[ถ้าผู้กล้าแสดงหน้าที่มืดมน ขวัญกำลังใจของพวกทหารจะตกเอานะ]

รุ่นพี่ของยูฟิเลียที่เป็นผู้กล้า ฟิโอน่าตะโกนเรียกเธอ

[หวา ค่ะ ขอโทษค่ะ]
[เธอควรหยุดตรวจสอบสถานการณ์ของสนามรบนะ ผลมันไม่อะไรดีหรอกนะไม่ว่าจะยังไง]

ฟิโอน่าหัวเราะและตบหลับยูฟิเลีย

[เอาล่ะ มันก็ดีกว่าภัยพิบัปิศาจที่แท้จริงล่ะนะ อย่างเช่น สถานการณ์ของท่านเซเรน่า บนจุดสูงสุดของสถานการณ์อย่างนี้ กองกำลังเสริมจะไม่มา มนุษยชาติไม่มีพลังมากเกินไป ถ้าแพ้ มนุษยชาติจะถูกทำลาย เทียบกับนั่นแล้ว ไม่ใช่ว่าสถานการณ์นี้ดีกว่างั้นเหรอ?]
[นั่นมันก็จริงค่ะ ชั้นต้องการอย่างน้อยก็กลัยมาพูดเรื่องนั้นได้.......]

เพื่อจะเพิ่มจิตวิญญาณขอวเธอ ยูฟิเลียตบแก้มของเธอ

[ถ้าเราสามารถอดทนได้ในวันนี้ อัศวินจากดินแดนใกล้เคียงจะมาช่วยเหลือ และไม่นานกำลังเสริมจากประเทศอื่นจะมาถึง ตามที่คาดแล้ว ประเทศอื่นไม่มีทางเลือกที่จะส่งกำลังเสริมมาในสถานการณ์นี้ พรุ่งนี้ เราจะไม่ได้อยู่ด้วยตัวเองแล้ว]

ยังไงก็เถอะมันจะไม่กลายเป็นอย่างนี้ถ้าพวกเขาแค่ส่งกำลังเสริมตั้งแต่แรก
ต้องผ่านสงครามกับพวกปิศาจพวกตั้งหลายครั้ง ทนุษยชาติควรสามารถคิดร่วมมือกันได้แล้ว.....

ยูฟิเลียคิดอย่างนั้น แต่ก็แยกทางกับฟิโอน่าโดยไม่ได้บอกพวกเขา

..

..

ออกจากปราสาท ยูฟิเลียมุ่งหน้าไปที่หอพักของวินเซนท์
ในที่สุด ยูฟิเลียจะมาได้ด้วยความคิดที่จะหากำลังเสริมจากเขาเท่านั้น

[โอ้ ยูฟิเลีย คุณเวลาในเวลานี้ จะมาด้วยกันไหมครับ?]

ดูเหมือนว่าวินเซนท์กำลังเตรียมตัวจะออกไปที่ไหนซักแห่ง

[นายกำลังจะไปไหนน่ะ]
[แน่นอน ผมกำลังจะกลับประเทศบ้านเกิดไงล่ะ ผมรู้สถานการณ์การต่อสู้แล้ว ผมไม่สามารถอยู่ในสถานที่อันตรายนี่ได้หรอก!]

เขากำลังเตรียมจะชิ่งก่อนการต่อสู้จะเริ่ม

[แต่.....กำลังเสริมล่ะ!?]
[ตั้งแต่สถานการณ์เป็นแบบนี้ ผมจะส่งพวกเขาไปเร็วเท่าที่จะทำได้  ไงก็เถอะ เมืองหลวงจะไม่จบ เพราะงั้นยูฟิเลีย มากับผมเถอะ]
[หยุดล้อเล่นได้แล้ว....ชั้นคือองค์หญิงของประเทศนี้ และเป็นผู้กล้า ชั้นไม่สามารถหนีไปขณะที่ทิ้งประชาชนไว้ที่นี่ได้หรอก]
[ถ้างั้นแล้ว.....ดีแล้วล่ะ ผมจะไปแล้ว]

นี่ไม่ใช่ประเทศของวินเซนท์ ดังนั้นแล้ว เขาไม่มีหน้าที่ที่จะต้องปกป้องมัน
ยูฟิเลียเข้าใจดังนั้นแล้ว
ยังไงก็ตาม เขายังเป็นนักเรียนของโรงเรียน ผู้คนที่รับใช้เขาในหอพัก คนรู้จักของเขา เชากำลังทอดทิ้งคนพวกนั้นทั้งหมดแลพหนีไปคนเดียวงั้นเหรอ?
นั่นเป็นสิ่งที่ยูฟิเลียไม่สามารถเข้าใจได้

[เดี๋ยวก่อน เรื่องกำลังเสริม..]
[ผมบอกคุณแล้วไม่ใช่เหรอ อัศวินลำดับที่3ควรไปในตอนนี้]

วินเซนท์ดูเหมือนจะฉุนเฉียวโดยยูฟิเลียที่นำมาด้วยเรื่องเดียวกัน

[พวกเขาจะไม่ทันการณ์ ส่งหน่วยหัวกะทิด้วยวาร์ปซะ ชั้นต้องารมากขึ้นแม้เพียงคนเดียวที่จะสู้]
[มีคนไม่มากนักที่สามารถวาร์ปได้ เสด็จพ่อของผมไม่อนุญาตให้ส่งหน่วยหัวกะทิไปสนามรบที่มีโอกาสรอดต่ำหรอกนะ]
[แต่...]
[เอาล่ะ ผมจะภารนาให้ได้พบคุณอีก] TL : สรรหาคำด่ามันทั้งพ่อทั้งลูกไม่ถูกเลยครับ *0*

เมื่อคนของวินเซนท์ร่ายวาร์ปแล้ว และพวกเขาก็หายไป ยูฟิเลียทรุดลงในความผิดหวัง

คำพูดของวินเซนท์เย็นชาอย่างน่ากลัว
เขาไม่มีทางออกนั่นคือความรู้สึกของเขารึเปล่า ?

เธอเริ่มจะไม่ชอบเขามากยิ่งขึ้น
นอกจากนั้นเธอเองสำหรับการพยายามที่จะพึ่งพาผู้ชายอย่างนั้น

ทำไมเธอถึงพยายามจะพึ่งพาเขา?
ยูฟิเลียละอายใจตัวเ อง
แต่แล้ว เธอควรจะพึ่งพาใครกันล่ะ? ยูฟิเลียไม่รู้คำตอบนั้นเลย

......

.....

[นี่เป็นสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดครับ]

ตาแก่พูดกับชั้นขณะกำลังกินอุด้งในห้องอาหาร TL : ชิลไปมั้ยพี่
มันเป็นเรื่องยุ่งยากไปเรียบร้อยที่เมืองหลวงโรห์ดันนั่นโดนโจมตี
มีเวลาไม่มากจนกว่าการต่อสู้จะเริ่ม
ทุกคนต่างหมดท่าในการทำสิ่งที่ทำได้

[นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมการต่อสู้ช่วงน่าสนใจ]
[ทำไมท่าไม่สังเกตการณ์เคลื่อนไหวของศัตรูด้วยอีวิลส์วิชั่นของท่านล่ะครับ]

อีวิลส์วิชั่น//Evil Vision เวทย์มนต์ที่ช่วยให้ชั้นมองตามสถานที่ต่างๆในโลกมากเท่าที่ชั้นต้องการได้

[มันน่าเบื่อที่จะดูน่ะสิ และมันเป็นไปไม่ได้ที่จะสังเกตทุกมุมโลก]
[ไม่ว่าจะยังไง เราควรทำอะไรล่ะครับ?]

เจโก้ผู้ที่อยู่ข้างเขาถาม

[เมื่อศัตรูมา เราจะสู้ ใครและเราจะสู้ยังไงขึ้นอยู่กับสถานการณ์ พวกศัตรูน่าจะสามารถผ่านกำแพงมาได้ ดังนั้น เตรียมตัวอยู่ที่โรงเรียนซะ]
[ผมเข้าใจแล้วครับ]
[ชั้นไม่อยากจะพูดงี้หรอกนะ แต่ระวังอย่าเสนอหน้าออกไปมากมักล่ะ]

ชั้นชี้ไปที่พวกเขาด้วยตะเกียบของชั้นและเตือนพวกเขา

[นั่นเป็นมารยาทที่ไม่ดี ดังนั้นได้โปรดหยุดเถอะครับ]

คำเตือนมาจากตาแก่

..

..

ผู้คนของเมืองหลวงอาศัยอยู่ในที่สะดวกสบายและทนทาน
ไม่จำเป็นต้องพูด บางคนเป็นพระราชวัง กิลด์นักผจญภัยและโรงเรียน

[ท่านแอชทัล]

ก่อนการต่อสู้ ชั้นไปเยี่ยมออเรทต้าที่กิลด์นักผจญภัย
กิลด์หนาตาไปด้วยผู้คน

[ที่นี่มันอันตราย ชั้นจะพาเธอลี้ภัยไปที่ปลอดภัย]

โดยที่ปลอดภัยที่ว่า ชั้นหมายถึงวิหารแห่งความมืด

[แต่ ท่านอยู่ที่นี่ถูกมั้ยคะ?ถ้างั้นชั้นจะอยู่ที่นี่ด้วยค่ะ]
[ชั้นจะไม่ตายที่นี่ แต่เธอน่ะต่างกัน]
[ชั้นยังติดอยู่กับกิลด์นี้ และเมืองนี้ ชั้นไม่สามารถอนุญาตให้พวกปิศาจย่ำยีมันได้หรอกค่ะ]

ดูเหมือนว่าเธอจะแก้ปัญหาด้วยตัวเธอเองด้วย ดังนั้นชั้นจึงหยุดโน้มน้าวเธอ
มีหลายครั้งที่ผู้คนเดิมพันชีวิตของพวกเขา
ที่ชั้นทำเป็นแค่การทำให้เธอเสียเกียรติ

------------------------------------------------------------------

งานทับตาย บอร์ดวันแม่ ปลูกป่า จัดงานวันวิทย์ เล่นดนตรีเปิดหมวก โครงการห้อง เตรียมซ้อมแข่งอีก
ไมเกรนภูมิแพ้งี้กำเริบรัวๆอีก ให้ตุได้อยู่สบายๆมั่งเถอะครับ T T

----------------------------------------------------------------




NEKOPOST.NET