[นิยายแปล] Evil God//เกิดใหม่เป็นเทพปิศาจ แต่ผ่านไป1000ปีไม่มีใครมาปราบ จึงตัดสินใจไปโรงเรียนดีกว่า ตอนที่ 2 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] Evil God//เกิดใหม่เป็นเทพปิศาจ แต่ผ่านไป1000ปีไม่มีใครมาปราบ จึงตัดสินใจไปโรงเรียนดีกว่า

Ch.2 - ชีวิตประจำวันของเทพปิศาจ


ตอนที่2 ชีวิตประจำวันของเทพปิศาจ

 

ผู้กล้าผู้ที่ปราบราชาปิศาจ

นั่นคือ ผู้กล้าของโลกนี้ ผู้กล้าที่แท้จริง

 

องค์หญิงลำดับที่สองของอาณาจักรบริททอน “ยูฟิเลีย แพลนทาจีเนท”

แม้จะเป็นองค์หญิงของประเทศขนาดใหญ่ เธอเข้าร่วมในสงครามต่อต้านราชาปิศาจ

พรสวรรค์ที่ตื่นขึ้นของเธอทำให้กลายเป็นผู้กล้าและเอาชนะราชาปิศาจได้สำเร็จ

 

แม้ผู้กล้าจะเป็นอาชีพ มันก็เป็นชื่อคลาสด้วยและเป็นฉายาที่มอบให้ผู้ที่กำจัดราชาปิศาจด้วย

ด้วยเหตุนี้เลยมีการสับสนเล็กน้อย

ถ้าผู้กล้าเป็นนักปราชญ์ บางคนอาจเรียกพวกเขาว่า มหาปราชญ์ …นี่ยังไม่เท่าไหร่

แต่สำหรับยูฟิเลียแล้ว เธอถูกเรียกว่าผู้กล้าในหมู่ผู้กล้าเลยทีเดียว…..

 

ยังไงก็ตาม ในขณะที่กำลังค้นหาเธอ ชั้นพบว่าเธอกำลังอาบน้ำอยู่

มันเป็นการล่วงละเมิดที่จะดู ดังนั้นชั้นจึงตัดสินใจว่ามันเหมาะสมกว่าที่จะไปดูสถานที่อื่นแทน

 

ชั้นจะไม่แอบดูในห้องน้ำเด็ดขาดแม้ว่าชั้นจะมองข้างในได้ก็เห่อะ ถ้ามีฉากนั้นเกิดขึ้นมันจะไม่เหมาะกับเยาวชนอายุต่ำกว่า18 ชั้นจะเปลี่ยนช่องทันที พูดอีกอย่างคือ ชั้นจะไม่ดูในห้องน้ำเด็ดขาด

นี่คือ กฎ ของชั้น

 

บางทีบางคนอาจพูดว่า มันเสียของถ้าไม่ดู

แต่หลังจากกลายเป็นเทพปิศาจ ชั้นสูญเสียความสนใจในสิ่งนั้นไปล้ะ

ความต้องการทางเพศส่วนใหญ่หายไป

 

สิ่งนั้นเกี่ยวข้องกับการอยู่รอดและชีวิตอันยาวนานของเผ่าพันธุ์

ยกตัวอย่างเช่น ปลาจะวางไข่ในปริมาณมากๆ แม้ว่าส่วนใหญ่ไข่เหล่านั้นจะตาย จะมีเพียงส่วนน้อยที่สามารถอยู่รอดและสืบพันธุ์ต่อไปได้

นั่นเป็นเหตุผลจำเป็นที่ต้องให้กำเนิดปริมาณมาก

ในทางกลับกัน สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมักให้กำเนิดครั้งล่ะ2 ยังไงก็ตามมนุษย์โดยค่าเฉลี่ยแล้วให้กำเนิดครั้งล่ะ1

 

กล่าวคือ มันเพียงพอแล้วสำหรับมนุษย์ ตั้งแต่พวกเขาอยู่จุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร

นอกจากนี้ถ้าเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าถูกพัฒนาขึ้น มนุษย์จะสามารถแข็งแกร่งและมีช่วงชีวิตที่ยาวนาน

ในโลกเดิมของชั้นหลายประเทศที่พัฒนาแล้วมีอัตราการเกิดลดลง กล่าวอีกนัยนึงคือ ผู้คนไม่ต้องการจะมีลูกเพิ่ม

และต่ำกว่า 1 ก็คือ 0

 

ดังนั้น ผู้คนจะไม่มองว่านั่นเป็นปัญหา คิดว่าเดี๋ยวก็มีใครซักคนมีลูกเองแหละ

แต่แม้จะอยู่ในสภาพนั้น ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาสูญเสียความใคร่หรอกนะ

ยังไงก็ตาม ความใคร่ของพวกเขายังคงปกติ เมื่อมีใครอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงตายหรือไปในที่อันตรายความใคร่ก็จะเพิ่มขึ้นอีกด้วย //TN : เหรอวะ?

 

และสำหรับเทพปิศาจ

เทพปิศาจเป็นสิ่งมีชีวิตที่เหนือกว่ามนุษย์

ไม่มีอายุขัย และไม่มีสิ่งใดทำอันตรายถึงแก่ชีวิต

 

เมื่อมามีชีวิตแบบนี้แล้ว ความต้องการทางเพศส่วนใหญ่เลยหายไป

ชั้นต่างจากผู้อื่นเล็กน้อยเพราะร่างกายที่มาเกิดใหม่ แต่อย่างน้อยที่สุด ชั้นยังมีระบบสืบพันธุ์

สำหรับลูกน้องของเทพปิศาจ แม้จะเป็นผู้ชายแต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่มีมัน

ดูเหมือนว่ามันจะสร้างขึ้นได้ถ้าต้องการ ยังไงก็ตาม เหตุการณ์ยังงั้นไม่เคยเกิดใน1000ปีมานี้

 

แต่หลังจากผ่านมา1000ปี ชั้นสงสัยว่าเจ้าลูกชายชั้นมันยังใช้งานได้จริงรึเปล่า

ดังนั้นชั้นจึงพยายามทำกิจกรรมคนเดียว แต่ดูเหมือนจะไม่ไหว

 

ชั้นเตรียมตัวใช้ชีวิตเป็นเดิมพันในการต่อสู้ครั้งสุดท้าย ชั้นเต็มไปด้วยความเคียด ชั้นคิดว่าน่าจะมาจากสาเหตุนี้

จะว่าไปตาแก่นั่นก็พูดอะไรอย่างนี้เหมือนกัน

ช่างเห่อะ สถานการณ์อย่างนั้นอาจเกิดได้ครั้งเดียวในชีวิต

 

ขณะที่ชั้นกำลังคิดเรื่องพวกนั้น เหมือนว่ายูฟิเลียจะออกจากห้องน้ำแล้ว

ยูฟิเลีย แพลนทาจีเนท อายุ16 เธอมีผมยาวสีทอง

ขณะที่เธอเดินทางไปกำจัดราชาปิศาจ เธอจะไว้ผมสั้นเสมอ แต่ตอนนี้เธอกลับมาที่ประเทศของเธอแล้ว ปัจจุบันเธอกำลังใช้ชีวิตในโรงเรียนอยู่

เธอน่าจะสนใจแฟชั่นของตัวเองในขณะนี้ //TN : แปลไม่ถูกครับ อิงว่าเนี่ย She’s probably concerning herself with fashion now.

ภายใต้ขนตางอนยาวของเธอ มีดวงตาสีมรกตสดใสและสวยงามคู่นึง

 

ถึงแม้เธอจะจัดว่าตัวเล็ก แต่มีหน้าอกและสะโพกที่โดดเด่น และยังโตขึ้นในปีที่ผ่านมาด้วย

มีข่าวลือว่าเธอเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในอาณาจักร

ด้วยผมเปียกและร่างกายที่สะอาดหลังอาบน้ำ เธอมีเสน่ห์มากในวัยของเธอ

ถ้าชั้นเป็นมนุษย์ผู้ชายละก็ ลูกชายชั้นคงออกอาการแล้ว

 

คุณอาจสงสัยว่าทำไมชั้นถึงไปเผือกเรื่องรูปร่างและสไตล์ของเธอในเมื่อชั้นไม่มีความต้องการแล้ว ใช่มั้ย?

มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นเว้ย ชั้นลืมหัวใจที่จะพูดว่าสิ่งสวยงามนั้นสวยงาม

เมื่อมนุษย์มองไปที่เพชร พวกแม่งจะคิดว่ามันสวยงามเมื่อเทียบกับอัญมณีอื่น

ยังไงก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาต้องการมัน นีเป็นคอนเซปท์เดียวกันอ่ะนะ

 

ช่างเห่อะ ถึงแม้ชั้นจะเฝ้าดูเธอมาเป็นเวลานานแล้ว เธอก็แค่ใช้เวลาของเธอไปกับชีวิตปกติในโรงเรียน

ถึงแม้ชั้นจะพูดว่ามันเป็นโรงเรียน มันเป็นสถานที่ซึ่งผู้คนได้รับการฝึกสอนที่จะปราบมอนสเตอร์และราชาปิศาจ-พูดอีกอย่างก็คือมันเป็นโรงเรียนสอนนักผจญภัยนั่นแล

 

เมื่อมองที่มัน ราชาปิศาจโดนกำจัดไปไม่ถึงหนึ่งปี พวกมนุษย์เลยยังไม่มีเรื่องใหญ่ๆ

ตาแก่[ท่านแอชทัล ท่านจะไปไหนขอรับ]

หลังจากที่ชั้นเฝ้าสังเกตการณ์เสร็จ ชั้นก็ลุกขึ้นจากบัลลังก์และตาแก่ก็ถามขึ้น

แอชทัล[เวลาเดียวที่ชั้นลุกขึ้นคือเวลาที่จะไปฝึก แกก็รู้ไม่ใช่เหรอ?]

เมื่อชั้นพูดดังนั้นผู้ติดตามที่รออยู่ด้านหลังก็ก้าวมาด้านหน้าและรอคำสั่งจากชั้น

อาดริโกรี่[เหนือหัว กองพันที่1ของเทพปิศาจจะมาเป็นคู่ซ้อมวันนี้ครับ]

อาดริโกรี่ หัวหน้ากองพันที่1พูดออกมาด้วยความตื่นเต้น

 

กองทัพของเทพปิศาจ-ประกอบไปด้วยกองพันที่1ถึง15 และกองพันเหล่านี้มีทหารประมาณ1000นาย [TN : 1กองพันไม่ใช่704คนหรอกเรอะ? ]

ถ้าเรารวมพวกที่ไม่ได้อยู่ภายใต้เทพปิศาจโดยตรงเช่นสัตว์อัญเชิญและสัตว์เวทย์แล้ว กำลังรบเราก็จะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า

 

ทหาร1000คนที่กล่าวถึงคือพวกหัวกะทิของเทพปิศาจ

คุณสามารถคิดง่ายๆได้ยังงี้ แต่ล่ะคนมี่ความสามารถเท่ากับราชาปิศาจเลยทีเดียวล่ะ

 

และทุกคนในนั้นยังไม่เคยแพ้ใคร

ในวิหารแห่งความมืด มีสนามประลองขนาดยักษ์ และนั่นเป็นพื้นที่ฝึกซ้อม

ตั้งแต่การฝึกเริ่มขึ้น เวลายังผ่านไปไม่มากนัก

 

[อั๊กกกก แข็งแกร่งเกินไป นี่มันเป็นไปไม่ได้]

[ขอบคุณเทพธิดา...กรูยังไม่อยากตายวันนี้] TN : เดี๋ยวนะ เอ็งเป็นปิศาจไม่ใช่เรอะ -0-

[โกง เทพปิศาจโกงเกินไปแล้ว]

[อุ๊กกกกกกกก]

 

ชั้นได้ยินเสียงบ่นจากพวกที่ยืนขึ้นไม่ไหวแล้ว

 

อาดริโกรี่[ทำไมพวกเอ็งทำตัวน่าอับอายเยี่ยงนี้ หา พวกเอ็งยังสามารถเรียกตัวเองว่าเป็นกองทัพหัวกะทิของเทพปิศาจได้อีกเรอะ]

 

อาดริโกรี่ยืนขึ้นอย่างเซๆและตะโกนเสียงดัง

 

อาดริโกรี่[คนที่ยังขยับได้ส่งพลังมาให้ชั้น]

ใต้เท้าของอาดริโกรี่ปรากฏวงเวทย์ขนาดใหญ่

 

แอชทัล[หืม เทคนิคของกองทัพเรอะ ฮื่ออ]

มันเป็นเทคนิคที่ถ้าผู้คนจำนวนมากมีจิตวิญญาณเดียวกัน ความแข็งแกร่งจะได้รับโดยผู้ใช้

พวกที่ยังขยับได้อยู่กำลังส่งพลังที่เหลือไปให้อาดริโกรี่

ชั้นยืนมือออกมาข้างหน้าและเตรียมรับแรงกระแทก

 

อาดริโกรี่[อุว๊ากกกกกกกกกกก] [EngTN : Imagine Goku having a steroid moment]

กระแสพลังอันรุนแรงพุ่งมาจากร่างอาดริโกรี่

อาดริโกรี่[Evil Burst]

พลังของปิศาจยิงออกจากดาบของอาดริโกรี่พุ่งมาที่ชั้นทำให้เกิดการระเบิดรุนแรง

แต่พลังไม่ได้โดนชั้น บนปลายมือที่ชั้นยกขึ้นมีบางอย่าง-บาเรียโปร่งใส่ซึ่งป้องกันเวทย์ปิศาจไว้

 

อาดริโกรี่[ยังหรอกน่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา]

อาดริโกรี่ใช้แรงที่เหลือเพียงเล็กน้อย พร้อมเสียง แคล๊ง เขาทำลายบาเรียที่ป้องกันเวทย์ปิศาจได้

 

อาดริโกรี่[ชั้นทำได้ ชั้นทำลายบาเรียของท่านแอชทัลได้]

อาดริโกรี่ชูกำปั้นสองข้างขึ้นไปในอากาศเพิ่งบ่งบอกถึงชัยชนะท่ามกลางเสียงยินดีของคนในกองพัน

 

อาดริโกรี่[เราทำมันได้ นี่เป็นความสำเร็จที่ยอดเยี่ยมสำหรับกองพันหัวกะทิที่1ของเทพปิศาจ เราเอาชนะหน่วยที่13ได้ล่ะว้อย]

 

ชั้นมองไปที่มือของตัวเอง มีรอยโดนฟันเล็กน้อย แผลนั้นหายทันที

 

ตาแก่[โอ้เทพธิดา ทำเป็นเอะอะใหญ่โตไปได้แค่ทำลายบาเรียเล็กๆเท่านั้น]

 

ตาแก่ซึ่งเป็นเพียงผู้ชมปรากฏข้างชั้นและยักไหล่

 

แอชทัล[เอาน่า ไม่เป็นไรหรอกตาแก่ มันหมายถึงเจ้าพวกนี้แข็งแกร่งขึ้นนะ]

อาดริโกรี่[ใช่แล้วครับท่านยูริอุส เพื่อที่จะเรียนรู้เทคนิคนี้รู้มั้ยพวกเราฝึกกันมากแค่ไหน]

 

ยังไงซะ ยูริอุสที่ว่า เป็นชื่อของตาแก่คนนี้

 

แอชทัล[พลังของกองทหารเรอะไม่เลวนี่ ชั้นอยากลองใช้ดูมั่งจัง]

อาดริโกรี่[เป็นไปไม่ได้หรอกครับ ดูเหมือนว่ามันจะไม่สามารถใช้ได้ถ้าพลังต่างกันเกินไป]

 

ยูริอุส[Universal Barrier Sanctuaryของเทพปิศาจนั้นจะป้องกันการโจมตีทุกรูปแบบตั้งแต่กายภาพ เวทมนต์ และลมหายใจ ที่สามารถทำลายนี่ได้ถือว่าค่อนข้างดี เอ็งควรภูมิใจไว้ ตามปกติUniversal Barrier Sanctuaryจะถูกใช้โดยอัตโนมัติ  นอกจากนั้นมันยังสามารถเพิ่มได้อีกหลายชั้น ความจริงแล้วที่ว่ามันทำงานอัตโนมัตินั้นต้องยื่นมือไปข้างหน้าซะก่อน ถือว่าเป็นจุดอ่อนล่ะนะ]

 

เมื่อตาแก่อธิบายมัน อาดริโกรี่ก็ทำหน้าตกใจ

 

อาดริโกรี่[ว่าอะไรนะ มันเป็นอย่างนั้นเหรอ? พวกเรายังอ่อนหัดนัก ข้านี่รู้แจ้งขึ้นมาเลย]

ชั้นดูการสนทนาของยูริอุสและอาดริโกรี่ด้วยความประหลาดใจ

 

แอชทัล[เอาล่ะๆ ตาแก่ อย่าเข้มงวดนักเลย ชมเจ้านี่บ้างไม่เห็นเป็นไร]

ยูริอุส[อะไรนะครับ เจ้าพวกนี้เป็นพวกเหลิงเวลาโดนชมนะครับ เพราะอย่างนั้นการต่อว่าจึงเป็นสิ่งจำเป็นต่อการพัฒนา]

 

แม้จะไม่มีใครมาเป็นเวลา1000ปี ชั้นก็ยังฝึกฝนตัวเองทุกวันเหมือนวันนี้

ผลก็คือ ชั้นโคตรแข็งแกร่งเลยว่ะ ชั้นไม่รู้ถึงความแข็งแกร่งตามปกติของเทพปิศาจ แต่ที่ฟังจากตาแก่ผู้ที่รู้พลังของครอบครัวของเทพปิศาจ มันแน่นอนว่าชั้นแข็งแกร่งกว่ารุ่นที่แล้ว

 

แอชทัล[เพราะว่าชั้นแข็งแกร่งขึ้น บาเรียอัตโนมัติเลยแข็งแกร่งตาม แต่ชั้นยังอยากรู้ว่ามันแข็งแกร่งกว่าก่อนหน้านี้เท่าไหร่อยู่ดี เพราะงั้นทำลายมันได้นี่ก็ประสบความสำเร็จล่ะนะ]

 

ขณะที่พูดอย่างนั้นชั้นก็เชคสเตตัสตัวเอง

 

Race: Evil God
Name: Ashtal

Lv :999
HP :99999/99999
MP :99999/99999
STR :999
VIT :999
AGI :999
DEX :999
INT :999
CHR :999

Skills:

Evil Eye     Evil Ear      Evil Nose

Miasma      Universal Barrier      Evil Attribute Magic Level 99

Auto-Regen      Auto-Refresh      Ability Restoration

Etc.

 

TN : เอ็งจะมีรีอะไรนักหนาตั้ง3อันวะครับ -0-

 

เอ่อ จริงๆแล้ว ไอสเตตัสแบบนี้มันไม่ได้ปกติหรอกนะ

ตามที่ได้ยินจากลูกน้อง เมื่อพวกเขาเลเวลอัพ สเตตัสจะเพิ่ม2-5...

กล่าวคือถ้ามีอัตราการโตดีหน่อย สเตตัสจะตันที่999เมื่อเวล200

 

แต่ชั้นเป็นถึงบอสลับเลยนะเฟ้ย

นั่นหมายความว่าไม่สามารถเอาสเตตัสแบบพวกนั้นมาคิดแบบปกติได้

ยังไงก็ตามมันหายากมากที่มนุษย์หรือปิศาจจะมีสตัสที่999

เพราะอย่างนั้นมันเพียงพอแล้วที่จะแสดงแค่999

 

เห็นได้ชัดว่าแม้มันจะแสดงเพียง999แต่มันยังสามารถเพิ่มได้อีก

การเติบโตไม่ได้หยุดที่999เค่ค่าตัวเลขนั้นไม่แสดง

เลเวลก็ไม่ได้หยุดที่999เช่นกัน

 

หลังจากเกิดใหม่ชั้นก็มีเลเวล800แต่ชั้นควรจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างมากหลังจากฝึกมาเป็นเวลา1000ปี

มันเป็นความจริงอย่างไม่ต้องสงสัย

 

ลูกน้องของชั้นก็แข็งแกร่งขึ้นด้วย แต่ระดับความสามารถของเจ้าพวกนั้นถูกจำกัดตามธรรมชาติ

แม้ว่ามันง่ายที่จะเข้าใจว่าเลเวลจะเพิ่ม แต่มันยากที่จะวัดความแข็งแกร่งจริง

เพราะงั้นชั้นเลยคิดว่าชมเจ้าพวกนี้หน่อยคงไม่เป็นไร แต่ในสถานการณ์แบบนี้มีตาแก่จอมเข้มงวดอยู่ด้วย มันช่วยไม่ได้อ่านะ




NEKOPOST.NET